เช้าวันรุ่งขึ้นสองหนุ่มสาวนอนกอดกันกลมในผ้านวมผืนใหญ่ที่แสนอบอุ่นอย่างมีความสุข
จนกระทั่งเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นต่อเนื่องตามหน้าที่ของมันเพราะเป็เสียงที่คุ้นเคยของตัวเอง แพทจึงยื่นมือกวัดแกว่งสะเปะสะปะไปทั่วเพื่อหยิบมันมายุติเสียงที่รบกวนเวลานอนของเธอ
มือน้อยๆััเจอวัตถุบางอย่างที่เป็แท่งยาวแข็งๆ ผ่านผ้านวม เธอจึงล้วงเข้าไปคว้าหมับ
“เห้ย!”ภูผาสะดุ้งโหยงลุกนั่งด้วยความใ
แพทรู้สึกถึงความผิดปกติจึงปรือตาขึ้นช้าๆเห็นว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนเตียงคนเดียวเหมือนเช่นทุกวันก็แทบช็อก
“หือ?...เห้ย!”เธอหดมือกลับอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าสิ่งที่จับอยู่นั้นไม่ใช่โทรศัพท์
เสียงกรีดร้องเรียกหาเ้าของยังคงดังกึกก้องฉุดดึงความสนใจไม่ขาดแพทมองไปรอบๆ หาที่มาของเสียงจึงพบกับกระเป๋าสะพายของตัวเองบนโต๊ะข้างหัวเตียงแขนเรียวยื่นออกไปคว้ามันมาเปิดหาแล้วหยุดเสียงน่ารำคาญนั้นทันที
พอทุกอย่างเงียบสงบแพทจึงได้สติหันไปมองรอบห้องอีกครั้งจนมาหยุดที่ชายหนุ่มซึ่งกำลังนั่งมองเธอด้วยแววตาเป็ประกายวาววับพร้อมความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ได้หลั่งไหลเข้ามาในหัวทีละน้อย
“...ภู”ใช่! เมื่อคืนเธอนอนค้างกับเขาที่นี่ หลังจากที่เรา ‘จิ้ม’กันไปนิดหน่อย
“คิดจะยั่วกันแต่เช้าเลยเหรอ”คำพูดของภูผาทำให้เธอก้มมองตามสายตาของเขา จึงรู้ว่าผ้านวมที่ใช้ปกปิดเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของเธอนั้นร่นลงมากองที่เอวจนเผยทรวงอกขาวอวบยั่วตา
แพทถลึงตาใส่เขาแล้วรีบดึงผ้าขึ้นมาปิดจนถึงคอ
“จิ๊!ทำเป็หวงไปได้” ภูผาส่งเสียงขัดใจ “เมื่อคืนทั้งลูบทั้งเลียเห็นเอาแต่ร้องคราง...โอ๊ย!”
กำปั้นน้อยๆทุบลงไปที่แขนเขาเต็มแรง “ทะลึ่ง!”
“ขอคำนึงสิน๊า... นะคะ เพื่อนแพทคนดี” เขาออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน ก็มันน่ากินจริงๆ นี่นา
“ไม่!ออกไปเลย ไป๊”
“ชิ!ไปก็ได้” ร่างสูงลุกพรวดขึ้นมาทั้งตัวเปลือยเปล่าเหมือนเป็เื่ปกติ
“อ๊าย...!ไอ้บ้า ไอ้ทุเรศ ไอ้ลามก ไอ้...”
แพทก้มหน้าเอามือปิดตาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าให้สาสมฮึย! น่าเกลียดที่สุด
“ทำเป็ไม่อยากมองทีเมื่อกี้จับดึงซะเต็มมือเลยนะ” ภูผายืนเท้าสะเอวอวดสรีระอย่างภาคภูมิใจ
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็...อันนั้น”
เขาหัวเราะชอบใจนึกเอ็นดูกับอาการเขินอายของเพื่อนสาว ก่อนจะเดินโทงๆ ไปเอากางเกงบ๊อกเซอร์ในตู้มาสวมและหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้เธอด้วย
“เปิดตาได้แล้ว”เขาดึงมือเธอออก “อะ ไปอาบน้ำก่อนสิ”
แพทแทบจะไม่เงยหน้ามองเขาเธอคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วสอดเข้าไปในผ้าห่มจัดการห่อหุ้มตัวเองให้เรียบร้อยแล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่ลืมหยิบชุดเดิมของตัวเองที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าไปด้วยอดแปลกใจไม่ได้ว่ามันควรกระจัดกระจายเต็มพื้นมากกว่าจะมาอยู่บนไม้แขวนแบบนี้แต่ก็ช่างมันก่อน
