“วันนี้พี่มีเื่สำคัญจะแจ้ง”
ปรียาดาเปิดประตูเข้ามาในห้องซ้อม เรียกความสนใจจากทุกคนที่กำลังซ้อมเต้นหน้ากระจกเงาบานใหญ่ได้เป็อย่างดี ณัฐธิดาเดินไปปิดเพลง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ น้ำเสียงจริงจังมากเลย” ของขวัญ น้องเล็กวัยสิบแปดของวงเอ่ยถามเป็คนแรก
“เมื่อเช้าฝ่ายบริหารประชุมกันแล้วลงมติว่าพวกเราจะต้องเปลี่ยนคอนเซ็ปต์วงให้น่าสนใจขึ้นน่ะ”
“เปลี่ยนเป็แบบไหนคะพี่ดา” พริมถามอย่างตื่นเต้น
“เราจะปล่อยซิงเกิลใหม่ด้วยลุคเซ็กซี่ในอีกสามเดือนข้างหน้า ระหว่างนี้จะมีคนสำคัญมาช่วยวางแผนให้พวกเรา พี่อยากให้ทุกคนเชื่อฟังและทำตามคำแนะนำของเขา อย่าดื้อล่ะ”
“ใครเหรอคะ” ญาณินถาม
“คุณธีร์ ประธานฝ่ายกลยุทธ์น่ะ”
“ฮะ จริงเหรอคะ แบบนี้เราก็จะได้คุยกับเขาบ่อย ๆ หรือเปล่า”
“น้อย ๆ หน่อยพริม พี่ไม่แน่ใจว่าเขาจะลงมาคุมเองหรือเปล่า อาจจะส่งเลขามาเป็ตัวแทนก็ได้”
“ก็ดีนะคะ เราจะได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ บ้าง”
ณัฐธิดาไม่ได้สนใจชื่อของเขาเท่าไหร่ แต่สนใจประเด็นหลักคือคอนเซ็ปต์ใหม่ของวงมากกว่า
“พรุ่งนี้งดซ้อมหนึ่งวันเพราะจะมีถ่ายแบบปกนิตยสารตอนเย็นนะ เจอกันที่นี่เวลาเดิมแล้วนั่งรถตู้ไปพร้อมกัน วันนี้หมดเวลาซ้อมแล้ว กลับบ้านกันดี ๆ นะทุกคน”
ณัฐธิดาบอกลาน้อง ๆ แล้วเดินแยกไปเข้าห้องน้ำ เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จ เธอจึงลงไปชั้นหนึ่งเพื่อไปยืนรอรถเมล์ที่หน้าบริษัท แต่ทันทีที่ประตูอัตโนมัติหน้าตึกเปิดออก
ซ่า...
สายฝนห่าใหญ่เทลงมาจากท้องฟ้าที่มืดครึ้มโดยที่ณัฐธิดายังไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้เธอเดินออกไปไม่ได้เพราะไม่ได้พกร่มมา หญิงสาวหันหลังกลับเดินเข้ามาในตึกเหมือนเดิม มองนาฬิกาเรือนใหญ่บนผนัง ตอนนี้เป็เวลาสามทุ่มกว่าแล้ว รถเมล์คันสุดท้ายหมดตอนสี่ทุ่ม แต่ฝนดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกง่าย ๆ เลย
เธอหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงวอร์มเพื่อเช็กดูเงินในบัญชีธนาคารว่าเหลือเท่าไหร่เผื่อต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ตอนนี้ใกล้สิ้นเดือนแล้ว เงินที่แพรววนิตโอนให้รวมกับเงินเดือนที่เหลืออยู่รวมกันแล้วไม่ถึงหนึ่งพันบาท ถ้าจ่ายค่าแท็กซี่ไปคงต้องกินมาม่าั้แ่พรุ่งนี้
ณัฐธิดาถอนหายใจอย่างแรง รู้สึกเวทนากับชีวิตตัวเอง ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ ตัดสินใจวิ่งฝ่าสายฝนที่กำลังตกกระหน่ำออกไปรอที่ป้ายรถเมล์ซึ่งอยู่ห่างจากหน้าบริษัทไปร้อยเมตร
