ตอนที่ 12
ยื่นมือเข้าช่วยตระกูลเฉิน
“อะไรนะไป๋เหอ เอาอีกแล้วข้าเคยบอกเ้าว่าข้าจะไม่ทิ้งเ้าไปไหน นี่อะไรเ้าจะให้พวกข้าวิ่งหนีไปก่อนอย่างนั้นเหรอข้าไม่คิดจะทำเช่นนั้นหรอกนะครั้งนี้ข้าขอสู้ตายกับเ้า”
เจียวฉือรู้สึกหงุดหงิดเมื่อหลานชายอยากรับมือกับคนตระกูลหลี่เพียงลำพัง ทั้งที่รู้ว่าาุโทั้งสองคนที่เหลือนั้นมีพลังสูงกว่าพวกเขาเป็ไหน ๆแบบนี้แล้วเขาจะทิ้งให้หลานชายสู้ลำพังได้อย่างไรเขาไม่ได้ปอดแหกขนาดนั้นจะตายร้ายดียังไงเขาก็ไม่ทิ้งด้วยตอนนี้มีกันเพียงสองอาหลานจะเอาชีวิตรอดคนเดียวเขาจะไม่ทำ
“ข้าคิดว่าวิธีนี้ดีที่สุด ครั้งนี้ข้าไม่รู้ว่ากระบี่วิเศษจะออกมาช่วยข้าได้อีกเหรอไม่ข้าไม่มั่นใจจึงต้องให้ท่านอาหนีออกไปก่อน” เขาเลือกที่จะตัดสินใจเช่นนี้ก็เพราะว่าคิดดีแล้วไม่อาจจะทนเห็นคนตระกูลเฉินต้องมาล้มตาย หากมีชีวิตรอดอย่างน้อยก็ยังมีโอกาสรื้อฟื้นตระกูลกลับมาเพื่อมาล้างแค้นได้ชีวิตเขาไม่เสียดายเท่ากับคนจำนวนมากต้องมาตายร่วมกันกับเขา
“ข้าจะยืนหยัดอยู่สู้กับเ้าเป็ตายยังไงข้าก็ไม่ทิ้งเ้าไว้ลำพังเป็” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจ้องมองหลานชายที่ยอมเสียสละตนเองเพื่อคนส่วนมากเขารู้สึกซาบซึ้งในจิตใจไป๋เหอที่เป็คนดีเช่นนี้แต่น่าเสียดายความสามารถที่เขามีควรจะไปไกลได้มากกว่านี้
ตระกูลหลี่ไม่้าที่อยากจะให้คนตระกูลเฉินมีชีวิตอยู่จึงได้ส่งเื่ที่าุโหลี่ไท่เวินและหลี่หย่งชางได้รับาเ็สาหัสบอกกับาุโที่เหลือทั้งสอง
ข่าวถูกส่งไปให้หลี่หลิงเฉินที่อยู่วัดอี๋นั่วได้รับทราบและข่าวถูกส่งไปยังบนเขาลี่ไท่ให้หลี่จ่าวเฉินได้รู้ เมื่อาุโทั้งสองได้ทราบข่าวเกี่ยวกับคนตระกูลหลี่โดนทำร้ายพวกเขาก็รีบเหาะกลับมายังตระกูลหลี่ทันที
“ช่างบัดซบจริง ๆบังอาจทำคนตระกูลหลี่ได้พวกมันตระกูลเฉินทุกคนจะต้องตาย” น้ำเสียงหลี่หลิงเฉินที่เป็พี่ใหญ่ในตระกูลพูดออกมาด้วยความโกรธแค้นฝ่ามือหนาใหญ่บังเกิดพลังเพลิงเขาคิดว่าพลังนี้จะต้องให้คนตระกูลเฉินได้ลิ้มลอง
“งั้นพวกเราไปเลยไหมพี่ใหญ่ไม่ต้องรอให้เสียเวลารีบฆ่าพวกมันทิ้งซะล้างแค้นให้น้องเล็กและหลานชาย” หลี่จ่าวเฉินออกความเห็นเมื่อตัวเขาเองไม่ได้ใช้ฝีมือมานานแล้วครั้งนี้คงจะสนุกแน่ๆ
