ตอนที่11 :ยินดีต้อนรับทุกเมื่อ
หลังจากที่สองพี่น้องตระกูลปู้ออกไปแล้ว ลั่วฉวนจึงกลับมานั่งนอนอาบแสงตะวันต่อ
แต่แล้วคล้ายวันนี้มีโชค รอคอยเพียงไม่นานเสียงกระดิ่งร้านจึงกระทบโสตประสาทลั่วฉวน
“เถ้าแก่ร้านใช่หรือไม่?”
ลั่วฉวนลืมตาขึ้น ที่พบเห็นตรงหน้าคือสตรีหุ่นเย้ายวนในชุดสีดำโค้งเว้าตามเรือนร่าง
เส้นผมสีดำยาวนั้นมัดไว้เป็หางม้าเผยท่าทีอาจหาญ
“จุ๊ จุ๊ ร้านต้นตำรับ ชื่อนี้ช่างกล้าใช้” หลังจากเห็นป้ายทางเข้าร้าน สตรีผู้นี้จึงกล่าวคำติชมออกมา
ลั่วฉวนเผยสีหน้าเรียบเฉยไม่ตอบคำใด
อาจด้วยเพราะเบื่อแล้ว สตรีผู้นั้นจึงขมวดคิ้ว “ข้าถามว่าใช่เถ้าแก่หรือไม่ ไฉนจึงยังไม่ตอบ?”
ลั่วฉวนในที่สุดจึงต้องกล่าวคำขึ้นเสียงเบา “ใช่ ไม่ทราบว่าคิดซื้อหาอะไร?”
“ยารักษาหรืออะไรทำนองนั้น ในเมื่อเรียกหาตนเองเป็ร้าน เช่นนั้นคงมีของเ่าั้กระมัง?” สตรีตรงหน้าครุ่นคิดไปครู่ก่อนจะกล่าวตอบ
ณ ชายขอบของนครจิ่วเหยา มันมีเทือกเขาจิ่วเหยา ที่แห่งนั้นมียาวิเศษ อสูรกาย และสัตว์ร้ายมากมาย เป็ปกติที่ผู้ฝึกตนจำนวนมากจะมาอาศัยอยู่แถบนี้ เว่ยฉิงจู่ก็เป็หนึ่งในนั้น
ลั่วฉวนพยักหน้ารับพร้อมตอบ “ไม่มี”
เว่ยฉิงจู่กลายเป็เงียบงัน
ขณะเว่ยฉิงจู่คิดกลับไป คำของลั่วฉวนกลับทำให้นางต้องชะงัก “ยานั้นไม่มี ทว่าที่ขายนั้นดีกว่าที่กล่าวถามถึง”
“เถ้าแก่น้อยคุยใหญ่โตแล้ว” เว่ยฉิงจู่อดไม่ได้จนหัวเราะออกยามได้ทราบคำของลั่วฉวน จากนั้นนางค่อยเผยยิ้ม “แต่ก็ถือว่าทำให้ข้าสนใจว่าในร้านนี้ขายอะไร”
ขณะพูดกล่าว นางก็เดินเข้ามาในร้านเรียบร้อยแล้ว
ก็เป็ดังลั่วฉวนคาดไว้ เว่ยฉิงจู่อุทานร้องดังเหมือนผู้คนก่อนหน้า
“นี่มันอะไรกันร้านนี้ถึงกับมีแต่เครื่องเคลือบเถ้าแก่ไฉนรวยเช่นนี้ได้!”
ลั่วฉวนเบะปากอยู่ภายในทว่าไม่ตอบคำใดกลับ
ในโลกแห่งนี้ ขวดแก้วถือเป็สมบัติกระมัง?
เว่ยฉิงจู่สูดลมหายใจเข้าลึก นางสะกดความตื่นเต้นที่อีกฝ่ายร่ำรวยล้นพ้นไว้ภายใน จากนั้นจึงเริ่มสำรวจรับชมสินค้าภายในร้าน
เพียงกวาดสายตารับชม ครั้งเดียวก็เกินพอให้นางตื่นตะลึงได้
“โคล่านี้ถึงกับมูลค่าสิบผลึกิญญา!และแท่งเครื่องเทศนั่นราคาถึงกับตั้งหนึ่งร้อยผลึกิญญา!เถ้าแก่คิดกรรโชกทรัพย์ผู้อื่นแล้ว!”
เว่ยฉิงจู่กล่าวออกอย่างโกรธเคืองพร้อมจับจ้องลั่วฉวน
ลั่วฉวนยังคงนิ่ง เขาเพียงกล่าว “ของดีที่ขายในร้านนี้มูลค่าสมราคาแล้ว และป้ายราคาย่อมไม่ใช่การติดโดยส่งเดช”
หลังได้ทราบคำของลั่วฉวน เว่ยฉิงจู่จึงกล่าวตอบโต้ “วาจาไร้สาระ นี่นับเป็ครั้งแรกที่ข้าพบเจอคนเช่นเถ้าแก่ในนครจิ่วเหยา!”
