เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 103 อักษรภาพ

            ท่ามกลางบรรยากาศสุขสันต์กลมเกลียว ทว่ายังมีบางคนที่ไม่มองการณ์ไกล

            ไม่ใช่ใครอื่นเป็นบ้านสามที่มิอาจยับยั้งความสุขในใจตนได้นั่นเอง

            ก่อนหน้านี้บ้านใหญ่บ้านรองปะทะกันรุนแรงนายหญิงสามนิ่งดูดาย ไม่เอาตัวไปมัวหมองด้วยอย่างชาญฉลาด นับว่ารู้จักรักษาตัวรอด

            ในเมื่อตอนนี้สถานการณ์ในจวนสกุลหยวนสงบลงแล้วบ้านสามของสกุลหยวนจึงเริ่มกระหยิ่มยิ้มย่อง

            ทั้งบ้านใหญ่และบ้านรองล้วนล้มหมดแล้วนี่มิใช่ว่าถึงคราวบ้านสามของตนผงาดแล้วหรือ?

            นอกจากนี้หยวนหยางฮุยก็ตายแล้วหยวนหมินก็ตายแล้ว หยวนเอ๋อยังถูกเนรเทศ บ้านรองไร้บุรุษส่วนเรือนตนเหลือบุตรชายอยู่หนึ่งคนหยวนชิงชิวดูไม่เหมือนคนที่จะสืบทอดทรัพย์สินตระกูลต่อได้นี่มิใช่ว่าความยิ่งใหญ่ของจวนสกุลหยวนจะตกเป็นมรดกสืบทอดของบุตรชายตนหรือ?

            ดังนั้นนายหญิงสามจึงทนไม่ไหวอีกต่อไปบางเวลานางค่อนข้างฉลาด บางเวลาก็โง่เขลา ถึงขนาดลากสามีของตนและอุ้มบุตรชายตัวน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราวไปพบหยวนมู่

            ความผูกพันที่หยวนมู่มีต่อบุตรชายอนุภรรยาผู้นี้เจือจางไม่ต่างกันยิ่งไฟความรักระหว่างครอบครัวที่เดิมก่อตัวขึ้นอย่างยากลำบากมอดดับลง เพราะการแกว่งเท้าหาเสี้ยนของหยวนหมินและหยวนเอ๋อพอเห็นเขามาจึงไม่ได้รู้สึกยินดีนัก

            นายท่านบ้านสามไม่ได้กระตือรือร้นกับเรื่องนี้ทั้งยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดภรรยาจึงได้หมกมุ่นกับการสืบทอดสกุลหยวนมากขนาดนี้สีหน้าจึงไม่เต็มใจสุดๆ

            บิดากับบุตรชายไม่มีอะไรจะพูดคุยกันนายหญิงสามเดินวนไปมาข้างๆ พร่ำเทศนากรอกหูสามีตนไม่หยุดย่อมไร้ประโยชน์

            นายท่านบ้านสามทำการค้าอยู่ข้างนอกแม้มีความสัมพันธ์อันดีกับนายหญิงสาม แต่ก็มิอาจทนฟังนายหญิงสามพูดยืดยาวเช่นนี้ได้

            นายหญิงสามเดิมเป็นพวกเลอะเลือนก่อนหน้านี้นายท่านสามทำการค้าอยู่ข้างนอกก่อนจากไปก็เตือนนายหญิงสามปากเปียกปากแฉะว่าอย่าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างบ้านใหญ่และบ้านรองทว่าสุดท้ายนางก็ยังตั้งใจให้บุตรสาวของตนรัดเท้า ทำให้นายท่านสามรู้สึกโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก

            ไม่ใช่ว่าบ้านตนไม่มีเงินสักหน่อยเอาแต่คิดจะไปสืบทอดทรัพย์สมบัติของสกุลหยวนเช่นนี้หมายความว่าอะไร?