สองาุโเมื่อมาเห็นน้องชายและหลานชายเป็เช่นนี้แล้วเขาก็ไม่รอช้าจะต้องรีบหาทางเอาคืนคนตระกูลเฉิน การได้รับาเ็สาหัสขนาดนี้คงจะโดนพลังร้ายกาจทำร้ายมาและพวกเขาก็ไม่ประมาทชั้นแก่นแท้จิตขั้น3 สองคนจะต้านไม่ไหวเชียวเหรอถ้าหากสู้พร้อมกัน
สองาุโตระกูลหลี่เหาะเหินเวหาพริบตาเดียวก็ไปอยู่ที่ลานบ้านของตระกูลเฉิน บ่าวรับใช้ไม่ทันที่จะได้เตรียมตัวพวกเขาถึงกับใมีสีหน้าหวาดกลัวเมื่อเห็นพลังร้ายกาจของาุโทั้งสองที่ปะทุออกมาจากกายเป็พลังทำลายล้างสูงยากที่พวกเขาจะต่อกรได้
“ตระกูลเฉินบัดนี้ข้าทั้งสองที่เป็าุโของตระกูลหลี่จะไม่ปล่อยให้พวกเ้าหน้าไหนมีชีวิตรอดไปได้ เมื่อได้ทำร้ายคนตระกูลหลี่พวกเ้าก็ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป” หลี่จ่าวเฉินประกาศกร้าวด้วยเสียงทรงพลังให้คนในเรือนได้รับรู้ จนทำให้บ่าวที่อยู่ในเรือนคิดกลัวจนตัวสั่นความกลัวรอบแรกยังไม่ทันได้หายนี่กลับมารอบสองพวกเขายังไม่ได้คิดเตรียมใจ
ประกายไฟสีเหลืองที่ฝ่ามือพลันปรากฏขึ้นและถูกโยนไปที่เรือนกลางพลันก็ลุกไหม้เรือนไม้อย่างรวดเร็ว
บ่าวรับใช้รีบวิ่งกรูออกมาจากเรือนใครที่หลบไม่ทันก็โดนไฟคลอกตายภาพอันน่าสยดสยองเสียงร้องไห้ระงมของชายหญิงลูกเด็กเล็กแดงฟังแล้วปวดใจยิ่งนัก ไป๋เหอรีบวิ่งออกมาอย่างรวดเร็วมายืนเผชิญหน้ากับสองผู้าุโ ภาพตรงหน้านั้นมันทำให้เขาเสียสติมือไม้สั่นเทาเพราะความโกรธแค้น คนที่เขาไม่รู้เื่อะไรเลยต้องมาเจอแบบนี้เขารับไม่ได้ รีบกระโจนเข้าหาสองผู้าุโด้วยดวงเพลิงสีฟ้าในมือขว้างมันใส่ร่างทั้งสองที่ยืนยิ้มซะใจ
ดวงเพลิงสีฟ้าของเขาไม่สามารถทำให้ิัของคู่ต่อสู้ระคายเคืองได้พวกเขาปัดมันออกจากตัวราวกับมันเป็เศษดิน
“หึ มีพลังแค่นี้คิดจะมาสู้กับพวกข้ารึ แน่จริงใช้พลังทั้งหมดที่เ้ามีอยู่ในตัวออกมาสู้สิ” หลี่หลิงเฉินเยาะเย้ยเด็กหนุ่มที่ไม่รู้จักประมาณตนคิดจะมาต่อสู้กับเสืออย่างพวกเขาฝันไปเถอะแถมยังท้าทายพลังที่เด็กน้อยผู้นี้มีอยู่ให้รีบใช้พวกเขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลานานอยากรู้นักว่าจะเก่งกาจแค่ไหนเชียวถึงกล้าทำร้ายคนที่อยู่ชั้นแก่นแท้จิตลงได้
ไป๋เหอไม่สนใจคำท้านั้นแต่ยืนนิ่งรวบรวมพลังในมือให้มันเป็ดวงไฟสีฟ้ากลมโตเมื่อมันโตมากพอเข้าก็โยนใส่สองคนนั้นอีกครั้งพลังไฟนั้นก็ถูกมือชายาุโปัดออกอย่างง่ายดายเหมือนเคย
“พลังเ้ามีแค่นี้เองเหรอ ใช้พลังที่เ้าทำร้ายน้องข้าและหลานข้าออกมาอย่ามัวเก็บไว้ สู้ให้สุดไปเลยข้าเบื่อรำคาญไม่อยากเล่นกับพวกเ้านาน”
