ในอีกสามวัน นครเทียนหลิงจะมีการประลองประจำเดือนขึ้นมาเพื่อวัดฝีมือของแต่ละสำนัก มีสำนักใหญ่น้อยมากมายเข้าร่วม รวมถึง 5 สำนักใหญ่เองก็เข้าร่วมด้วย
“พี่ชวน อีกสามวัน พี่จะลงประลองด้วยใช่หรือไม่?” หลินเยว่ถาม
“แน่นอน ข้าจำเป็ต้องชนะการประลอง อย่างน้อยต้องติดอันดับหนึ่งในสิบให้ได้เพื่อที่พวกเราจะได้มีเงินมาซื้ออาหารทำกับข้าวกันต่อ เ้าเองก็จะได้มีเงินใช้สอยประจำวันด้วย”
“พี่ไม่ต้องพยายามขนาดนั้นก็ได้ พี่ไปทำภารกิจของสำนักล่าสัตว์อสูรที่อันตรายน้อยกว่าไม่ดีกว่าเหรอ”
“วิธีนั้นมันได้เงินน้อยและช้าเกินไป เ้าไม่ต้องห่วงหรอก ข้าเอาอยู่น่า วางใจเถอะเยว่”
“งั้นแล้วแต่พี่แล้วกัน วันประลองผู้คนคงจะมากมายเดี๋ยวข้าจะเข้าไปช่วยให้กำลังใจพี่อีกแรง”
“อืม คอยดูข้าได้เลย”
หลังจากคุยกันจบ เสี่ยวชวนก็ออกไปฝึกฝนที่สำนักกระบี่ฟ้าครามต่อ ภายใต้การสอนของอาจารเหอ ฝีมือความคม ความนิ่งของเสี่ยวชวนพัฒนาอย่างว่องไวก้าวะโ
เสี่ยวชวนชีวิตลำบากยากเย็นเขาสามารถสงบจิตนิ่งได้ในภาวะที่คับขันหรือกดดันซึ่งเป็เื่ที่คนอายุน้อยส่วนใหญ่ทำไม่ได้
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว พลังฝีมือของเสี่ยวชวนยังอยู่ที่ก่อกำเนิดลมปราณขั้นกลางเช่นเดิม แต่ฝีมือการต่อสู้ของเขาพัฒนาขึ้นไม่น้อยด้วยการฝึกสอนจากอาจารย์เหอ
“เสี่ยวชวน พรุ่งนี้จะเป็วันประลองยุทธประจำเดือนของนครเทียนหลิงแล้ว ข้าหวังว่าเ้าจะสามารถติดอันดับ 1 ใน 10 ได้นะ” อาจารย์เหอกล่าว
“ขอรับ ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด ท่านเสียสละเวลาสอนสั่งข้ามากมาย ข้าจะทำให้ท่านผิดหวังได้อย่างไร?”
“ยอดเยี่ยม” อาจารย์เหอมองไปยังเสี่ยวชวนด้วยแววตาชื่นชม
วันถัดมา ซึ่งเป็วันประลอง ศิษย์สำนักน้อยใหญ่ผู้ชมมากมายต่างเข้าร่วมที่ลานกลางเมือง
เสียงกลองศึกดังก้องไปทั่วลานประลองของนครเทียนหลิง
ตึง… ตึง… ตึง…
ผู้คนจากสำนักน้อยใหญ่หลั่งไหลเข้ามาจนแน่นขนัด อัฒจันทร์สูงรายล้อมสนามหินวงกลมขนาดใหญ่ เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และแรงกดดันจากผู้ฝึกยุทธนับร้อยปะทะกันจนบรรยากาศหนักอึ้ง
บนเวทีหลัก ธงของแต่ละสำนักโบกสะบัด
ในการประลองสามารถฆ่ากันได้หากอีกฝ่ายไม่ยอมแพ้ นั่นย่อมหมายถึงชีวิต อันตรายระดับนี้หากผู้ลงประลองไม่มีความกล้าหรือมั่นใจย่อมไม่กล้าลงประลองเป็แน่ หลินเยว่นั้นเป็ห่วงเสี่ยวชวนในเื่นี้มากๆ
“การแข่งขันรอบคัดเลือก…เริ่มได้!”