เมื่อมาถึงที่หมายร่างบางก็ตัวเปียกโชกแทบทั้งตัว ตอนนี้เธอไม่สนใจอะไรแล้ว แค่อยากกลับบ้านไปพักผ่อนเร็ว ๆ
ณัฐธิดานั่งรอไปชั่วโมงกว่าก็ไม่มีสายที่เธอ้าขึ้นผ่านมาเพราะรถติดหนักมาก แทบไม่ขยับเลย ตอนนี้ฝนซาไปมากจนตกแค่ปรอย ๆ ทำให้หญิงสาวเลือกที่จะเดินแทน เพราะขืนยืนรอเหมือนเดิมก็เสียเวลาเปล่า ป้ายรถเมล์ข้างหน้าที่เป็ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จะมีรถเมล์หลายสายขับผ่าน น่าจะมีตัวเลือกมากกว่าป้ายนี้ แต่ยังไม่ทันก้าวออกไปเกินสามก้าว รถยนต์ที่จอดอยู่ชิดทางเท้าก็ลดกระจกฝั่งข้างคนขับลงมา
“ไนน์ จะไปไหน ขึ้นมาสิ”
เสียงทุ้มที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นทำให้ณัฐธิดาหันไปมองทันที เธอเพ่งมองใบหน้าหล่อคมที่ยื่นมาเรียกเธอจากฝั่งคนขับก็จำได้ทันทีว่าคือธีร์ ผู้ชายที่เจอกันเมื่อเช้า ไม่รอช้าร่างบางก็รีบเดินมาเปิดประตูฝั่งคนขับขึ้นมาไปนั่งบนรถยุโรปหรู
ั้แ่จำความได้ถึงแม้แม่จะสอนว่าอย่าขึ้นรถไปกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด แต่ตอนนี้เธอรู้จักเขาแล้ว อีกไม่นานคงได้ร่วมงานกันและเขาก็เป็เ้านายของเธออีกด้วย น่าจะไว้ใจได้กว่าขึ้นแท็กซี่
“ขอบคุณค่ะคุณธีร์”
“จะไปไหนเหรอ”
เขาไม่แปลกใจที่เธอรู้จักเขาโดยไม่ทันได้แนะนำตัว เพราะผู้หญิงทั้งบริษัทก็ต้องรู้จักเขากันทั้งนั้น
“กลับบ้านค่ะ คุณธีร์ส่งไนน์ที่ป้ายรถเมล์ข้างหน้าก็ได้นะคะ”
“บ้านคุณอยู่ตรงนั้นเหรอ” เขาแสร้งถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว
“เปล่าค่ะ เดี๋ยวไนน์ขึ้นรถเมล์จากตรงนั้นดีกว่าค่ะ”
“ได้ยังไงล่ะ ดูสภาพคุณซะก่อน”
สายตาคมมองลงไปยังเสื้อยืดสีขาวที่เปียกแนบลู่ไปกับลำตัวจนมองเห็นชั้นในสีชมพูและเนินอกอวบที่โผล่พ้นบราอย่างชัดเจนจากแสงไฟข้างทาง เขาเพิ่งรู้ว่าเธอซ่อนรูปเพราะตอนนี้เสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวบางแทบไม่ช่วยปกปิดอะไรเลย
“ว้าย อย่ามองนะคะ” หญิงสาวรีบเอามือกอดอก
“ให้ผมไปส่งดีกว่าครับ บอกที่อยู่ของคุณมา”
ณัฐธิดาจำใจต้องบอกทางไปบ้านของเธออย่างไม่มีทางเลือก เมื่อรถจอดติดไฟแดงอีกครั้งธีร์ก็ถอดเสื้อเบลเซอร์ตัวนอกแล้วคลุมทับร่างกายส่วนบนของเธอที่ยังกอดอกอยู่
“ขอบคุณนะคะ”
“คุณตัวเปียกอยู่ ผมลดแอร์ให้นะ”
“ขอบคุณค่ะคุณธีร์” เธอยิ้มให้กับความใจดีของเ้านายหนุ่ม
เขายังไม่ทันได้มองรอยยิ้มของเธอให้เต็มตาก็โดนรถคันข้างหลังบีบแตรไล่เสียก่อน ธีร์จึงต้องรีบหันหน้ากลับทางเดิมไปออกรถ
“พรุ่งนี้มีถ่ายแบบใช่ไหมครับ”
“คุณรู้ด้วยเหรอคะ”
“ผมเป็คนติดต่อนิตยสารไปเองครับ”
