สายๆ ของอีกวัน เป็นอีกครั้งที่ธารทิพย์ตื่นขึ้นมาพบว่าอัคนีไม่ได้นอนอยู่ข้างๆเธอ
ความจริงแล้วปกติเธอจะตื่นเช้าจะมีเพียงวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดเท่านั้นที่เธอจะตื่นสายเพราะไม่ต้องออกไปทำธุระปะปังอะไรแต่ดูเหมือนอัคนีจะไม่ได้เป็นแบบเธอเธอเคยค้างคืนกับเขามาแล้วสามครั้งและทุกครั้งเขาจะเป็นฝ่ายที่ตื่นก่อนเธอเสมอ
พอธารทิพย์เดินออกมาก็เห็นว่าแฟนหนุ่มของเธอกำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเขามองหน้าจอแล้วก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นดู จากนั้นก็พิมพ์ข้อความและกดส่งออก
“วันหยุดก็ยังต้องทำงานอีกเหรอคะ”
เขาเงยหน้าขึ้นจากจอมองสบตากับเธอและยิ้มออกมา “หัวหน้าแจ้งว่าอาทิตย์หน้าให้ไปเข้าร่วมงานสัมมนาเรื่องอสังหาน่ะ”
พูดจบก็พับจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คลงและยกไปเก็บที่โต๊ะทำงานในห้องนอนก่อนจะเดินกลับออกมา
“หิวหรือยัง ไปล้างหน้ามาก่อนเถอะ”เขาเดินไปที่โซนครัวและเริ่มเอาอาหารมาอุ่นให้เธอ
ธารทิพย์เข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำไม่นานก็เดินกลับออกมา
“พี่ลงไปซื้อโจ๊กมาให้ร้านอยู่ข้างล่าง ตอนแรกว่าจะพาน้ำลงไปนั่งกินที่ร้าน แต่พี่กลัวน้ำจะเดินไม่ไหว”
เขาพูดด้วยท่าทางปกติ เหมือนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปแต่ธารทิพย์กลับรู้สึกร้อนตัว เขาหมายความว่ายังไงที่ว่ากลัวเธอจะเดินไม่ไหว
ภาพการเล่นพิเรนทร์ไหลเข้ามาในหัว เธอกระแอมเบาๆก่อนจะพูดต่อ “น้ำเดินไหวค่ะ”
เขาไม่ได้พูดอะไรอีกได้แต่อมยิ้มและยกชามใส่โจ๊กออกมาจากไมโครเวฟ
ถึงจะมีโซนทำครัวแต่อุปกรณ์กลับไม่ได้มีอะไรมาก มีแค่ไมโครเวฟ ตู้เย็น กาต้มน้ำ ชั้นเก็บของ และเค้าน์เตอร์วางของเท่านั้น
ธารทิพย์นึกไปถึงชาติที่แล้วที่เธอจากมาสมัยนั้นเริ่มมีการใช้เตาไฟฟ้าและเตาแม่เหล็กไฟฟ้ากันแล้ว อีกทั้งยังราคาไม่แพงความสะดวกในการทำอาหารจึงมีมากกว่าสมัยนี้
“แล้วของพี่อาร์มล่ะคะ”เธอเห็นว่ามีโจ๊กแค่ชามเดียวเท่านั้น
“พี่กินเรียบร้อยแล้วเมื่อคืนใช้แรงเยอะ ตื่นมาก็หิว งอนหรือเปล่า” เขาเล่าให้ฟังจากนั้นก็เหลือบตามองเธอก่อนจะถามประโยคสุดท้าย
