ตอนที่ 16
วันเกิด
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧
หลังจากโรงละครวันนั้น วันที่คุณอารัญสารภาพรักกับฉัน เขาก็แทบจะไม่อยู่บ้านเลย ภาคินก็ด้วยเหมือนกัน เพราะพวกเขามีสิ่งเร่งด่วนที่ต้องรีบกลับไปสานต่อ ั้แ่ก่อนที่ฉันจะมาอยู่ที่นี่ นั้นก็คือการค้นหาต้นไม้ให้เจอโดยเร็วที่สุด
ฉันตื่นมาอย่างสดชื่นแจ่มใส เดินไปเปิดม่าน มองออกไปนอกหน้าต่าง และเห็นสาวใช้กระจุกหนึ่งกำลังจัดแจงสถานที่ตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน ดูเหมือนว่ากำลังจะจัดงานปาร์ตี้ยังไงยังงั้น
ป้าแพมเข้ามาในห้องของฉันตามปรกติเหมือนทุกวัน “สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณหนู”
“เอ๊ะ!! วันนี้วันเกิดวาเหรอคะป้า!” การอยู่ที่นี่ทำให้ฉันลืมวันลืมคืนไปเลย
ป้าแพมยิ้ม พยักหน้า “ใช่แล้วค่ะ วันนี้คุณหนูอายุครบยี่สิบปีใช่มั้ยคะ”
“เอ่อ... ใช่ค่ะ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ”
“เช้านี้จะให้ป้าตั้งสำรับอาหารเช้าที่ไหนดีคะ”
“ในสวนก็ได้ค่ะ วันนี้อากาศดี” ฉันพยักพเยิดออกไปนอกหน้าต่าง “เค้าทำอะไรกันตรงนั้นเหรอคะ”
“งานวันเกิดคุณหนูไงคะ”
“หา! จริงเหรอคะป้า!” ฉันจำไม่ได้แล้วว่า นานเท่าไหร่แล้วที่ฉันไม่ได้มีงานวันเกิด
คุณอารัญจัดงานวันเกิดให้ฉัน แต่วันนี้เขาก็ยังไม่อยู่บ้านอีกตามเคย จนกระทั่งบ่ายแก่ๆ ที่ฉันได้ยินเสียงเขา คุณอารัญกับภาคินนั่งคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น ฉันกำลังจะเดินเข้าไปหาพวกเขา แต่ป้าแพมกลับคว้าแขนฉันไว้และลากฉันขึ้นห้องเพื่อไปแต่งตัวซะก่อน
ป้าแพมถอดชุดที่ฉันใส่อยู่ออกไป และแทนที่มันด้วยเดรสยาว เข้ารูป ผ้าชิฟฟ่อนสีเขียวอ่อนแต่งระบายและลูกไม้ ปล่อยผมม้วนปลายนิดหน่อยแล้วคาดด้วยที่คาดผมดอกไม้อันใหญ่ ฉันรู้สึกเป็ผู้หญิงเอามากๆ ไม่รู้เพราะว่าฉันอายุยี่สิบปีเต็มในวันนี้ หรือเพราะชุดชุดนี้กันแน่ เนื้อผ้าเบาบาง รัดรูปพอดีตัว คอวีที่ค่อนข้างลึก และผ่าหลังโชว์แผ่นหลัง เป็ชุดที่ใส่แล้วเห็นทรวดทรงองค์เอวได้อย่างชัดเจน
……..
