Dealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า

    ตอนที่ 15 ภารกิจ

    หลังจากนั่งพักเพื่อรอให้ตะคริวกินขาได้หายปวดแล้ว เคลก็ได้เปิดภารกิจขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้รับภารกิจมา [ภารกิจลดราคาสินค้าสำหรับซื้อใช้เอง][ภารกิจลดราคาสินค้า 5 % สำหรับซื้อใช้เอง - จงเลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยระดับ D ที่แท้จริง][ภารกิจลดราคาสินค้า 10 % สำหรับซื้อใช้เอง - จงเลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยระดับ C ที่แท้จริง][ภารกิจลดราคาสินค้า 15 % สำหรับซื้อใช้เอง - จงเลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยระดับ B ที่แท้จริง][ภารกิจลดราคาสินค้า 20 % สำหรับซื้อใช้เอง - จงเลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยระดับ A ที่แท้จริง][ภารกิจลดราคาสินค้า 25 % สำหรับซื้อใช้เอง - จงเลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยระดับ S ที่แท้จริง][ภารกิจลดราคาสินค้า 30 % สำหรับซื้อใช้เอง - จงเลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยระดับ SS ที่แท้จริง][ภารกิจลดราคาสินค้า 50 % สำหรับซื้อใช้เอง - จงเลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยระดับ SSS ที่แท้จริง] “โอ้ดูท่าว่าจะจัดหนักจัดเต็มให้ฉันเลยเชียว ลด 50 % สำหรับนักผจญภัยระดับ SSS นั่นก็หมายความฉันต้องเป็นระดับราชาเวทเลยงั้นเหรอยากนะ” เคลพิจารณาภารกิจทั้งหลายแหล่ ก่อนจะเอะใจ “ฉันเองก็เป็นนักผจญภัยระดับ D แล้วนะทำไมภารกิจยังมีอยู่อีกละ?” เคลพูดอย่างสงสัยและไม่เข้าใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า “อ่าตรานักผจญภัยนี้เองเพราะฉันเป็นคนธรรมดาไม่ได้เป็นผู้วิเศษเพราะงั้นก็เลยไม่ผ่านสินะ” ใช่! เขาที่ได้เป็นนักผจญภัยเพราะว่าที่เมืองนี้มีภารกิจทั่วไปยิบย่อยเยอะมากทำให้นักผจญภัยระดับแรงค์ต่ำ ๆ มีจำนวนไม่พอที่จะทำภารกิจอันแสนน่าเบื่อพวกนี้ และทางสมาคมนักผจญภัยในเมืองหลวงเองก็ไม่อยากเสียรายได้จากตรงนี้ด้วย เพราะงั้นจึงเปิดให้คนธรรมดาที่ร่างกายแข็งแรงอดทน มาทำให้เป็นนักผจญภัยแรงค์ D ชั่วคราวคอยทำภารกิจยิบย่อยพวกนี้ ส่วนแบ่งรายได้จะเป็นเป็น 60/40 ซึ่งผลตอบรับเป็นอะไรที่เกินเป้าเป็นอย่างมาก เพราะในเมืองหลวงอย่างคอนสแตนติโนเปิลแห่งนี้มีประชากรมากกว่า 15 ล้านคนซึ่งยิ่งใหญ่ไม่น้อยเลยสำหรับการปกครองเมืองเมืองหนึ่ง แต่ไม่แปลกเลยเนื่องจากเพราะเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ที่ถูกปกครองโดยจักรพรรดิ “ซีซาร์” ผู้วิเศษระดับราชาเวทขั้นสูง “ฉันพอเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องให้ภารกิจพวกนี้มาเป็นตัวลดราคาสินค้า” เคลคาดเดา บางทีเพราะเขาไม่ได้รู้เรื่องพลังเวทย์หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพลังและการต่อสู้ การให้ไปเป็นนักผจญภัยนั่นเป็นหนทางแห่งการไปสู่ความแข็งแกร่ง “ผู้ใช้เวทย์ขั้นต้น ไม่มีวิชาต่อสู้ หรือกฎเกณฑ์ธาตุเลยแม้แต่น้อยถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงต้องฝึกฝนกฎเกณฑ์สักธาตุก่อนหรือไม่ก็การต่อสู้เสียก่อน” เคลกำลังครุ่นคิดและตัดสินใจบางอย่างก่อน “ถ้าอย่างนั้นคงต้องเรียนรู้วิธีการใช้ดาบเสียก่อน” “สถาบันฝึกฝนดาบ!” การใช้ดาบเป็นวิถีที่ง่ายที่สุดในการต่อสู้และปกป้องตัวเอง และอีกอย่างหนึ่งเขาเองก็อยากจะถือดาบฟาดฟันมากกว่าร่ายเวทย์โจมตี อีกเหตุผลหนึ่งมันคือการฝึกฝนรูปแบบที่สอง เนื่องจากการผจญภัยถ้าไม่ได้ฝึกฝนรูปแบบที่สองไปด้วยแล้วละก็จะทำให้เอาตัวรอดในสถานการณ์เสี่ยงตายได้ยากมากขึ้น ส่วนการฝึกฝนเวทย์หรือใช้วิชาเวทย์ เคลเองก็ต้องการเช่นกัน “ยังไงเสียตอนนี้ฉันก็มีเงินอยู่เป็นแสนน่าจะเพียงพอที่จะพักการขายไปชั่วคราวก่อน” เคลวางแผนคร่าว ๆ เพราะถ้าจะมานั่งอยู่ร้านโง่ ๆ เพื่อหาลูกค้ารายอื่นนอกจากสองนายบ่าวแล้วละก็คงเสียเวลาชีวิตไปไม่น้อย เพราะว่าพลังแห่งการพูดระดับ 1 นั้นมันยังไม่รุนแรงมากพอ ถ้าไม่เพราะได้พบกับทอมที่กำลังจิตใจสับสนเขาก็คงไม่สามารถหาลูกค้าได้อีก อีกอย่างตัวเขาคือร้านค้าไม่ใช่สถานที่ เขาสามารถค้าขายได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการบางทีการออกไปผจญภัยอาจจะหาลูกค้ากระเป๋าหนักมากกว่าเฟคก็เป็นได้ “ฝึกฝนดาบตอนเช้าและเรียนรู้วิชาเวทย์ตอนบ่าย” “หวังว่าจะไม่แก่เกินเรียน” ......หลายวันผ่านไป สถาบันฝึกสอนดาบและสถาบันฝึกสอนเวทมนตร์อยู่ในเขตใจกลางลึกเข้าไปอีก เพราะงั้นเคลที่อยู่เขตสลัมทางใต้ จำต้องเดินทางเข้าไปข้างใน เมืองคอนสแตนติโนเปิลแบ่งออกเป็น 2 เขตซึ่งสามารถสังเกตได้จากการแบ่งของกำแพงเมือง กำแพงเมืองชั้นใน จะเป็นที่ตั้งของราชวงศ์ ตระกูลใหญ่ โรงเรียนเวทย์ราชวงศ์ และพวกขุนนางต่าง ๆ อย่างบิดาของเฟคเองที่หัวหน้าตระกูลใหญ่ เพราะเป็นถึงขุนนางยศระดับ ดยุก ซึ่งก็คือผู้วิเศษระดับจอมเวทย์เป็นอย่างน้อย แต่ความเก่งกาจไม่ใช่ปัจจัยหลักของการเป็นขุนนางแต่เป็นความรู้การเมืองการปกครองการบริหาร ซึ่งสำคัญกว่าพลัง และกำแพงเมืองชั้นนอกซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุด โดยไล่เรียงจากพื้นที่ใกล้กำแพงเมืองชั้นนอกอย่างเขตสลัมทางใต้ไปจนถึงพื้นที่ใกล้กำแพงชั้นใน จะสามารถสังเกตเห็นได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน เมื่อเดินเข้าไปในพื้นที่ใกล้กำแพงเมืองชั้นในเพราะจะมีตึกรามบ้านช่องที่หรูหรา โรงแรม ร้านอาหาร ถนนหนทาง ตลาดคนเดิน สถาบันฝึกสอนต่าง ๆ และสมาคมนักผจญภัยซึ่งตั้งอยู่ที่นั้นด้วย “สำหรับผู้วิเศษที่แก่เกินไปและไม่สามารถเข้าร่วมกับโรงเรียนได้เชิญทางนี้เลยสถาบันสอนดาบที่ยอดเยี่ยมที่สุด” ชายวัยกลางคนหน้าตาดูโหดหน้าเหี่ยว ให้ความรู้สึกเป็นคุณลุงหน้าโหดสวมใส่อุปกรณ์คล้ายนักผจญภัย “ทางนี้เลยรับรองโดยนักผจญภัยแรงค์สูงอย่างฉันนักดาบสีเงิน ซิลเวอร์” “โอ้นั่นมันนักผจญภัยมาเปิดสอนการใช้ดาบด้วยงั้นเหรอเนี่ยน่าสนใจน่าสนใจ” “เหอะอย่าหลงกลไปเชียวละนายเพิ่งเข้ามาเขตนี้หรือไงกันมีสถาบันมากมายเลยที่ดูแข็งแกร่งกว่าเขาคนนั้นเสียอีก