ภูผามองร่างบางที่กระแทกเท้าปึงปังเข้าห้องน้ำไป เขายิ้มขำเล็กน้อยเหลือบมองนาฬิกาที่บ่งบอกว่าเป็เวลาหกโมงกว่า...นี่แพทตื่นเช้าแบบนี้ทุกวันเลยหรือไง ทั้งที่เป็วันหยุด
ร่างสูงทิ้งตัวลงบนที่นอนอีกครั้งด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียและเริ่มง่วงเมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอน พอเธอหลับเขาก็ออกไปเก็บของที่ห้องรับแขก แล้วเอากระเป๋าสะพายมาวางบนโต๊ะข้างหัวเตียงไว้ให้จากนั้นก็เก็บเสื้อผ้าของเธอมาจัดใส่ไม้แขวนให้เรียบร้อย แล้วกลับขึ้นมานอนกอดร่างเล็กนุ่มนิ่มที่ทำให้เขาใจสั่นจนนอนไม่หลับยิ่งได้กอด ได้ลูบไล้ทำให้อารมณ์กำหนัดพลุ่งพล่านต้องเข้าไปปลดปล่อยตัวเองในห้องน้ำถึงสองครั้งกว่าจะข่มตาหลับได้ก็เกือบสว่าง
แพทกลับมาถึงคอนโดก็ทำอาหารเช้าง่ายๆของตัวเอง พอกินเสร็จเรียบร้อยก็ไปขลุกอยู่ที่โต๊ะหนังสือเตรียมรายงานที่จะพรีเซนต์ในบ่ายวันนี้ซึ่งเป็คลาสของอาจารย์พิเศษหนุ่มหล่อที่เธอสนิทด้วย
เมื่อเช้าพอเธอออกมาจากห้องน้ำก็เห็นภูผาหลับสนิทชนิดที่เรียกว่าไม่รู้เื่รู้ราวเลยสักนิดขนาดเธอเข้าไปดึงผ้าห่มคลุมให้เพราะกลัวจะหนาวตายเขายังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ...ขี้เซาจริงๆ
ระหว่างที่กำลังขะมักเขม้นเตรียมงานอยู่นั้นโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น
...อุ๋ม...
‘ฮัลโหล อุ๋ม แม่เป็ไงบ้าง’ แพทกดรับทั้งยังจับจ้องรายงานบนหน้าจอคอมฯไปด้วย
[เออ ดีขึ้นแล้ว บ่ายนี้หมอให้กลับบ้านได้]
‘เห้ย! มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ น่าจะนอนดูอาการอีกสักคืน’
[ไม่เป็ไรมาก เบาหวานขึ้นน่ะ ไม่ระวังก็เลยหมดสติไป พอมาถึงหมอก็ปลอดภัยแล้ว]
‘อ่อ... อืม เดี๋ยวเย็นนี้กูเลิกเรียนแล้วจะไปเยี่ยมนะ บอกแม่ด้วย’
[ดีสิ มาเลยๆ พ่อแม่กูบ่นคิดถึงมึงตลอด ไม่เจอตั้งนานแล้วด้วย]
‘อือ ไว้เจอกัน’
[เดี๋ยวแพท... กูเพิ่งรู้เมื่อเช้าว่าไอ้แชมป์ติดธุระเลยไม่ได้ไปหาไอ้ภูแล้วมึงไปหรือเปล่า]
‘เอ่อ... ก็ไป แต่พอพวกมึงไม่มากูก็กลับสิ ไม่รู้จะคุยอะไรกับมันด้วย’
[เออๆ ไว้ค่อยคุยกันเย็นนี้ มากินข้าวเย็นบ้านกูนะมึง]
‘แน่อยู่แล้ว ขอบใจนะ บาย’
แพทถอนใจโล่งอกที่อุ๋มไม่เซ้าซี้ซักถามอะไรมากตอนนี้เธอไม่รู้จะเล่าให้เพื่อนฟังยังไงดีว่าความเป็เพื่อนของเธอกับภูผามันเริ่มสั่นคลอนแล้วเพราะอีกฝ่ายคิดจะจีบเธอขอเป็แฟนอีกครั้ง
บ้านพ่อแม่อุ๋มอยู่อยุธยาทำธุรกิจร้านอาหารทำเลดีติดริมแม่น้ำเป็กิจการเก่าแก่ของตระกูลที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นเื่ชื่อเสียงนั้นก็โด่งดังเลื่องลือมาโดยตลอดไม่มีตกส่วนอุ๋มพักอยู่กรุงเทพฯกับญาติสนิทั้แ่เรียนจนกระทั่งทำงาน พอว่างอุ๋มจะกลับบ้านเป็ประจำเมื่อก่อนเธอมักจะไปด้วยแต่่นี้เรียนหนักงานเยอะเลยไม่ค่อยได้ไป
ภูผาตื่นขึ้นมาอีกทีเป็เวลาเกือบเที่ยงวันเขารู้ว่าแพทต้องหนีกลับไปแล้วแน่ๆ มันคงไม่นั่งรอให้เขาตื่นหรอกและมันก็ไม่คิดจะปลุกด้วย
จะไปก็ไม่บอกกันสักคำฮึย! น่าจับฟาดให้ก้นลาย
ภูผารีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงไปกินข้าวที่ร้านอาหารของโรงแรมระหว่างนั้นก็โทรหาแพทไปด้วย
