“นังแพศยา เจ้ากล้าหรือ!” หลินจินเป่าได้ยินว่าตัวเองถูกไล่ออกจากโรงเรียนส่วนตัวอีกทั้งหลินหวั่นชิวยังให้ท่านอาจารย์ไปหาหัวหน้าหมู่บ้านก็โมโหขึ้นมาทันทีจับหลินหวั่นชิวพร้อมด่าว่านังแพศยาเหมือนตอนที่เคยอยู่บ้าน
“ไม่สุภาพ ไม่สุภาพ!” ซิ่วไฉเฒ่าโมโหจนเครากระพือเด็กที่เขาสอนออกมาเหตุใดหยาบคายถึงขนาดนี้ อยากจะรีบไล่ออกไปให้พ้นๆ “มัวเหม่อกระไรอยู่ยังไม่รีบไล่เด็กสองคนนี้ออกไปอีก!”
เด็กรับใช้รีบเข้ามาดึงเด็กสองคนออกไปเด็กสองคนจะมีแรงเยอะแค่ไหนกัน ออกแรงนิดเดียวก็ถูกพาออกนอกโรงเรียนแล้ว
สวีตัวเป่าโกรธจนเต้นแร้งเต้นกากระทืบเท้าด่าว่า “หลินหวั่นชิว ไอ้คนขายตูดข้าจะบอกไว้นะว่าท่านลุงข้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน! แม้จะให้ท่านอาจารย์ไปพบอย่างไรเสียท่านลุงไม่ยอมจ่ายเงินให้เจ้าแน่ ข้าจะบอกให้ท่านลุงจับเจ้าไปถ่วงน้ำ!”
สองคนนั้นจากไปพร้อมกับเสียงก่นด่าหลินหวั่นชิวมองซิ่วไฉเฒ่าด้วยสายตาที่สื่อว่า นี่น่ะหรือลูกศิษย์ที่ท่านสอนออกมา?
ซิ่วไฉเฒ่าทั้งหน้าเขียวทั้งหน้าซีด เขารีบพูดว่า “วางใจเถิดข้าจะให้หัวหน้าหมู่บ้านจ่ายค่ายาให้พวกเจ้าก่อนข้าถึงจะยอมลดละ”
หลินหวั่นชิวแบกเจียงหงหนิงโค้งตัวขอบคุณท่านอาจารย์ “เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณท่านอาจารย์มาก จริงสิรบกวนท่านอาจารย์ช่วยเชิญหมอในหมู่บ้านพวกท่านให้ข้าได้หรือไม่ ข้าจะไม่ปิดบังท่านหมอที่หมู่บ้านพวกข้าเป็นคนตระกูลสวีเช่นกัน หากข้าเป็นคนไปเชิญ…เกรงว่าเขาจะไม่ยอมมา”
ซิ่วไฉเฒ่าตอบตกลงให้เด็กรับใช้ไปเชิญหมอ จากนั้นเดินกลับเข้าห้องเรียนไปมอบหมายการบ้านในเด็กๆที่เหลือ หลินหวั่นชิวบอกที่ตั้งของบ้านตัวเองให้เด็กรับใช้รู้อย่างชัดเจนหันไปกำชับซิ่วไฉเฒ่าอีกครั้งว่า “ท่านอาจารย์ เด็กบ้านข้าถูกทำร้ายสภาพนี้…ทั้งยังตกใจขวัญหายหากพักรักษาตัวก็ทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัวไม่ได้ตอนท่านอาจารย์ไปพบหัวหน้าหมู่บ้านรบกวนท่านช่วยคิดแทนพวกข้าด้วยนะเจ้าค่ะพยายามช่วงชิงมาให้มาก” นางพูดจบก็ทำความเคารพให้ซิ่วไฉเฒ่าอีกครั้งแบกเจียงหงหนิงจากไป
นางไม่ได้ระบุว่าจะเอาเงินเท่าไรปล่อยให้ซิ่วไฉเฒ่าไปพิจารณาเอาเอง คนผู้นี้ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงเป็นที่สุดกลัวนางไปโพนทะนาเรื่องตัวเอง เขาต้องพยายามอย่างเต็มที่เป็นแน่
อีกทั้งเขายังขึ้นชื่อว่าเป็นซิ่วไฉ…หลินหวั่นชิวไม่เชื่อหรอกว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะไม่ฟัง
