ในค่ำคืนที่มืดมิดและเงียบสงบ ไร้ซึ่งแสงดาวจากฟากฟ้าแต่วันนี้มันกลับไม่เหมือนทุกวัน เสียงร้องดังโหยหวนไปทั่วทั้งซอยของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้นั่งทุรนทุรายด้วยความเ็ป คล้ายร่างกายจะแตกสลาย ทำให้พวกเขาต้องหยุดการเคลื่อนไหวและพวกเขาก็ได้ถูกแรงอัดกระแทกจากอะไรบางอย่างทำให้ตัวลอยกระเด็นออกไปไกล
ตอนนี้เสียงร้องที่เ็ปของเด็กหนุ่ม ได้เงียบลง เสียงฟ้าร้องที่ดังกึกก้องเมื่อครู่ก็เงียบลงเช่นกัน ตอนนี้เริ่มมีฝนตกปรอย ๆ และเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ เด็กหนุ่มที่นั่งนิ่งไม่เคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตรงนั้น
บัดนี้เขาได้ค่อย ๆ ขยับเปิดเปลือกตาขึ้น แล้วจ้องมองศัตรูทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขาไปไม่ไกล ด้วยสายตาที่อาฆาตและแฝงไปด้วยหน้ากลัว ตาสีน้ำตาลของเขาเปลี่ยนเป็สีเหลืองทองสวยงาม แต่ทว่ามันแฝงไปด้วยพลังอันลึกลับที่ไม่มีผู้ใดเคยได้พบเจอมันเป็พลังที่ไม่อาจต้านทาน
ร่างกายนั่นมีปีกสีขาวใหญ่แผ่สยายออกมาจากด้านหลังของเขาทำให้เขายิ่งดูหน้ากลัว ร่างกายนั้นได้ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ทำให้สองคนที่อยู่ตรงหน้าต้องหวาดผวา
"เชี่ยตัวอะไรว่ะ?"
"เออ ตัวเชี่ยไรก็ชั่งตอนนี้หนีก่อน" คนร้ายทั้งสองรู้สึกถึงความหน้ากลัวและไม่ปลอดภัย ทำให้พวกเขาที่หวาดกลัวอยู่ตอนนี้กำลังจะวิ่งหนี
ฟุบ!!
"เชี่ยยยยยยย!!!" เสียงร้องใสุดขีด เมื่อตอนนี้เด็กหนุ่มคนนั้นได้มายืนอยู่ข้างหน้าของพวกเขาราวกับหายตัวมา
"อึกก!! ชะ...ช่วยด้วย หายใจ....ไม่..ออก!!"
เพื่อนคนหนึ่งของเขาที่กำลังถูกบีบรัดคอด้วยมือเดียวแต่มือของเขามันแข็งแรงอย่างมาก เท้าที่ลอยอยู่เหนือพื้นดินทำให้อีกคนสติกระเจิง เขาหันหลังกลับแล้วรีบวิ่งหนีทันที คนร้ายที่ถูกบีบคอเมื่อครู่ถูกเด็กหนุ่มเขวี้ยงทิ้งไปกองอยู่กับพื้นอย่างง่ายดาย วรุศที่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีสติและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้กำลังจะไปจัดการกับคนร้ายอีกคน
หมับ!