ลี่จ่าวเฉินรู้สึกรำคาญที่เด็กน้อยไม่รีบใช้พลังที่แท้จริงเสียทีสายตาคมวาวจ้องมองคนตรงหน้าเพ่งสมาธิมองร่างเด็กหนุ่มผู้นั้นพลันก็เกิดแสงประกายสีม่วงเขาไตร่ตรองอย่างรอบคอบพลังนี้มีอานุภาพรุนแรงเพียงแต่ตอนนี้กลับอ่อนกำลังแต่ถ้าหากฝึกตนไปเรื่อยๆ เด็กหนุ่มคนนี้จะทรงอำนาจไม่แพ้อาจารย์ของเขาหรือไม่ดีอาจจะเป็ 1 ใน 3 เ้ายุทธภพที่คนกล่าวถึงก็เป็ได้แต่เสียแรงที่จะต้องมาตายในวันนี้เพราะเขาไม่สามารถไว้ชีวิตได้
‘พี่หลิงเฉินคงจะมองเห็นเหมือนข้ากระมัง’
ไป๋เหอเมื่อคิดว่าตนเองไม่สามารถใช้พลังชั้นก่อเกิดเข้าสู้ได้ก็ได้ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเริ่มนึกภาพของกระบี่ไม้ขึ้นในความคิด พลันแสงสีม่วงก็ปรากฏล้อมรอบกายเขาไม่รู้ว่าจะสู้พลังของผู้าุโทั้งสองได้เหรอไม่เพียงแต่ต้องทำมันให้ดีที่สุดอย่าให้คนตระกูลเฉินต้องล้มตายเป็จำนวนมากก็พอ
“พลังนี้ใช่เหรอไม่ที่ทำร้ายน้องข้า มันก็รุนแรงอยู่หรอกแต่ถ้าข้าร่วมมือกันสองคนก็ไม่มีวันแพ้” หลี่หลิงเฉินกล่าวออกมาแม้จะรู้สึกเป็กังวลอยู่บ้างที่เด็กคนนี้ควบคุมพลังรุนแรงไว้กับมือซึ่งมันผิดกับที่เขาเห็นนักคนที่อยู่ชั้นก่อเกิดแต่มีพลังลึกลับถือไว้กับตัวช่างหายากที่จะได้พบเจอ
“งั้นพวกท่านก็รับไป” ชายหนุ่มรวบรวมลมปราณมาที่ฝ่ามือพลันปรากฏเป็เปลวเพลิงสีม่วง พลังสีม่วงในมือก็ถูกเหวี่ยงออกไปเต็มแรงพุ่งเข้าหาาุโที่ยืนอยู่ตรงข้ามด้วยความรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าพลังสีม่วงพุ่งมาพวกเขาก็ยื่นฝ่ามือตั้งรับเกิดเกราะกำบังขึ้นต่อต้านพลังนั้น “ท่านพี่พลังมันช่างรุนแรงเหลือเกิน” หลี่จ่าวเฉินรับรู้ได้ว่าพลังนี้รุนแรงนักขนาดรับมือสองคนเขายังรู้สึกได้นี่ถ้ารับคนเดียวก็คงมีเสียเืกันบ้าง
“ใช่พลังนี้ช่างรุนแรงผลมาจากการดึงพลังจากที่อื่นไม่ใช่พลังที่แท้จริงของเด็กคนนี้ เขาไม่ได้มีพลังถึงระดับนั้นข้ามองไม่เห็นในส่วนพลังลึกลับที่เขากำลังใช้อยู่” หลี่หลิงเฉินกล่าวออกมาจากภาพที่เขาเห็น
“แต่ข้าเห็นว่าเด็กคนนี้มีกระบี่ไม้ติดตัวและพลังนั่นก็มาจากไม้นั่นด้วย” หลี่จ่าวเฉินกล่าวบ้าง
“ทำไมข้าถึงมองไม่เห็น”
