แสงแดดอ่อนในยามบ่ายทอดผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้างสรรพสินค้าสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มสดใสและเสียงหัวเราะเบาๆ ของแพรพิมพ์และภัทร์ที่เพิ่งจะเดินประคองกันออกมาจากร้านจำหน่ายเครื่องแก้วโบราณหรูหรา ภัทร์ใช้สองมืออุ้มประคองกล่องของขวัญชุดกาน้ำชาเซรามิกโบราณอย่างระมัดระวัง พลางก้มลงแอบกระซิบหยอกเย้าข้างกกหูของแพรพิมพ์เบาๆ ถึงรสชาติชานมแสนหวานชื่นใจและแอบชมกลิ่นกายหอมละมุนของพี่สะใภ้ที่โชยมาตามลมและเข้ากันได้ดีกับกลิ่นน้ำชารสเลิศ แพรพิมพ์ที่เวลานี้ปล่อยตัวปล่อยใจเดินชมสินค้าตามร้านรวงต่างๆ อย่างใจลอย คลี่ยิ้มละมุนละไมอย่างมีความสุขและหัวเราะรับกับคำแซวหยอกเย้าของเด็กหนุ่มจนดูสวีตหวานชื่น ภัทร์คอยขยับกายโอบประคองไหล่บางและสะโพกกลมกลึงเบาๆ เพื่อหลบฝูงคน แพรพิมพ์แอบปล่อยใจไปกับลวงตาแห่งความรักลวงตา รู้สึกราวกับได้รับการเติมเต็มคุณค่าชีวิตและความอบอุ่นที่โหยหามานานแสนนาน
ระหว่างทางที่เดินผ่านโซนร้านน้ำหอมที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลและร้านคาเฟ่ระดับหรู ภัทร์หยุดเดินและชวนให้แพรพิมพ์แวะซื้อเครื่องดื่มหรือไอศกรีมรสพิเศษเพื่อผ่อนคลายรสร้อน ชายหนุ่มพาเธอไปนั่งที่มุมสงบของร้านไอศกรีมสไตล์ฝรั่งเศสที่มีเบาะกำมะหยี่นุ่มสีน้ำเงินเข้ม แสงไฟนวลตาขับให้บรรยากาศดูเป็ส่วนตัวและโรแมนติกอย่างยิ่ง ภัทร์สั่งไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี่รสเลิศถ้วยพิเศษมาแบ่งปันกัน ชายหนุ่มใช้ช้อนคันเล็กตักป้อนไอศกรีมรสหวานฉ่ำส่งตรงถึงปากอิ่มของแพรพิมพ์อย่างเบามือ ท่ามกลางสายตาคนนอกที่เดินผ่านไปมาที่มองดูรอยยิ้มของคนทั้งคู่ด้วยความอิจฉาปลาบปลื้มใจ ยามที่เธอกลืนกินความหวานเย็นเข้าไป แพรพิมพ์เผลอทำคราบครีมสีชมพูเลอะขอบปากอิ่ม ภัทร์ที่เฝ้ามองดวงหน้าหวานอยู่ตลอดเวลารีบเอื้อมมือหนาและใช้ปลายนิ้วหัวแม่มืออุ่นไล้เช็ดคราบครีมที่เลอะขอบปากอิ่มของเธอออกเบาๆ สบสายตากับเธออย่างหวานล้ำ แพรพิมพ์ตัวเกร็งสั่นสะท้านใจสั่นระริก รู้สึกเหมือนตนเองได้รับการดูแลเอาใจใส่เฉกเช่นคู่รักหนุ่มสาวอย่างแท้จริง ซึ่งเป็สิ่งที่ภพสามีไม่เคยกระทำให้เธอมาก่อนเลย
