“พี่ลียาเ้าคะ นี้เ้าค่ะ ทางนี้”
“เสียงใคร? นั้นใครน่ะ? ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
ลียาะโออกไปเมื่อได้ยินคนเรียกชื่อเธอไม่หยุดสักทีโดยที่มองไม่เห็นตัว
"น้องคือใครคะ?"
เธอเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างๆหนึ่งมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอใบหน้าของคนนั้นช่างงดงามราวกับว่าไม่ใช่คนจริงๆอายุไม่มากนักก็น่าจะอยู่ราวๆประมาณมัธยมต้น13-14ปีแน่นอน
"ข้าก็คือท่าน ท่านก็คือข้าอย่างไรเ้าคะ "
"ตลกแล้วน้อง ถ้าพี่สวยขนาดน้อง พี่ไปเป็ดาราโกอินเตอร์หาเงินได้เป็กอบเป็กำแล้วไม่ต้องมาทำงานงกๆ เงินเดือนไม่ถึง20000แบบนี้หรอก"
"อันใดคือโก๋อิ๋นเต๋อ ข้าฟังไม่เข้าใจเ้าค่ะ"
น้องสาวคนงามเอียงคอถามกลับมาอย่างน่ารัก จนลียาอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้
"เอาหล่ะ ไม่มีอะไรพี่ล้อเล่น เอาเป็ว่าน้องเรียกพี่มาทำไมคะ?แล้วตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหนกัน?"ลียามองไปรอบตัวแทบจะไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดเท่านั้น ได้แต่นึกสงสัยว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
"ข้าชื่อว่าหวังลี่เหยาเ้าค่ะ คนที่ท่านพี่อาศัยร่างอยู่"
"น้องจะมาเอาร่างคืนใช่ไหม? พี่เข้าใจแล้ว น้องมาเอาไปได้เลยคะ เพียงแต่พี่ไม่รู้จะออกไปจากร่างนี้ได้ยังไง เพราะตอนมาพี่ยังไม่รู้ว่ามาได้ยังไงเหมือนกัน"
ลียาตอบแบบรับสภาพ ยังไงร่างนี้ก็ไม่ใช่ของเธอั้แ่แรก น้องกลับมาเอาคืนก็ถูกแล้ว จะได้เตรียมตัวตายไปจริงๆสักที
"ไม่ใช่เ้าค่ะท่านพี่เข้าใจผิดแล้ว ตัวข้าได้หมดอายุขัยแล้ว เพียงแต่ร่างนี้ยังมีบางอย่างและบางคน ที่ทำให้ท่านพี่ต้องมาอยู่ในร่างนี้ "หวังลี่เหยารีบบอกนางทันทีเมื่อเห็นว่าลียากำลังเข้าใจผิดคิดว่านางกลับมาทวงร่างคืน
"สิ่งที่ข้าจะบอกก็คือร่างนี้ มีสิ่งพิเศษที่เรียกว่าพลังมนต์ตราเ้าคะ ท่านพี่จะต้องทำหน้าที่รักษาและสร้างสรรพสิ่งในโลกใบนี้ให้เกิดความสมดุล และทำประโยชน์ให้ผู้คน"
"ยังไงคะพี่ไม่เข้าใจ รักษาแบบไหนกันคนหรือว่าอะไรคะ?"
"ไม่ใช่เ้าค่ะ ท่านพี่รักษาได้แต่สิ่งที่เกิดจากธรรมชาติเท่านั้น สิ่งมีชีวิตไม่สามารถรักษาได้ โดยตรง ยกเว้นใช้สิ่งที่เรียกว่าธรรมชาติรักษาเช่น ถ้าหากท่านพี่พบคนป่วยหรือาเ็ท่านสามารถสั่งพืชหรือสมุนไพรให้มารักษาได้โดยที่ท่านพี่ไม่ต้องไปหามัน แต่มันสามารถรักษาด้วยตัวมันเองและบอกคุณสมบัติในการรักษาได้ถูกต้องและแม่นยำที่สุด สิ่งที่ท่านพี่นึกถึงมันจะมาวางอยู่ข้างหน้าได้เลย"
"พี่พอจะเข้าใจนิดๆแล้ว เอาเป็ว่าถ้าพี่อยากได้อะไรก็ให้นึกเอา ขอเพียงแค่สิ่งนั้นเกิดจากธรรมชาติใช่ไหม?"
"ใช่เ้าค่ะ"
"ธรรมชาติงั้นหรือ แล้วพี่สามารถเรียกฝนให้ตกลงมาได้ไหม?"
"ได้เ้าค่ะ"
"โอเคร! ดีล! "
ลียาดีใจแทบโห่ร้อง เก็บรอยยิ้มกว้างแทบไม่มิด ในที่สุดมันก็มาแล้ว ไอเทมดีๆ ก็มา แมรี่ซูสุดๆ ถึงจะไม่เทพมากขนาดที่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เธอต้องอดตาย เื่กินตอนนี้ คือเื่ใหญ่ที่สุดสำหรับเธอในยามนี้
"แล้วพี่จะใช้พลังได้เมื่อไหร่?"
