เช้ามืด...
เหล่าญาติพี่น้องมากมายต่างมาร่ำลาลูกหลานที่ต้องเข้ากรมไปเป็ทหารเกณฑ์ รวมถึงหญิงสาวผู้ที่ซึ่งแต่งงานและอยู่กินกับสามีมาได้ไม่กี่เดือนนี้ มะลิกอดลาสามีที่ต้องจากเธอไปถึงสองปี แม้ว่าจะคบกันมานานแต่ทั้งสองก็ไม่เคยอยู่ห่างจากกันเป็เวลานานเท่านี้มาก่อน
“พี่ไปก่อนนะมะลิ”
“ดูแลตัวเองดีๆนะคะพี่กล้า”
ร่างระหงบอกก่อนจะสวมกอดชายหนุ่มอีกครั้ง...
แม้ว่าอายุอานามจะไม่ได้เยอะ แต่เหล่าหนุ่มสาวในเขตบ้านนอกคอกนาของต่างจังหวัดก็มักจะแต่งงานกันเร็วเป็ปกติ เพื่อจะได้ไม่เป็ขี้ปากชาวบ้านหรือเป็ที่ติฉินนินทาให้ฝ่ายหญิงเสียหาย กล้าและมะลิพึ่งแต่งงานกันมาได้สามเดือน แต่ทั้งคู่ก็คบหาดูใจกันมาได้หลายปีแล้ว
“จะร่ำลากันอีกนานมั้ย เขาเรียกมึงแล้วไอ้กล้า”
เสียงเข้มจากชายร่างสูงทำให้มะลิสะดุ้ง...
เมื่อเมียสาวหันไปด้านหลัง ร่างสูงใหญ่กำยำของลุงวิทย์ก็เดินเข้ามาใกล้ เขาเป็ผู้เลี้ยงดูสามีของมะลิมาั้แ่เด็ก เนื่องจากพ่อแม่ของกล้าจากไปก่อนวัยอันควร ทำให้ชายหนุ่มมักจะเรียกลุงวิทย์ว่าพ่ออยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับเมียสาว เธอยังคงเรียกชายคนดังกล่าวว่าคุณลุงเหมือนเช่นเดิม
“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปจริงๆแล้วนะมะลิ”
“ค่ะ”
“ไปก่อนนะครับลุง”
“เดี๋ยวข้าจะหาเวลาไปเยี่ยม”
ลุงวิทย์บอกกับหลานชาย จากนั้นรถทัวร์คันใหญ่ก็ขนเหล่าทหารเกณฑ์ออกไปจากที่ว่าการอำเภอ แววตาของหญิงสาวเว้าวอนผู้เป็สามีอย่างหนัก ใบหน้าจิ้มลิ้มตามฉบับสาวบ้านนาโบกมือลาจนรถทัวร์หายไปจากถนน ส่วนชายกลัดมันอายุสี่สิบปลายๆก็ได้แต่จ้องมองเรือนร่างของหลานสะใภ้ด้วยความสงสาร
ตอนนี้หลานชายไม่ได้อยู่เฝ้าเมียสาวเป็เวลาสองปี...
แต่ไอ้ลุงวิทย์พร้อมจะรับหน้าที่นั้นแทนด้วยความเต็มใจ!
“มาเถอะมะลิ ข้ายังต้องออกไปทำงานในสวนต่อ”
“ค่ะ….ลุงวิทย์”
ชายร่างสูงจ้องมองบั้นท้ายที่เดินนวยนาดไปข้างหน้า มือหนาของมันลูบเคราดกดำด้วยความกระหาย สายตาคมเข้มจ้องมองสัดส่วนเว้าโค้งั้แ่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจ ต่อจากนี้อะไรหลายๆอย่างคงสะดวกสบายมากกว่าเดิม ไอ้ลุงหื่นไม่จำเป็ต้องคอยแอบถ้ำมองเมียหลานชายอีกต่อไปแล้ว
เพราะบ้านไร่กลางท้องนา...
จะมีเพียงลุงเขยและหลานสะใภ้หุ่นสะบึมอาศัยเพียงแค่สองคน!