อย่างสถาบันดาบสี่ประการที่มีนักผจญภัยเกษียณแรงค์ S ระดับจอมเวทย์แถมก่อตั้งมา 125 ปี แล้วด้วยที่นั่นยอดเยี่ยมกว่าอีกนะ” “จริงงั้นเหรองั้นก็สุดยอดเลยนะฉันว่าฉันจะเข้าเรียนที่นั้นละกัน” “ฮ่า ๆ อย่างนายเนี่ยนะจะเข้าได้” “เอ้าแล้วจะพูดขึ้นมาทำไม” “ฮ่า ๆ ฉันก็แค่อยากบอกกับคนโง่ ๆ เท่านั้นแหละรู้ไหมว่าราคาค่าเรียนสำหรับสถาบันดาบสี่ประการมันเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ต้องใช้เงินเรียนห้าหมื่นเหรียญทองเป็นอย่างต่ำ” “หะ..ห้าหมื่นเหรียญทองแพงจังแหะฉันคงเข้าไม่ได้แน่” “หึแล้วจะบอกอะไรให้นะฉันนี้แหละกำลังจะเข้าไปเรียนเพราะฉันเป็นนักผจญภัยแรงค์ B ต้องการเสริมความสามารถการต่อสู้เข้าไปอีกการใช้เงินกับแสนเหรียญทองนั้นคุ้มค่าแล้ว” “ส่วนเจ้าหนูอย่างนายที่หน้าตาดูไม่เข้าลักษณะโง่ ๆ เป็นระดับผู้ใช้เวทย์กระจอก ๆ ก็กลับบ้านไปซะเถอะมันน่าสมเพชนนะที่นายพูดเรื่องเข้าสถาบัน” ชายนักผจญภัยแรงค์ B หัวเราะลั่นและดูถูกดูแคลน คราแรกที่เขาเดินมาก็จับพลังของเจ้าหนูนี้ได้และรู้สึกขบขันกับคำพูดของมันที่ไม่เจียมตัวกับพลังของตนเองจึงอยากสั่งสอนให้รู้จักโลกใบนี้เสียหน่อย “ฮ่า ๆ ฉันไปละนะ คนอย่างนายที่อยู่ในระดับผู้ใช้เวทย์ในตอนอายุแบบนี้แค่ได้เข้าสู่หนทางพลังก็เก่งแล้วกลับบ้านไปและเสพสุขกับอายุขัยที่เพิ่มขึ้นจะดีกว่านะฮ่าฮ่า” ชายนักผจญภัยแรงค์ B พูดจบก็เดินจากไปทิ้งไว้ให้ชายหนุ่มที่โดนดูถูกกำลังสับสนและอึ้งทึ่งอยู่ “เจ้าหนู?” “ฉันนี่นะเจ้าหนูเป็นไปไม่ได้หน้าตาโหดเหี้ยมและแก่เกินวัยแบบนั้นจะเป็นกลับมาเจ้าหนูได้ยังไงกัน” เสียงที่บ่นอย่างสับสนนั่นก็คือเคล เคลไม่ได้สนใจคำดูถูกอะไรมากนักสิ่งที่สนใจคือคำพูดว่าเจ้าหนูต่างหาก ไม่รอช้าเขารีบเดินหากระจกมาส่องทันที “ฉะ..ฉันเยาว์วัยขึ้นรอยแผลก็จางลงเป็นไปได้ยังไงกัน” เคลตกอกตกใจ ใช่ว่าเขาจะไม่เคยดื่มโพชั่นเพิ่มชีวิต เขาเคยลองซื้อมันหลังจากขายเม็ดยาให้เฟคไป 500 เม็ดได้ จึงอยากรู้อยากลองเกี่ยวกับโพชั่นนิดหน่อยจึงซื้อมายกขึ้นดื่มแต่ก็ไม่ได้มีผลอันใดเกิดขึ้นกับเขา หน้าตาเองก็ยังโหดเหี้ยมเหมือนเดิม “โอ้แบบนี้ถ้าพลังเลื่อนระดับฉันก็จะเยาว์วัยขึ้นหน้าตาก็จะหนุ่มขึ้นและดูดีขึ้นไม่ได้การเห็นที ต้องเพิ่มการฝึกฝนด้วยเม็ดยาช่วงเย็นไปด้วยเลยละกัน” “เช้าเรียนดาบ..บ่ายเรียนเวทย์..เย็นฝึกฝน..ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนฝึกฝนแบบบ้าคลั่งกันไปข้างหนึ่งเลยละกัน!!” เมื่อเคลตัดสินใจได้ก็รีบดำเนินการทันที “สวัสดีครับลุงซิลเวอร์ผมต้องการเข้าเรียนสถาบันสอนดาบจากคุณครับ!” เคลได้เลือกชายวัยกลางคนคนนี้ เพราะว่าเขาไม่อยากเสียเงินไปกับสถาบันดาบสี่ประการที่ราคาตั้ง ห้าหมื่นเหรียญทอง ซึ่งเคลมองว่ามันแพงเกินไปสำหรับการเรียนรู้การต่อสู้ และอีกอย่างเขาเป็นพ่อค้าต้องสำรองเงินไว้เยอะ ๆ การต่อสู้น่ะพื้นฐานก็เพียงพอแล้วสิ่งสำคัญคือประสบการณ์ วิชาดาบต่อสู้ต่าง ๆ เขาไม่ได้ต้องการอะไรขนาดนั้นด้วย*************