ฟาดเรียบ Trick and Touch

    35. ล่อลวงเธอด้วยความจริงใจ

            สายๆ ของอีกวัน เป็นอีกครั้งที่ธารทิพย์ตื่นขึ้นมาพบว่าอัคนีไม่ได้นอนอยู่ข้างๆเธอ

            ความจริงแล้วปกติเธอจะตื่นเช้าจะมีเพียงวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดเท่านั้นที่เธอจะตื่นสายเพราะไม่ต้องออกไปทำธุระปะปังอะไรแต่ดูเหมือนอัคนีจะไม่ได้เป็นแบบเธอเธอเคยค้างคืนกับเขามาแล้วสามครั้งและทุกครั้งเขาจะเป็นฝ่ายที่ตื่นก่อนเธอเสมอ

            พอธารทิพย์เดินออกมาก็เห็นว่าแฟนหนุ่มของเธอกำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเขามองหน้าจอแล้วก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นดู จากนั้นก็พิมพ์ข้อความและกดส่งออก

            “วันหยุดก็ยังต้องทำงานอีกเหรอคะ”

            เขาเงยหน้าขึ้นจากจอมองสบตากับเธอและยิ้มออกมา “หัวหน้าแจ้งว่าอาทิตย์หน้าให้ไปเข้าร่วมงานสัมมนาเรื่องอสังหาน่ะ”

            พูดจบก็พับจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คลงและยกไปเก็บที่โต๊ะทำงานในห้องนอนก่อนจะเดินกลับออกมา

            “หิวหรือยัง ไปล้างหน้ามาก่อนเถอะ”เขาเดินไปที่โซนครัวและเริ่มเอาอาหารมาอุ่นให้เธอ

            ธารทิพย์เข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำไม่นานก็เดินกลับออกมา

            “พี่ลงไปซื้อโจ๊กมาให้ร้านอยู่ข้างล่าง ตอนแรกว่าจะพาน้ำลงไปนั่งกินที่ร้าน แต่พี่กลัวน้ำจะเดินไม่ไหว”

            เขาพูดด้วยท่าทางปกติ เหมือนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปแต่ธารทิพย์กลับรู้สึกร้อนตัว เขาหมายความว่ายังไงที่ว่ากลัวเธอจะเดินไม่ไหว

            ภาพการเล่นพิเรนทร์ไหลเข้ามาในหัว เธอกระแอมเบาๆก่อนจะพูดต่อ “น้ำเดินไหวค่ะ”

            เขาไม่ได้พูดอะไรอีกได้แต่อมยิ้มและยกชามใส่โจ๊กออกมาจากไมโครเวฟ

            ถึงจะมีโซนทำครัวแต่อุปกรณ์กลับไม่ได้มีอะไรมาก มีแค่ไมโครเวฟ ตู้เย็น กาต้มน้ำ ชั้นเก็บของ และเค้าน์เตอร์วางของเท่านั้น

            ธารทิพย์นึกไปถึงชาติที่แล้วที่เธอจากมาสมัยนั้นเริ่มมีการใช้เตาไฟฟ้าและเตาแม่เหล็กไฟฟ้ากันแล้ว อีกทั้งยังราคาไม่แพงความสะดวกในการทำอาหารจึงมีมากกว่าสมัยนี้

            “แล้วของพี่อาร์มล่ะคะ”เธอเห็นว่ามีโจ๊กแค่ชามเดียวเท่านั้น

            “พี่กินเรียบร้อยแล้วเมื่อคืนใช้แรงเยอะ ตื่นมาก็หิว งอนหรือเปล่า” เขาเล่าให้ฟังจากนั้นก็เหลือบตามองเธอก่อนจะถามประโยคสุดท้าย

            “งอนเรื่องอะไรคะ” เธอเพิ่งตื่นจะมีอารมณ์ไปงอนเขาได้ยังไงกัน

            “พี่ไม่ได้รอกินข้าวเช้าด้วย”

            “เรื่องแค่นี้น้ำจะงอนทำไมคะน้ำไม่ใช่เด็กซะหน่อย”

            “แฟนพี่น่ารักจริงๆ” เขาโน้มตัวมาจุ๊บเบาๆที่หน้าผากของเธอ

            พอกินโจ๊กจนหมดชามธารทิพย์จะหยิบไปล้างเองแต่ก็ถูกเขาแย่งไปก่อน “เป็นแขกอยู่เฉยๆ ก็พอ”