เสียงประกาศดังขึ้น
เสี่ยวชวนยืนอยู่กลางสนาม หมายเลขของเขาถูกเรียกเป็หนึ่งในคู่แรก ๆ
คู่ต่อสู้ของเขามีนามว่า หลานหลง จากสำนักเมฆาม่วง ระดับพลังก่อกำเนิดลมปราณขั้นกลางเช่นเดียวกับเสี่ยวชวน
เมื่อการประลองเริ่มขึ้นหลานหลงก็พุ่งเข้ามาด้วยดาบของเขา เขาฟาดดาบไปอย่างรวดเร็วที่เสี่ยวชวน
“ฟึ่บ-!”
เสี่ยวชวนปัดดาบของหลานหลงออกอย่างแม่นยำ จากนั้นจึงจ้วงแทงไปยังไหล่ของหลานหลงอย่างสุดแรง
ดาบพุ่งเสียบหัวไหล่ของหลานหลง เืไหลสาดกระจาย หลานหลงร้องคำรามเสียงลั่นลงไปนอนดิ้นไม่ขยับอีกต่อไป
“ผู้ชนะเสี่ยวชวน!!”
กระประลองรอบแรกของเสี่ยวชวนจบลงโดยชัยชนะอย่างง่ายดาย
หลังจากชนะแล้วก็เป็คราวของศิษย์คนอื่นๆขึ้นไปประลอง
นครเทียนหลิงมีสภาเทียนหลิงซึ่งมี 5 สำนักใหญ่เป็หัวหอก ได้แก่
หนึ่ง สำนักกระบี่ฟ้าคราม
สายโจมตีตรง
วิชาดาบเร็ว โหด
สอง สำนักภูผาทมิฬ
สายป้องกัน
ร่างกายแข็งแกร่ง
สาม สำนักวายุไร้เงา
เคลื่อนที่เร็ว
นักลอบสังหาร
สี่ สำนักจิติญญา
ใช้พลังจิต ควบคุมพลัง
ตรวจจับพลังผิดปกติ
และห้า สำนักเพลิงสุริยัน
พลังทำลายสูง
สายบู๊หนัก “ทำลายล้างระดับพื้นที่”
ส่วนสำนักอื่นๆและตระกูลต่างๆอีกมากมายจะเป็ระดับรองลงมา แต่ก็ไม่สามารถประมาทได้ เพราะในกลุ่มพวกนั้นก็มีเหล่าอัจฉริยะจำนวนมากหลบซ่อนอยู่มากมาย
เสี่ยวชวนนั่งมองการประลองของคนอื่นๆไปเรื่อยๆด้วยสายตาเย็นเยียบ
ศิษย์ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในขั้นก่อกำเนิดลมปราณ มีน้อยนักที่จะอยู่ในขั้นสร้างแกนพลัง
รอบต่อไปเป็จางหลงซึ่งอยู่ในระดับสร้างแกนพลังขั้นต้น ฝีมือของมันนับได้ว่าเป็ระดับหัวกะทิของการประลองครั้งนี้เลย เพราะมีเพียงศิษย์จากทุกสำนักไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่ในระดับสร้างแกนพลังขั้นต้นหรือกลาง
มีศิษย์เพียงไม่กี่คนจาก 5 สำนักใหญ่เท่านั้นที่มีพลังเทียบเท่าจางหลงหรือมากกว่า
เมื่อถึงรอบของจางหลง มันยืนโดดเด่นอยู่หน้าเวทีประลอง คู่ต่อสู้ของมันเป็ศิษย์รุ่นใหม่คนนึง พลังลมปราณเพียงแค่ก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลาย ซึ่งสำหรับจางหลงที่มีระดับพลังสร้างแกนพลังขั้นต้นแล้ว ต่อให้มีคู่ต่อสู้แบบนี้นับสิบคนมันก็รับมือไหว
จางหลงไม่พูดพร่ำทำเพลงเยอะ มันพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วพร้อมฟาดดาบเป็แนวตรง
“ฟึ่บ-!”