            นายท่านสามเกิดโทสะฉับพลัน สบสายตากับหยวนมู่เอ่ยตามตรงๆ ว่าเดิมตนเป็นบุตรอนุภรรยา ไม่สามารถสืบทอดสกุลหยวนต่อได้แน่นอน

            เพื่อล้มเลิกความคิดของนายหญิงสามทิ้งนายท่านสามยังกล่าวอีกว่าจะดีกว่าถ้าแยกบ้านกันตอนนี้อย่างไรเสียสายเลือดเขาก็เกิดจากอนุภรรยาย้ายออกไปก่อร่างสร้างตัวเองย่อมไม่มีปัญหา

            สำหรับสายตรงสกุลหยวนแม้เหล่าพี่ชายจะไม่อยู่แล้วก็ยังมีชิวเกอเอ๋อร์ที่จดชื่อกลับเข้าหอบรรพชนอยู่

            หรือต่อให้ไม่มีชิวเกอเอ๋อร์ก็ยังมีบุตรสาวสายตรงจากบ้านรองเจินเจินกับอ้ายอ้าย

            แม้ซูโจวจะยังด้อยค่าสตรีแต่เขาเดินทางทั่วหล้ามาหลายปี พบเจอสตรีเก่งกาจทางตอนเหนือที่กุมอำนาจในจวนมามากมายสตรีก็ใช่ว่าจะไร้ความสามารถในการเป็นผู้นำตระกูล

            ถึงสกุลหยวนในตอนนี้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ตราบใดที่มีผู้อาวุโสหยวนมู่ก็ยังเป็นตระกูลบุญหนักศักดิ์ใหญ่พื้นเมืองของซูโจวอยู่ดี แต่งเขยหนุ่มมีอนาคตสองคนเข้ามาสนับสนุนเจินเจินกับอ้ายอ้ายเขาในฐานะท่านอาก็จะคอยช่วยเหลือเจินเจินอ้ายอ้าย ไม่ให้พวกนางโดนคนอื่นรังแกอีกที

            เมื่อคนรุ่นต่อไปถือกำเนิดสกุลหยวนจะยังมีผู้สืบทอดต่อไป

            นายหญิงสามตกตะลึงกับวาจาของนายท่านสามจนพูดไม่ออกนางรู้ตัวว่าตนเองยิ่งช่วยก็ยิ่งยุ่งแล้ว เลยอดใจเสียเล็กน้อยไม่ได้พึมพำและมิกล้าเอ่ยสิ่งใดอีก

            นายท่านผู้เฒ่าหยวนมู่กลับรู้สึกแปลกใหม่

            สถานการณ์ปัจจุบันของสกุลหยวนแน่นอนว่าสร้างความลำบากให้กับบ้านสามที่ทุ่มเททำการค้ามาก หลังจากแยกบ้านบ้านสามตั้งตัวเป็นอิสระ ทำการค้าอะไรย่อมยืดแข้งยืดขาได้สะดวกไม่ได้รับผลกระทบจากชื่อเสียงในตอนนี้ของสกุลหยวนอีก

            แต่หลังจากแยกจวน บ้านสามจะหมดสิทธิ์ในการสืบทอดตระกูลสายหลักไป

            นายท่านผู้เฒ่าหยวนมู่รู้ว่าเขาไม่มีบุตรในอ้อมอกอีกแล้วคนที่อยู่ในคราบของหยวนชิงชิวเป็นคนที่เยี่ยนเจาเจาพามาเขาจะยินดีสืบทอดสกุลหยวนอันยุ่งเหยิงนี้ได้อย่างไร?

            กลับกันเจินเจินและอ้ายอ้ายมีการเรียนก้าวหน้าคนก็ปราดเปรื่อง หากสอนดีๆ แม้จะไม่อาจแบกแผ่นดินครึ่งค่อนแคว้นเช่นองค์ฮ่องเต้หญิงหรือองค์หญิงแต่การดูแลสกุลหยวนเล็กๆ นี้ก็ไม่ใช่ปัญหา

            ยิ่งไปกว่านั้นคำพูดของเจินเจินกับอ้ายอ้ายบ่งบอกหลายครั้งว่าไม่อยากแต่งงานเร็วเพื่อดูแลสามีและบุตรเขาเลยอยากสอนพวกนางอีกสักสองปี เมื่อใดที่พวกนางสามารถยืนด้วยลำแข้งตัวเองแล้วค่อยส่งพวกนางออกไปโบยบินเอง