คนที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่ต้องหันมามองน้องชายที่มีความสามารถมองเห็นสิ่งนั้นช่างแตกต่างกับตนเหลือเกินไม่ได้เจอกันมา3 ปีหลี่จ่าวเฉินนั้นคงจะมีพลังจิติญญาระดับสูงกว่าเขาแน่แม้ว่าพลังยุทธอยู่ที่แก่นแท้จิตระดับเดียวกันก็ตามเถอะแต่พลังส่วนอื่นที่ควบคู่มานั้นช่างดีกว่าตนนัก เห็นเสียว่าจบศึกครานี้ตัวเขาจะต้องปรับระดับขั้นไปอยู่ขั้นที่4 ให้ได้ หลังจากอยู่ชั้นแก่นแท้จิตขั้น 3มาหลายปีหลังจากนั้นมันก็หยุดชะงักไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรฝึกไปเท่าไหร่พลังถึงไม่ขึ้นเขาก็ไม่ทราบสาเหตุนั่นก็ทำให้เขากลุ้มใจอย่างมาก
ทั้งสองคนร่วมด้วยช่วยกันสกัดพลังอย่างเต็มที่และสามารถป้องกันพลังนั้นได้แต่ก็ต้องถอยคนละก้าว
“ขนาดเรารวมกันสองคนยังถอยหลังได้คนละก้าวเห็นทีเราต้องออกแรงใช้พลังเต็มที่แล้วพี่ใหญ่”หลี่จ่าวเฉินกล่าวออกมาเขาไม่ควรประมาทคู่ต่อสู้ตรงหน้าแม้จะใช้พลังลึกลับมันก็สามารถสังหารเขาได้
“อืม งั้นจงจัดการให้เต็มที่เลยแล้วกันไม่ต้องใช้เวลาให้นาน”
ทั้งสองพยักหน้าและะโเข้าหาชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมกันพร้อมกับพลังทั้งหมดที่พวกเขามีขว้างใส่ร่างนั้นกะให้แหลกเหลวในคราวเดียว
แต่ด้วยความเร็วไป๋เหอหลบหลีกพลังนั้นได้แต่ใช่ว่าพวกเขาทั้งสองจะปล่อยไปก็ยังคงปล่อยพลังใส่เด็กหนุ่มไป๋เหอเรื่อยๆ จนกว่าจะโดนตัว
ความเร็วของไป๋เหอไม่พอที่จะหลบได้ตลอดด้วยกำลังสองคนที่จู่โจมคนละทิศคนละทางมายังเขาสุดท้ายเขาก็ต้องตั้งฝ่ามือปะทะรับพลังนั้นเมื่อไม่อาจหลบหลีกได้
‘ทำยังไงดีพลังทั้งสองคนร้ายกาจนักเมื่อมาพร้อมกันแบบนี้ข้าคงจะรับไม่ไหว’ สีหน้าแสดงออกถึงความกังวลจ้องมองชายสองคนที่เข้ามาพร้อมกันแม้จะใช้พลังจากกระบี่ไม้ที่เหนือกว่าเขาเข้าต่อกรแต่ด้วยพลังลมปราณที่เขามีนั้นไม่มากพอจะยืนหยัดอยู่ได้นานเขากลัวตรงนี้จะทำให้เขาพลาดพลั้งไปได้
าุโสองคนจ้องเขม็งมายังไป๋เหอแสยะยิ้มให้เขาอย่างสะใจเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มเริ่มที่จะต้านพลังตัวเองไม่ไหว
ฝ่ามือถูกยื่นตั้งรับไม่รู้ว่าตัวเองจะรับพลังนั้นได้ไหมแต่ก็ใจกล้าพอที่จะใช้พลังที่ตัวเองมีต่อต้านพลังนั้นส่งผลรุนแรงให้ชายหนุ่มก้าวขาถอยทีละก้าวกัดฟันกรอด ๆรับรู้ถึงข้างในที่เริ่มเจ็บระบมมองพลังนั้นที่ผลักเข้าหาตัวเขาเรื่อย ๆร่างกายก็เริ่มรู้สึกถึงความอ่อนแรงพลังรุนแรงที่ถูกส่งมามันทำให้ร่างกายรวนเรกระอักเืออกมาเมื่อจะเริ่มทนไม่ไหว