ศิษย์ผู้นั้นยกดาบมาต้านรับ เสียงดาบกระทบกัน ดาบของศิษย์ผู้นั้นปลิวกระเด็นพร้อมกระเด็นกระอักโลหิตและาเ็ภายในทันที
จางหลงไม่ได้ออมแรงของมันเลยแม้แต่น้อย แม้อีกฝ่ายจะอ่อนแอกว่า
“ผู้ชนะจางหลง!!”
เสียงประกาศดังขึ้น จางหลงเดินลงจากเวทีอย่างสง่างาม
รอบต่อไปเป็ตาของสำนักกระบี่ฟ้าคราม นำโดย“หลิวเซิ่ง”ระดับพลังสร้างแกนพลังขั้นต้นเช่นเดียวกับจางหลง คู่ต่อสู้ของมันคือจินเจิน สำนักฟ้าคำราม ระดับพลังก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลาย ซึ่งหลิวเซิ่งก็สามารถเอาชนะมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
ถัดไป เป็ตาของ สำนักภูผาทมิฬ “เหยียนตง” ระดับพลังสร้างแกนพลังขั้นกลาง ซึ่งเขาก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดายเช่นกัน เพราะคู่ต่อสู้เป็เพียงแค่ไก่อ่อนผู้หนึ่ง
รอบถัดไป สำนักวายุไร้เงา “เฟิงลั่ว” ระดับพลังสร้างแกนพลังขั้นกลาง คนผู้นี้เคลื่อนที่ว่องไวเหมือนหายตัว นิสัยเ้าเล่ห์ ชอบเล่นงานตอนเผลอไม่เล่นงานตรงๆ เขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดายแต่ก็ยังเล่นกับเหยื่อจนถึงตาย นับได้ว่าอันตรายอย่างแท้จริง
เสี่ยวชวนคอยจับตามองทุกคนจาก 5 สำนักใหญ่และวิเคราะห์อย่างใจเย็นไปด้วย เพราะพวกมันอาจเป็หนึ่งในคู่ต่อสู้ของเขาในวันนี้ เสี่ยวชวนมีระดับพลังเพียงก่อกำเนิดลมปราณขั้นกลาง คิดยังไงก็ไม่มีทางที่จะสู้พวกมันได้โดยเด็ดขาด เื่นี้ทำให้เขาต้องใช้สมองเยอะกว่าที่เคย
หลังจากนั้นก็ผ่านไปหลายคู่ และในที่สุดก็มาถึงรอบของเสี่ยวชวนอีกครั้ง
เสี่ยวชวนยืนอยู่กลางสนาม หมายเลขของเขาถูกเรียกเป็หนึ่งในคู่แรก ๆ
ตรงหน้าเขา—ชายร่างกำยำ ผิวคล้ำ สายตาดุดัน
“ศิษย์สำนักพยัคฆ์คำราม—ลู่เหวิน!”
เสียงโห่ร้องดังขึ้นทันที
“คนนั้นน่ะเหรอ? ได้ข่าวว่าอยู่ขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลายแล้วนะ!”
“อีกฝ่ายล่ะ…ใคร?”
“ไม่รู้จัก…ดูธรรมดาชะมัด แต่รูปโฉมนับว่าหล่อเหลาสง่างามทีเดียว”
เสียงดูแคลนลอยเข้าหู แต่เสี่ยวชวนไม่ได้สนใจ
เขาเพียงกำดาบในมือแน่นจนเส้นเอ็นปูด…แล้วหายใจเข้าเบา ๆ
นิ่ง
เหมือนทุกอย่างรอบตัวค่อย ๆ ช้าลง
“เริ่ม!”
ลู่เหวินพุ่งเข้ามาทันที!
ฝ่าเท้ากระแทกพื้น—ร่างพุ่งราวพายุ มือขวาฟันดาบลงตรง ๆ ด้วยแรงมหาศาล
“แกร๊ง—!!”
เสี่ยวชวนรับไว้ได้
แรงกระแทกสะท้อนขึ้นแขนจนชา
‘เร็ว…และหนัก’
เขาถอยครึ่งก้าว หมุนตัวหลบการฟันต่อเนื่องอย่างเฉียดฉิว
ดาบของลู่เหวินกวาดผ่านอากาศด้วยเสียงแหลมคม
“ฉัวะ—! ฉัวะ—!”