“พี่สะใภ้ พวกเรากลับกันได้แล้วหรือ?” ระหว่างทางเจียงหงหนิงถามหลินหวั่นชิวเมื่อเห็นว่ารอบข้างไม่มีคน หลินหวั่นชิวตำหนิเขา “นอนนิ่งๆ เจ้าบาดเจ็บหนักอยู่”
เจียงหงหนิงรีบนอนคว่ำบนหลังหลินหวั่นชิวอย่างเชื่อฟังพูดด้วยความกังวลว่า “อาจารย์เฒ่าผู้นี้จะช่วยพวกเราเอาเงินมาได้จริงหรือ? อีกเรื่องทำเช่นนี้จะเท่ากับล่วงเกินครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านหรือไม่พวกเรายังต้องอยู่ในหมู่บ้าน...พี่สะใภ้ เราพอแค่นี้ดีหรือไม่”
“เจ้าเป็นเด็กไม่ต้องกังวลมากนักต้าเกอเจ้าไม่อยู่ ข้าเป็นหัวหน้าครอบครัว! แล้วอีกอย่าง โลกนี้กว้างใหญ่จะไม่มีที่ให้อยู่ได้อย่างไร? ต่อไปนี้เจ้าต้องจำให้ดี ม้าดีมักถูกคนขี่ คนดีมักถูกรังแกตอนพี่สะใภ้เจ้าอยู่บ้านตระกูลหลินก็เอาแต่ทนทุกอย่าง แต่สุดท้ายล่ะถูกผู้อื่นรังแกจนชิน ไม่เพียงแต่ใช้งานข้าหนักจนเกือบตายแต่ยังใส่ร้ายป้ายสีข้าอีกด้วย โลกนี้น่ะ…ไม่ใช่ว่าเจ้าอ่อนแอแล้วคนอื่นจะปล่อยผ่านหรอกนะรู้จักคำว่าผู้กล้าเป็นฝ่ายชนะบนถนนสายแคบหรือไม่? วันหลังอย่าขี้ขลาดขนาดนั้นสู้ได้ก็สู้ สู้ไม่ได้ควรวิ่งกลับบ้านมาให้คนออกไปช่วยสู้ เข้าใจหรือไม่? ถูกทุบตีตายดีกว่าโดนรังแกตาย!”
หลินหวั่นชิวมองออกว่าเด็กคนนี้ห่วงหน้าพะวงหลังเกรงว่าจะถูกเด็กนิสัยไม่ดีในหมู่บ้านรังแกเป็นประจำนางจึงต้องใช้คำพูดรุนแรงเพื่อกระตุ้นเขา
“เข้าใจแล้วพี่สะใภ้” เจียงหงหนิงซบไหล่นางตอบเสียงอ่อน
เหมือนว่าที่พี่สะใภ้พูดจะมีเหตุผลมาก
“เข้าใจแล้วก็ดี พวกเราจะไม่หาเรื่องคนอื่นก่อนแต่ถ้าถูกรังแกต้องรู้จักตอบโต้แน่นอนว่าพี่สะใภ้ไม่ได้ให้เจ้าเอาแต่พุ่งชนสุ่มสี่สุ่มห้า สู้ไม่ได้ก็หนีที่บ้านมีพี่สะใภ้อยู่ทั้งคน ต้าเกอเจ้ากลับมาย่อมช่วยเจ้าเอาคืนได้”
“ขอรับ” ทั้งที่เจียงหงหนิงโดนเตะต่อยหนักขนาดนั้นก็ยังไม่ร้องสักแอะทว่าตอนนี้ดวงตากลับแดงก่ำ
ในความทรงจำของเขาต้าเกอยุ่งกับการล่าสัตว์เพื่อหาเงินมารักษาโรคให้เอ้อร์เกอและเลี้ยงดูพวกเขาไม่เคยพูดจาใกล้ชิดเช่นนี้มาก่อน
เขาไม่โทษต้าเกอเขารู้ว่าต้าเกอลำบาก เพียงแต่…ตอนนี้มีคนแสดงออกว่าเป็นห่วงเขา บอกว่าจะเป็นที่พึ่งและคอยหนุนหลังให้เขามันทำให้เขาตื้นตันใจอย่างยิ่ง
นับจากวินาทีนี้เจียงหงหนิงเริ่มพึ่งพิงหลินหวั่นชิวจากก้นบึ้งของหัวใจแล้ว
พี่สะใภ้ช่างดีจริงๆ
เขาพูดกับตัวเอง
กลับถึงบ้านหลินหวั่นชิววางเจียงหงหนิงลงบนเก้าอี้เอน เสียงของเจียงหงป๋อดังออกมาจากในห้อง “พี่สะใภ้ หงหนิงเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินหวั่นชิวตอบ “ไม่เป็นไร เขาสบายดีอีกประเดี๋ยวจะมีหมอมาตรวจ”
“เช่นนั้นพวกท่านไปหาอาจารย์ที่โรงเรียนส่วนตัวอาจารย์ว่าอย่างไรบ้าง?”