“ว้าว.ว.. แฮปปี้เบิร์ดเดย์มนุษย์” ภาคินที่วันนี้ดูหล่อเป็พิเศษผิวปากแซว ตอนที่ฉันเดินเข้าไปในงาน ใน่เย็น
ฉันทำตาขวางใส่ภาคิน แล้วก็หันไปยิ้มหวานให้คุณอารัญที่ยืนอยู่ข้างๆ “ขอบคุณสำหรับงานวันเกิดนะคะ”
คุณอารัญยิ้มตอบ “คุณสวยและน่ารักมาก” บางอย่างในน้ำเสียงของเขาทำให้ฉันดีใจจนแทบลอย แต่ฉันก็พยายามเก็บอาการไว้ไม่ให้เขารู้ ว่าเขามีอิทธิพลกับฉันเพียงใด
ฉันเดินออกมาจากหนุ่มๆ เพื่อสำรวจงานวันเกิดของตัวเอง งานวันเกิดฉันเป็ปาร์ตีเล็กๆ บรรยากาศอบอุ่นเป็กันเอง อาหารเรียงรายบนโต๊ะตัวยาว วงดนตรีคลาสสิควงเล็ก เปียโน ไวโอลิน เชลโล่ บรรเลงเพลงอยู่ที่มุมมุมหนึ่ง คนที่มาร่วมงานส่วนมากก็คือคนกันเองทั้งนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน สาวใช้ คนงาน ผู้ช่วยและผู้ติดตามของคุณอารัญกับภาคิน รวมถึงคนในครอบครัวของพวกเขาด้วย พวกเขา ดื่ม กิน ร้องเพลง เต้นรำ สังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน
ฉันหยุดที่โต๊ะเครื่องดื่ม มีเครื่องดื่มมากมายให้เลือกสรร แต่มีอย่างหนึ่งที่สะดุดตาฉัน น้ำสีเขียวใสในชามน้ำพุใบใหญ่ เปล่งประกายดูน่าอร่อยมาก ฉันตักมันใส่แก้วและกำลังจะยกดื่ม
“ฉันจะดื่มอย่างอื่นนะ ถ้าฉันเป็เธอ” ภาคินโผล่มาข้างหลัง
“ทำไมอะ?” ฉันทำหน้างอใส่น้ำสีเขียวที่น่ากินนั้น
“ไวน์มรกต เป็ไวน์ของผู้วิเศษ ฉันว่ามันจะแรงเกินไปสำหรับเธอนะ”
“อื้ม” ฉันดมไวน์ในแก้ว มันไม่มีกลิ่นของแอลกอฮอล์เลยแม้แต่นิดเดียว และกลิ่นของมันก็ช่างหอมหวนชวนดื่มเสียจริงๆ
“นี่ ฉันซีเรียส...” ภาคินแย่งแก้วไปจากมือฉัน
ฉันรีบแย่งแก้วกลับ แล้วดื่มไปอึกหนึ่งอย่างรวดเร็ว เพราะฉันอยากรู้อยากลอง
เหมือนดอกไม้บานในร่างกาย เืสูบฉีดเป็เสียงดนตรี ทุกอย่างตรงหน้าสวยงามไปหมด ฉันหัวเราะออกมาเสียงดังใส่ภาคินที่ยืนจ้องคิ้วขมวดเป็ปมอยู่ตรงหน้า
“มนุษย์เอ้ยย” เขาบ่น ส่ายหัวเบาๆ
ฉันหันไปมองเขา หัวเราะคิกคัก “หูวว นายก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ยย ฮ่าๆๆๆ”
“ฉันอยากจะบ้าตาย” เขาบ่นอีก
แล้วฉันก็หัวเราะเสียงดังออกมาอีก และก่อนที่เขาจะหยุดฉัน ฉันก็ซดไวน์มรกตไปอีกอึกใหญ่ นี่มันน้ำมหัศจรรย์ชัดๆ เหมือนถูกปลดปล่อยจากข้อจำกัดต่างๆ ฉันไม่ได้ลืมตัว ฉันเห็นทุกอย่าง รับรู้ทุกอย่าง แต่ทุกอย่างมันดูสวยงามและสนุกขึ้นเป็ทวีคูณ
“ให้ตายสิเอวา!” ภาคินเริ่มหัวเสีย
“อะไรเหรอออ” ฉันยังหัวเราะคิกคัก
“มนุษย์เอ้ย” เขามองหน้าฉัน “กินแค่นี้ก็เมาเป็หมาแล้ว” แล้วเขาก็แย่งแก้วไปจากมือฉัน ชูขึ้นเหนือหัว ไม่ให้ฉันเอื้อมถึง
“อย่าาา ซีเรียส น้ากกก เลยยยน่า” แล้วฉันก็หมุนตัวอย่างร่าเริงไปตามเสียงเพลง
คุณอารัญเดินเข้ามาที่เราสองคน “โทษทีนะอารัญ” ภาคินบอกเขา “ฉันปล่อยยัยนี่ไว้คนเดียวแค่ไม่กี่นาที เธอก็ดื่มไวน์มรกตไปซะแล้ว”
