
บทที่ 36 — ตำหนักน้อยแห่งเสียนหยาง
ประตูไม้แดงของตำหนักน้อยเปิดออก เผยให้เห็นเรือนใหญ่สามหลัง มีลานกว้าง บ่อน้ำ และสวนหินประดับ เสียงนกร้องแว่วกลางอากาศสดใส
อาเหมยตาโตวิ่งเข้าไปก่อนใคร “ว้าว! ที่นี่หรูหรากว่าบ้านขุนนางในตลาดเสียอีก! ข้าขอห้องใหญ่สุดนะ!”
หลิวหานกลอกตา “อย่างน้อยก็ให้หัวหน้าหน่วยกองช่างศึกเลือกก่อนสิ เด็กคนนี้”
อาเหมยทำแก้มพอง “งั้นข้าเลือกสองห้องใหญ่สุดเลย!”
ซูไป๋หัวเราะเบา ๆ พลางกวาดตามองรอบ ๆ “ที่นี่กว้างขวางนัก เ้าคงไม่สามารถดูแลเองได้หรอกหาน หากไม่รังเกียจ ข้าจะอยู่ด้วย”
หลิวหานยกยิ้มกว้าง “ดีเลย! เ้าจะได้ช่วยกันดูแลตำหนักกับข้า จะได้ไม่เหงาด้วย”
อาเหมยยกมือปรบตา “เย้! ข้ามีพี่ชายเพิ่มอีกคนแล้ว!”
ไป๋หลงที่ยืนฟังอยู่ข้างหลัง กลับขมวดคิ้วแน่น เขาจ้องหลิวหานด้วยสายตาเ็า
“ตำหนักที่ฝ่าาพระราชทาน… ข้าจะไม่เหยียบซ้ำเป็แขก” เขากระแทกเสียง ก่อนสะบัดแขนเสื้อหันหลังกลับไป
อาเหมยพึมพำ “ท่านไป๋หลง นิสัยแข็งดื้อยิ่งกว่าหิน…”
ซูไป๋ตอบเรียบ ๆ “เขาคงยังไม่อาจยอมรับได้ ว่ามีคนต่างถิ่นมานั่งเคียงบัลลังก์เขา”
หลิวหานถอนหายใจ “เอาเถอะ ปล่อยให้เขากลับจวนไป… ข้าไม่ได้อยากแข่งกับเขาหรอก”
แต่ในใจเขารู้ชัด—นี่ไม่ใช่การแข่งที่เขาเลือก หากเป็เส้นทางที่หลีกไม่พ้น
การปรับตัวใหม่
คืนแรกในตำหนัก หลิวหานเปิดหีบที่วังส่งมา มีชุดขุนนางผ้าแพรสีเข้มเรียบหรู อาเหมยชี้ทันที “สวมเลย ๆ จะได้ไม่ดูเป็ชาวบ้านตลาดนัดอีก!”
หลิวหานส่องกระจกทองเหลือง ถอนหายใจยาว ก่อนเปลี่ยนกางเกงยีนส์กับเสื้อยืดเป็ชุดใหม่เต็มยศ
ซูไป๋พยักหน้า “เช่นนี้แหละ เ้าที่จะยืนอยู่ในนครเสียนหยาง”
อาเหมยหัวเราะคิกคัก “ดูไปดูมา ท่านก็สมกับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยกองช่างศึกนะ”
หลิวหานเกาศีรษะ ก็หล่อดีนะกู…แต่ขอยีนส์คืนสักวันเถอะ
ยามค่ำ ขันทีจากวังหลวงมาถึง คุกเข่าถวายจดหมายคำสั่ง
“ฝ่าาทรงรับสั่ง ให้ท่านหัวหน้าหน่วยกองช่างศึก สร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ความสามารถแก่แผ่นดินภายในสามเดือน”
หลิวหานอ่านจบ ดวงตาเป็ประกาย “ฮึ! ในที่สุดก็ถึงเวลาลองของจริง”
อาเหมยยกสบู่ขึ้นสูง “สร้างโรงอาบน้ำเถอะ! แล้วข้าจะขายสบู่เอง!”
“นี่ไม่ใช่เวทีโปรโมตสบู่นะโว้ย!” หลิวหานร้องลั่น
ซูไป๋ยิ้มบาง ๆ “ไม่ว่าท่านจะสร้างอะไร ข้าจะช่วยตามกำลัง”
หลิวหานพยักหน้า “ขอบใจมาก… จากนี้ไป เราคือทีมเดียวกันแล้วจริง ๆ”