ชายสองคนที่ยืนประจันหน้ากระยิ้มยิ้มย่องอย่างสบายใจอย่างน้อยพลังของพวกเขาก็สามารถทำอันตรายเด็กหนุ่มคนนี้ได้และคอยดูว่าเด็กคนนี้จะตั้งรับมันได้นานแค่ไหน
ไป๋เหอคาดว่าตัวเองอาจจะโดนพลังนี้เข้าโจมตีแน่ด้วยพลังที่ตัวเองมีเกินกว่าจะควบคุมส่งผลให้ร่างกายได้รับาเ็จากทั้งสองฝั่งแล้วพลังของกระบี่ไม้นั่นเขาััได้ถึงความอ่อนแรงนี่คงจะเป็ผลที่สู้ครั้งก่อนแน่แล้วแบบนี้เขาจะทำยังไงดี
ขณะนั้นเองเจียวฉือะโมายืนข้างๆ หลานชายหลังจากเฝ้ามองดูระยะหนึ่ง แล้วส่งฝ่ามือเข้าไปรับพลังนั้นช่วยด้วยพลังชั้น์ของเขานั้นไม่มากพอเท่ากับหลานชายทำให้ร่างกระเด็นไปหลายก้าวจากที่หวังดีจะช่วยกลับกลายเป็ว่าเขาไม่สามารถต่อต้านผู้าุโทั้งสองได้เลย เห็นชัดว่าพลังของเขานั้นอยู่ระดับต่ำกว่าพวกเขาสามคนนัก
“ท่านอา!!” เสียงเรียกชายหนุ่มเอ่ยใเมื่อเห็นเช่นนั้นทำให้เขาเสียสมาธิโดนพลังสองผู้เฒ่าาุโอัดเข้าร่างเต็มแรงไปนอนแน่นิ่งใกล้ๆ กับเจียวฉือ
“ไป๋เหอ!!” เสียงเรียกถูกเปล่งออกมาจากปากของคนที่าเ็ที่นอนอยู่ข้าง ๆ
เสียงหัวเราะดังลั่นของสองผู้เฒ่าเมื่อคนที่เขาหมายหัวล้มลงย่อมเป็เื่ที่ดี
“ท่านอาเป็อย่างไรบ้าง”แม้ตัวเองจะาเ็แต่ก็คำนึงถึงคนที่นอนอยู่ใกล้ ๆมากกว่าใบหน้ามีความวิตกกังวลเมื่อเห็นเืไหลออกจากปากของอา พลังที่สองผู้เฒ่านั้นใช้ร้ายกาจนักอยู่คนละชั้นเช่นนี้ย่อมที่จะได้รับาเ็สาหัสเขาก็ไม่แพ้กันแต่ยังคงเก็บอาการไว้
“ข้าไม่เป็ไรแล้วเ้าล่ะ” เจียวฉือคลานมาหาหลานชายด้วยพลังที่เขาโดนมันทำให้เขาแทบจะยืนไม่ได้ต้องประคองร่างลากตัวเองไปหาหลานชายปากบอกไม่เป็อะไรแต่ข้างในนั้นบอบช้ำหนัก
หลี่หลิงเฉินเดินมาหายังสองร่างอาหลานยื่นมือเรียกกระบี่ออกมาหันไปหาเด็กน้อยที่จ้องมองเขาด้วยความโกรธแค้นเขาทำได้เพียงยิ้มเยาะหมายจะใช้กระบี่แทงไป๋เหอให้ตาย
“ข้าจะแก้แค้นให้คนตระกูลหลี่ที่เ้ากล้าทำร้ายพวกเขา เ้าสมควรตาย”
ไป๋เหอที่หมดกำลังไม่มีแรงแม้แต่จะต้านทำได้เพียงระลึกถึงหน้าแม่ผู้บังเกิดเกล้าที่อยู่ในโลกปัจจุบัน
“แม่”
แต่พลันนั้นเองคนที่โดนแทงกลับไม่ใช่เ้าของร่างที่นอนอยู่แต่เป็ลุงหลิวที่มารับกระบี่นั้นแทนตน
“ลุงหลิว!!” สองอาหลานเรียกชื่อพร้อมกันคล้ายถูกฟ้าฟาดสีหน้าใทั้งสองคนเมื่อเห็นเช่นนั้น
