ในเสี้ยววินาทีที่ ร่างของโซโลลอยขึ้นไม่คล้ายการถูกจับโยนออกไปนอกกราบเรือแต่อย่างใด แต่คล้ายกับเขากระโจนออกไปเองร่างสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเเศษ กระโจนขึ้นสูงข้ามกราบเรือเนื่องจากแรงส่งทางด้านหลังแขนยืดขึ้นมือของเขาเกาะเชือกที่ขึงประดับในแนวเฉียงราวสามสิบองศาคล้ายกับโหนราวเดี่ยวในกีฬายินนาสติก ชั่วพริบตาที่ชุลมุน ได้ยินเสียงหนักๆสองเสียง
“พลั๊ก... ตูม”
แล้วตามมาด้วยเสียงร้องอย่างใสองเสียงจากนั้นร่างของคนสองคนพุ่งข้ามกราบท้ายเรือตกลงไปในทะเลสาบ พร้อมกับร่างของอีกคนถูกเงาดำปะทะล้มครืนลงราวกับต้นไม้ถูกโค่นชายสองคนที่ดันสะบักซ้ายขวาของเป้าหมาย ถูกร่างที่โหนเชือกแทนราวเดี่ยว ใช้ขาทั้งสองข้างที่แยกออกถีบคู่ซ้ายขวาส่งเข้าที่กลางหลัง ร่างของมันสองคนถลำพุ่ง พลิกตกทะเลสาบไป
ส่วนร่างของเป้าหมาย อาศัยแรงสะท้อนจากการถีบยัน สะบัดแขนหมุนตัวกลับกลางอากาศสองมือคว้าหมับ เข้าที่หัวคนที่พึ่งยืดตัวเนื่องจากการก้มลงรวบขา แล้วงอตัวประเคนเข่าเข้าที่ยอดอกกึ่งปลายคางสลบเหมือดกลางอากาศร่วงลงไปในทันที
ทั้งสามขั้นตอนเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสามวินาที คนที่เข้าจู่โจมจากด้านหลังหมายจะรวบร่างของเหยื่อให้ตกลงไปในทะเลสาบที่เย็นจัดกลับถูกถีบตกทะเลสาบ ส่วนคนที่งัดตัวก็ถูกเข่าลอยจนสลบ
การจู่โจมสวนกลับในครั้งนี้สำเร็จด้วยหลายปัจจัยแรกสุดเป็เชือกป่านเชือกป่านตบแต่งเรือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนิ้วเศษ มันประดับสูงเหนือกราบเรือราวครึ่งเมตรต่อมาเป็ถุงมือหนังผสมโพลีเอสเตอร์ที่โซโลสวมใส่ ส่วนแรงที่ใช้ทั้งหมดเกิดขึ้นจากการคำนวณจังหวะล้วนๆ
ดูเหมือนเป็การยาก ที่ร่างของชายคนหนึ่งจะโหนเชือกตีลังกาสามร้อยหกสิบองศาพลิกกลับหลังได้ถ้าไม่หมุนไปมาออกแรงส่งหลายๆครั้ง แต่การหมุนกลับตัวของโซโลไม่ได้เกิดจากแรงเหวี่ยงของเขาคนเดียวนอกจากแรงะโของเขาเอง ยังบวกกับแรงส่งของคนอีกถึงสามคน ทำให้ร่างสูงหมุนรอบแกนระนาบไปอย่างง่ายดายและเมื่อพ้นสองร้อยเจ็ดสิบองศา เขาจู่โจมคนทั้งสามด้วยลูกถีบกับเข่าลอยในทันที
ร่างของเขาลงพื้นโดยมีร่างของผู้จู่โจมคนที่สามรองรับ เขาลุกขึ้นพุ่งปราดไปหาคนที่สี่ที่ยืนคุมเชิงอยู่ที่หน้าประตูห้องเคบินท้ายเรือในทันทีแต่พึ่งวิ่งออกไปได้เพียงสามก้าว เ้าหมอนั่นพลันรู้ตัวรีบวิ่งหนีโกยแนบออกไปโซโลส่ายหัวแต่เขาไม่ตามไป ใครจะรู้ว่ามันมีปืนหรือไม่ เกิดยิงสวนกลับมาจะทำอย่างไร!
