ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็รังรักอันแสนอบอุ่น บัดนี้กลับดูเยือกเย็นและเปล่าเปลียวจนน่าใจหาย แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามา ฉายให้เห็นร่างของฝ้ายที่นัทอาศัยอยู่ บัดนี้เขานอนขดตัวสั่นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เสียงสะอื้นแ่เบาดังระงมแข่งกับเสียงครางต่ำของเครื่องปรับอากาศ นัทปล่อยให้น้ำตาเอ่อล้นออกจากดวงตาคู่สวยของฝ้าย ไหลรินอาบแก้มเนียนครั้งแล้วครั้งเล่าจนหมอนเริ่มเปียก ความรู้สึกผิดที่เขาตวาดใส่ฝ้ายที่ร้านกาแฟเมื่อตอนกลางวันยังคงตามมาหลอกหลอนซ้ำๆ ราวกับภาพหลอนที่วนเวียนอยู่ในหัวไม่รู้จบ
นัทก้มลงมองร่างของฝ้ายที่เขาอาศัยอยู่ในความมืด... ร่างที่เขาเพิ่งจะใช้มันฟาดงวงฟาดงาและตวาดใส่คนที่เขารักอย่างโหดร้ายที่ร้านกาแฟเมื่อกลางวัน เขารู้สึกขยะแขยงและรังเกียจตัวเองที่ทำร้ายหัวใจคนที่รักที่สุดด้วยร่างกายของเธอเอง ร่างกายที่ควรจะเป็ของเธอและเขาควรจะทะนุถนอมให้ดีที่สุด บัดนี้กลับกลายเป็เครื่องตอกย้ำว่าเขาได้ใช้มันทำลายความหวังดีและความเชื่อใจของเธอจนย่อยยับด้วยน้ำมือของเขาเอง ยิ่งเขาััผิวละเอียดอ่อนของฝ้ายเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าแปลกแยกและรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ปีศาจที่แย่งและทำลายความสุขของคนที่เขารักพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา
นัทเริ่มดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความหดหู่ เขาบอกย้ำกับตัวเองซ้ำๆ ว่าบัดนี้เขาไม่เหลือใครแล้ว และเขาต้องยอมรับความจริงอันแสนโหดร้ายนี้ให้ได้ เพราะฝ้ายที่เป็ดั่งคนรักและคู่ชีวิตของเขา บัดนี้เขาทำให้เธอเกลียดชังและหวาดกลัวเขาไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วจริงๆ
ความโดดเดี่ยวที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงเพราะเปลือกนอกที่แปรเปลี่ยนไป แต่เป็จิติญญาของเขาเองที่กำลังแตกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เพราะจากการที่เขาได้กระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก และท่ามกลางความโดดเดี่ยวนี้ เขารู้สึกว่าเขาสมควรแล้วที่ตัวเองต้องอยู่คนเดียวและถูกทอดทิ้งจากคนที่เขารัก
เสียงลูกบิดประตูหมุนอย่างช้าๆ ก่อนบานประตูจะเปิดออก แสงสลัวจากทางเดินสาดเข้ามาเผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของแม่มดในร่างของนัทที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ชั่วครู่ นางก้าวเดินมาอย่างช้าๆ เข้ามาในความมืดอย่างสง่างามราวกับเ้าชาย เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นทว่านุ่มนวลนั้นเป็เสียงที่นัทจำได้แม่นยำกว่าสิ่งใด แและมันกำลังนำพาความหวาดหวั่นมาให้ในใจแก่นัทที่กำลังแหลกสลาย
"ยังไม่นอนอีกเหรอ... นัท?"