เขาถูกหยุดการเคลื่อนไหวด้วยมือคู่หนึ่งของชายหนุ่มที่พึ่งบินลงมาจากฟ้า เขาหันไปสบตากับชายคนนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไม่มีความรู้สึกเหมือนโดนบางอย่างครอบงำ แต่มันก็ไม่สามารถทำให้เขาหยุดการกระทำได้แรงที่มหาศาลของเขา ทำให้วายุที่ตอนนี้พยายามห้ามวรุศไม่ให้ทำร้ายผู้อื่นกลับโดนเหวี่ยงออกไปไกลจนร่างไปกระแทกกับสิ่งของที่อยู่ข้างทาง
อึก!! ไอแสบแรงเยอะจังว่ะ เขาสบทในใจ
คนร้ายทั้งสองสลบไปด้วยความใสุดขีด แต่นั้นก็ไม่ทำให้ วรุศหยุดการกระทำลงได้
"รุศ หยุด" แต่เหมือนเสียงเรียกของเขาจะไม่เป็ผลกับร่างกายที่กำลังโดนควบคุมเหมือนหุ่นยนต์
เหตุการณ์เมื่อครู่ก่อนที่เขาจะออกมาตามหาวรุศ ก็ได้แว็บเขามาในหัวของเขา
[เดี๋ยวครับคุณวายุ นี้แหวนของไอรุศพอดีเมื่อตอนเย็นเราทำกิจกรรมกัน แล้วมันมือเลอะมันเลยถอดแหวนฝากผมไว้ผมลืมเลยยังไม่ได้คืนมันซักทีผมฝากคืนมันด้วยนะครับ]
เขาหยิบแหวนขึ้นมาพิจารณาดู แค่เสี้ยววินาทีเขาก็จำแหวนวงนี้ได้
[แหวนแห่ง์ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้?]
[ผมก็ไม่ทราบครับ เห็นมันบอกว่าพ่อมันได้ทิ้งไว้ให้ก่อนจะจากไป และแม่มันให้ใส่ไว้ตลอดห้ามถอด ถ้าแม่เห็นว่ามันถอดแม่มันต้องโกรธแน่ ๆ เลยครับ]
[พ่องั้นหรอ!]
"แหวน" เขาพูดออกมาพร้อมกับหยิบแหวนที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของเขา
"วรุศ" โอ๊ยจุก วายุที่กำลังประคองร่างตัวเองเพื่อไปหาวรุศ เขาดึงแขนวรุศไว้แน่นและใส่แหวนได้สำเร็จ
วรุศหยุดการกระทำทันทีเหมือนมีคนมาดึงปลั๊กออกพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งเหมือนคนหมดแรงและสลบไปกลางสายฝนที่โปรยลงมา
"จงลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" วายุที่ต้องร่ายมนต์เพื่อไม่ให้คนร้ายจำเื่ราวที่เกิดขึ้นได้ ท่านพ่อคงไม่ว่าหรอกมั้งถ้าจะใช้พลังลบความจำเพราะมันจำเป็จริง ๆ
ในเมื่อวรุศสลบ เขาจึงต้องเป็คนอุ้มวรุศกลับบ้าน "ตัวหนักเหมือนกันนิหว่าไอเด็กแสบ"
เพื่อน ๆ ของวรุศกลับกันไปหมดแล้ว แม่ก็ขึ้นไปนอนแล้ว ตอนนี้เหลือแค่เขากับวรุศสองคนเท่านั้น
"เอาไงต่อดีว่ะ" วายุได้แต่พึมพำกับตัวเอง แต่ก็ยังอุ้มน้องขึ้นไปนอนที่ห้อง
"อึ๊บ! ตัวหนักชิบหาย" เมื่อได้วางน้องลงบนเตียงนอนใหญ่ที่หนานุ่ม พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกปอนให้น้องเสร็จเขาก็ได้นั่งลงข้างเตียงและมองหน้าวรุศที่ตอนนี้นอนหลับอย่างไม่รู้เื่รู้ราว แม่งตอนหลับก็น่ารักเหมือนกันนิหว่าคิดไปพลางลูบหัวน้องไปด้วยความเอ็นดู มือนั้นค่อย ๆ ลูบไล้ลงผ่านหน้าที่เรียบเนียนจนถึงริมฝีปากที่หนานุ่ม นิ้วโป้งมือได้ลูบที่ริมฝีปากนั้นไปมาราวกับต้องมนต์สะกด ก่อนที่ใบหน้าจะค่อย ๆ ก้มลงไปใกล้ริมฝีปากนั้น!
"ชิบ!!! กูทำอะไรอยู่ว่ะเนี่ย!" เขาผงะหน้าออกพร้อมส่ายหัวไปมาเพื่อสลัดความคิดนี้ออกจากหัว
แขนทั้งสองของวรุศเริ่มปัดไปมาเพื่อหาบางอย่างมากอดช่วยให้อุ่นใจ แต่ตรงนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจาก....