            ด้วยเหตุนี้ สกุลหยวนก็ตัดสินใจแยกจวนเสร็จก่อนวันปีใหม่ไปอีกเรื่อง

            จวนสกุลหยวนเดิมตกอับอยู่แล้วก่อนหน้านี้ยังใช้เงินเก็บจำนวนมากเพื่อส่งนายหญิงผู้เฒ่าจากไปหากต้องการแยกจวนอีก ย่อมไม่มีทรัพย์สินมากมายขนาดนั้น

            นายท่านสามกลับรู้อยู่แก่ใจไม่เพียงไม่เอาทรัพย์สินกองกลางของสายหลักยังแบ่งเงินที่เก็บออมจากการทำการค้ามาตลอดหลายปีออกมามากกว่าครึ่งบอกว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่เลี้ยงดูของผู้อาวุโสหยวนมู่และพี่ชายก็มีบุตรสาวยังโตไม่เต็มวัย ใจเขาทั้งเคารพรักทั้งเมตตาหวังว่านายท่านผู้เฒ่าจะไม่รังเกียจ

            นายท่านบ้านสามผู้นี้เดิมเป็นบุตรชายที่หยวนมู่มีกับอนุภรรยาเพื่อแก้แค้นนายหญิงผู้เฒ่าแทบไม่มีเยื่อใยต่อกัน นับประสาอะไรกับการอุ้มชู แต่ใจเขากลับไม่คิดร้ายยังซื่อสัตย์เสมอ

            ดูเหมือนตอนนี้นายท่านผู้เฒ่าหยวนมู่ถึงเพิ่งตระหนักได้ว่านายท่านสามเนื้อแท้ไม่ได้เลวร้ายแต่กาลเวลาผันผ่านเหมือนสายน้ำ นายท่านสามเติบใหญ่ เขาซึ่งบกพร่องในฐานะบิดาย่อมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

            ปีใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว

            แต่หนานหมิงเหอกลับติดธุระกล่าวว่าตนต้องออกเดินทาง น้ำเสียงจริงจังมาก เจาเจาเลยปล่อยเขาไป ไม่รั้งเขาไว้

            ปีใหม่ครั้งนี้ ซูโจวมีหิมะตกหนัก

            จวนสกุลหยวนที่เคยยิ่งใหญ่คึกคักในอดีต ยามนี้กลับดูรู้สึกอ้างว้างทรุดโทรมเหลือเพียงผู้อาวุโสหยวนมู่และเด็กสาวอายุยังน้อยเชื้อสายเดียวกับเขาสามคน

            เด็กทั้งสามอยู่โต้รุ่งข้ามปีกับผู้อาวุโสหยวนมู่ช่วงนี้เจินเจินกับอ้ายอ้ายง่วนกับเรื่องงานจิปาถะในจวนเพื่อขัดเกลาตนเองสุดท้ายก็ง่วงงุน เผลอสัปหงกเป็นไก่จิกข้าวอยู่ข้างกายผู้อาวุโสหยวนมู่

            ผู้อาวุโสหยวนมู่เห็นหิมะโปรยปรายความโดดเดี่ยวพลันเข้าเกาะกุมหัวใจ อาจจะนึกถึงภาพยามพบกันครั้งแรกกับภรรยาเดิมจึงอดเศร้าสลดไม่ได้ทั้งยังตัดใจไม่ลง

            ไร้ซึ่งหนานหมิงเหอข้างกายเยี่ยนเจาเจาคิดถึงท่านพ่อ ท่านแม่ และท่านป้าของตนที่อยู่ไกลแสนไกลเช่นกันแต่นางมิอาจไต่ถาม ด้วยเกรงว่าตนจะทำให้พวกเขาเดือดร้อน

            ใจปู่หลานต่างก็เปล่าเปลี่ยวไปพักหนึ่งเยี่ยนเจาเจาอยากทำให้ผู้อาวุโสหยวนมู่มีความสุข จึงเอ่ยขึ้นอย่างชาญฉลาดว่าป้ายทองคำพระราชทานของจวนสกุลหยวนโดนทุบแตกไปแล้วไม่มีป้ายทองคำแล้วดูไม่ดีสักเท่าไร มิสู้ให้นางเขียน