เขามั่นใจว่าการเคลื่อนไหวนี้ ตกอยู่ในสายตาของหน่วยติดตามของผู้กองโยชิดะแต่การลงมือในครั้งนี้แม้เป็การป้องกันตัวแต่อาจส่งผลให้มีคนตาย ทำให้เขาไม่สบายใจเล็กน้อยในขณะที่จะกดสัญญาณเตือนคนตกน้ำ เรือโจรสลัดถึงกับลดความเร็วลงในฉับพลัน
เขาเดินไปที่กราบท้ายเรือโดยไม่สนใจร่างที่สลบเพราะถูกเข่าลอยจากการจู่โจมเมื่อครู่เขามั่นใจว่ามันสลบเหมือดไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆไม่แน่กระดูกหน้าอกอาจจะร้าวเสียด้วยซ้ำที่กังวลใจคือสองตัวที่เขาจู่โจมกลับตกน้ำไปมากกว่า พึ่งชะโงกหน้าออกไปเห็นเรือเร็วลำหนึ่งพุ่งเข้ามา แล้วหยุช่วยทั้งสองคนขึ้นเรือ...
เขาไม่แน่ใจว่านี่เป็เรือของนักท่องเที่ยวที่บังเอิญผ่านมาหรือไม่แต่หายข้องใจในฉับพลัน
เพราะจู่ๆ มีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่ง โฉบลงมาและบินวนเหนือเรือเร็วลำนั้น ภาพจรวดต่อต้านรถถังและขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ(AIM-92)ที่ติดอยู่ด้านข้าง และรูปร่างลักษณะเฉพาะของมันที่ส่วนหัวติดตั้งปืนกล M203 บนแท่นทรงกลมที่นั่งของนักบินเป็แบบสองที่นั่งเรียงเดี่ยว ในฐานะผู้ชื่นชอบติดตามนิตยสารเครื่องจักรสังหารในสมรภูมิเขามองปราดเดียวก็รู้ว่า นี่คือ ‘อาปาเช่’ หรืออากาศยานปีกหมุน รหัส เอเอช-64 ที่กองทัพญี่ปุ่นมีประจำการถึงห้าสิบลำ
มันจัดว่าเป็อากาศยาน เฮลิคอปเตอร์คลาสพิฆาตลำหนึ่ง ซึ่งมีไว้ใช้จู่โจมทำลายเป้าหมายในสนามรบโดยเฉพาะสามารถปฏิบัติการได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
เครื่องปีกหมุนรุ่นนี้เป็ดาวข่มสำหรับรถถังเคยมีประวัติทำลายรถยานเกราะมากกว่าหนึ่งพันคันในาตะวันออกกลาง อาปาเช่สองลำสามารถทำลายฝูงรถถังได้เลยทีเดียว นอกจากมันจะสามารถเก็บเสียงทำให้สามารถสอดแนมทั้งยังทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 365 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกือบเทียบเท่าเครื่องบินเจ็ทขนาดเล็กยังสามารถประสานการจู่โจมแบบเครื่อข่ายหนึ่งฝูงคำสั่งเดียวจากเครื่องที่เป็แม่ข่าย นอกจากนี้มันยังติดเกราะกันะุจัดเป็อาวุธาขนาดหนัก ต้องบอกว่าผู้กองโยชิดะเล่นหนักจริงๆ
เสียงประกาศก้องผ่านเครื่องขยายเสียง แต่ไม่ได้มาจาก อาปาเช่แต่มาจากเรือตำรวจที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ที่จริงเมื่ออาปาเช่ปรากฏมันสะกดจนเรือเร็วลำนั้นไม่กล้าหลบหนี ไม่นานนักเรือตำรวจขนาดกลางที่ติดไซเรนก็วิ่งมาเทียบ แล้วมีตำรวจลงมาควบคุมเรือ