ลียาถามทันทีเพราะนางไม่ได้กินข้าวมา3วันแล้วหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว เธอจะได้เสกผลไม้อร่อยๆมากินให้พอใจเลยทีเดียวคอยดู
"พี่สาวจะต้องนั่งสมาธิรวบรวมจิตใจยอมรับจิตวิญญานส่วนนี้ของข้า แล้วต้องคิดว่าท่านคือข้าจริงๆห้ามคิดว่ามาอยู่ในร่างของข้าเพียงเท่านั้น ข้าจะหลอมรวมจิติญญาเราทั้งสองเข้าไปด้วย พี่สาวห้ามฝืนตัวเองเด็ดขาด หลังจากหลอมรวมกันแล้วพี่สาวจะมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกับตัวข้าทุกอย่าง แล้วความรู้สึกนึกคิดของพี่สาวก็จะยังคงอยู่เหมือนเดิม เราทั้งสองคนจะกลายเป็คน คนเดียวกันพลังท่านพี่ถึงจะตื่นรู้"
"แล้วแต่ก่อนน้องก็มีพลังนี้ไหม?"
"ไม่เ้าค่ะ แต่ก่อนมีแค่ตัวข้า แต่ไม่มีจิติญญาของพี่สาว ข้าก็เป็คนธรรมดาที่ไม่มีพลังอันใดเลย หน้าที่ของข้ามีเพียงแค่นี้เท่านั้น ข้าขอลาพี่สาวไปก่อนนะเ้าคะ แล้วที่สำคัญอีกเื่ก็คือคนที่มีชะตาร่วมกันกับพี่สาวกำลังรอพี่สาวอยู่นานแล้ว"
"พี่สาวอย่าลืมยอมรับจิติญญาของข้า"
"ชะตาร่วมกัน? อืม พี่ขอบใจนะ พี่ขอให้น้องโชคดี ลาก่อนนะ"
ร่างของหวังลี่เหยาค่อยๆหายไปคงเหลือไว้เพียงแค่แสงไฟดวงเล็กสีขาวใสที่ลอยมาอยู่ด้านหน้าของลียา เธอเดาว่าคงเป็จิติญญาที่ยังคงเหลืออยู่ของหวังลี่เหยาที่รอให้เธอหล่อหลอมจิติญญาเข้าด้วยกันอยู่
"เอาล่ะ คงต้องยอมรับโชคชะตาที่เกิดขึ้น อย่างที่พระพุทธองค์ทรงสอนไม่มีอะไรเป็ของเราจริงๆ ลียาคนนั้นไม่มีตัวตนอีกแล้วทั้งโลกนั้นและโลกใบนี้ตอนนี้ฉันชื่อหวังลี่เหยาในชาตินี้"
นางนั่งลงแล้วทำสมาธิ รวบรวมจิติญญาทั้งสองเข้าด้วยกันจนเกิดแสงสว่างไปทั่วร่างที่กำลังนั่งสมาธิอยู่แสงนั้นรวมเข้าไปด้วยกันจนเกิดเป็ภาพเื่ราวต่างๆของหวังลี่เหยาั้แ่เด็กจนโต
ความทรงจำทุกอย่างไหลเข้ามาไม่หยุดจนกระทั่งความจำสุดท้ายที่นางหนีตายจากกลุ่มคนชั่วทั้งหลาย ภาพที่คนของนางถูกฆ่าอย่างโหดร้าย ภาพของคนที่นางรักเฉกเช่นพี่ชายถูกฆ่าตายลงไปทีล่ะคน เพื่อหวังชิงตัวนาง ภาพของอาซานปกป้องนางโดยใช้ยาต้านพิษหมื่นพิษที่มีเพียงเม็ดเดียวให้นางกินจนทำให้ตัวเองต้องตายไป
หวังลี่เหยาก็สะอื้นไห้น้ำตาไหลทั้งๆที่หลับตาอยู่ ความเ็ปทั้งหมดเกิดจากภายในใจของนางจริงๆ ร่างที่นั่งสมาธิอยู่ร้องไห้จนแทบเป็สายเื เจ็บร้าวในอกจนทรมานไปหมด นางรู้สึกเหมือนกับว่าไม่เหลือใครอีกแล้ว นางสูญเสียคนที่รักแล้วก็รักนางทำทุกอย่างเพื่อให้นางมีชีวิตรอด จากนี้คงไม่ได้พบเจอกันอีกต่อไปแล้ว
"ท่านพ่อ ท่านแม่ แม่นม พี่คง พี่ฟง อาซาน ข้ารักพวกท่าน ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อสมกับที่พวกท่านเสียสละชีวิตให้กับข้า ขอให้พวกท่านไม่ต้องเป็ห่วงอะไร และได้โปรดคุ้มครองเหยาเออร์ของพวกท่านด้วยนะเ้าคะ"
ทันใดนั้นร่างของหวังลี่เหยาในห้วงมิติก็เกิดประกายเจิดจ้าสว่างไปทั่วบริเวณ เฉกเช่นเวลากลางวันจนเกือบ1เค่อก็ค่อยๆดับไป ร่างที่อยู่ในห้วงมิติก็ลอยกลับมายังร่างที่กำลังนอนหลับอยู่เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