            ผู้อาวุโสหยวนมู่ก็รู้ว่ายากจะลบเลือนความโศกเศร้าในใจเจาเจามุ่งมั่นเอาใจเขา เขาก็ตามน้ำไป เลยให้คนหยิบพู่กัน น้ำหมึก กระดาษและแท่งฝนหมึกมาให้เยี่ยนเจาเจาเขียน

            ปัจจุบันตัวนางยังเล็กขอบบนของกระดาษที่จะเขียนคำขวัญอยู่สูงกว่านางด้วยซ้ำ นางกลับไม่กลัวถือพู่กันด้ามหนาหนักไว้ในมือ แล้วสะบัดปลายพู่กันเขียนแผ่นป้ายอันแผ่นให้จวนสกุลหยวน

            น้ำเสียงของเยี่ยนเจาเจายังเป็นเด็กแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง “ท่านปู่ ถ้อยคำที่อาจ้าวเขียนวันนี้อาจไม่มีค่ามากนักแต่หากรออีกสักสองสามปี ราคาเกรงว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณท่านปู่ขายอักษรภาพของอาจ้าวออกไป คงต่อรองได้มูลค่ามหาศาลเจ้าค่ะ”

            นางแสร้งทำตัวกระหายเงินหยอกผู้อาวุโสหยวนมู่จนเบิกบานด้วยใบหน้าไร้เดียงสา นับว่าเป็นการแต่งตัวหลากสีสันให้บิดามารดาบันเทิงใจ[1]

            มองรอยยิ้มบนใบหน้านางไม่รู้เหตุใดผู้อาวุโสหยวนมู่กลับคิดว่าความสามารถของนางอาจไม่ด้อยไปกว่าอาฮุ่ยน้อยในสมัยนั้น ผู้อาวุโสหยวนมู่จึงยิ้ม“หากเป็นเช่นนั้น คงเป็นเกียรติแก่ปู่แล้ว”

            เยี่ยนเจาเจามีความสุขหยิบพู่กันขึ้นมาตวัดเขียนอักษรสี่ตัวใหญ่ต่อ

            “ทุกสิ่งสมหวัง”

            หากทุกสิ่งในใต้หล้าราบรื่น คงจะดีที่สุดแล้วแต่ไม่ใช่สำหรับเยี่ยนเจาเจา นางไม่เพียงต้องการให้สกุลหยวนสมหวังยังต้องการสมหวังในทุกๆ อย่างด้วยนี่คือความโอหังที่เยี่ยนเจาเจากล้ามีไว้ครอบครอง

            เกล็ดหิมะปลิวอยู่นอกเรือนไกลออกไปได้ยินเสียงครึกครื้นของครอบครัวอื่นกำลังจุดประทัด เล่นดอกไม้ไฟรางๆ เรือนหลักจวนสกุลหยวนกลับสงบเงียบเจินเจินอ้ายอ้ายซ้ายขวาง่วงงุนเกินกว่าจะยกศีรษะขึ้นมาได้ สีหน้าชายชราราบเรียบ ดวงตาของเด็กสาวแลดูผ่อนคลาย

            ผู้อาวุโสหยวนมู่มองกระดาษตัดที่ติดบนลายฉลุหน้าต่างบางครั้งบางคราก็ได้ยินเสียงถ่านปะทุขึ้นในโถงหลัก พลันคิดว่าปีหน้าคงไม่ถึงกับสิ้นหวังเสียทีเดียว

            แม้การพาภรรยากลับมาจะเป็นเรื่องยากแต่อย่างน้อยเขายังมีเจินเจินกับอ้ายอ้ายและอาจรวมทั้งเยี่ยนเจาเจาที่ซุกซนเหมือนลิงข้างหน้า

            เฉลิมฉลองช่วงเวลาปีใหม่กันจบไปอย่างรวดเร็ว

            ผู้อาวุโสหยวนมู่ได้รับข่าวหนึ่งมา

            ฝ่าบาททรงอนุญาตให้เขาเก็บอักษรภาพของจวนสกุลหยวนนั้นทั้งยังบอกให้เขาเรียกคนนำมันไปแขวนประดับไว้ แต่แผ่น “ทุกสิ่งสมหวัง”ฝ่าบาทกลับส่งคนมาเอาไปแล้ว

            ไม่เพียง “ทุกสิ่งสมหวัง”ฝ่าบาทยังให้คนหยิบถุงเงินสองใบที่เจาเจาปักเล่นฆ่าเวลาช่วงก่อนหน้านี้ไปด้วย