“พี่พิมพ์รู้ไหมครับ... ผมสังเกตเห็นของขวัญและข้าวของทุกชิ้นที่พี่ภพซื้อมาฝากพี่พิมพ์จากต่างประเทศเสมอ ของพวกนั้นมักจะมีราคาแพงลิบลิ่ว หรูหราตระการตา... แต่ในความจริงมันกลับไร้ชีวิตจิตใจ ไร้ความใส่ใจในรสนิยมของพี่พิมพ์เลย... ต่างจากตัวผม... ที่อยากมอบของขวัญชิ้นที่พี่พิมพ์ชอบจริงๆ จากส่วนลึกของใจผมครับ” ภัทร์เอ่ยเสียงทุ้มพร่าบอกเล่าความในใจ พลางใช้ปลายนิ้วแกร่งเขี่ยแก้วน้ำส้มคั้นส่งให้เธอ แพรพิมพ์เอื้อมมือไปรับ แก้วสั่นสะท้านสะท้อนใจสั่นระริก เธอพยักหน้ารับคำของเขาด้วยหัวใจที่ตื้นตันอย่างบ้าคลั่ง ความน้อยใจในตัวสามีช่างเด่นชัดเหลือเกินเมื่อเทียบกับการปรนนิบัติอย่างเอาใจใส่ของน้องสามีที่นั่งอยู่ตรงหน้า
ทว่า... ความสุขลวงตากลางพื้นที่สาธารณะก็มลายหายไปในพริบตา เมื่อแพรพิมพ์กวาดสายตาผ่านกลุ่มคนสัญจรและหันไปสบประสานเข้ากับใบหน้าของสตรีผู้หนึ่งที่กำลังก้าวเดินตรงมาแต่ไกล หญิงสาวคนนั้นแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์หรูหราประดับเครื่องประดับระยิบระยับสะท้อนสถานะทางสังคมระดับสูง เธอคือ **คุณรดา** หญิงสาวไฮโซตระกูลดังช่างเมาท์ผู้ขึ้นชื่อเื่การเฝ้าจับผิดและพยายามซอกแซกเื่ชาวบ้านในวงสังคมชั้นสูงเพื่อนำไปนินทาในวงน้ำชา ซึ่งเดินมากับกลุ่มเพื่อนสตรีไฮโซในแวดวงสังคมเดียวกัน รดาสังเกตเห็นคนทั้งคู่และจับจ้องมาด้วยแววตาเป็ประกายประหลาด แพรพิมพ์รู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาทันทีเมื่อดวงตารุกรานคู่นั้นกวาดมองััโอบเอวที่ภัทร์เพิ่งถอนมือออก
เมื่อเห็นรดาเดินตรงเข้ามาในระยะประชิด หัวใจของแพรพิมพ์ก็กระตุกรัวแรงสั่นระริกปวดแปลบในอก แพรพิมพ์สะดุ้งสุดตัวชะงักฝีเท้า ใบหน้าหวานซีดเผือดสลับแดงซ่านด้วยความกลัวลนลานว่าความลับแสนบาปจะแตกกระจายต่อหน้าสายตาคนรู้จักในสังคมไฮโซ ในเสี้ยววินาทีวิกฤตนั้น แพรพิมพ์ตัดสินใจกระชากมือและสลัดตัวห่างออกจากภัทร์อย่างแรงทันทีจนร่างสูงของภัทร์สะดุ้งตัวและมือหนาค้างคาอยู่กลางอากาศ ชายหนุ่มหันมองหน้าเธอด้วยความใระคนสับสน ปล่อยให้ความจริงเหยียบย่ำใจ แพรพิมพ์รีบปรับสีหน้าประหม่าว้าวุ่นให้กลับมานิ่งเรียบเฉย สวมหน้ากากสะใภ้ตระกูลใหญ่ผู้เรียบร้อยสุภาพเพื่อรักษาเกียรติของสามีและกลบเกลื่อนร่องรอยพิรุธทันที
“อ้าว... พิมพ์! มาช็อปปิ้งเหรอจ๊ะคุณนาย? แล้วผู้ชายหล่อเหลารูปงามข้างๆ นี่ใครกันคะเนี่ย? แฟนใหม่หรือเปล่า?” รดาเดินเข้ามาทักทายพลางเอ่ยเย้าแหย่ตามนิสัยกลุ่มเพื่อนไฮโซช่างเมาท์ปากสว่างและลอบมองประเมินสรีระกำยำผึ่งผายของภัทร์ด้วยความกระหาย แววตารดากวาดมองภัทร์ั้แ่หัวจรดเท้าด้วยความทึ่งในความสูงใหญ่หน้าตาดี