"เชี่ย!!! แขนกู"
น้องคว้าแขนของเขาไปกอดไว้แน่นจนเ้าตัวเองก็ไม่สามารถดึงออกมาได้ เลยต้องจำใจขึ้นไปนอนบนเตียงกับน้องเพราะดูท่า น้องจะไม่ปล่อยง่าย ๆ
วายุนอนมองน้องด้วยความรู้สึกหลงไหลเหมือนโดนต้องมนต์อีกครั้ง มืออีกข้างก็ลูบไล้ผมน้องไปเรื่อยเหมือนถูกแรงดึงดูด ผมสีน้ำตาลอ่อนช่างเหมาะกับใบหน้าของเขาเสียจริง ในตอนนี้มือนั้นได้ลามมาลูบหน้าที่ขาวเนียนละออริมฝีปากหนานุ่มและแดงระเรื่ออีกครั้ง เขาอดใจไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จนเผลอก้มลงจูบที่ริมฝีปากของผู้ที่หลับไหลเบาๆ แต่เหมือนผู้หลับไหลคนนั้นจะรู้สึกตัวเล็กน้อยเพราะเขาได้ตอบรับจูบนั้นโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้ความรู้สึกของวายุได้เปลี่ยนไป เขาอยากดูแลและปกป้องน้อง ไม่อยากจากไปไหนอีก
รู้สึกว่าน้องพิเศษสำหรับเขาจนไม่อยากให้มีเื่ไม่ดีเกิดขึ้น และ...อยากรู้ว่าน้องคือใครกันแน่!!
เสียงนาฬิกาปลุกร้องดังและแสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องผ่านทางหน้าต่าง ทำให้เด็กหนุ่มที่นอนหลับอย่างสบายอยู่ต้องตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย และรีบควานหาโทรศัพท์ที่เขาได้ตั้งเวลาปลุกเอาไว้ เขาเอื้อมมือไปกดปิดเสียงนาฬิกาปลุกโดยที่ยังไม่ลืมตาตื่นด้วยซ้ำ
ทำไมตัวกูหนัก ๆ ว่ะ สงสัยเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อยภาพตัดตอนไหนว่ะเนี่ย! เขาบ่นตัวเองในใจ
"อื้มมม" ร่างกายที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง ได้นอนบิดแขนคลายี้เีขยี้ตาตื่นจนหนำใจ
"เชี่ย!" เขาสบทออกมาด้วยความใ เมื่อพบร่างของชายหนุ่มนอนกอดเขาอยู่ เมื่อคืนเกิดไรขึ้นแล้วแม่งมานอนห้องกูได้ไงว่ะ ความคิดที่กำลังตีกันอยู่ในหัวของวรุศเช้านี้ ที่ตอนนี้มีคู่อรินอนก่ายอยู่บนตัวของเขาไม่ขยับเขยื้อนแม้จะปลุกเสียงดังเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น
"ไม่ตื่นใช่มั้ย ได้!" ลูกถีบถวายแหวน
"อึก! โอ๊ย เจ็บนะเว้ย!" เ้าของร่างลุกขึ้นมาพร้อมทำหน้าตามู่ทู่เพราะโดนถีบหล่นจากเตียง
"คุณมานอนห้องผมได้ไงเนี่ย!!"
"นิเมื่อคืนจำอะไรไม่ได้เลยรึไงห๊ะ ไอเด็กแสบ!"
ใช่สิจะจำอะไรได้ เพราะเมื่อคืนคงหนักหน่วงเอาเื่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้สติ
วรุศที่นั่งทำหน้างุนงงเพราะจำเื่เมื่อคืนไม่ได้ กำลังพยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
"อ่ะ! ผมจำได้แล้ว!"