ทุกการโจมตีเต็มไปด้วยแรงสังหาร
“หนีเก่งดีนี่!” ลู่เหวินแสยะยิ้ม “แต่เ้าจะหนีได้อีกนานแค่ไหน!”
เสี่ยวชวนไม่ตอบ
สายตาเขานิ่ง…เย็น
เขากำลัง “อ่าน”
จังหวะ น้ำหนัก ช่องว่าง
ทุกอย่างถูกแยกออกเป็ชิ้น ๆ ในหัวของเขา
…ตรงนี้ช้า
…ตรงนี้เปิด
“ฉับ—!”
เสี่ยวชวนสวนกลับทันที
ปลายดาบพุ่งเข้าใกล้ลำคอของลู่เหวินในเสี้ยววินาที
ผู้ชมบางคนถึงกับลุกขึ้น
แต่—
“แกร๊ง!”
ลู่เหวินปัดออกได้
“คิดว่าจะโดนงั้นรึ!” เขาหัวเราะเสียงดัง
แล้วพลังปราณในร่างะเิออกมา
“ตูม—!”
แรงกดดันกดทับสนาม
“จบกันแค่นี้แหละ!”
เขาฟันลงเต็มแรง
่วินาทีที่ดาบลู่เหวินฟันลงมาเต็มแรง หลินเยว่ที่นั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์ถึงกับใจหายวาบ
เสี่ยวชวนยกดาบรับ—แต่คราวนี้
แรงมันต่างออกไป
“อึก—!”
ร่างเขาถูกกดถอยหลายก้าว ฝ่าเท้าลากไปกับพื้นหิน
…แรงเกินไป
…ถ้ารับอีกครั้ง—
เขาอาจแพ้
หรือแย่กว่านั้น
สายตาของลู่เหวินเปลี่ยน
มันไม่ใช่การแข่งแล้ว
มันคือ “ฆ่า”
“ตายซะ!”
เสียงคำรามดังขึ้น
ดาบฟันลงมาอีกครั้ง—
ในวินาทีนั้น
เสียงหนึ่ง…ดังขึ้น
ชัดเจนกว่าครั้งไหน
“ฆ่าสิ…”
หัวใจเสี่ยวชวนกระตุก
“เพียงแค่ฆ่า…เ้าจะเหนือกว่า…”
“หุบปาก…”
เขากัดฟัน
แต่เสียงนั้น…ไม่หายไป
“ดูมัน…มันจะฆ่าเ้า”
“เ้าจะยอมตาย…หรือจะกลืนมัน?”
ดาบกำลังจะถึงตัว
ระยะห่าง…แทบไม่มี
เวลาหยุดนิ่ง
…
แล้ว—
เสี่ยวชวน “ตัดสินใจ”
มือของเขาขยับ
ไม่ใช่เพื่อป้องกัน
แต่เพื่อ “รับ”
ดาบของลู่เหวินฟันลงมา—
แต่แทนที่จะหลบ
เสี่ยวชวน “ก้าวเข้าไป”
“ฉึก—!”
คมดาบเฉือนไหล่เสี่ยวชวน—เืสาดกระจาย แต่เขา…ไม่สน ดาบสวนกลับ
พุ่งแทงเข้าท้องลู่เหวินเต็มแรง จนเืกระเซ็น ลู่เหวินกระอักโลหิตพร้อมคำรามอย่างเ็ปทันที ลู่เหวินนั้นทั้งใช็อคและไม่มีโอกาสตั้งตัวเลย
เสียงผู้ชมร้องลั่น
คนดูถอยหลัง
ศิษย์บางคนกลัวจนไม่กล้ามอง บางคนอ้วก บางคนหนี
เหล่าอาจารย์ลุกขึ้นจริงจัง อาจารย์บางคนสีหน้าเปลี่ยน
แต่ในวินาทีนั้นเอง—
มือซ้ายของเสี่ยวชวนคว้าข้อมือของลู่เหวิน
แน่น….ราวกับจะบดขยี้”
แน่นเกินไป
“…อะไร—!?”
ลู่เหวินชะงัก
เพราะเขารู้สึกได้ว่า
“บางอย่าง” กำลังไหลออกจากร่าง
ช้า ๆ
แล้วเร็วขึ้น
“อึก…! นี่มัน—อะไร—!?”