            “ตอนพี่อาร์มไปเป็นแขกบ้านน้ำพี่อาร์มยังล้างจานเลย”

            “พี่ไม่ได้เป็นแขกอย่างเดียวนี่พี่เป็นแฟนน้ำด้วย จะให้แฟนทำได้ยังไง”

            “พี่อาร์มชอบทำงานบ้านเหรอคะ”

            “ก็ไม่ได้ชอบ” เขาตอบโดยไม่ทันคิด“แต่พี่ชอบที่ได้ทำอะไรๆ ให้น้ำ ดูสิ พี่น่ารักขนาดไหน”

            “เลิกล่อลวงน้ำได้แล้วค่ะ”

            “ล่อลวงด้วยความจริงใจผิดตรงไหนกัน”

            ธารทิพย์ขี้เกียจจะเถียงกับเขาเธอลุกขึ้นเดินไปสำรวจทั่วๆ ห้อง

            ห้องนั่งเล่นมีชั้นวางทีวี โต๊ะกลางโซฟา และยังมีตู้โชว์สำหรับวางของด้วย บนนั้นมีหนังสือและของจำนวนหนึ่ง

            เธอเดินเข้าไปใกล้ๆอยากรู้ว่าปกติเขาสะสมอะไร สนใจอะไร หนังสือที่เขาชอบ ของที่เขาสะสม เธอไม่เคยรู้เลยสักอย่างเธอรู้แค่ว่าเขาชอบเล่นกีฬาและออกกำลังกาย

            เธอไล่สายตาดูชื่อหนังสือมีหนังสือเกี่ยวกับการลงทุน หนังสือฝึกภาษา หนังสือจิตวิทยา หนังสือพัฒนาบุคลิกภาพเธอสรุปได้คร่าวๆ ว่าหนังสือที่เขาอ่านคงจะมีแต่เรื่องที่ต้องใช้ในการทำงาน

            จากนั้นเธอไล่สายตามาถึงชั้นที่ค่อนข้างโล่งชั้นนี้เป็นชั้นที่เขาใส่ของสะสมเอาไว้โชว์ มีโมเดลลูกโลก โมเดลโมเมนตัม แล้วก็ปากกาหรูยี่ห้อหนึ่ง

            คนทำงานมักต้องมีปากกาแบบนี้เอาไว้เพื่อเซ็นเอกสารสำคัญธารทิพย์รู้สึกว่าปากกาด้ามนั้นดูคุ้นตา เหมือนว่าเธอเคยเห็นที่ไหน

            อัคนีสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง “จำได้ไหม”

            “อะไรคะ”

            “จำไม่ได้รึไง ปลาทอง”เขาพูดพร้อมเอามือบีบที่แก้มของเธอเบาๆ

            ถูกเรียกว่าปลาทองก็คือการประชดว่าเธอมีความจำแสนสั้น หรือไม่ก็ขี้ลืม

            ธารทิพย์ไม่เข้าใจว่ามีอะไรที่เธอจะต้องจำได้เธอมาที่ห้องของเขาครั้งแรก จะมีอะไรที่ต้องจำได้ได้ยังไงกัน

            เธอไล่สายตามองไปอีกเห็นแก้วกาแฟใบหนึ่งสีสันจัดจ้านสะดุดตา “นี่มัน...”

            “จำได้หรือยัง”

            เธอเอื้อมมือไปจะหยิบแก้วใบนั้นขึ้นมาดูกลับถูกเขารั้งมือไว้ “ห้ามจับ พี่หวง”

            “นี่น้ำซื้อให้ไม่ใช่เหรอจะมาหวงทำไมคะ”

            “เดี๋ยวน้ำทำตกแตกจะทำยังไงพี่อุตส่าห์เก็บมาตั้งหลายปี”

            เธอส่งเสียง หึ ในลำคอ

            “ถ้าตกแตก น้ำซื้อให้ใหม่ก็ได้ค่ะ” แค่แก้วกาแฟราคาไม่กี่บาทเองเธอซื้อให้เขาสิบใบก็ยังได้

            “ไม่ได้ ไม่เหมือนกันนี่เป็นแก้วกาแฟที่น้ำซื้อให้พี่เมื่อหลายปีก่อนแก้วอย่างอื่นจะมาเทียบได้ยังไงกัน” เขาพูดด้วยท่าทางขึงขังจริงจัง