            คนอื่นไม่รู้ แต่เขากลับทราบดี

            สถานการณ์ในเมืองเซียงเฉิงตอนนี้ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆฝ่าบาทมีกะใจให้คนมาเอาอักษรภาพของเยี่ยนเจาเจาภายใต้ความกดดันรอบด้านเช่นนี้ไม่รู้ว่าฝ่าบาททรงคิดอะไรอยู่

            หากเป็นคนอื่นผู้อาวุโสหยวนมู่คงจะตักเตือนแน่นอน เพราะสถานการณ์ตึงเครียดหากฝ่าบาทห่วงใยคุณหนูตัวน้อย ก็ยิ่งไม่ควรเปิดเผยตัวตนของนางแต่ใครจะไปคาดเดาพระประสงค์ของฝ่าบาทได้เล่า?

            ทว่าปัจจุบันเรื่องราวเคร่งเครียดแล้วจริงๆปีที่ผ่านมานี้ฝ่าบาทมักเขียนจดหมายมาไต่ถามสุขภาพร่างกายของผู้อาวุโสหยวนมู่ด้วยตนเองแต่ปีนี้กลับไม่มีเลย เห็นได้ชัดว่ากำลังยุ่งวุ่นวายจนไม่มีกระทั่งเวลาเขียนจดหมาย

            แต่ฝ่าบาทก็ยังคงส่งคนมามอบขวัญอย่างเปิดเผย บางส่วนให้ผู้เฒ่าอย่างเขาบางส่วนมอบให้เจินเจินกับอ้ายอ้าย เป็นการแสดงความใส่ใจต่อครอบครัวคนที่โปรดปราน

            รางวัลสำหรับเยี่ยนเจาเจาและหนานหมิงเหอถูกเตรียมแยกออกมาของเจาเจาเป็นหยกพกขาวโบราณชิ้นหนึ่ง ส่วนของหนานหมิงเหอเป็นชุดกระดาษ พู่กันที่ฝนหมึกและแท่งฝนหมึกค่อนข้างเก่า

            ผู้อาวุโสหยวนมู่ดูออกว่านี่คือของที่ฝ่าบาททรงโปรดตอนยังทรงพระเยาว์แฝงความหมายชมเชยและปลุกใจมากจนเกินคำบรรยาย แต่เขามิกล้าเอ่ยออกไป

            หนานหมิงเหอก็ช่างเถอะเด็กหนุ่มนั่นดูสุภาพตลอดเวลา คงจะมองอะไรไม่ออก ตอนนี้ยังไม่อยู่ในเรือนสิ่งเดียวที่เขาเป็นห่วงคือคุณหนูผู้หยิ่งผยองอย่างเยี่ยนเจาเจาจะดูแคลนมัน

            โชคดียิ่งที่เยี่ยนเจาเจารักท่านป้าของนางมากไม่สนใจว่าหยกนั่นจะเป็นของคุณภาพต่ำหรือรูปแบบล้าหลังด้วยซ้ำกลับรู้สึกชอบมากจนวางไม่ลง ถักพู่ใหม่ร้อยหยกพกด้วยตนเองทันที แล้วแขวนไว้ข้างเอวแขวนทุกวันไม่ยอมถอด

            ฝั่งฝ่าบาทและองค์หญิงติดต่อกับเยี่ยนเจาเจาเพียงครั้งนี้หนเดียวเจาเจาไม่ได้รับรู้ถึงความห่วงใยที่ท่านป้ามีต่อนางเลยและเวลาก็ผันผ่านไปอย่างเร่งรีบ

            ---------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] แต่งตัวหลากสีสันให้บิดามารดาบันเทิงใจคือคำสอนของขงจื๊อให้กตัญญู เลี้ยงดูและปรนนิบัติบิดามารดาเรื่องราวดังกล่าวมาจากนักพรตกตัญญูผู้หนึ่ง นามว่า “เหล่าไหลจื่อ”แม้อายุเจ็ดสิบปีแล้ว แต่ยังแต่งตัวด้วยอาภรณ์สีสันสดใส สร้างความบันเทิงใจให้บิดามารดาได้ขบขัน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730