เสียงทุ้มต่ำที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นข้างเตียง มันคือเสียงที่เคยเป็ของเขาเอง... เสียงที่เขาเคยใช้กระซิบคำหวานให้ฝ้ายคนรักของเขาฟังทุกคืน แต่ทว่าบัดนี้มันกลับถูกใช้สำหรับการล่อลวงเพื่อให้เขาจมดิ่งไปในความมืดที่แม่มดได้จัดเตรียมเอาไว้ แม่มดทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างข้างๆ จนฟูกนุ่มยวบลงตามน้ำหนัก ก่อนจะเอื้อมมือที่หยาบกร้านมาลูบไล้ไปตามเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเขาอย่างแ่เบา ัันั้นทำให้นัทขนลุกซู่ไปทั้งร่างกาย
"ดูสิ... สภาพนายตอนนี้ดูไม่ได้เลย" นางกระซิบพลางโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ของร่างผู้ชายเดิมของนัทรดลงบนแก้มของฝ้ายในร่างที่นัทอาศัย
"นายคิดเหรอว่าฝ้ายจะยกโทษให้กับนาย? ผู้หญิงน่ะช่างจดจำความผิดที่นายทำได้ดีเลยนะ โดยเฉพาะตอนที่นายตวาดใส่เธอต่อหน้าคนทั้งร้านแบบนั้น ความรักที่เธอมีให้นายมันคงพังทลายด้วยความอับอาย ที่นายไปดูถูกความรักของเธอ และเธอคงไม่เชื่อใจนายอีกแล้วล่ะ... ป่านนี้เธอคงนั่งรังเกียจนายอยู่ในห้องนอนแคบๆ นั่นแล้ว"
"ไม่จริง... ฝ้ายไม่ได้เป็คนแบบนั้น" นัทเค้นเสียงตอบอย่างยากลำบาก แต่หัวใจที่สั่นระริกกลับเริ่มคล้อยตามคำพูดที่กรีดลึกลงในรอยแผล
"อย่าหลอกตัวเองหน่อยเลยหน่า… นัท" แม่มดหัวเราะหึในลำคอ เสียงนั้นฟังสยดสยองเมื่อมันออกมาจากลำคอของเขาเอง
"ไม่มีใครเข้าใจนายเท่าฉันที่อยู่ตรงนี้หรอก แถมฉันก็กำลังอยู่ในร่างของนายเองหรอก... ยิ่งทำให้ฉันเข้าใจความเป็นายได้มากขนาดไหน แถมร่างกายที่นายอยู่นี้ และััต่างๆ ที่ฉันมอบให้นายไป นายก็รู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอว่ามันพิเศษและรู้สึกดีแค่ไหน? ตอนนี้มีแค่ฉันเท่านั้นที่ยังอยู่ตรงนี้ และอยู่เคียงข้างนาย ในวันที่แม้แต่เมียรักของนายยังเบือนหน้าและวิ่งหนีไปด้วยความขยะแขยง"
นางแกล้งลากปลายนิ้วที่หยาบกร้านผ่านลำคออันบอบบางของนัทที่อยู่ในร่างฝ้ายอย่างจงใจ ััอันแ่เบาและอ่อนโยนผสมกับความร้อนจากปลายนิ้วจากร่างกายเดิมของเขาเองกำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างในร่างผู้หญิงที่เขาอาศัยอยู่ให้ตื่นตัวขึ้นอย่างน่าประหลาด นัทพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่สายตาที่จ้องมองมาจากใบหน้าของตัวเองกลับตรึงเขาไว้ให้ขยับไปไหนไม่ได้
ฝ่ามืออันหยาบกร้านที่นัทเคยเป็เ้าของเริ่มเลื้อยลงมาลูบไล้ลงมาที่ไหล่อันนุ่มนิ่มและบอบบาง ก่อนจะย้ายมาเชยคางของร่างสาวของนัทขึ้นให้สบตากับดวงตาคมกริบของร่างเดิมที่จ้องลึกลงมาอย่างอบอุ่น นัทพยายามจะสะบัดหน้าหนีและรวบรวมแรงผลักไสแม่มดในร่างเดิมของเขาออกไปตามที่ใจสั่ง แต่ทว่าร่างกายกลับไม่ฟังคำสั่งนั้น
"ออกไป... อย่ามาแตะตัวฉัน..." เขาะโออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าพร้อมกับเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
แต่ทว่าร่างกายที่เป็ผู้หญิงของฝ้ายกลับตอบสนองสวนทางกับเจตจำนงอย่างรุนแรง ความเหนื่อยล้าทางใจที่ถูกบีบคั้นมาทั้งวันทำให้กำแพงความอดทนของนัทพังทลายลงได้ง่ายดายกว่าที่คิด สัญชาตญาณที่โหยหาความอบอุ่นและการถูกปกป้องเริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่งทันทีที่ได้รับััที่คุ้นเคยจากร่างชายหนุ่ม
แม่มดเริ่มใช้ััจากปลายนิ้วอันหยาบก้านสะกิดเข้าที่จุดอ่อนไหวทำให้ใจของนัทกระตุกวูบวาบ ความหิวโหยที่้ารับการััจากร่างผู้ชายที่อัดอั้นมาทั้งวัน ได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้งราวกับกองเพลิงที่ได้รับเชื้อไฟชิ้นดี
นัทรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่เริ่มติดขัด ร่างกายของฝ้ายที่เขาอาศัยอยู่ตอนนี้เริ่มร้อนผ่าวและสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เขาทั้งขยะแขยงความรู้สึกนี้ที่ต้องมาถูกร่างเดิมของตัวเองมาล่วงละเมิด แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความรุ่มร้อนที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายได้เลย
แม่มดไม่ได้เร่งรัด แต่นางกลับใช้ความใจเย็นและความเชี่ยวชาญในการมอบความเสน่หาผ่านการััค่อยๆ กระตุ้นความรู้สึกของเขาทีละนิดอย่างแยบยล
"เห็นไหมนัท... ร่างกายของนายยอมรับฉันแล้ว นายจะสู้ไปทำไมในเมื่อความสุขรออยู่ตรงหน้าแล้ว?"
นางกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู
"ปล่อยวางความรู้สึกผิด ความวิตกกังวล และความเสียใจนั่นทิ้งไปเถอะ... แล้วจมดิ่งไปกับััที่นาย้า และไม่มีวันโกหกนี่ดีกว่า"
ริมฝีปากในร่างเดิมของนัทที่เขาเคยภาคภูมิใจเริ่มซุกไซ้ไปตามซอกคอหอมกรุ่นของร่างสาว นัทรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย ความขยะแขยงในรสััที่เคยมีกลับกำลังถูกเผาไหม้ด้วยความ้าที่รุนแรงจนเกินจะต้านทาน จิตสำนึกที่เคยยึดมั่นในความถูกต้องเริ่มพร่าเลือนไปพร้อมกับจังหวะลมหายใจที่หอบถี่รัว
ในที่สุด มืออันเรียวบางที่เคยพยายามผลักไสกลับค่อยๆ คลายแรงลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็การโอบกอดรอบลำคออันแข็งแรงของร่างผู้ชายที่แม่มดอาศัยอยู่ไว้แน่น นัทหยุดขัดขืนและต่อต้าน แล้วปล่อยให้ร่างกายรับััที่อันแสนสุขนั้นด้วยความโหยหาอย่างลืมตัว... ความคิดที่ว่าฝ้ายรังเกียจและทอดทิ้งเขาไปแล้ว กลายเป็ข้ออ้างชั้นดีที่ทำให้เขาเลือกจะโยนสิ่งที่ยึดถือไว้ทิ้งไป แล้วกระโจนลงสู่ห้วงตัณหาที่แม่มดได้เตรียมรอไว้ด้วยความเต็มใจ
ภายในห้องนอนที่เคยที่แสดงความรักอันบริสุทธิ์ บัดนี้กลับกลายเป็เวทีแห่งตัณหาที่บิดเบี้ยว แสงสลัวจากดวงจันทร์ไม่ได้ช่วยขับกล่อมให้ใจสงบ แต่มันกลับทำหน้าที่เป็พยานที่เยือกเย็น ในการขับเน้นภาพความล่มสลายของศีลธรรมให้เด่นชัดขึ้น นัทในร่างของฝ้ายไม่ได้เป็เพียงผู้ถูกกระทำอีกต่อไป ความรู้สึกถูกทอดทิ้งและการถูกปั่นประสาทจนถึงขีดสุดเมื่อครู่ ขับดันให้เขากระโจนลงสู่กองเพลิงอย่างเต็มใจ แรงขับทางฮอร์โมนของร่างหญิงสาวผสานกับจิตใจที่แหลกสลาย ทำให้นัทกลายเป็ฝ่ายรุกรานและเรียกร้องััจากแม่มดอย่างบ้าคลั่ง
"เอาอีก.. เอาอีก… ฉัน้ามากกว่านี้... อา... ััฉันอีก แรงกว่านี้... ฉันชอบความรู้สึกนี้ ชอบเวลาร่างกายที่มันสั่นแบบนี้..."