ส่วนบนเรือโจรสลัดที่เขายืนอยู่ เพียงชั่วขณะก็มีตำรวจในเครื่องแบบสองคน วิ่งมาหิ้วปีกคนที่สลบลงไปส่วนชายที่วิ่งหนีเขาไปนั้นคาดว่าไปไม่รอดเมื่อตำรวจควบคุมกล้องวงจรปิดภายในเรือเอาไว้ เขาจะหลบไปไหนได้
ชายหนุ่มเปิดกระเป๋าคว้ากล้องกับมือถือมาดู มีข้อความมาจากผู้กองโยชิดะว่าเขาจะจัดการเื่ที่เหลือให้ ขอให้เที่ยวอย่างสบายใจ เขาฉวยโอกาสนี้ ถ่ายรูปอาปาเช่ เอาไว้หลายรูป เพราะมันลอยนิ่งจนกระทั่ง เรือตำรวจลากเรือเร็วลำนั้นจากไปมันยกหางเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งไปทางทิศตะวันตก พริบตาเดียวข้ามแนวเขาหายไปจากสายตา
ตอนนี้เรือมาถึงกลางทาง เรือโจรสลัดเริ่มเพิ่มความเร็วอีกครั้งหนึ่งปฏิบัติการรวบตัวคนของแก๊งท้องถิ่นในครั้งนี้นักท่องเที่ยวบนเรือแทบไม่รับรู้ถึงความผิดปรกติ แม้มีคนตกน้ำแต่มีเรือเร็วและเรือตำรวจเข้ามาแทบจะในทันทีประกอบกับคนที่ตกน้ำไม่ได้เป็ญาติหรือเพื่อนของนักท่องเที่ยวคนไหนเลยไม่นานเื่นี้ก็ถูกลืม
ทุกคนหันมาสนใจภาพวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบอาชิ ยามนี้มองเห็นปลายทางอยู่ไกลๆเรือเริ่มเล่นเข้าชิดฝั่งด้านขวา มองไป้าเห็นกระเช้าลอยฟ้า ที่คล้ายกับของเด็กเล่นกำลังเคลื่อนที่ขึ้นลงยอดเขาส่วนด้านซ้ายก็มองเห็นูเาไฟฟูจิสีขาวสะอาดโดดเด่นเต็มพื้นที่
โซโลขึ้นมาที่ดาดฟ้าด้านหน้ากราบขวา เขาจำได้ว่า มีเสาศาลเ้าเล็กๆ สีแดงในน้ำอยู่อีกแห่งหนึ่งคราวก่อนเขาเห็นชาวประมงตกปลาอยู่ในบริเวณนั้น เป็ภาพสวยงาม และเขาพลาดเก็บรูปพวกนั้นไประหว่างที่จ้องจังหวะถ่ายรูป สี่นักศึกษาก็ตามมาสมทบ
โต้ง พูดเสียงดังด้วยความดีใจ “โห..พี่เมื่อครู่ผมกดรูปอาปาเช่ได้ ไม่รู้ว่ามีการฝึกทางอากาศในทะเลสาบด้วยถ่ายรูปกลุ่มเชือกเหนือเสาซุ้มกระโจมเรือใบ ตรงกลางติดภาพคอปเตอร์ไฮเทค นี่เป็ภาพย้อนแย้งที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยถ่ายมา”
ชายหนุ่มคุยโวพร้อมจะโชว์ผลงาน แต่เหล่าสหายเห็นโซโลตั้งใจจ้องมองที่ชายฝั่ง คล้ายรออะไรสักอย่าง พวกเขาก็หันมาตั้งกล้องรอเช่นกัน แพทที่ใช้กล้องสมัยนิยมอินเทรนสุดๆ เป็กล้องเลนส์กว้าง รูปลักษณ์โดดเด่นคลาสิก ในที่สุดหญิงสาวก็รู้ว่ากล้องของตนเองไม่สามารถเก็บภาพ ที่้าได้ ขัดใจจนแทบอยากจะโยนทิ้ง

ภาพที่โซโลเก็บได้ คือการซูมเข้าไปถ่ายในขณะที่เรือโจรสลัดวิ่งผ่านอย่างรวดเร็ว ส่วนภาพที่แพทเก็บได้ กลับมองเห็นแต่แนวชายฝั่งกับูเามองแทบไม่เห็น ซุ้มประตูสีแดงและเรือประมงด้วยซ้ำ ตามแผนเดิมของสี่นักศึกษา พวกเขาจะขึ้นเรือเพียงหนึ่งท่าคือลงที่ท่าที่แล้ว จากนั้นต่อรถไปที่โกเทมบะ ระหว่างนี้ Object ที่จะถ่ายรูปก็เริ่มน้อยลง นอกจากพลัดกันถ่ายเอาวิว เพราะเรือใกล้เทียบท่า
ใช้เวลาทั้งหมดไปเกือบห้าสิบนาที เพราะเสียเวลาชลอเรือจัดการกับปัญหาของตำรวจ