            ธารทิพย์กลอกตามองบนเบาๆ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางเห็น

            เธอไม่ได้เอ่ยปากโต้แย้งกับเขา เพียงไล่สายตาต่อไปอีกพบว่าของชิ้นต่อไปเป็นกล่องสี่เหลี่ยมใบเล็ก ข้างในมีกลไกซ่อนอยู่ “อันนี้น้ำซื้อให้น้านุชนี่ทำไมมาอยู่ที่พี่อาร์มล่ะ”

            “แม่พี่ฟังเบื่อแล้ว เลยยกให้พี่คนแก่ก็แบบนี้แหละ ไม่ชอบของพวกนี้หรอก”

            ธารทิพย์หันไปมองหน้าเขาเธอไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด ต่อให้ไม่ชอบฟังเก็บไว้เฉยๆ ก็ได้ จะต้องให้คนอื่นทำไมกันเธอรู้ว่านุชนารถไม่ใช่คนแบบนั้น

            เขาเห็นเธอเอียงหน้ามองมาก็ใจอ่อน “เอาล่ะๆพี่ไปขอมาจากแม่เองแหละ” จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ขอ เขาแย้งมาเลยต่างหากล่ะ

            “พี่อาร์มชอบกล่องดนตรีเหรอคะ”

            “เปล่า”

            “แล้วไปขอมาทำไม”

            “พี่ก็อยากได้ของขวัญแต่ไม่มีใครซื้อให้”เขาพูดพลางทำท่าน่าสงสาร

            “น้ำก็ซื้อให้แล้วนี่”

            “แต่ปีนั้นน้ำไม่ได้ซื้อของขวัญให้พี่ให้แต่แม่พี่”

            “น้ำไม่รู้ว่าพี่อาร์มจะมา สองสามปีก่อนหน้านั้นพี่อาร์มก็ไม่ได้มานี่คะ”

            เธอจำได้ว่าตอนนั้นเธอคิดว่าเขาคงไม่ได้มาด้วยเพราะว่าชาติที่แล้วเขาก็ไม่ได้มา เธอจึงไม่ได้เตรียมซื้อของขวัญไว้ให้เขาไม่คิดว่าเขาจะรู้สึกน้อยใจ

            “ปีต่อมาน้ำก็ซื้อของขวัญให้แต่พี่อาร์มก็ทำหน้าบึ้งใส่น้ำนี่นา” เธอทวนความจำให้เขา เขาจะได้เลิกคิดว่าตัวเองน่าสงสารซะที

            เธอต่างหากที่น่าสงสารพยายามทำดีด้วยแต่สิ่งที่ได้กลับมามีแต่ท่าทีห่างเหินจากเขา

            “ผู้ชายก็มีช่วงที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆบ้าง พี่ขอโทษแล้วกันนะ ดูสิ พี่ยังเอามาไว้ที่นี่ด้วยเลย ถ้าไม่คิดว่าสำคัญพี่จะเอามาทำไมเอาเก็บไว้ที่บ้านก็ได้” เขาอธิบายพร้อมกับเอ่ยชมตัวเองเรียบร้อย

            “พี่อาร์มชวนน้ำมาที่นี่เลยกลับไปเอามาตั้งไว้ใช่ไหม อาทิตย์ที่แล้วน้ำรู้ว่าพี่อาร์มกลับบ้านด้วยเพิ่งกลับไปเอามาใช่ไหมล่ะ”

            เธอเคยมีชีวิตอยู่มานานจนถึงแก่ตายเขาคิดจะหลอกให้เธอหลงชื่นชมได้หรือไงกัน อาทิตย์ก่อนที่เธอกลับบ้านแม่ของเขาโทรมาหาแม่ของเธอ เธอฟังอยู่ไกลๆ จับใจความได้ว่าเขากลับบ้านพวกผู้ชายมักมีเล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงให้ผู้หญิงลุ่มหลงแบบนี้

            “ไม่ใช่ พี่เอามาตั้งนานแล้ว”เขาเอ่ยประท้วงอย่างไม่ยินยอม “วันนั้นแม่พี่ไปบ้านน้ำ พี่โทรไปบอกให้แม่เตรียมหากล่องเก็บไว้ให้แล้วพี่ก็กลับไปเอา”

            “วันไหนคะที่โทรบอกน้านุชวันไหนที่น้านุชไปบ้านน้ำ น้ำไม่เห็นจะจำได้เลย”