วายุแสดงท่าทีลุกลี้ลุกลน เพราะถ้าเขาจำได้ว่าเมื่อคืนเราทำอะไรไป ไอแสบต้องอาละวาดแน่ ๆ
"ผมจำได้ว่าผมกำลังจะโดนทำร้าย แล้วก็....แล้วก็...แล้วก็อะไรว่ะ!! แล้วตกลงเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?"
วายุถอนหายใจอย่างโล่งอก "ก็เมื่อคืนเราออกไปซื้อของนานเพื่อนๆเขาเป็ห่วงแต่พวกเขาต้องรีบกลับบ้านพี่เลยต้องออกไปตามเรา แล้วก็เห็นเรานอนสลบอยู่เลยพากลับบ้านนี้ไง"
"อ่อ เดี๋ยวนะ..แล้วทำไมคุณมานอนอยู่ที่ห้องผม"
สีหน้าท่าทางกวนอวัยวะเบื้องล่างกลับมาทันที! "ก็เมื่อคืนเรา..."
วรุศเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดเพราะความกวนประสาทของเขา "อะไร! เราอะไร?"
"ฮ่า ๆ ก็แค่น้องรุศนอนกอดแขนพี่ไม่ยอมปล่อย ทำยังไงก็ไม่ปล่อย พี่ก็เลยต้องนอนบนเตียงกับน้องรุศที่ห้องนี้ไงครับ" ปากพูดไปพร้อมกับชี้นิ้วลงพื้นเพื่อเป็การบอกว่าห้องที่พูดถึงคือห้องของเ้าตัวนั้นเอง
อยู่ดี ๆ ก็มีภาพจำเลือนลางแว๊บเข้ามาในหัวของเ้าของห้อง เชี่ย!!ภาพจำอะไรน่ะหรอ ก็ภาพจำที่เขาจูบกับคู่อริที่ยืนยิ้มกวนประสาทอยู่ตรงนั้นไง เราแค่เผลอไปไม่ได้อยากจูบซักหน่อย ทำเป็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกัน
"เป็อะไรอ่ะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น" ชายหนุ่มที่ยืนขมวดคิ้วเพราะเห็นหน้าของเด็กหนุ่มจึงถามกลับไปด้วยความสงสัย
"ไม่ได้เป็ไรอ่ะ คุณออกไปได้แล้วไป๊" ใครจะกล้าบอกว่ะ ว่าเมื่อคืนจำเื่ที่จูบกันได้รีบ ๆออกไปซักทีสิว่ะเขิลนะเว้ย!!
"อ่า ๆ ไปก็ได้" คำพูดพร้อมท่าทางที่กวนประสาทของเขาทำให้เ้าของห้องหงุดหงิด แต่มันก็ไม่ช่วยทำให้ความเขิลอายของเขาลดลงและมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก!
วรุศที่ตอนนี้หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมา เต้นระบำอยู่ข้างนอก ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร ทำไมต้องรู้สึกดีทำไมต้องรู้สึกชอบเวลาที่เขามาคอยกวน คอยอยู่ใกล้ความสับสนที่มันเพิ่มมากขึ้น
หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จวรุศก็ได้เดินลงมาที่ชั้นล่างของบ้าน ด้วยอาการงัวเงียเหมือนจะยังไม่ตื่นดี
"อ้าวตารุศ ตื่นแล้วหรอลูกเมื่อคืนหนักละสิ"
เชี่ยแม่พูดแบบนี้หรือแม่จะรู้เื่อะไร
"อ่ะ ดูทำหน้าเข้าเมื่อคืนดื่มหนักใช่มั้ยเห็นพี่วายุบอกเห็นเราหลับอยู่ที่โต๊ะเลยต้องลากขึ้นไปนอนข้างบน"