ชายชรามือจับกระบี่นั้นไว้เอี้ยวคอมามองเ้านายที่าเ็อยู่ด้านหลังปากมีรอยยิ้ม “นายท่านทั้งสองข้าได้เสียสละชีวิตเพื่อตระกูลเฉินแล้วข้าได้ทำหน้าที่สุดท้ายแล้ว” เืที่ไหลออกมาทางปากใบหน้าที่อิดโรยพร้อมกับความเ็ปที่ถูกแทง ชายชรามองหน้านายน้อยเพียงยิ้มก่อนลาจากตลอดกาล
“ลุงหลิวไม่นะ!” เสียงร้องเอ่ยชื่อเรียกปานจะขาดใจแม้ไม่ได้รู้จักเป็การดีแต่เขาคือคนที่อยู่ในตระกูลเฉินมาั้แ่เด็กั้แ่รุ่นพ่อย่อมที่จะสำคัญกับเขาไม่แพ้กัน
“สมน้ำหน้าใครใช้ให้มาเสียสละแทนนายที่ไม่ได้เื่เช่นนี้เล่า” หลี่หลิงเฉินพูดแล้วยกเท้าขึ้นเหยียบอกชายชราแล้วดึงกระบี่ออกจากร่างไร้ิญญานั้นก่อนจะเตะร่างนั้นกระเด็นไปให้ไกล
ไป๋เหอเห็นภาพนั้นที่มันทำร้ายจิตใจของเขาจ้องมองคนที่กล้าทำร้ายลุงหลิวดวงตาแดงก่ำเขาสาบานอยู่ในใจว่าจะฆ่าชายผู้นี้ให้ได้หากมีชีวิตรอด
“พี่ใหญ่รีบฆ่าพวกมันให้ตายดีกว่าอย่ามัวเสียเวลาเลย”
“อืม ก่อนข้าจะชักกระบี่แทงเ้างั้นกินพลังเพลิงในมือข้าเสียก่อนแล้วกันจะได้ทรมานก่อนตาย”
นอกจากคำพูดพลังเพลิงในมือก็วิ่งเข้าปะทะร่างคนที่นั่งอยู่หลายลูกจนเกิดแผลไหม้กลับไปนอนดิ้นทุรนทุรายปวดแสบปวดร้อนอย่างทรมานกลิ้งไปกลิ้งมา
“ไป๋เหอ!!” เื่ที่หลุงหลิวตายต่อหน้ายังไม่ทันได้เสียใจดีก็มาเห็นหลานชายอีกคนที่โดนกระทำบ้างเขาถึงกับนึกโมโหตัวเองที่ไม่เก่งพอจะปกป้องหลานชายได้ กัดฟันกรอด ๆ จ้องคนที่ทำร้ายหลานชายอย่างอาฆาตแค้นและพยายามขยับกายคลานไปหาหลานชายที่ทรมานเมื่อโดนไฟเผา
“หยุดนะถ้าหากจะทำมาทำข้านี่ ข้าเป็คนทำร้ายหลานชายพวกเ้ามาหาเื่ข้าสิ” เจียวฉือพยายามเปล่งเสียงออกมาท้าทายไปยังคนที่จะยกกระบี่แทงหลานชาย
เขายกกระบี่ลงหันมาหาคนที่เอ่ยพูดพลางยิ้มเยาะ “พลังเ้ารึที่ทำร้ายหลานชายข้าดูสาระรูปเ้าก่อนสิมีปัญญาเหรอกล้าเอ่ยแบบนี้สงสัยอยากตายก่อนหลานชายสินะ” หลี่หลิงเฉินเปลี่ยนเป้าหมายจากไป๋เหอมาเป็ชายที่นอนอยู่ข้างๆ แทน
“ไม่นะมาฆ่าข้านี่อย่าไปทำร้ายท่านอาของข้าเขาไม่เกี่ยวกับเื่นี้ข้าเป็คนก่อเื่เอง” ชายหนุ่มเปล่งเสียงออกมาเสียงดังลั่นร่างแม้จะาเ็แสนสาหัสถูกไฟเผาร่างเป็จุดๆ แต่ก็กัดฟันสู้ตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งได้เพื่อไม่ให้พวกนั้นฆ่าท่านอาเขาจะไม่ยอม
“พวกเ้าไม่ต้องเถียงกันเพราะยังไงก็ตายทั้งคู่แค่ใครจะตายก่อนกันเท่านั้น” หลี่จ่าวเฉินพูดมาบ้างพร้อมกับเรียกกระบี่มาหวังจะฆ่าคนทั้งสองพร้อมกัน