เมื่อเข้าเทียบท่า นักท่องเที่ยวทุกคนกลับถูกกั้นไม่ให้ลงจากเรือต้องรอให้เ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวคนร้ายหนึ่งคนลงไป ทุกคนมึนงงเพราะไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้น สาเหตุที่ต้องนำคนร้ายลงไปก่อนเพราะที่ท่าเรือเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่รอจะขึ้นเรือในขากลับจำนวนคนที่รอมากกว่าคนลงราวสี่เท่า เนื่องจาก ท่าเรือนี่ถ้ามาจากโกเทมบะจะใกล้กว่า
หากไม่กั้นคนเอาไว้ คนร้ายอาจฉวยโอกาสหลบหนีไปในฝูงคน เมื่อลงจากเรือระหว่างเดินบนท่ามาที่ตัวอาคารเขาหยุดถ่ายรูปสี่สหายกับเรือโจรสลัดที่จอดเทียบท่าอยู่ในท่าเรือตอนนี้มีเรือโจรสลัดจอดอยู่ถึงสามลำ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่หรูหราคาดว่าคงใช้รับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่้าล่องเรือกินอาหารดื่มด่ำกับบรรยากาศของทะเลสาบอาชิมากกว่าที่จะขึ้นลงเรือโจรสลัดที่ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเศษๆ
ท่าเรือโทเกนได นอกจากเป็ต้นทางปลายทางของเส้นทางเรือโจรสลัดแล้วยังเป็สถานีกระเช้า เพื่อขึ้นสู่หุบเขาโอวาคูดานิ หรือที่เรียกกันว่าหุบเขาไข่ดำเนื่องจากทั้งหมดใช้ฮาโกเนะฟรีพาส จึงไม่ต้องซื้อตั๋วให้เสียเวลาเพียงต่อคิวขึ้นรถกระเช้า
เวลานี้นับว่าเริ่มสาย นักท่องเที่ยวเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้นในขณะที่แถวรอคอยซื้อตั๋วขึ้นกระเช้ายาวเหยียดแต่คิวขึ้นกระเช้ากลับยังไม่ค่อยมีคน เดินตามคิวขึ้นมาสองชั้นในที่สุดก็ได้ขึ้นกระเช้า
ตัวกระเช้าที่จุคนสูงสุดได้ราวสิบสองคนไม่ได้จอดนิ่งๆ มันเคลื่อนที่ไปช้าๆพนักงานที่จัดคิว จะจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็ชุดๆเพื่อให้สามารถก้าวเข้าไปได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยในที่สุดทั้งหมดก็อยูในกระเช้าที่กำลังวิ่งออกจากสถานีโทเกนไดมีชาวต่างชาติที่น่าจะเป็เกาหลีจำนวนสี่คน ล้วนเป็หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม เป็เพื่อนร่วมเดินทาง
กระเช้าเริ่มไต่ระดับ ไม่นานนัก ก็สามารถมองเห็นวิวมุมสูงของทะเลสาบอาชิ ที่ยามนี้เห็นเรือโจรสลัดลำที่พวกเขาโดยสารมากำลังออกจากท่าด้านล่าง ไม่มีคำพูดคุย ทุกคนต่างขยับตัวหามุมถ่ายรูปตัวกระเช้าออกแบบได้ค่อนข้างโปร่ง มองเห็นวิวได้รอบทิศทาง แม้แต่พื้นดินด้านล่างยามนี้บนพื้นเป็สีขาวโพลนตัดกับสีเขียวแซม เพราะมันถูกตัดแต่งให้ราบเรียบสองข้างเป็แนวป่าโปร่ง และที่คาดไม่ถึงก็คือ
“เฮ้ย แพท มีกวางวิ่งด้วยว่ะ...”