ค่อยโล่งอกถ้าแม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แม่ต้องเป็ห่วงมากแน่ ๆ "อ่อ คงใช่อ่ะแม่รุศจำอะไรไม่ได้เลย ปวดหัวมากด้วย"
"งั้นมาทานข้าวต้มก่อนลูกจะได้ขึ้นไปพักผ่อน"
"ครับ เอ่อแม่ แล้ว..เขาไปไหนละครับ"
"ใครหรอลูก" แม่ยืนคิดอยู่ซักพัก "อ่อ พี่วายุหรอ พี่เขาออกไปธุระน่ะลูก คงกลับค่ำ ๆ "
แม่ทำหน้าสงสัยที่อยู่ดี ๆ เ้าตัวแสบถามหาเขาปกติเคยถามหาซะที่ไหนละ มีแต่จะไล่หนีเจอหน้ากันทีไรก็กัดกันทุกทีแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมากนักอาจเป็เพราะอยู่ด้วยกันมาซักพักคงเริ่มจะสนิทกันมากขึ้นแล้ว
"อ่อครับ"
"มาลูกมาทานข้าว"
"ครับแม่"
ความสงสัยเป็เหตุทำให้เ้าแห่งปรโลกที่้ารู้ความจริงบางอย่าง ต้องมาหาท่านพ่อท่านแม่และท่านลุงของเขาในทันที และเพื่อรายงานเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เมืองมนุษย์ด้วย
"เ้ารุศเป็ไงบ้าง" ความคิดถึงที่ไม่อาจส่งไปถึงของผู้เป็พ่อรีบถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
"ก็ เป็อย่างที่ทุกคนคิดแหละครับ รุศเขามีพลัง เหมือนพวกเรา แต่พลังในตัวของรุศเยอะมากเกินไปเลยทำให้น้องเ็ป และน้องก็ไม่มีสติตอนที่ใช้พลัง แต่ยังดีที่แหวนของท่านลุงยังพอช่วยน้องให้สงบลงได้"
ทุกคนต่างแปลกใจที่วายุเรียกวรุศว่าน้องได้อย่างเต็มปาก
"ยังดีนะที่ลูกอยู่กับน้องพอดี"
"ครับท่านแม่ ว่าแต่..ผมขอถามหน่อยได้ไหม ตกลงน้องเป็ใครกันแน่ ทำไมทุกคนต้องคอยให้ผมไปดูแลแล้วทำไมถึงมีแค่ผมที่ปกป้องน้องได้"
ทุกคนที่สีหน้าเปลี่ยนไป มีแต่ความวิตกกังวลเพราะกลัวเื่ราวจะไปถึงหูของคนไม่ดี วายุที่สังเกตุเห็นแต่ก็ไม่ลดล่ะที่อยากจะรู้ความจริง!
"น้องว่าคงถึงเวลาที่ต้องบอกความจริงให้เขารู้แล้วแหละท่านพี่" ม่านฟ้าที่ไม่อยากปิดบังลูกชายอีกต่อไปเพราะรู้จักนิสัยลูกชายดีกว่าใคร ถ้าเขาอยากรู้อะไรต้องได้รู้ ถ้าไม่บอกลูกชายก็คงต้องตามหาคำตอบด้วยตัวเองแน่ ๆ
"ได้ ลุงจะเล่าให้ฟัง"
บ้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง อาจเพราะเป็่ปิดเทอมที่เ้าลูกชายจะชอบคลุกตัวเล่นเกมส์อยู่บนห้องเป็ปกติ ถึงจะมีวายุมาอาศัยอยู่ด้วยแต่ก็ไม่ได้ทำให้บ้านดูคึกคักมากนัก เพราะเ้าตัวชอบปลีกวิเวกอยู่คนเดียวเสียมากกว่า
"วายุกลับมาแล้วหรอลูก"
"ครับคุณป้า แล้วนี้วรุศไปไหนละครับ?"