เว่ยหานฟง กำลังจ้องร่างเล็กตรงหน้าที่กำลังร่ำไห้นางร้องไห้ไม่หยุด เสียงสะอื้นของนางทำให้เขารู้สึกสงสาร เขาดูนางร้องไห้อยู่ด้านหน้าคิดอยากจะปลอบโยน แต่ชายหญิงแตกต่างเขาไม่กล้าล่วงเกินนางแค่ทำแผลให้นางเขาก็พยายามคิดว่าทำเพื่อช่วยชีวิตนางเท่านั้น
เขาไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่ท่านประมุขที่ใครแค่ได้ยินชื่อก็ต่างพากันหวาดกลัวจนแทบลืมหายใจจะมีวันนี้วันที่จะไปก็ไปไม่ได้จะอยู่ก็อยู่ไม่ได้ เว่ยหานฟงทะเลาะกับตัวเองสักพักสุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ใจตัวเอง
เขาขึ้นไปบนเตียงของนางโอบกอดร่างของนางเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆประคองร่างนางให้มาพิงร่างเขาเอาไว้ ลมหายใจอุ่นร้อนกับจมูกเล็กๆ ของนางซุกตรงซอกคอของเขา ใกล้ชิดจนกระทั่งเขาได้กลิ่นหอมจางๆ ออกมาจากร่างเล็กๆของนางในอ้อมกอด
เขาโอบร่างของนางเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอมแบบที่ไม่เคยได้ปฏิบัติกับใคร เขากอดนางจนกระทั่งเสียงสะอื้นค่อยๆ เงียบหายไป จนได้ยินเพียงแต่เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของนางกับเสียงหัวใจทั้งของนางและของเขาดังขึ้นเกือบพร้อมๆ กัน
เงาร่างสองร่างที่กอดประคองกันเกิดเป็ภาพที่งดงามราวภาพวาดชายหนุ่มผู้หล่อเหลาราวเทพเซียนผมดำเงางาม ดวงตาที่คมดุบัดนี้ฉายแววอ่อนโยนจมูกโด่งได้รูปซุกลงกลุ่มผมของร่างบางตรงหน้า ริมฝีปากหนาได้รูปแนบขมับนางอย่างอดใจไม่อยู่ อกกว้างเอนกายลงนอนบนที่นอนเพื่อให้นางได้นอนสบายขึ้น ฝ่ามือหนาอุ่นร้อนลูบไล้ไปมาตามแผ่นหลัังของนางเพื่อหมายจะปลอบโยนนางให้หายเศร้าเสียที
เว่ยหานฟงรู้สึกแบบนี้เป็ครั้งแรกเขาอยากอยู่แบบนี้ทุกวันตลอดไปมีนางอยู่ในอ้อมกอดทุกคืน มีนางอยู่ใกล้ๆ ให้เขาได้มองไม่อยากเห็นนางต้องร้องไห้
'ข้าไม่ชอบและไม่อยากจะเห็นน้ำตาของนาง นี้เกิดอันใดขึ้นกับใจของข้ากัน'
เขาชอบเห็นเวลานางยิ้ม นางหัวเราะ นางหัวเราะไม่เหมือนใคร เวลานางหัวเราะสดใสไม่เก็บกริยาเหมือนสตรีทั่วไปที่คอยระมัดระวังตัวทุกฝีก้าวเวลายิ้มก็ต้องคอยระวังห้ามให้เห็นฟันจนไม่เป็ธรรมชาติ เขาชอบเห็นนางทำท่าแปลกๆ แต่ดูน่ามอง
'ภายในเวลาไม่กี่วันที่ข้าพบเ้า ข้าเป็ขนาดนี้เลยหรือ?เ้าร่ายมนต์อะไรใส่ข้ากันแน่'
เว่ยหานฟงพลิกร่างนางไว้ด้านล่างใต้ร่างของเขากักนางไว้ในอ้อมแขนเพื่อจะได้มองหน้าของนางให้ชัดเจนขึ้น ดวงตาคมก้มลงมองใบหน้างามให้ชัดๆ ราวกับจะประทับภาพนั้นเอาไว้ในใจริมฝีปากได้รูปจูบประทับซับน้ำตาให้นางทั้งสองข้างจนไปถึงแก้มนุ่มหอมกรุ่นของนาง สุดท้ายจึงหยุดอยู่ที่ริมฝีปากแดงระเรื่อของนางเบาๆอย่างอดใจไม่อยู่ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะตัดใจลุกขึ้นจากร่างบางหลังจากที่นางสงบลงไปแล้วไม่ได้ร้องไห้อีก เว่ยหานฟงทอดสายตามองนางอีกครั้งก่อนจะตัดใจ หายตัวออกไปราวกับว่าเขาไม่เคยอยู่ที่นี้มาก่อน