แพรพิมพ์หน้าร้อนซู่และพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความประหม่าอับอายในอก รีบสวมบทบาทภรรยาแสนดีรักษาศีลธรรมและเกียรติของภพทันที
“เอ่อ... ไม่ใช่ค่ะคุณรดา นี่ภัทร์ค่ะ น้องชายแท้ๆ ของพี่ภพเอง พอดีน้องเพิ่งเรียนจบมาและพี่ภพฝากฝังให้พิมพ์ช่วยพาน้องออกมาดูของขวัญให้ลูกค้าน่ะค่ะ” แพรพิมพ์ตอบน้ำเสียงราบเรียบร้อยสุภาพพยายามกลบเกลื่อนพิรุธและสร้างขอบเขตให้ชัดเจน
“อุ๊ยจริงเหรอจ๊ะ? ได้ข่าวว่าภัทร์ย้ายมาพักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังเดียวกันกับพิมพ์ชั่วคราวด้วยใช่ไหมจ๊ะ?” รดาถามจี้จุดลึกซึ้งถามถึงการอยู่อาศัยร่วมบ้าน ก่อนจะหันไปสบตาเพื่อนในกลุ่มแล้วเอ่ยแซวแกมเตือนเสียงดังปนหัวเราะเชิงเปรียบเปรยให้ได้ยินทั่วกันว่า “อุ๊ย... สามีไม่อยู่ยาวๆ เดินทางไปต่างประเทศหลายสัปดาห์ แล้วมีน้องชายสามีรูปหล่อหน้าตาดีกล้ามโตมาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันแบบนี้... เหมือนเอาไม้ขีดไฟไปวางไว้ใกล้ถังดินปืนเลยนะจ๊ะพิมพ์ ระวังตัวไว้บ้างล่ะ เดี๋ยวคนในแวดวงสังคมชั้นสูงเขาเอาไปเมาท์เมามายจะหาว่าพี่เตือนนะจ๊ะ ชายหนุ่มรุ่นน้องไฟแรงกับพี่สะใภ้แสนสวย... ช่างน่ากลัวจริงๆ”
คำพูดจิกแซวและคำเปรียบเปรยดินปืนกับไม้ขีดไฟของรดาทำให้แพรพิมพ์ใกลัวความลับแตกรุนแรงจนตัวชา หน้าซีดเผือด รีบขยับร่างกายสลัดถอยห่างจากภัทร์อย่างแรงในเสี้ยววินาทีเพื่อสร้างขอบเขตรักษาระยะห่างเกือบสองเมตรจนภัทร์เจ็บใจและขบกรามแน่นด้วยความอัดอั้น ท่าทางของแพรพิมพ์ที่ลนลานปกปิดเสมือนยอมรับกลายๆ ยิ่งทำให้รดายกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะพูดคุยเื่งานธุรกิจของภพอีกสองสามประโยคและขอตัวเดินแยกย้ายไป
ภัทร์ยกมือไหว้ทักทายอย่างสุภาพรักษามารยาทตามคำทักทายของรดา ทว่าลึกลงไปในจิตใจ of ชายหนุ่ม... ความเ็ปและาแช้ำในศักดิ์ศรีของชายอกสามศอกถูกทำลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี เขารู้สึกหน้าชาและปวดร้าวสะท้านทรวงเมื่อแพรพิมพ์สะบัดมือและสลัดตัวหนีต่อหน้าคนอื่นราวกับตัวเขาเป็ตัวประหลาดหรือสิ่งน่าเกลียดน่ารังเกียจน่าอายในสังคม