แต่คุณอารัญไม่ได้ว่าอะไร เขายิ้มอย่างอารมณ์ดี และเขาในสายตาของฉันตรงหน้าตอนนี้ ก็ช่างหล่อเหลาเลอค่าอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวฉันดูแลเธอเอง” คุณอารัญบอกภาคิน
นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะที่หางคิ้ว ในท่าตะเบ๊ะ “ด้วยความยินดี” แล้วภาคินก็เดินออกไป เข้าไปเฮฮาปาร์ตี้กับกลุ่มคนในงาน
ฉันเกี่ยวแขนเข้ากับแขนคุณอารัญที่เสนอมาให้ฉันควง
“ดื่มนี่” คุณอารัญเทน้ำเปล่าใส่แก้วแล้วยื่นมันมาให้ฉัน “มันจะทำให้คุณสร่างเมาได้เร็วขึ้น”
ฉันรับมาดื่ม “ทำไมภาคินถึงงง ไม่อยากกก ให้ฉันดื่มไวน์ของพวกกก คุณ ขนาดนั้นน ค้า”
“ภาคินคงกลัวคุณจะเมาแล้วไปทำอะไรแผลงๆ เข้าน่ะสิ”
“เช่นอะไรค้าา” ฉันยังคงหัวเราะคิกคักไม่หยุด
“ผมก็ไม่รู้... แต่มันไม่ใช่ไวน์ธรรมดา มันกลั่นขึ้นมาจากเวทมนตร์ และก็ไม่รู้ว่ามันจะส่งผลกระทบอะไรกับคุณบ้าง คุณเองก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอ ว่าเวทมนตร์มันมีผลรุนแรงกับมนุษย์ยังไง”
เมื่อฉันได้ยินเช่นนั้น ฉันเลยรีบกระดกน้ำเข้าไปจนหมดแก้วอย่างรวดเร็ว
ต่างคนต่างก็เข้ามาอวยพรวันเกิดให้ฉันไม่ขาดสาย และการได้ร่วมวงสนทนากับผู้คน ก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า พวกเขารัก เคารพ และจงรักภักดี กับคุณอารัญมากเพียงใด
เมื่อความเมาเริ่มสร่างไป คุณอารัญก็หันมาพูดกับฉัน “ผมมีอะไรจะให้ดู” แล้วฉันก็ให้เขาจูงฉันออกจากงานไปแต่โดยดี เขาพาฉันเดินออกมาเรื่อยๆ เสียงดนตรีและเสียงผู้คนเบาลง เบาลง จนเรามาหยุดอยู่ที่เนินทุ่งหญ้าที่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณบ้านมากนัก เป็เวลาโพล้เพล้พอดี แสงอาทิตย์อัสดงบนท้องฟ้ากว้าง ที่ทำให้เรามองเห็นกันเพียงเงา สายลมโชยอ่อน เบา สบาย
เขาแบมือออกมาตรงหน้าฉัน แล้วกล่องสีทองฉลุลายก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนมือของเขา “แฮปปี้เบิร์ดเดย์...”
ฉันหยิบกล่องสีทองแสนสวยขึ้นมา และบรรจงเปิดออกดู “ขอบคุณนะคะ มันสวยมาก มันสวยเกินไป...”
“มา… เดี๋ยวผมใส่ให้”
สร้อยเส้นสวยที่ร้อยด้วยจี้มรกตวิบวับ เรียงร้อยกันเป็ดอกไม้ มีเกสรที่ทำจากเพชร มันสุกสกาววาววับไม่ต่างจากแสงจันทร์ที่กำลังจะโผล่พ้นท้องฟ้าขึ้นมา มันได้ถูกหยิบออกจากกล่องสีทองในมือฉัน ขึ้นมาเพื่อใส่ให้ฉัน
เราสองคนยืนหันหน้าเข้าหากัน เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านในขณะที่เขาคล้องสร้อย ผ่านไหล่มาติดเข้าด้วยกันที่ท้ายทอยของฉัน และในขณะเดียวกัน ดอกไม้ใบหญ้ารอบๆ ตัวเราก็เริ่มพลิ้วไหว เหมือนมันกำลังเต้นระบำ และแล้วดอกหญ้าก็ค่อยๆ เรืองแสงหลากสีออกมาจนทั่วบริเวณ รอบล้อมเราสองคน เสียงเพลงของสายลมขับขานเป็จังหวะที่ไพเราะ แต่หัวใจฉันเต้นไม่เป็จังหวะเลย ฉันยกสองมือขึ้นมากุมไว้กลางอกอย่างตื่นเต้น ตื่นตา มหัศจรรย์ใจ
เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ ลมหายใจของเขากระทบใบหูของฉัน “เต้นรำกับผมนะ...”