“ข้าจะไม่มีวันตาย” แม้ร่างกายเจ็บเจียนตายไฟไหม้หลายจุดแต่ก็ยังมีแรงฮึดพูดออกมามองชายที่ทำร้ายด้วยสายตาอาฆาตแค้น
“กำลังจะตายอยู่รอมร่อแต่ก็ยังปากดีนะเ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเ้าตายเสียเถอะ” หลี่จ่าวเฉินยกกระบี่หมายแทงที่ขั้วหัวใจเด็กหนุ่มหวังจะจบชีวิตเขาแต่ก็ต้องหยุดชะงักเอากระบี่ลงเมื่อมีเสียงอันทรงพลังพุ่งเป้ามาที่เขาขนาดเสียงมีพลังมากเช่นนี้ ย่อมปรากฏกายคนที่มีวรยุทธสูงส่งกว่าพวกเขา
“หยุดนะ ห้ามมีใครแตะต้องคนตระกูลเฉิน”
เสียงทรงพลังมีอำนาจที่น่ากลัวเอ่ยเสียงดังลั่นราวกับเสียงฟ้าผ่าแม้แต่คนในเมืองต่างก็ได้ยินเสียงนั้น พร้อมปรากฏชายชราอาภรณ์สีขาวผมขาวทั้งหัวมีริ้วรอยบนหน้าบ่งบอกอายุที่ลอยมากับเมฆสีขาวหยุดอยู่บนกลางอากาศมองคนเบื้องล่างด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ท่านเป็ใครทำไมต้องเข้ามายุ่งเื่ของคนตระกูลเฉินด้วย” หลี่หลิงเฉินเอ่ยกล่าวบ้างแม้จะรู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อยแต่ก็ยังมีใจที่จะเอ่ยถาม
“ข้าเป็ใครไม่สำคัญเพียงมีคนไหว้วานข้าให้มาช่วยคนตระกูลเฉินก็เพียงรับปากทำตามเท่านั้น” เสียงชายชราผมขาวเอ่ยตอบบ้างเขามองชายทั้งสองด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง
“หึ เมื่อท่านรนแส่หาเื่ตายงั้นข้าก็จะไม่เกรงใจ” หลี่หลิงเฉินคิดว่าถ้าจะถอยคงไม่ดีแน่ ไหน ๆก็ถึงขั้นนี้ก็ต้องลองสู้ดูสองรุมหนึ่งน่าจะไม่มีปัญหามากนัก
“พี่ใหญ่พลังเราแต่ละคนน้อยกว่าชายชราผู้นั้นเราจะสู้ได้เหรอ” หลี่จ่าวเฉินนึกหวาดกลัวชายชราที่ลอยอยู่เบื้องหน้าเขามองเห็นพลังที่ร้ายกาจและเขาผู้นั้นน่าจะอยู่ชั้นก่อกำเนิดกายาขั้นที่ 9ซึ่งสูงกว่าพวกเขาสองคนนักหากจะต่อกรด้วยแล้วถึงคราวซวยพวกเขาแน่
“ถ้าเราร่วมมือกันทำไมจะสู้ไม่ได้ล่ะ ข้าคิดว่าเรามีหวังชนะ”
ขนาดยังไม่ได้สู้พลังที่ปล่อยออกมานั้นก็น่ากลัวอยู่แล้วขืนสู้ไปมีหวังอาจจะได้รับาเ็สาหัสทั้งคู่ก็เป็ได้ แต่หากจะหมายขัดใจพี่ชายก็คงจะไม่ได้งั้นก็มิสู้พร้อมกันให้ดีที่สุด เมื่อคิดได้แบบนี้ร่างสองร่างก็พร้อมสาดพลังใส่ผู้ลอยอยู่เหนือหัวไม่ยั้ง
ปลดล๊อกอ่านฟรีวันละ 1 ตอน สายฟรีสามารถกดติดตามเพื่ออ่านฟรีได้เลย
หากใครที่ไม่อยากรอเสียเวลาสามารถกดซื้อเหรียญอ่านล่วงหน้าได้เลยไม่ต้องรอช้า