“แล้วเป็คอนเซ็ปต์แบบไหนเหรอคะ บอกได้ไหม”
“ชุดว่ายน้ำครับ”
“เอ่อ จะดีเหรอคะ ไนน์ไม่เคยถ่ายรูปชุดว่ายน้ำมาก่อนน่ะค่ะ”
“งั้นลองซ้อมโพสท่าให้ผมดูก่อนถ่ายจริงก็ได้นะครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ไนน์เกรงใจ เดี๋ยวเปิดรูปนางแบบรุ่นพี่ดูก่อนก็ได้” เธอเห็นประกายวิบวับไม่น่าไว้ใจในดวงตาเขา
ไม่นานรถยนต์ก็แล่นมาจอดหน้าบ้านหลังเล็กสองชั้น หลังคาสีส้มอิฐ ไฟข้างในปิดมืดทั้งหลังยกเว้นหน้าบ้าน
“หลังนี้ใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” ณัฐธิดายื่นเสื้อคลุมคืน
“งั้นผมของรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ”
แทนที่จะหยิบเสื้อคลุมไปเขากลับปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออกแล้วโน้มตัวเข้าหาหญิงสาว ฝ่ามือใหญ่ยื่นไปจับท้ายทอยเล็กให้เงยหน้า ก่อนจะฉกริมฝีปากหนาเข้าประกบอย่างรวดเร็ว
“อื้อ ทำอะไรคะ”
ดวงตากลมเบิกโพลงอย่างใ ปล่อยมือออกจากเสื้อคลุมที่ถืออยู่แล้วใช้มือทั้งสองข้างดันอกล่ำสันออกห่าง
“ค่ารถไงครับ”
“คนฉวยโอกาส”
“ว่าเ้านายแบบนี้ได้ยังไง หรืออยากโดนทำโทษ”
“อย่าหักเงินเดือนไนน์เลยนะคะ”
“ไม่หักหรอก ตอนนี้ขอทำโทษด้วยวิธีของผมก่อน”
ว่าจบธีร์ก็รวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้ด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียว อีกมือที่จับท้ายทอยอยู่บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากหนาพรมจูบหนัก ๆ ไปทั่วดวงหน้าสวย เส้นผมที่เปียกน้ำทำให้เธอดูเซ็กซี่กว่าปกติ เขาไล่ลงมาที่ซอกคอระหง สูดดมกลิ่นหอมของเธอเข้าเต็มปอด พยายามห้ามใจไม่ให้มุดหน้าซุกลงกับสิ่งล่อตาล่อใจขนาดใหญ่สองลูก
“ปล่อยได้แล้วค่ะ” ณัฐธิดาลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้สติ
“โอเค ๆ รีบกลับเข้าบ้านไปอาบน้ำนะครับ เดี๋ยวเป็ปอดบวม”
เขามองลงไปที่หน้าอกอิ่มเมื่อพูดคำว่า‘ปอดบวม’ออกมา ทำเอาคนฟังถึงกับหน้าขึ้นสีระเรื่อ
“ไนน์ไปก่อนดีกว่าค่ะ ขับรถกลับดี ๆ นะคะ”
ณัฐธิดารีบเปิดประตูรถแล้วไขกุญแจประตูใหญ่หน้าบ้าน ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว หลังจากวิ่งมาถึงห้องนอนแล้วเธอก็ยืนนิ่ง ใช้ฝ่ามือทั้งสองลูบแดงที่กำลังเห่อร้อน นี่เป็จูบแรกของเธอ แถมกับเ้านายจอมเ้าชู้อีก เขาบ้าไปแล้วรึเปล่า
ชายหนุ่มมองตามหลังร่างบางที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าบ้านไป เขาคิดว่าคงต้องค่อย ๆ เดินหน้าจีบเธอให้คุ้นเคยกับััของเขาไปทีละนิด โดนแค่นี้ยังใจนตาถลน ถ้าวันไหนเขาเผลอใจร้อนขึ้นมาจะไม่เป็ลมเลยเหรอ