“ไล่หลินจินเป่ากับสวีตัวเป่าออกจากโรงเรียนอีกทั้งท่านอาจารย์ก็จะไปเอาเงินค่ายาของเหล่าซานจากหัวหน้าหมู่บ้านให้อีกด้วย!”
อย่างไรนะ?
เจียงหงป๋อตาเป็นประกายเมื่อฟังจบเขาคิดว่าครั้งนี้พี่สะใภ้จะไปเสียเที่ยว แต่เขาห้ามและเกลี้ยกล่อมไม่ทัน
นึกไม่ถึงว่าพี่สะใภ้จะทำสำเร็จจริงๆ!
ความสามารถของพี่สะใภ้แข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดไว้มาก
ครั้งนี้ต้าเกอโชคดีที่ได้ภรรยาดีเช่นนี้
จู่ๆเจียงหงป๋อก็รู้สึกว่าชีวิตมีความหวัง จินตนาการถึงชีวิตหลังจากหายดีของตัวเอง
ไม่นาน เด็กรับใช้จากโรงเรียนส่วนตัวก็พาท่านหมอมาถึงท่านหมอตรวจอาการให้เจียงหงหนิงแล้วช่วยทายาให้เขา ทิ้งยาขี้ผึ้งไว้ให้สองสามกระปุก “ยังดีที่ไม่บาดเจ็บถึงกระดูกและอวัยวะภายในพื้นฐานร่างกายเด็กคนนี้ไม่เลว แผลภายนอกพวกนี้พักรักษาไม่กี่วันก็หาย”
หลินหวั่นชิวเข้าใจว่าที่เขาบอกว่าพื้นฐานร่างกายไม่เลวน่าจะเป็นผลจากโอสถชำระไขกระดูก
เพราะนางก็เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโอสถนี้เช่นกันนางเข้าใจเป็นอย่างดี
“ขอบคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะ” หลินหวั่นชิวกล่าว “ข้าขอรบกวนให้ท่านช่วยตรวจให้น้องรองของข้าอีกคนดูว่าเขาดีขึ้นบ้างหรือไม่”
ท่านหมอพยักหน้า ไม่ได้ปฏิเสธตามหลินหวั่นชิวเข้าห้องไปตรวจให้เจียงหงป๋อ
“พี่สะใภ้ไม่กี่วันก่อนข้าเพิ่งตรวจไป ยังไม่ต้อง…” เจียงหงป๋อรีบปฏิเสธเพราะกลัวจะเสียเงิน
หลินหวั่นชิวพูดด้วยรอยยิ้ม “เสียเงินแค่ไม่เท่าไร ให้ท่านหมอดูหน่อยเถิดข้าเองจะได้วางใจ” ความจริงนางอยากดูว่าโอสถชำระไขกระดูกใช้ได้ผลดีขนาดไหนเพราะสัดส่วนยาที่ให้เจียงหงป๋อน้อยกว่าเจียงหงนิงเยอะมากนั่นเพราะร่างกายเขาอ่อนแอมานาน นางกลัวเขาจะรับฤทธิ์ยาไม่ไหวกลัวให้มากแล้วจะส่งเขาไปพบเง็กเซียนฮ่องเต้
เจียงหงป๋อได้แต่ยื่นมือออกมาอย่างเชื่อฟังหลังจากที่ท่านหมอจับชีพจรแล้วยังตรวจตาขาวและลิ้น ในที่สุดก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ดูดีกว่าคราวก่อนมากให้เขากินยาที่กินตอนนี้ต่อไป อาหารการกินต้องบำรุงให้ดีเช่นกันยังมีความหวังที่จะหายเป็นปกติอยู่ แน่นอนว่าวิชาแพทย์ของข้าตื้นเขินนักหากเจ้าสามารถพาไปให้โรงหมอในอำเภอช่วยตรวจ โอกาสที่จะหายดีก็ยิ่งสูง”
โรงหมอในอำเภอ…
ดวงตาที่เป็นประกายของเจียงหงป๋อมืดลงต้าเกอเคยพาเขาไปโรงหมอครั้งหนึ่ง ราคาสูงเกินไป กินยาที่เอากลับมาก็ไม่เห็นจะได้ผล
“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ!” หลินหวั่นชิวพาท่านหมอออกไปส่งไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าเศร้าหมองของเจียงหงป๋อ นางกำลังดีใจ ดีขึ้นก็ดีแล้ว นางจะได้ป้อนโอสถชำระไขกระดูกให้เจียงหงป๋อกินต่อ