            “วันที่ฉลองให้น้ำเรียนจบ ม.ปลาย”

            ธารทิพย์นึกย้อนกลับไปวันนั้นเหมือนว่าอัคนีจะโทรมาหาแม่ของเขาจริงๆ เธอจำได้ว่านุชนารถพูดทำนองว่า ‘เดี๋ยวกลับไปจะหาไว้ให้จะมาเอาอาทิตย์หน้าใช่ไหม’

            เห็นเธอนิ่งไป เขาก็เริ่มได้ใจ “จำได้แล้วใช่ไหม”

            “พอจะนึกออกอยู่ค่ะน้ำจำได้ว่าพี่อาร์มโวยวายใส่น้านุชด้วย”

            “พี่โวยวายที่ไหนกันพี่แค่ถามแม่ว่าทำไมไม่บอกพี่”

            เขายังมีของขวัญปีใหม่ตอนเธออายุสิบแปดที่ยังไม่ได้ให้เธออย่างน้อยถ้าแม่บอกเขา ต่อให้เขาไม่ได้ไปด้วยก็ยังฝากของขวัญไปให้เธอได้ การมีปฏิสัมพันธ์กันบ้างเธอจะได้ไม่ลืมเขา

            “ถ้าน้านุชบอกพี่อาร์มจะไปฉลองด้วยเหรอ”

            “แน่นอนสิพี่มีของขวัญที่ยังไม่ได้ให้น้ำ อีกอย่างไม่ได้เจอกันมาปีกว่า น้ำก็จะลืมพี่น่ะสิ”

            “พี่อาร์มคิดว่าแค่ให้ของขวัญน้ำก็จะไม่ลืมพี่อาร์มแล้วเหรอ”

            “ใช่” เขาตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ

            “หลงตัวเอง”

            “ตั้งแต่พี่ได้ของขวัญของน้ำมาเวลามองพวกมันพี่ก็จะนึกถึงน้ำ”

            “จริงเหรอคะ”

            “จริงสิ”

             “พี่อาร์มมองของพวกนี้แล้วนึกถึงน้ำว่ายังไงเหรอ”

            “ก็...” เวลามองของขวัญแล้วเขาก็คิดว่าเมื่อไรเธอจะโตเขาจะได้ทำเรื่องไม่ดีกับเธอไงล่ะ แต่เขาจะบอกเธอแบบนั้นได้ยังไง เสียภาพพจน์หมด

            เขากระแอมเบาๆ “ก็คิดว่ามีเด็กน่ารักคนหนึ่งซื้อของขวัญให้พี่ไง”

            “พี่อาร์มคิดว่าน้ำน่ารักเหรอคะ”

            “ใช่สิ น้ำน่ารัก พี่ถึงได้รักไง”

            ธารทิพย์ได้แต่สงสัยว่าเขาไปเอาคำพูดชวนเลี่ยนพวกนี้มาจากไหน

            “เห็นไหม พี่จริงใจนิสัยดีรักน้ำคนเดียว ควรให้รางวัลสักหน่อยไหม”

            “ไม่ให้ค่ะ น้ำยังไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงินซื้อของให้หรอกนะ”

            ถึงบ้านเธอจะพอมีเงินใช้ไม่ขาดมือแต่จะให้เอาเงินพ่อแม่มาซื้อของให้ผู้ชาย เธอก็คิดว่าไม่ค่อยเหมาะสมเมื่อก่อนเธอซื้อของขวัญให้เขาในฐานะที่เขาเป็นลูกชายของเพื่อนแม่ และแม่ของเขาก็ซื้อของให้เธอเหมือนกัน

            ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่เขาอยู่ในฐานะแฟนของเธอเป็นผู้ชายของเธอ ไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกพ่อแม่

            “พี่ไม่ได้จะเอาของซะหน่อย”

            “งั้นพี่อาร์มจะเอาอะไรคะ”

            อยู่ๆ ธารทิพย์ก็รู้สึกว่าแฟนหนุ่มของเธอเริ่มหายใจแรงขึ้น

            “น้ำไม่รู้จริงๆ เหรอ ว่าพี่จะเอาอะไร”น้ำเสียงของเขาแหบพร่า

            ธารทิพย์มีลางสังหรณ์ว่าเธอคงจะงานเข้าอีกแล้ว

    คล้ายกับเรื่องฟาดเรียบ Trick and Touch ที่คุณอ่าน