“งอนเรื่องอะไรคะ” เธอเพิ่งตื่นจะมีอารมณ์ไปงอนเขาได้ยังไงกัน
“พี่ไม่ได้รอกินข้าวเช้าด้วย”
“เรื่องแค่นี้น้ำจะงอนทำไมคะน้ำไม่ใช่เด็กซะหน่อย”
“แฟนพี่น่ารักจริงๆ” เขาโน้มตัวมาจุ๊บเบาๆที่หน้าผากของเธอ
พอกินโจ๊กจนหมดชามธารทิพย์จะหยิบไปล้างเองแต่ก็ถูกเขาแย่งไปก่อน “เป็นแขกอยู่เฉยๆ ก็พอ”
“ตอนพี่อาร์มไปเป็นแขกบ้านน้ำพี่อาร์มยังล้างจานเลย”
“พี่ไม่ได้เป็นแขกอย่างเดียวนี่พี่เป็นแฟนน้ำด้วย จะให้แฟนทำได้ยังไง”
“พี่อาร์มชอบทำงานบ้านเหรอคะ”
“ก็ไม่ได้ชอบ” เขาตอบโดยไม่ทันคิด“แต่พี่ชอบที่ได้ทำอะไรๆ ให้น้ำ ดูสิ พี่น่ารักขนาดไหน”
“เลิกล่อลวงน้ำได้แล้วค่ะ”
“ล่อลวงด้วยความจริงใจผิดตรงไหนกัน”
ธารทิพย์ขี้เกียจจะเถียงกับเขาเธอลุกขึ้นเดินไปสำรวจทั่วๆ ห้อง
ห้องนั่งเล่นมีชั้นวางทีวี โต๊ะกลางโซฟา และยังมีตู้โชว์สำหรับวางของด้วย บนนั้นมีหนังสือและของจำนวนหนึ่ง
เธอเดินเข้าไปใกล้ๆอยากรู้ว่าปกติเขาสะสมอะไร สนใจอะไร หนังสือที่เขาชอบ ของที่เขาสะสม เธอไม่เคยรู้เลยสักอย่างเธอรู้แค่ว่าเขาชอบเล่นกีฬาและออกกำลังกาย
เธอไล่สายตาดูชื่อหนังสือมีหนังสือเกี่ยวกับการลงทุน หนังสือฝึกภาษา หนังสือจิตวิทยา หนังสือพัฒนาบุคลิกภาพเธอสรุปได้คร่าวๆ ว่าหนังสือที่เขาอ่านคงจะมีแต่เรื่องที่ต้องใช้ในการทำงาน
จากนั้นเธอไล่สายตามาถึงชั้นที่ค่อนข้างโล่งชั้นนี้เป็นชั้นที่เขาใส่ของสะสมเอาไว้โชว์ มีโมเดลลูกโลก โมเดลโมเมนตัม แล้วก็ปากกาหรูยี่ห้อหนึ่ง
คนทำงานมักต้องมีปากกาแบบนี้เอาไว้เพื่อเซ็นเอกสารสำคัญธารทิพย์รู้สึกว่าปากกาด้ามนั้นดูคุ้นตา เหมือนว่าเธอเคยเห็นที่ไหน
อัคนีสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง “จำได้ไหม”
“อะไรคะ”
“จำไม่ได้รึไง ปลาทอง”เขาพูดพร้อมเอามือบีบที่แก้มของเธอเบาๆ
ถูกเรียกว่าปลาทองก็คือการประชดว่าเธอมีความจำแสนสั้น หรือไม่ก็ขี้ลืม
ธารทิพย์ไม่เข้าใจว่ามีอะไรที่เธอจะต้องจำได้เธอมาที่ห้องของเขาครั้งแรก จะมีอะไรที่ต้องจำได้ได้ยังไงกัน
เธอไล่สายตามองไปอีกเห็นแก้วกาแฟใบหนึ่งสีสันจัดจ้านสะดุดตา “นี่มัน...”