ชายหนุ่มรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมทางสังคมและความแตกต่างระหว่างเขากับภพ พี่ชายที่เป็สามีถูกต้องตามกฎหมายและได้รับเกียรติเปิดเผยต่อสังคม การกระทำที่ลนลานของเธอตอกย้ำให้ตระหนักรู้ว่าตนเองคงเป็ได้แค่ "ชู้รักลับหลัง" หรือของเล่นชั่วคราวชะล้างความเหงาที่ไม่มีวันได้รับเกียรติและต้องซ่อนตัวตนในซอกมืด แววตาสีเข้มคมกริบของภัทร์แปรเปลี่ยนเป็เย็นเฉียบ ดุดัน และไม่พอใจอย่างรุนแรง
หลังจากรดากล่าวคำอำลาและเดินแยกย้ายคล้อยหลังไป ภัทร์เปลี่ยนท่าทีเป็เ็า บึ้งตึง และเงียบขรึมอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มเดินก้าวเท้านำหน้าก้าวฉับๆ เดินลิ่วไปตามทางเดินหรูหราโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง ทิ้งระยะห่างไม่รอคอยหรือประคองเบียดชิดเหมือนก่อนหน้านี้เลย บรรยากาศรอบตัวหนาวเหน็บและตึงเครียดหนักหน่วง พื้นหินอ่อนวาววับสะท้อนเงาความห่างเหินของทั้งสองคนอย่างเด่นชัด แพรพิมพ์กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเพื่อเอ่ยขอโทษด้วยความรู้สึกผิดและแววตาหวั่นไหวสั่นระริก
“ภัทร์... ฟังพี่อธิบายก่อนนะ... พี่ขอโทษ... แต่มันจำเป็จริงๆ... ถ้าคุณรดาเอาไปพูดในวงสังคม พี่จะทำอย่างไร...” แพรพิมพ์พยายามจะอ้อนวอน
ภัทร์เงียบกริบดึงท่อนแขนแกร่งหลบเลี่ยงไม่ให้มือเรียวบางของเธอเอื้อมมาจับต้องเพื่อกอดกุมัั ชายหนุ่มเดินดิ่งนำหน้าก้าวเข้าไปในร้านบูติกหรูหราถัดไปอย่างไม่สบตา พนักงานต้อนรับในร้านโค้งคำนับต้อนรับแต่ภัทร์กลับก้าวตรงดิ่งไปยังราวแขวนเสื้อผ้าชุดราตรีลึกสุดร้าน ชายหนุ่มกวาดสายตามองและหันกลับมาคว้าจับเดรสผ้าซาตินบางสีเข้มตัวหนึ่งยัดใส่มือเรียวบางของพี่สะใภ้ด้วยแววตาปั่นป่วนร้อนระอุบีบคั้นอารมณ์รักและแรงปรารถนาสะสมในอกพร้อมกระซิบประชดกระชากเสียงต่ำต่ำจนเธอใจสั่นระริก
“เข้าไปลองชุดนี้ในห้องลองเสื้อสิครับพี่พิมพ์... เข้าไปคนเดียว... หรือจะให้ผมเข้าไปช่วยสอดใส่ช่วยสวมใส่ให้ดีครับ? จะได้สมกับที่พี่กลัวดินปืนกับไม้ขีดไฟะเิไงครับ”
คำพูดพร่ากระชากประชดประชันประเด็นเกียรติและศีลธรรมความน่าอายทำเอาแพรพิมพ์สะท้านกลัวระคนเสียวซ่านไปทั้งร่าง เธอรีบคว้าชุดเดรสสีเข้มแล้วก้าววิ่งหนีเข้าไปในห้องลองเสื้อแคบสลัวทันที ทิ้งให้ภัทร์ยืนจ้องมองบานม่านอย่างเงียบงันปั่นป่วนไปด้วยความหึงหวงและพายุพิศวาสสะสมรอการะเิในบทถัดไป