ลั่วฉวนส่ายศีรษะ “รับชมสรรพคุณเบื้องล่างสินค้าเสียก่อน”
“สรรพคุณ?”
เว่ยฉิงจู่ขมวดคิ้วสงสัย เมื่อครู่นางได้ตระหนักถึงราคาสินค้า ทว่ายังไม่ได้อ่านสรรพคุณดังที่ลั่วฉวนกล่าวบอก
เว่ยฉิงจู่คิดไปครู่ จากนั้นจึงเดินเข้าไปใกล้ชั้นวาง สายตากวาดมองพิจารณาสรรพคุณของแท่งเครื่องเทศและโคล่า
อ่านเรียบร้อย เว่ยฉิงจู่จึงอดไม่ได้ที่จะสะท้านเฮือก
หากสรรพคุณเป็จริง เช่นนั้นราคาก็สมควรแก่การขายแล้ว!
“เถ้าแก่ สรรพคุณเหล่านี้ของจริงใช่หรือไม่?” เว่ยฉิงจู่ยังไม่คิดเชื่อ
ลั่วฉวนจึงกล่าวตอบ “ย่อมไม่มีการโกหกใด”
“ดี เช่นนั้นข้าซื้อ!”ด้วยกัดฟันแน่น เว่ยฉิงจู่จึงตัดสินใจซื้อหา
“ขอบคุณที่อุดหนุน ทั้งหมดหนึ่งร้อยสิบผลึกิญญา” ลั่วฉวนในที่สุดค่อยเผยรอยยิ้มทางการค้าออกมา
เว่ยฉิงจู่หยิบขวดโคล่าและแท่งเครื่องเทศ จากนั้นจึงนำไปหนึ่งร้อยสิบผลึกิญญาวางไว้ที่โต๊ะ
เมื่อลั่วฉวนกำลังจะรับผลึกิญญาไว้ เว่ยฉิงจู่กลับยื่นมือไปขวาง้าผลึกิญญา
ลั่วฉวนหันมองเว่ยฉิงจู่ด้วยความสงสัย
“เถ้าแก่ หากสรรพคุณไม่เป็ตามกล่าวอ้าง...”
อย่างไรแล้วก็ไม่ใช่ทุกคนจะร่ำรวยเฉกเช่นปู้หลี่เกอ หนึ่งร้อยสิบผลึกิญญาอย่างไรก็ถือว่าแพงมากล้ำสำหรับเว่ยฉิงจู่
ลั่วฉวนเพียงกล่าวคำเบา “ร้านของเรายินดีต้อนรับทุกเมื่อ”
ตอนที่12 :อสูรหมาป่าสีม่วง
เว่ยฉิงจู่กลับไปแล้ว ลั่วฉวนจึงเปิดหน้าต่างระบบ
“ความคืบหน้า:โคล่า2/100 แท่งเครื่องเทศ 2/100”
ข้อมูลที่แสดงผล ทำให้ลั่วฉวน อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
จากความคืบหน้าตอนนี้ นั่นหมายความถึงเป็งานที่ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะสำเร็จได้
หลังจากที่เว่ยฉิงจู่ได้ออกจากร้านต้นตำรับ นางมุ่งหน้าไปยังประตูตะวันออก
ไม่นานจากนั้น สตรีอีกสองคนจึงเผยตัวออก ทั้งสองรูปลักษณ์คล้ายคลึงเว่ยฉิงจู่
สตรีทั้งสองนามว่าซ่งฉิวหยิ่ง และหลินว่านฉวง พวกนางเป็มิตรสหายกับเว่ยฉิงจู่ครั้งเจอกันที่เทือกเขาจิ่วเหยา
“พร้อมหรือยัง?” ซ่งฉิวหยิ่งเผยยิ้มบาง “ได้ข่าวใหม่มา เหยื่อของพวกเราคราวนี้เป็อสูรหมาป่าสีม่วง ขอบเขตจิติญญาเลยนะ”
แต่แล้ว สีหน้าของเว่ยฉิงจู่และหลินว่านฉวงกลับต้องแปรเปลี่ยน
อสูรหมาป่าสีม่วงมีชื่อเสียงว่าร่างกายทั้งตัวเป็สีม่วง พลังป้องกันของมันสูงส่ง ทั้งยังมีกำลังถึงขอบเขตจิติญญาเมื่อเติบโตเต็มวัย
ด้วยกำลังของคนทั้งสามนั้นคือขอบเขตโชคชะตา และเว่ยฉิงจู่คือผู้แข็งแกร่งที่สุด นางคือขอบเขตโชคชะตาระดับที่แปด
“ฉิวหยิ่ง อสูรหมาป่าสีม่วงนั้นพวกเราสามคนล่าไหวหรือ?” เว่ยฉิงจู่ขมวดคิ้ว
ซ่งฉิวหยิ่งจึงเผยยิ้มก่อนจะส่ายศีรษะ “น้องฉิงจู่ ข้าทราบดีว่าพวกเรามีกำลังกันเพียงใด”
กล่าวถึงตรงนี้ ซ่งฉิวหยิ่งจึงหันมองรอบ จากนั้นจึงกระซิบบอกคนทั้งสอง “ครั้งนี้เหมือนว่าอสูรหมาป่าสีม่วงนั่นได้รับาเ็ เพราะอาการาเ็จึงทำให้ขอบเขตร่วงหล่นจากจิติญญาสู่ขอบเขตโชคชะตาระดับที่แปด!”