และแล้วโลกทั้งใบก็มีแค่เขากับฉัน ฉันเหมือนเป็ดอกหญ้าและเขาก็คือสายลม ในทุกก้าวย่าง ทุกส่วนของร่างกายเราที่ใกล้ชิดกัน มันยากมากที่จะไม่ดึงดูดฉันให้เข้าไปหาอ้อมโอบที่แแ่ของเขา ตาจ้องตา ฉันอยากััเขา เชยชมเขา ลิ้มรสเขา เขาบอกฉันด้วยสายตาว่าเขารับรู้ได้ และเขาเองก็เช่นกัน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเสแสร้งหรืออดกลั้น ก้าวย่างของเราช้าลงและสุดท้ายก็หยุด ฉันยังคงอยู่ในอ้อมแขนของเขา ท่ามกลางเสียงเพลงของสายลม เขาวางคางบนกระหม่อมของฉัน กอดฉัน และลูบผมของฉันอย่างเบามือ นิ้วของเขาที่คลอเคลียอยู่ที่ด้านหลังของลำคอ ส่งความรู้สึกวาบหวานเข้ามาในหัวใจฉัน
“เอวา...” ชื่อฉันที่ออกจากปากของเขามันช่างไพเราะกว่าที่มันควรจะเป็ “เอวา...” เขาพูดมันอีกครั้ง ราวกับว่าเขามีความสุขที่แค่ได้พูดมันออกมา
เขาช่างเป็ผู้ชายที่อบอุ่นเหลือเกิน…
ฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นและเอื้อมมือไปััใบหน้าของเขา ลากมือไปตามกรอบหน้าของเขา ลมหายใจของเขาระส่ำระสายไม่ต่างจากลมหายใจของฉันเลย มือของเขาค่อยๆ เลือนลงมาตามขอบเว้าของเดรส มาที่หลังอันเปลือยเปล่าของฉัน วงแขนของเขาโอบรัดฉันมากยิ่งขึ้น จนลำตัวของเราแนบชิดสนิทกัน จนฉันต้องเงยหน้าขึ้นอีกเพื่อที่จะมองเขาให้เต็มตา
สายตาและรอยยิ้มของเขาทำให้ฉันเขินจนแทบจะมุดดินหนี แต่อ้อมกอดของเขายังคงรัดรึง มือทั้งสองข้างของเขาแผ่ราบอยู่บนแผ่นหลังของฉัน
“ผมไม่เคยอยากจูบใครมากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต...” เขาบอกฉัน ท่ามกลางดอกหญ้าระยิบระยับ ลมหายใจของเขาถี่และเบา
ขอบคุณความมืดที่ทำให้เขาไม่รู้ว่าฉันหน้าแดงเพียงใด และโดยไม่รอช้า.. ฉันหลับตา... ยื่นหน้าไปให้เขา แล้วริมฝีปากของเราก็เจอกัน...
ริมฝีปากของเขาเอื่อยเฉื่อยอยู่บนริมฝีปากของฉัน เชยชิมฉันอย่างแ่เบา แล้วจูบของเขาก็หยุดลง ฉันจึงลืมตา... สายตาของเราประสานกัน ก่อนที่เขาจะพรมจูบลงมาอีกครั้ง ฉันยกแขนทั้งข้างขึ้นไปคล้องคอเขาไว้ ดึงรั้งเขาให้เข้ามาใกล้มากขึ้น เบียดตัวเองให้แนบชิดติดกับลำตัวของเขา รับรู้ถึงรสจูบอันแสนหวาน และััจากมือของเขาที่เร่ร่ายไปมา บนหลังโล่งๆ และทรวดทรงองค์เอวของฉัน ราวกับว่าเขาไม่สามารถััฉันได้มากพอในคราวเดียว
เรานัวเนียกันไปมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อย แต่แล้วเขาก็หยุด ถอนหายใจ “เราต้องรีบกลับไปกันแล้ว ไม่งั้นเราจะพลาดเวลาตัดเค้กของคุณ” แล้วเขาก็หอมลงมาที่หน้าผากของฉัน
“แต่ฉันยังอยากอยู่ตรงนี้กับคุณต่อนี่คะ...” ใช่ฉันงอแง แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ
“เด็กโง่ เราจะอยู่ด้วยกันอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่วันเกิดของคุณมีแค่ปีละครั้งนะ” เขาจูบฉันอย่างลึกซึ้งอีกครั้งที่แก้ม ที่คอ และจบที่ริมฝีปาก
ฉันหลับตา ดูดดื่มรสจูบของเขาและ่เวลาแห่งความสุขนี้เอาไว้ในความทรงจำ และเมื่อฉันลืมตา ต้นหญ้าเรืองแสงก็ค่อยๆ ดับลง แล้วเขาก็จูงฉันกลับเข้าไปในงาน
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