เสียงแม๊ก แสดงความตื่นเต้นบอกเพื่อนๆ ให้ถ่ายรูปด้านล่างมีกวางสองสามตัวกำลังวิ่งลัดเลาะผ่านแนวตัดโล่งพวกมันวิ่งขนานกระเช้าไปราวสามสี่สิบเมตร ก่อนที่จะวิ่งหลบเข้าไปในแนวป่า ทุกคนล้วนถ่ายรูปพวกมันหลังจากกวางวิ่งหายไปจุดสนใจกลายเป็วิวของูเาไฟฟูจิ ที่ทอดตัวตระหง่านเหนือทิวเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เหมือนภาพหลอกตา ยิ่งกระเช้าขึ้นสูงดูเหมือนูเาไฟฟูจิยิ่งใหญ่ขึ้น
ในที่สุดแปดนาทีผ่านไป จากสถานีโทเกนได มาถึงสถานีที่สอง สถานีอุบาโกะ (Ubako) สาวพิมพ์ทำท่าเหมือนเตรียมตัวลง ทำเอาสาวเกาหลีทั้งสี่เตรียมตัวลงด้วยแม๊ก ก็หันมาบอกแพทกับโต้งให้เตรียมลง โซโลรีบบอกพวกเขาว่ายังไม่ถึงสถานีที่ต้องลง เขาหันไปบอกสี่สาวเกาหลี สั้นๆ “Owakudani Valleyis Next Station”
สถานีนี้ก็ช่างกะไร มันทำเป็สถานีลักษณะเดียวกันกับ สถานีแรกใหญ่โตตัวกระเช้าต้องเข้าไปวนในสถานี ประตูกระเช้าเปิดปิดแม้แต่โซโลยังเคยหลงลงที่นี่ครั้งหนึ่ง หลังจากถามเ้าหน้าที่เขาต้องทำตัวลีบขอโดยสารกระช้าที่ตามขึ้นมาเพื่อไปยังสถานีไข่ดำคำตอบที่ได้นั้นยังทำให้เขามึนงงและเหมือนหน้าแตกมาถึงทุกวันนี้
“สถานี Ubako เป็สถานีสำรอง แทบจะไม่มีคนขึ้นลง สร้างเอาไว้เพื่อขนคนที่มาจอดรถในลานจอด เอาไว้ในกรณีที่ลานจอดรถบนยอดเขาเต็ม แต่แทบไม่เคยมีคนขึ้นลงเพราะจ่ายค่าบริการไม่คุ้ม ไม่สู้ลงไปจอดที่ท่าเรือโจรสลัด ที่นั่นมีทั้ง ร้านOutlet ร้านอาหาร และยังมีวิวที่สวยงาม”
แล้วเ้าหน้าที่ก็บอกยิ้มๆว่า
“คุณเป็ผู้โชคดีในรอบเดือนเป็นักท่องเที่ยวคนแรกที่ขึ้นมาจากท่าเรือมาลงที่สถานีนี้... @#! ”
มีเื่น่าแปลกเื่หนึ่ง ทันทีที่กระเช้าหมุนออกจากสถานีเพื่อวิ่งไปที่สถานีไข่ดำ ูเาไฟฟูจิที่เคยใหญ่ขึ้น กลับมีขนาดเล็กลงอย่างน่าใไม่รู้ว่าเป็เพราะอุปทานหรือเพราะทิศทางการเคลื่อนที่ แต่ที่แน่ๆ มันเล็กลงจริงๆชายหนุ่มมองภาพท้องฟ้าใสเคลียร์ไร้เมฆหมอก จึงเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะถูกก้อนเมฆหลอกตา แม้แต่ ‘โต้ง’ที่มีท่าทีมุทะลุ ยังออกปากออกมาด้วยความสงสัย
“แหม ูเาไฟมันมีขารึไงว่ะ ทำไมจู่ๆ มันเล็กลง”
ระยะทางที่ใช้เวลาเพียงแปดนาที ด้วยความเร็วราวห้าหกกิโลเมตรต่อชั่วโมงแต่ภาพูเาไฟฟูจิ ที่ดูเหมือนตระหง่านบังท้องฟ้าไปครึ่งหนึ่ง กลับดูเล็กลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นเป็ยอดกรวยไอศกรีมขนาดเล็ก