“จำได้หรือยัง”
เธอเอื้อมมือไปจะหยิบแก้วใบนั้นขึ้นมาดูกลับถูกเขารั้งมือไว้ “ห้ามจับ พี่หวง”
“นี่น้ำซื้อให้ไม่ใช่เหรอจะมาหวงทำไมคะ”
“เดี๋ยวน้ำทำตกแตกจะทำยังไงพี่อุตส่าห์เก็บมาตั้งหลายปี”
เธอส่งเสียง หึ ในลำคอ
“ถ้าตกแตก น้ำซื้อให้ใหม่ก็ได้ค่ะ” แค่แก้วกาแฟราคาไม่กี่บาทเองเธอซื้อให้เขาสิบใบก็ยังได้
“ไม่ได้ ไม่เหมือนกันนี่เป็นแก้วกาแฟที่น้ำซื้อให้พี่เมื่อหลายปีก่อนแก้วอย่างอื่นจะมาเทียบได้ยังไงกัน” เขาพูดด้วยท่าทางขึงขังจริงจัง
ธารทิพย์กลอกตามองบนเบาๆ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางเห็น
เธอไม่ได้เอ่ยปากโต้แย้งกับเขา เพียงไล่สายตาต่อไปอีกพบว่าของชิ้นต่อไปเป็นกล่องสี่เหลี่ยมใบเล็ก ข้างในมีกลไกซ่อนอยู่ “อันนี้น้ำซื้อให้น้านุชนี่ทำไมมาอยู่ที่พี่อาร์มล่ะ”
“แม่พี่ฟังเบื่อแล้ว เลยยกให้พี่คนแก่ก็แบบนี้แหละ ไม่ชอบของพวกนี้หรอก”
ธารทิพย์หันไปมองหน้าเขาเธอไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด ต่อให้ไม่ชอบฟังเก็บไว้เฉยๆ ก็ได้ จะต้องให้คนอื่นทำไมกันเธอรู้ว่านุชนารถไม่ใช่คนแบบนั้น
เขาเห็นเธอเอียงหน้ามองมาก็ใจอ่อน “เอาล่ะๆพี่ไปขอมาจากแม่เองแหละ” จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ขอ เขาแย้งมาเลยต่างหากล่ะ
“พี่อาร์มชอบกล่องดนตรีเหรอคะ”
“เปล่า”
“แล้วไปขอมาทำไม”
“พี่ก็อยากได้ของขวัญแต่ไม่มีใครซื้อให้”เขาพูดพลางทำท่าน่าสงสาร
“น้ำก็ซื้อให้แล้วนี่”
“แต่ปีนั้นน้ำไม่ได้ซื้อของขวัญให้พี่ให้แต่แม่พี่”
“น้ำไม่รู้ว่าพี่อาร์มจะมา สองสามปีก่อนหน้านั้นพี่อาร์มก็ไม่ได้มานี่คะ”
เธอจำได้ว่าตอนนั้นเธอคิดว่าเขาคงไม่ได้มาด้วยเพราะว่าชาติที่แล้วเขาก็ไม่ได้มา เธอจึงไม่ได้เตรียมซื้อของขวัญไว้ให้เขาไม่คิดว่าเขาจะรู้สึกน้อยใจ
“ปีต่อมาน้ำก็ซื้อของขวัญให้แต่พี่อาร์มก็ทำหน้าบึ้งใส่น้ำนี่นา” เธอทวนความจำให้เขา เขาจะได้เลิกคิดว่าตัวเองน่าสงสารซะที
เธอต่างหากที่น่าสงสารพยายามทำดีด้วยแต่สิ่งที่ได้กลับมามีแต่ท่าทีห่างเหินจากเขา
“ผู้ชายก็มีช่วงที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆบ้าง พี่ขอโทษแล้วกันนะ ดูสิ พี่ยังเอามาไว้ที่นี่ด้วยเลย ถ้าไม่คิดว่าสำคัญพี่จะเอามาทำไมเอาเก็บไว้ที่บ้านก็ได้” เขาอธิบายพร้อมกับเอ่ยชมตัวเองเรียบร้อย
“พี่อาร์มชวนน้ำมาที่นี่เลยกลับไปเอามาตั้งไว้ใช่ไหม อาทิตย์ที่แล้วน้ำรู้ว่าพี่อาร์มกลับบ้านด้วยเพิ่งกลับไปเอามาใช่ไหมล่ะ”
เธอเคยมีชีวิตอยู่มานานจนถึงแก่ตายเขาคิดจะหลอกให้เธอหลงชื่นชมได้หรือไงกัน อาทิตย์ก่อนที่เธอกลับบ้านแม่ของเขาโทรมาหาแม่ของเธอ เธอฟังอยู่ไกลๆ จับใจความได้ว่าเขากลับบ้านพวกผู้ชายมักมีเล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงให้ผู้หญิงลุ่มหลงแบบนี้