ดวงตาเสี่ยวชวน…เปลี่ยนไป
เย็น ลึก และว่างเปล่า
“ดีมาก…กลืนมัน เอาอีก…”
เสียงในหัวกระซิบ
พลังปราณของลู่เหวินถูก “ดึง”
ไหลผ่านแขน…เข้าสู่ร่างของเสี่ยวชวน
ไม่ใช่การดูดธรรมดา
มันคือ “กลืน”
“หยุด—! ปล่อย—!!”
ลู่เหวินพยายามดิ้น
แต่ยิ่งดิ้น—ยิ่งถูกดูด
ใบหน้าของเขาซีดลงอย่างรวดเร็ว
ผู้ชมเงียบกริบ
ไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
มีเพียงไม่กี่คน—
ที่ “รู้”
“นั่นมันอะไรกัน วิชามารหรือ?”
“ข้าไม่เคยเห็นวิชาดูดกลืนอะไรแบบนี้มาก่อน นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว เด็กคนนี้อันตราย!”
บนอัฒจันทร์
เย่หานยืนขึ้นช้า ๆ
สายตาคมกริบจับจ้องไปที่สนาม
“…ในที่สุด ข้าต้องเคลื่อนไหวบ้างแล้ว ไม่งั้นเหตุการณ์ยากจะคาดเดานัก”
เสียงเขาเบา…แต่เย็นเยียบ
ในสนาม
เสี่ยวชวนยังคงจับอยู่
แน่น
แน่นขึ้น
จนกระทั่ง—
เขา “รู้สึก”
พลัง
มันไหลเข้ามา
อุ่น รุนแรง และ…น่าหลงใหล
“เห็นไหม…”
“ง่ายนิดเดียว…”
มุมปากของเสี่ยวชวน…ขยับเล็กน้อย
เหมือนจะยิ้ม
แต่ในวินาทีนั้นภาพของหลินเยว่ก็ลอยมา พี่ที่นางคอยเรียกพี่ชวนๆด้วยน้ำเสียงไพเราะเริ่มทำให้เสี่ยวชวนเริ่มหุบยิ้ม
“พอแล้ว!”
เสียงคำรามดังขึ้น
“ตูม—!”
แรงกดดันมหาศาลแทรกเข้ามาแยกทั้งสองออกจากกัน
ร่างของลู่เหวินถูกผลักกระเด็นไปกระแทกพื้น
เขานอนนิ่ง
หายใจแ่
ดวงตาเบิกค้าง…เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แม้แต่หลินเยว่ก็มองไปยังเสี่ยวชวนด้วยสายตาว่างเปล่า
ส่วนเสี่ยวชวน—
ยืนอยู่ตรงนั้น
หายใจหนัก
เืยังไหลจากไหล่
แต่เขา…ไม่สน
สายตาของเขากวาดมองมือของตัวเองช้า ๆ
…
แล้วกำแน่น
เหมือนกำลัง “เสพติด” อะไรบางอย่าง
รอบสนาม…เงียบสนิท
ไม่มีเสียงเชียร์
ไม่มีเสียงพูด
มีเพียงความรู้สึกเดียวที่แผ่กระจาย—
“ความกลัว”
บนเวที
กรรมการพูดเสียงสั่นเล็กน้อย
“…ผู้ชนะ…เสี่ยวชวน…”
แต่ไม่มีใครตอบรับ
เพราะทุกคนกำลังมองเขา
ไม่ใช่ในฐานะผู้ชนะ
แต่เป็—
“บางสิ่ง…ที่ไม่ควรอยู่ในสนามนี้”
เย่หานยังคงจ้อง
ไม่ละสายตา
“…อันตรายกว่าที่คิด ข้าต้องส่งคนไปตรวจสอบซะแล้ว”
เขาพึมพำ
ส่วนเสี่ยวชวน
เขาหันหลัง…เดินลงจากสนาม
ช้า ๆ
แต่ในหัวของเขา
เสียงนั้นยังคงอยู่
“อีก…”
“แค่ฆ่าอีก…”
“เ้าจะไม่มีใครหยุดได้”
และเป็ครั้งแรก
ที่เขา…
“ไม่ปฏิเสธมัน”