งานศพของทีปต์ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติคุณอภิมุขและคุณนายวัลลภาเดินทางมางานศพลูกชายอย่างเศร้าสร้อย แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่างานที่ลูกชายทำอยู่นั้นเสี่ยงต่อชีวิตขนาดไหนแต่ในเมื่อลูกได้ติดสินใจแล้วทั้งสองก็สุดจะห้าม
ท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตาที่ทยอยเข้ามาในงาน อันนามักจะเห็นคนคนหนึ่งที่คอยช่วยงานอยู่เสมอจนทำให้งานศพของทีปต์แทบไม่มีอะไรที่ขาดตกบกพร่องไปเลยแม้แต่น้อย เธอยังอดสงสัยไม่ได้ด้วยซ้ำว่าั้แ่ที่เขาไปบอกเธอเื่พี่ชายตัวเขาจะได้พักบ้างหรือเปล่า แขนที่ทำท่าว่าจะเจ็บนั้นดูเหมือนจะยังไม่ดีขึ้นเสียด้วยซ้ำแถมสีหน้าที่ดูซีดเซียวนั้นอีกมันบ่งบอกเธอได้เป็อย่างดีว่าเ้าตัวไม่ได้คิดจะใส่ใจตัวเองเลยแม้แต่น้อย…แต่ช่างปะไรเธอไม่สนใจหรอกจะเป็จะตายก็เื่ของเขา เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็เลิกสนใจแล้วเดินไปช่วยมารดาเตรียมของโดยไม่ทันได้รู้ตัวว่าคนที่เธอแอบว่าเขาอยู่ในใจนั้นคอยมองเธออยู่ตลอดเหมือนกัน
“อ๊ะ!!” ด้วยความที่ไม่ทันระวังทำให้ธามชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างจัง
“ธาม…เป็อะไรหรือเปล่าลูก อาว่าไปพักหน่อยดีกว่าไมสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” คุณอภิมุขบิดาของทีปต์เอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นสภาพเพื่อนลูกชาย เขารู้จักธามมานานั้แ่ที่ทีปต์เข้าหน่วยฝึกใหม่ๆแล้วยังพอรู้จากปากของทีปต์อีกว่าชายชาติทหารคนนี้คิดอย่างไรกับลูกสาวของตน ซึ่งถ้าหากทั้งสองจะรักกันตัวเขากับภรรยาก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรดีเสียด้วยซ้ำที่เป็ธามหากเป็คนอื่นเขาคงจะไม่ไว้ใจที่จะให้ดูแลลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน
“ไม่เป็ไรครับ…ผมยังไหว” แม้ปากจะตอบไปเช่นนั้นแต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับรู้สึกปวดหัวเหลือเกิน สงสัยร่างกายมันคงเริ่มจะประท้วงเสียแล้ว ธามไม่ได้ไปทำแผลที่โรงพยายาลเพียงแต่ทำแผลเองลวกๆเท่านั้นหลายครั้งที่เขาก้มๆเงยๆแล้วรู้สึกเหมือนจะวูบไปแต่ชายหนุ่มก็แข็งใจเอาไว้ ขอเถอะ…ขอทำหน้าที่เพื่อนครั้งสุดท้าย…
“ไปนอนพักสักหน่อยเถอะทางนี้ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว คนก็อยู่กันตั้งเยอะแยะเป็อะไรขึ้นมาจะแย่ไปอีกคน” อภิมุขรู้ดีว่าธามตัวคนเดียวไม่มีใครที่ไหน แถมยังเป็เพื่อนกับทีปต์มานานไม่แปลกหากเขาจะเป็ห่วงเสมือนธามคือลูกชายอีกคน
“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปพักสักครู่นะครับ” แปปเดียวเท่านั้นขอแค่รู้สึกดีขึ้น…
“นอนห้องทีปต์ก็ได้จะได้ไม่มีใครรบกวน แถวนี้คนเดินไปเดินมา” อภิมุขยังนึกห่วง
“ครับ…ขอตัวนะครับ” ธามลากสังขารตัวเองไปทางห้อนอนของทีปต์ ขอพักเอาแรงหน่อยก็แล้วกัน…
“ข้าว…มาหาพ่อหน่อยสิลูก” คุณอภิมุขเรียกลูกสาวที่ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่เขาก็สังเกตุอยู่นานว่าเ้าตัวชำเลืองมองธามอยู่บ่อยครั้ง
“คะพ่อ…มีอะไรเหรอคะ”
“ไปดูพี่เขาหน่อย พ่อว่าอาการไม่ค่อยดีนะ”
“ช่างเขาสิคะ…สงสัยกรรมจะตามทันละมั้ง”
“ทำไมพูดอย่างนั้นละลูก ข้าวเป็หมอไม่ใช่หรือหมอเลือกที่จะรักษาใครไม่รักษาใครก็ได้งั้นหรือลูก” คุณอภิมุขรู้ดีว่าลูกสาวคงจะโกรธธามแต่มันไม่ใช่ความผิดของชายหนุ่มเขาจึงไม่เห็นด้วยกับการแสดงออกของลูกสาว
“พ่อคะ…พ่อก็รู้ไม่ใช่เหรอคะว่าที่พี่ทีปต์ต้องตายเป็เพราะใคร”อันนาพูดกับพ่อน้ำตาคลอ
“มันเป็อุบัติเหตุนะลูก แล้วอีกอย่างคนที่ยิงก็ไม่ใช่ธามแต่เป็คนร้ายต่างหาก” อภิมุขพยายามอธิบายเหตุผลให้อันนาฟัง
“ค่ะ” รู้ไม่ใช่เธอไม่รู้แต่ไม่ใช่เพราะคนร้ายจะยิงเขาหรอกหรือพี่ชายเธอถึงต้องเป็คนรับเคราะห์
“ไปดูพี่เขาหน่อยเถอะ…คิดซะว่าพ่อขอร้อง” อภิมุขขอร้องลูกสาวเพราะตอนนนี้ก็มีแค่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถดูแลธามได้
“ก็ได้ค่ะ” อันนารับคำอย่างไม่เต็มใจนัก หญิงสาวเดินหน้างอบอกบุญไม่รับไปยังห้องของพี่ชาย