“ไม่ใช่ พี่เอามาตั้งนานแล้ว”เขาเอ่ยประท้วงอย่างไม่ยินยอม “วันนั้นแม่พี่ไปบ้านน้ำ พี่โทรไปบอกให้แม่เตรียมหากล่องเก็บไว้ให้แล้วพี่ก็กลับไปเอา”
“วันไหนคะที่โทรบอกน้านุชวันไหนที่น้านุชไปบ้านน้ำ น้ำไม่เห็นจะจำได้เลย”
“วันที่ฉลองให้น้ำเรียนจบ ม.ปลาย”
ธารทิพย์นึกย้อนกลับไปวันนั้นเหมือนว่าอัคนีจะโทรมาหาแม่ของเขาจริงๆ เธอจำได้ว่านุชนารถพูดทำนองว่า ‘เดี๋ยวกลับไปจะหาไว้ให้จะมาเอาอาทิตย์หน้าใช่ไหม’
เห็นเธอนิ่งไป เขาก็เริ่มได้ใจ “จำได้แล้วใช่ไหม”
“พอจะนึกออกอยู่ค่ะน้ำจำได้ว่าพี่อาร์มโวยวายใส่น้านุชด้วย”
“พี่โวยวายที่ไหนกันพี่แค่ถามแม่ว่าทำไมไม่บอกพี่”
เขายังมีของขวัญปีใหม่ตอนเธออายุสิบแปดที่ยังไม่ได้ให้เธออย่างน้อยถ้าแม่บอกเขา ต่อให้เขาไม่ได้ไปด้วยก็ยังฝากของขวัญไปให้เธอได้ การมีปฏิสัมพันธ์กันบ้างเธอจะได้ไม่ลืมเขา
“ถ้าน้านุชบอกพี่อาร์มจะไปฉลองด้วยเหรอ”
“แน่นอนสิพี่มีของขวัญที่ยังไม่ได้ให้น้ำ อีกอย่างไม่ได้เจอกันมาปีกว่า น้ำก็จะลืมพี่น่ะสิ”
“พี่อาร์มคิดว่าแค่ให้ของขวัญน้ำก็จะไม่ลืมพี่อาร์มแล้วเหรอ”
“ใช่” เขาตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ
“หลงตัวเอง”
“ตั้งแต่พี่ได้ของขวัญของน้ำมาเวลามองพวกมันพี่ก็จะนึกถึงน้ำ”
“จริงเหรอคะ”
“จริงสิ”
“พี่อาร์มมองของพวกนี้แล้วนึกถึงน้ำว่ายังไงเหรอ”
“ก็...” เวลามองของขวัญแล้วเขาก็คิดว่าเมื่อไรเธอจะโตเขาจะได้ทำเรื่องไม่ดีกับเธอไงล่ะ แต่เขาจะบอกเธอแบบนั้นได้ยังไง เสียภาพพจน์หมด
เขากระแอมเบาๆ “ก็คิดว่ามีเด็กน่ารักคนหนึ่งซื้อของขวัญให้พี่ไง”
“พี่อาร์มคิดว่าน้ำน่ารักเหรอคะ”
“ใช่สิ น้ำน่ารัก พี่ถึงได้รักไง”
ธารทิพย์ได้แต่สงสัยว่าเขาไปเอาคำพูดชวนเลี่ยนพวกนี้มาจากไหน
“เห็นไหม พี่จริงใจนิสัยดีรักน้ำคนเดียว ควรให้รางวัลสักหน่อยไหม”
“ไม่ให้ค่ะ น้ำยังไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงินซื้อของให้หรอกนะ”
ถึงบ้านเธอจะพอมีเงินใช้ไม่ขาดมือแต่จะให้เอาเงินพ่อแม่มาซื้อของให้ผู้ชาย เธอก็คิดว่าไม่ค่อยเหมาะสมเมื่อก่อนเธอซื้อของขวัญให้เขาในฐานะที่เขาเป็นลูกชายของเพื่อนแม่ และแม่ของเขาก็ซื้อของให้เธอเหมือนกัน
ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่เขาอยู่ในฐานะแฟนของเธอเป็นผู้ชายของเธอ ไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกพ่อแม่
“พี่ไม่ได้จะเอาของซะหน่อย”
“งั้นพี่อาร์มจะเอาอะไรคะ”
อยู่ๆ ธารทิพย์ก็รู้สึกว่าแฟนหนุ่มของเธอเริ่มหายใจแรงขึ้น
“น้ำไม่รู้จริงๆ เหรอ ว่าพี่จะเอาอะไร”น้ำเสียงของเขาแหบพร่า
ธารทิพย์มีลางสังหรณ์ว่าเธอคงจะงานเข้าอีกแล้ว