นัทพร่ำกระซิบเสียงพร่าพลางซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของร่างเดิม มือเรียวเล็กปัดป่ายไปตามมัดกล้ามเนื้อที่เขาเคยภาคภูมิใจอย่างโหยหา เขาไม่ได้แค่ยินยอม... แต่เขาเริ่มกำลังเขาสู่การเสพติดในรสัั ซึ่งเป็การััอันเชี่ยวชาญที่แม่มดใช้ 'ร่างกายเดิมของเขา' ปรนเปรอ 'ร่างกายของเมีย' ที่เขาอาศัยอยู่ มันเป็ความสุขสมที่อาบไปด้วยยาพิษร้ายที่เขายอมกลืนกินพิษนั้นลงไปอย่างลืมตาย
ในตอนนี้ จิติญญาอันเป็ตัวตนของนัทที่เป็ชายหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ได้เลือนหายไปสิ้น เหลือเพียงิญญาที่หิวโหยในคราบหญิงสาวที่กำลังมัวเมาในกามารมณ์ที่แม่มดเนรมิตขึ้นมา
"ฉันไม่สนอะไรอีกแล้ว... ใครจะทำอะไร หรือจะเป็ยังไงฉันก็ไม่สนอีกแล้ว..." คำพูดที่ไร้สติหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการบดจูบ นัทปล่อยให้สัญชาตญาณดิบนำทาง ลืมสิ้นซึ่งภรรยาที่อาจกำลังนอนร้องไห้อยู่ในห้องข้างๆ ลืมสิ้นซึ่งความผิดชอบชั่วดีที่เคยยึดมั่น ลืมสิ้นซึ่งคำสัญญา และความตั้งใจที่เคยมี
บัดนี้เขากลายเป็เพียงทาสของความใคร่ที่ติดอยู่ในหลุมพรางของแม่มดอย่างสมบูรณ์
แต่ทว่า... อีกด้านหนึ่งของบานประตูไม้หนาหนักหน้าห้องนอนใหญ่ ความเป็จริงที่แสนโหดร้ายกำลังจะฆ่าคนรักทั้งเป็
ฝ้ายในร่างของกิ๊ฟนอนกระสับกระส่ายอยู่ในห้องนอนเล็กเพียงลำพัง ความรู้สึกผิดยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เธอตั้งใจว่าพอเช้าวันพรุ่งนี้จะรีบไปหาพี่นัทเพื่อบอกเขาว่าเธอไม่ได้โกรธ และพร้อมจะให้อภัยในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่ร้านกาแฟ แต่แล้วในความเงียบสงัดของยามวิกาล เสียงแรงปะทะและเสียงครางแ่ที่เล็ดลอดออกมาจากห้องนอนใหญ่กลับดึงให้เธอต้องลุกจากเตียงด้วยความหวาดหวั่น
เธอเดินมาหยุดยืนพิงกำแพงทางเดินที่มืดมิด มือของเธอปิดปากตัวเองไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หยดน้ำตาไหลพรากราวกับเขื่อนที่พังทลาย สิ่งที่เธอได้ยินตอนนี้คือเสียงกระซิบที่กรีดแทงหัวใจยิ่งกว่าใบมีดโกน... เสียงของนัท... เสียงที่เธอรักและเชื่อใจที่สุด บัดนี้กำลังร้องขอััจากคนอื่นด้วยความปรารถนาที่เธอไม่เคยได้รับรู้มาก่อน
ด้วยความอดทนที่สิ้นสุด ฝ้ายตัดสินใจรวบรวมแรงที่มี เคาะประตูรัวๆ พร้อมกับะโสุดเสียง
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! พี่นัท… ฝ้ายมาช่วยแล้ว"
แต่เสียงที่ะโตอบดังออกมาจากในห้อง กลับไม่ใช่สิ่งที่เธอคิด ถึงแม้จะเป็เสียงเดิมของเธอแต่ฟังจากน้ำเสียงเหมือนกำลังหงุดหงิดที่มีคนไปขัดความสุขของเขา ไม่ใช่น้ำเสียงของคนกำลังโดนบังคับหรือขื่นใจ
"ไปให้พ้นเลย อย่ามายุ่ง.. คนกำลังมีความสุข"
ฝ้ายได้แต่ยืนเงียบด้วยความสับสนและมึนงง
"พี่นัท... ทำไม..."
