เมื่อรู้ว่าตอนนี้ผมมีเวลาเพิ่มขึ้น จากการได้อยู่ใกล้ ๆ กับ ผอ. ธนกฤต ผมจึงไม่จำเป็นต้องรีบเร่งอะไรอีกต่อไป
ไม่นาน มะขิงก็เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าผม เธอยื่นบัตรเครดิตคืนให้ ใบหน้าของเธอเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มสดใส เหมือนคนที่เพิ่งได้ของที่อยากได้ครบทุกอย่าง
“พี่ว่าหนูซื้อของหมดไปเท่าไหร่?” เสียงของมะขิงแฝงด้วยความขี้เล่นเล็กน้อย เหมือนกำลังรอให้ผมเดา
ผมครุ่นคิด พลางกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วสายตาก็เลื่อนไปยังถุงกระดาษใบใหญ่ที่เธอถืออยู่
“คงซัก...สองสามพันได้มั้ง” ผมพูดพลางยิ้มบาง ๆ
“ไม่ใช่~” มะขิงลากเสียงยาวอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะยื่นใบเสร็จมาให้ผมดู
ผมเลิกคิ้วขึ้นด้วยความตกใจ ในเวลาแค่ไม่กี่นาที เธอสามารถซื้อของหมดเป็น หมื่น ได้ยังไงกันเนี่ย
“โอ้...ผิดคาดแฮะ” ผมเอ่ยพลางยิ้มบาง ๆ แล้วเอื้อมมือไปโอบไหล่มะขิงเบา ๆ ก่อนจะพาเธอเดินไปข้างหน้า
“มีโรงแรมอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้นะ เราเดินไปได้เลย อีกอย่าง...พี่ก็มีเวลาเพิ่มขึ้นนิดหน่อยแล้ว ไม่ต้องรีบ” พูดจบผมก็หันไปมองเธอพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
เวลาผ่านไปราวสิบกว่านาที ผมกับมะขิงเดินมาถึงหน้าโรงแรมหรู แสงไฟอุ่น ๆ จากโคมระย้าเหนือเพดานสะท้อนพื้นหินอ่อนอย่างสวยงามบรรยากาศรอบตัวเงียบสงบแต่แฝงความหรูหรา
พอถึงทางเข้า ผมหันไปบอกเธอเบา ๆ
“มะขิงไปรอพี่ตรงโซฟาก่อนนะ” ผมชี้นิ้วไปที่ที่มีโซฟาเรียงราย และมุมสวย ๆ
เธอพยักหน้ารับ ก่อนเดินไปยังโซฟาสีครีมใกล้มุมกระจก ส่วนผมก็ก้าวไปยังเคาน์เตอร์เพื่อติดต่อพนักงาน
ตรงนั้นมีพนักงานต้อนรับในชุดสูทยืนยิ้มรออยู่ ผมแจ้งความต้องการเช่าห้องหนึ่งวัน ห้องที่ผมเลือกคือห้องสวีท ราคาหมื่นต้น ๆ หลังจากเซ็นเอกสารและรูดบัตรเรียบร้อย พนักงานก็ยื่นคีย์การ์ดให้พร้อมรอยยิ้มสุภาพ
ผมหันหลังเตรียมจะเดินไปหามะขิงที่นั่งรออยู่ในโซนรับแขก แต่จู่ ๆ สายตาผมก็เหลือบไปเห็นใครบางคนในชุดสูทสีเข้ม ชายคนนั้นคือ ผอ. ธนกฤต
ผมรีบสาวเท้าไปหลบหลังเสาทันที ก่อนจะแอบชะโงกหน้าออกมาดูเพื่อความแน่ใจ ใช่...ไม่ผิดแน่ คนคนนั้นคือ ผอ. ธนกฤต
หัวใจผมเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ผมคงดูเหมือนคนทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ เพราะกำลังแอบมองอยู่จากมุมเสาแบบไม่ให้ใครเห็น
สายตาผมจับจ้องไปที่ห้องห้องหนึ่ง ดูแล้วเป็นห้องรับแขกแบบส่วนตัว แต่ก็สามารถมองเข้าไปได้ เขากำลังนั่งอยู่กับชายอีกสองคน รวมเป็นสามคน และมีผู้หญิงสองคนแต่งตัวดี อายุคงราว ๆ สามสิบกว่า แต่ไม่น่าเกินสี่สิบแน่ ภาพตรงหน้าดูคล้ายกับการประชุมส่วนตัว หรือไม่ก็...อะไรที่มากกว่านั้น
บนโต๊ะมีเพียงแก้วกาแฟอยู่ ผมมองภาพนั้นแล้วคิดในใจว่า พวกเขาคงประชุมกันเสร็จแล้วสินะ
แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ยังคาใจ ผมไม่เห็นผู้หญิงคนที่ออกมารับ ผอ. ธนกฤต ที่ทางเข้าเลย
ในวินาทีนั้นเอง พวกเขาก็ผุดลุกขึ้นจากโซฟา ท่าน ผอ. เดินเข้าไปประชิดผู้หญิงอีกคน ทันทีพร้อมกับทำท่าทีแอบ ๆ มือที่เหี่ยวย่นของเขาเอื้อมไปสัมผัสที่สะโพกของผู้หญิงคนนั้นอย่างจงใจ
"โธ่... ไอ้แก่นี่ไม่เบาเลย..." ผม พึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา
ผมซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ประดับ ท่าน ผอ. ไม่สามารถมองเห็นผมได้แน่ วินาทีต่อมา มือของเขาก็เลื่อนลงไปต่ำกว่าเดิม เกือบจะถึงบั้นท้ายของผู้หญิงคนนั้น แต่เธอคว้ามือเขาไว้ได้เสียก่อน แล้วโน้มตัวเข้าไปกระซิบกระซาบกัน ผมอยากจะรู้เหลือเกิน ว่าพวกเขาคุยเรื่องอะไรกัน
ผมเปิดกล้องถ่ายภาพเอาไว้แล้วตั้งแต่เริ่มแรก ตั้งแต่ตอนที่ ชายสูงวัยคนนั้น เริ่มลูบสะโพกของผู้หญิงคนนั้น ที่ผมบันทึกไว้ ก็เพราะความเผลอไผลชั่วขณะ ไม่ได้มีเจตนาอื่น ใดเลยจริงๆ
...
ในขณะนั้นเอง พนักงานที่เคาน์เตอร์สังเกตเห็นผมเข้า เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะควักมือเรียกเพื่อนมาดู
“เธอ ๆ มาดูนี่สิ พี่ผู้ชายน่ารักมากเลย แอบถ่ายแฟนตัวเองด้วยอะ” พนักงานสาวพูดพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม
เพื่อนของเธอที่เดินเข้ามาดูถึงกับหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดแซวตาม “อุ้ย...น่ารักจัง อยากมีแบบนี้บ้างจังเลย~”
...
ไม่นาน พวกเขาทั้งห้าคนก็เดินตรงเข้าไปตามทางเดินของโรงแรม จนลับสายตาผมไป
ผมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า แล้วปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุด
ตอนนี้คงถึงเวลาที่จะกลับไปหามะขิงได้แล้ว
ผมเดินตรงไปหาเธอที่ยังนั่งรออยู่ตรงโซฟา ใบหน้าของเธอยิ้มแย้มสดใสเหมือนเดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยในช่วงไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
ผมหยุดยืนตรงหน้า แล้วเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงปกติว่า
“ไปกันเถอะ”
ไม่กี่นาทีต่อมา ผมกับมะขิงก้าวออกจากลิฟต์ จุดหมายของเราคือห้อง 2003
ทางเดินของโรงแรมทอดยาวไปข้างหน้า แสงไฟสีอุ่นสะท้อนบนพรมอย่างเรียบหรู
ระหว่างที่เรากำลังเดินไปตามทางนั้น สายตาผมก็เหลือบไปเห็นกลุ่มคนที่คุ้นตาอีกครั้ง ผอ. ธนกฤต และพวกของเขา
พวกเขากำลังเปิดประตูเข้าห้องพักอยู่ไกล ๆ ข้างหน้า
ผมชะงักเพียงครู่ ก่อนจะพยายามทำเหมือนไม่เห็นอะไร ทั้งชั้นนี้ดูเหมือนจะเป็นโซนห้องสวีททั้งหมด ถ้าผมเดาไม่ผิด
ห้องของเราห่างจากห้องของพวกเขาเพียงสามห้อง ก็ถือว่าใกล้พอสมควร จนในที่สุด พวกเขาก็เข้าห้องไปเสียที
ตอนนี้ผมไม่สนใจพวกเขาอีกแล้ว สิ่งที่ดึงความสนใจของผมมากที่สุดกลับเป็น มะขิง
สาวสวยที่เดินเคียงข้างผมมาตลอดทาง แต่ตลอดทางเดิน เธอเงียบและดูเขิน ๆ อยู่ตลอด