"เห็นบ่นว่าปวดหัว แม่เลยให้ขึ้นห้องไปพักผ่อนแล้วหล่ะลูก ถามหาเราทั้งวันเลยวันนี้ ไม่รู้เป็อะไรทุกทีเห็นหน้ากันจะต้องตีกันทุกรอบ"
คำพูดของเธอทำให้ชายหนุ่มยิ้มแก้มปริราวกับมันกำลังจะแตก ใจเต้นแรงไม่เป็จังหวะ
"งั้น... ผมขึ้นไปดูน้องก่อนนะครับ"
"จ๊ะ เอ่อป้าฝากเอาข้าวไปให้น้องด้วยสิ ป้าขึ้นไปเรียกแล้วไม่มีเสียงตอบเลย น้องหน้าจะยังไม่ตื่น "
"ได้ครับ"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่อยู่ข้างใน ยังไม่ตื่นอีกหรอเปิดเข้าไปเลยละกันคงไม่เป็ไรหรอกมั้ง
เขาวางถาดอาหารลงที่โต๊ะเมื่อเห็นเ้าของห้องยังไม่ตื่น เลยเดินเข้าไปปลุกเพื่อให้มากินข้าวที่แม่ได้เตรียมไว้ให้ เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่ยังคงนอนหลับและเอามือััที่หน้าผากของเขา
"โอ๊ะ! ตัวร้อนจี๋เลย" เด็กแสบป่วยซะได้หน้าจะเพราะการใช้พลังครั้งแรกที่มันพลั่งพรูออกมาเกินกว่าที่เขาจะรับไหวและตากฝนอีกเลยทำให้เ้าเด็กแสบป่วยจนได้ วายุกุรีกุจอหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเพื่อคลายร้อน อีกทั้งยังปลุกมาทานข้าวทานยาดูแลปรนนิบัติพัดวีอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะเขาไม่เคยต้องดูแลใคร
เหตุการณ์ก่อนหน้าที่เขาจะกลับมาที่เมืองมนุษย์
[สรุปคือน้องเป็ลูกของท่านลุงกับคุณป้าอย่างงั้นหรอครับ นี่มันอะไรกัน]
[ใช่แล้วลูกวรุศเป็ลูกของลุง เขาเกิดจากความรักของเราแต่ที่ลุงต้องจากพวกเขามาลุงมีเหตุผล และเื่ที่เราถามว่าทำไมต้องเป็เราเท่านั้นที่ปกป้องเขาได้ ก็เพราะปานแดงของเราทั้งคู่มันได้เชื่อมโยงกัน มันเกิดขึ้นเมื่อสิบเจ็ด ปีก่อนตอนที่เราเจอน้องครั้งแรก นั้นเลยทำให้วายุต้องคอยดูแลปกป้องเขา เสมือนองครักษ์คนนึงไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาวายุจะรู้เป็คนแรก]
[เหมือนตอนนั้น!]
[ใช่แล้วลูกเมื่อน้องอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ พลังที่แฝงอยู่ในตัวน้องมันจะแข็งกล้าขึ้นทำให้น้องไม่สามารถควบคุมมันได้ และมีแค่เราเท่านั้นที่จะช่วยน้องได้]
[แต่รุศเขาจำเื่ราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย]
[เป็เพราะพลังของเขาที่มีมากกว่าพวกเราหลายเท่า และพลังแฝงในตัวของเขารวมกับพลังของท่านลุงที่ได้มอบให้กับเขา เขาจึงถูกพลังนั้นควบคุม พลังจะแสดงออกมามากที่สุดเมื่อมันรู้สึกว่าเ้าของร่างตกอยู่ในอันตราย วายุต้องคอยช่วยน้องควบคุมพลังนะลูก ระวังเวลาที่น้องใช้พลังโดยไม่รู้ตัว มันอาจจะเป็อันตรายต่อตัวน้องและคนอื่น ๆ ได้]
[เพราะแบบนี้ใช่ไหม ท่านแม่เลยให้ผมขึ้นไปดูแลน้องด้วยตัวเอง ได้ครับ...ผมจะดูแลน้องเอง]
เขาคิดถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นความจริงทั้งหมดที่พึ่งได้รู้ ความรู้สึกสงสารและเอ็นดู ความเป็ห่วงที่ตอนนี้มันพรั่งพรูอยู่ในใจของเขา ไม่อยากให้เจอเื่ไม่ดีกลัวน้องคิดมาก อยากให้น้องปลอดภัยต่อไปนี้พี่จะคอยดูแลเรา
"พี่จะเป็องครักษ์ให้เราเอง"
#ความรักจาก์