‘จะกลับทำไมไม่บอก... หนีไปเฉยเลยนะ’ เขากรอกเสียงลงไปทันทีที่คนปลายสายกดรับ
[ไม่ได้หนี ก็เห็นมึงหลับอยู่ ไม่อยากปลุก]
‘และนี่ทำอะไร? อยู่ที่ไหน? กูจะไปหา’
[ขับรถ อยู่บนถนน ไม่ต้องมาหา... กูมีเรียน ไม่ว่าง] อีกฝ่ายพูดจบก็ตัดสายไปเลย
“เห้ยเดี๋ยวเส้!... อะไรวะเนี่ย”
ภูผาถอนหายใจก้มมองโทรศัพท์ในมือนิ่งงันก็บอกแล้วว่าจะจีบมัน แต่มันเสือกไม่เปิดช่องให้จีบเลยเนี่ยสิ เฮ้อ...ต้องหาตัวช่วยหน่อยแล้ว หวังว่าเพื่อนแชมป์คงไม่ใจร้ายเกินไปนะ
**********
วันนี้ภูผานัดกับเ้าของอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งเอาไว้ เขาคิดจะซื้อเพื่อเปิดเป็ออฟฟิศสาขาที่นี่สำหรับให้ลูกค้าติดต่อได้สะดวกและเขาได้ปรึกษากับคุณพ่อแล้วว่าจะขอบริหารสำนักงานแห่งนี้เอง เพื่อเป็การทดสอบความสามารถของตัวเองไปด้วยพอหาที่ตั้งได้แล้วทางสำนักงานใหญ่จะส่งเ้าหน้าที่าุโมาช่วยจัดระเบียบวางระบบให้รวมถึงรับสมัครพนักงานในตำแหน่งที่จำเป็มาช่วยเขาอีกด้วย
หลังเสร็จธุระภูผาก็ไปมหาวิทยาลัยที่แพทมาเรียนต่อปริญญาโทโดยได้รับความอนุเคราะห์จากแชมป์บอกตารางเรียนและสถานที่ให้แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะใจดีเกินเหตุจนดูจงใจแปลกๆ คล้ายอยากให้เขามาหาแพทที่นี่เพื่ออะไรบางอย่าง...และไม่นานก็ได้คำตอบ
ภาพของแพทที่เดินลงบันไดมาพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาดีดูภูมิฐานทำให้หัวใจของภูผากระตุกวาบยิ่งได้เห็นคนทั้งสองหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างสนิทสนมเขายิ่งเจ็บแปลบนี่สินะที่แชมป์มันอยากให้เขามาเห็นกับตาตัวเอง ว่าคู่แข่งของเขาน่ากลัวขนาดไหนหล่อเกาหลีโปรไฟล์ดีจริงๆ ด้วยเป็ครั้งแรกที่ภูผารู้สึกประหม่าและไม่มั่นใจในความหล่อของตัวเอง
“แพท!” ภูผาเรียกให้เธอรู้ตัว ก่อนที่ร่างสูงจะเดินดิ่งเข้าไปหา
“...ภู!?” แพทชะงักหันไปมองตามเสียงเรียก แล้วมองคนข้างๆ ด้วยรอยยิ้มบางๆ
“รู้จักกันเหรอครับ”ต้นถาม
“ค่ะเพื่อนสนิทในกลุ่มน่ะ” แพทตอบขณะที่ภูผาเดินมาถึงตรงหน้าพอดี
“ภูมาได้ยังไง”เธอแสร้งถามด้วยรอยยิ้มตามมารยาท จริงๆ อยากถามมากกว่า... มาทำไม?
“มาหาแพทนั่นแหละเมื่อเช้าออกมาก็ไม่ปลุกกันบ้างเลย” ภูผาพูดหน้าตาเฉย
“...หือ?”ต้นมองแพทอยากจะถามว่ามันคือเื่อะไร แต่เธอก็ตัดบทไปเสียก่อน
“อะ เอ่อ พี่ต้นคะ นี่ภูผาค่ะ”แพทถลึงตาใส่ภูผาเป็การปรามไม่ให้เขาพูดมาก แต่อีกฝ่ายแกล้งทำเป็ไม่สนใจแล้วยื่นมือออกไปทักทายพร้อมแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ
“ผมภูผาครับเป็แฟ...”
“เพื่อนค่ะ! พวกเราเป็เพื่อนกันค่ะ” แพทโพล่งขึ้นทันควัน “ภูอยู่เชียงใหม่น่ะค่ะไม่ค่อยได้มากรุงเทพฯ พี่ต้นก็เลยไม่เคยเจอ”
“อ่อครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับผมเป็อาจารย์พิเศษและเป็ที่ปรึกษาโครงงานของแพทด้วย”ต้นรับััมือกับหนุ่มรุ่นน้องด้วยรอยยิ้มฝืดฝืน รู้สึกว่าอีกฝ่ายแผ่รังสีบางอย่างที่ไม่ค่อยเป็มิตรนัก
....................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย
***แนะนำให้ซื้อ E-book ที่หน้าเว็บ จะได้ราคาถูกกว่าในแอปมือถือค่ะ***
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)