จนกระทั่งเข้าห้องมาแล้ว ผมเห็นสีหน้าของเธอชัดเจนขึ้น ใบหน้าอมชมพู รอยยิ้มเล็ก ๆ และสายตาที่พยายามหลบหลีกทำให้ผมอดยิ้มตามไม่ได้
"โอเคไหม มะขิง" ผมถามเธอ ทันทีที่ปิดประตูห้อง เธอเงยหน้าขึ้นมามองผม แก้มแดงปลั่ง พร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข
"ก็แค่..." เธอพูดค้างไว้ก่อนจะ ก้าวเข้ามาชิดและซบกอดผม อย่างอ่อนโยน
"พี่เตรียมถุงยางอนามัยไว้แล้ว ถ้าหนูเป็นกังวลเรื่องนั้น" ผมเอ่ยอย่างรู้ใจ เหมือนกับว่า คาดเดาความกังวลของเธอได้
เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมอีกครั้ง แล้วถามด้วยความตื่นเต้น "พูดจริงเหรอคะ" เธอเขย่าตัวผม เบา ๆ
ผมยิ้มตอบ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง ความจริงแล้ว กระเป๋านั้น ว่างเปล่า แต่ผมใช้สกิลคลาวด์ ดึงมันออกมาจากที่นั่นก็เท่านั้น
ผมยกของในมือให้มะขิงดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะฉวยจังหวะยกตัวเธอขึ้นในท่าเจ้าสาวอย่างรวดเร็ว เธอร้องเสียงหลงเบา ๆ แล้วหัวเราะออกมาอย่างตกใจ
“พี่...ตกใจหมดเลย!”
มะขิงโอบคอผมเบา ๆ พลางมองหน้าผมด้วยรอยยิ้มเขิน ๆ แววตาของเธอทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
“ห้องนี้หรูมากเลยสมกับราคาหมื่นกว่าบาทจริง ๆ แถมกว้างอีกด้วย” ผมพูดขึ้นพลางอุ้มมะขิงเดินไปที่เตียง
เตียงใหญ่วางแนบชิดกับกระจกบานสูง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานคร ได้เกือบทั่วทั้งผืน
ผมวางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ และตามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในแววตา เราสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบข้างเหมือนจะเงียบลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
“ทำไมคนที่บอกว่าอยากเจอพี่มาก ๆ ถึงเงียบไปซะล่ะ” ผมพูดพร้อมรอยยิ้มแกล้งมะขิง ที่นอนอยู่ เธอดูไม่เหมือนกับตอนที่ผมใช้สกิล ไว้วางใจกับเธอเลย หรือเพียงว่าเธออาจจะตื่นเต้น
แต่ทันใดนั้นเธอก็ ถอดหมวกออก ตามด้วยเสื้อแขนยาว เสื้อยืด และสุดท้ายกางเกงยีนส์ ตอนนี้เธอเหลือเพียงแค่ชุดชั้นในสีชมพูเท่านั้น มะขิงยิ้มยั่ว พลางจ้องมองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ
"อยากให้หนูพูดอะไรล่ะคะ... ถ้าหนูทำแบบนี้มันจะไม่ชัดเจนกว่าเหรอ" เธอพูดเสียงกระเส่า พลางใช้ลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองอย่างยั่วยวน ก่อนจะอ้าขาให้ผมราวกับจะล่อผมให้เข้าไปจู่โจม
มือข้างหนึ่งของมะขิง เอื้อมมาที่หว่างขาของตัวเอง ก่อนจะใช้นิ้วทั้งสามลูบวนที่เนินเนื้อเบา ๆ ความฉ่ำเริ่มทำให้กางเกงชั้นในสีชมพูของเธอเริ่มเปียกเป็นวง มืออีกข้างนวดคลึงเต้าเนื้อผ่านบราเบาๆ ดวงตาของเธอจ้องมองมาที่ผมอย่างเร่าร้อนและท้าทาย
"เห็นแบบนี้แล้วพี่จะไม่ทำอะไรหน่อยหรือคะ...." เธอพูดด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า พลางใช้ปลายนิ้วกดลงไปที่ปุ่มกระสันของตัวเองอย่างจงใจ