หลินว่านฉวงจึงหรี่ดวงตาเล็กน้อย นางพยักหน้ารับ “แน่ใจนะว่าขอบเขตโชคชะตาระดับที่แปด? เช่นนั้นก็ควรค่าทดลองดู น้องฉิงจู่ตัดสินใจก็แล้วกัน!”
คนทั้งสองเสนอความเห็น เว่ยฉิงจู่จึงคิดไปครู่ก่อนพยักหน้ารับ “หากเป็เช่นนั้นก็มีแต่ต้องทดลองดูกันแล้ว!”
……
ณ ส่วนลึกของป่าหนาทึบในเทือกเขาจิ่วเหยา มันมีเสียงหอนร้องดังขึ้น
ที่ไม่ไกลจากต้นเสียง ขณะนี้ร่างทั้งสามกำลังรุกคืบอย่างระแวดระวัง
“เพราะอะไรกัน ระหว่างทางรู้สึกว่าสัตว์อสูรมันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น นี่พวกเราตอนนี้อยู่ไกลห่างจากอสูรหมาป่าสีม่วงเพียงใดกันแล้ว?” เว่ยฉิงจู่เอ่ยถามเสียงเบา
“ไม่ไกลมาก ใกล้แล้ว” ซ่งฉิวหยิ่งตอบกลับเสียงเบา
ด้วยจมูกสูดดม ดวงตาของหลินว่านฉวงจึงเผยประกาย “มีกลิ่นเื!”
ไม่นานนัก ที่ป่าหนาทึบเบื้องหน้า มันปรากฏสัตว์อสูรหมอบคลานกับพื้น
สัตว์อสูรตัวนี้ขนาดราวหลายเมตร แผ่นหลังของมันประกอบด้วยผลึกแก้วซึ่งส่องแสงสีม่วง
ที่ต้องตาที่สุดคือท้องของมันที่เกิดาแ ขณะนี้แม้มองด้วยตาเปล่ายังแทบพบเห็นอวัยวะภายในร่าง!
“เหมือนว่าอสูรหมาป่าสีม่วงจะาเ็อยู่จริง” เว่ยฉิงจู่กล่าวกระซิบ “เมื่อเปิดศึก เช่นนั้นทำเหมือนเดิม ฉิวหยิ่งและข้าโจมตี ว่านฉวงคอยหาโอกาสแทรกแซง”
ซ่งฉิวหยิ่งและหลินว่านฉวงต่างพยักหน้ารับ
“ไป!”
ตามคำสั่งการของเว่ยฉิงจู่ คนทั้งสามขณะนี้ต่างแทบหยุดลมหายใจ การโจมตีของพวกนางประหนึ่งดาบคมกริบเข้าปะทะใส่ร่างอสูรหมาป่าสีม่วง
โฮก!
ด้วยรับรู้ถึงวิกฤต อสูรหมาป่าสีม่วงที่นอนกับพื้นกลายเป็ลืมตาตื่นพร้อมคำรามออกเสียงดัง
“สำเร็จแล้ว!” เว่ยฉิงจู่โพล่งเสียงดังออก
อาวุธของนางคือดาบยาวสีเขียวเข้ม มันกำลังทอประกายด้วยแสงเจิดจ้า!
ความเร็วของหมาป่ามีจำกัดเพราะาเ็ การโจมตีของเว่ยฉิงจู่นั้นพุ่งตรงเข้าปะทะเต็มที่!
ตึง!
เสียงแตกหักดังขึ้น ด้ามดาบยาวได้เข้าปะทะกับผลึกสีม่วงที่ด้านหลังแต่กลายเป็ว่าที่โดนสะท้อนกลับคือผู้ลงมือโจมตี!
“แข็งแกร่งมาก!”เว่ยฉิงจู่หนักใจไม่น้อย ขณะนี้ถอยหนีเพื่อหลบเลี่ยงอสูรหมาป่าสีม่วงที่คิดเข้ากัด
“สัตว์หน้าขน ทางนี้!” ขณะนี้เองที่น้ำเสียงโกรธเคืองดังจากใกล้เคียง
ฝ่ามือของซ่งฉิวหยิ่งพลันทอประกายด้วยแสงสีทอง จากนั้นนางจึงต่อยหมัดเข้าใส่หน้าท้องของอสูรหมาป่าสีม่วงอย่างเต็มแรง
......