ฝ้ายพึมพำผ่านฝ่ามือที่กำลังสั่น เสียงครวญครางแห่งความสุขสมที่ดังชัดเจนจนเธอจินตนาการเห็นภาพความสำราญที่เกิดขึ้นข้างในได้อย่างแจ่มชัด มันเ็ปกว่าครั้งไหนๆ เพราะครั้งนี้ไม่ใช่การถูกข่มเหง แต่พี่นัทของเธอคือคนที่เต็มใจเดินลงสู่ขุมนรกนั้นด้วยตัวเอง ฝ้ายรับรู้ได้ในวินาทีนั้นเองว่า 'พี่นัท' สามีที่แสนดีและรักเดียวใจเดียวของเธอได้พ่ายแพ้ต่อรสััไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
คนที่อยู่ข้างในนั้นตอนนี้เหมือนคือคนแปลกหน้า... เขาเลือกจะโอบกอดความลวงเพียงเพื่อปรนเปรอความใคร่ในร่างของเธอเองโดยไม่สนใจเธออีกต่อไป เธอยิ่งรู้สึกเหมือนถูกขโมยตัวตนไปเป็การถาวร และแม้แต่พื้นที่สุดท้ายในใจสามี เธอก็ถูกขับไล่ออกมาอย่างไม่ใยดี ทิ้งไว้เพียงเปลือกนอกที่ว่างเปล่าและความจริงที่ว่า... ความรักที่เธอและเขาร่วมสร้างกันมา บัดนี้เหลือเพียงเถ้าถ่านที่ไม่มีวันมอดดับไปจากความทรงจำ
ความแปลกแยกอย่างสุดขั้วระหว่างเสียงหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะของแม่มด กับเสียงครางกระเส่าอย่างลุ่มหลงของนัท ตัดกับความเงียบงันอันวังเวงของโถงทางเดินมืดมิดที่ฝ้ายยืนอยู่ มันคือภาพจำลองของ์ที่สร้างขึ้นบนกองซากศพของความรักอย่างแท้จริง
ฝ้ายค่อยๆ ทรุดตัวลงพิงกำแพงอย่างคนไร้ทางสู้ ร่างของกิ๊ฟที่เธออาศัยอยู่สั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นที่ไร้เสียง เธอไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเดินหนีไปจากความเ็ปตรงหน้า สิ่งที่กรีดแทงใจที่สุดไม่ใช่การเห็นสามีอยู่กับคนอื่น หรือการที่ร่างเดิมของเขาถูกปีศาจนำไปใช้ แต่มันคือการได้ยินพี่นัทไล่เธอออกไป และพร่ำบอกกับคนแปลกหน้าว่า เอาอีก '้ามากกว่านี้' และ 'ไม่สนอะไรอีกแล้ว' ในขณะที่เขากำลังบรรเลงบทรักกับแม่มดที่กำลังทำลายชีวิตของพวกเขา
ศีลธรรมและความรู้สึกในใจของพี่นัทพ่ายแพ้อย่างราบคาบต่อตัณหาที่แม่มดหยิบยื่นให้ ทิ้งให้ฝ้ายแตกสลายอยู่เพียงลำพังในเงามืด ภายนอกห้องนอนใหญ่ยังคงมีเพียงความเงียบและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่บาดลึกถึงิั แต่ภายในใจของฝ้าย... โลกทั้งใบได้ถล่มลงมาทับร่างเธอจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี
เสียงครวญครางและบทเพลงแห่งตัณหาค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักๆ ของนัทที่นอนหมดแรงอยู่ในอ้อมกอดของแม่มด เขายังคงหลับตาพริ้ม มัวเมาอยู่ในรสััที่เพิ่งผ่านพ้นไปราวกับคนกำลังเมารัก สภาพในตอนนี้เขาเหมือนกับคนที่ติดยาเสพติดที่เลิกไม่ได้
อีกด้านหนึ่งของความมืด ฝ้ายยังคงหัวใจแตกสลาย เพราะความจริงที่เธอได้รับรู้ไปนั้น... มันเกินกว่าที่หัวใจที่บอบบางดวงหนึ่งจะรับไหว
เมื่อนัทตื่นขึ้นมาจิตสำนึกแห่งความดีความชั่วจะกลับตัวตื่นขึ้นมามองสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปทั้งหมดในคืนนี้ได้ทันเวลาไหม? หรือเขาจะเลือกหลับตาลงอีกครั้งเพื่อจมดิ่งไปกับกามารมณ์ที่แม่มดจงใจมอบให้จนกู่ไม่กลับ?
ค่ำคืนนี้อาจยังไม่จบลง และความเงียบสงบที่ปกคลุมบ้านอยู่ตอนนี้ อาจเป็เพียงพักยกก่อนที่พายุลูกใหญ่จะพัดทำลายทุกสิ่งให้ย่อยยับในอีกไม่นานเกินรอ!
(จบบทที่ 16)