ก่อนถึง สถานนีโอวาคูดานิ หรือที่เรียกกันว่าหุบเขาไข่ดำ
แพทเอ่ยปากถาม “พี่ค่ะ มันคือหุบเขาอะไรทำไมถึงมีชื่อประหลาดพิกลว่าหุบเขาไข่ดำ”เนื่องจากกลุ่มของสี่นักศึกษาตั้งเป้าไปที่โกเทมบะ ถึงแม้ว่าใน อินเทอร์เน็ทจะมีข้อมูลมากมายแต่ ก็ถูกปล่อยผ่าน เพราะมีเื่ที่ต้องโฟกัสและทำการบ้านเยอะมาก
โซโล กล่าวสั้นๆ “ที่มาของมันมีตำนานเล่ากันมาหลายกระแส ผมเองก็ไม่ค่อยสันทันเื่ตำนานพื้นบ้านเื่นี้คงต้องไปดูข้อมูลจากอินเทอร์เน็ท ผมรู้เพียงแต่ว่า เขาว่ากันว่าหากได้กินไข่ดำ จะมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์
ตัวหุบเขาไข่ดำ ที่จริงเป็ส่วนหนึ่งของปากปล่องูเาไฟที่มีพลังงานความร้อนพุ่งขึ้นมา นอกจากขึ้นชื่อเื่ไข่ดำแล้ว บริเวณสถานียังมีพิพิธภันท์เกี่ยวกับูเาไฟขนาดเล็ก ร้านค้าร้านอาหาร แนวขุดสำรวจสถานีทดลองพลังงานความร้อนใต้โลก และศาลเ้าที่เป็ที่เคารพของคนพื้นที่นอกจากนั้นก็มี ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน”
โต้ง ถามเร็วปรื่อ “แล้วไอ้ไข่ดำนี่ มันอร่อยไหมพี่รสชาติของมันเหมือนไข่เยี่ยวม้าไหม”
ชายหนุ่มส่ายหัว “ผมไม่ได้ลองเลยไม่รู้ รู้แต่ว่า โอเด้งกับไอศรีมโคนสีเหลืองของที่นี่เด็ดมาก”
แพท “โอเด้ง นี่คืออะไรอะพี่”
โซโลเกาหัว “ก็ไม่รู้ว่าผมเรียกถูกรึเปล่านะมันคือลูกชิ้นที่ทำมาจากปลาชนิดต่างๆ โดยมีรูปร่างหลากหลายบางทีก็ทำรูปปลาหมึกเป็ตัวๆ หรือหนวดปลาหมึก แล้วเสียบไม้ ต้มในน้ำซุป มีขายใน FamilyMart ในบ้านเราก็มี ว่างๆ เมื่อกลับไป พวกคุณแวะไปกินที่ใต้อาคารBBถนนอโศก มีขายอยู่
เวลากินต้องใส่ถ้วยน้ำซุบ ส่วนว่ามันจะเด็ดแค่ไหนเดี๋ยวลงไปเดินเที่ยวหุบเขาไข่ดำสักครึ่งชั่วโมง พวกคุณก็จะรู้ว่าทำไมผมถึงว่ามันเด็ด”
กระเช้าหมุนวนเข้าเทียบชานชาลาสถานีโอวาคูดานิ เหมือนเดิม...กระเช้าไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เคลื่อนที่ไปช้าๆ ทุกคนที่้าจะลงต้องก้าวลงมาอย่างรวดเร็ว เมื่อเดินออกมาที่ชานชลาสถานี ทันทีที่พ้นประตูอัดอากาศกลิ่นกำมะถันฉุนกึก ก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกระแสลมเย็นะเืที่พัดมาทำให้ถึงกับสยิวกายด้วยความหนาวระดับสั่นสะท้าน
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึง หุบเขาไข่ดำ