
หวังอี้รู้สึกตัวอีกทีเขาก็นอนบนแผ่นไม้ใหญ่ลอยคอกลางทะเล แต่ไม่มีหมอกแล้ว เขาหยิบกระบี่เซียนที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมา บัดนี้ไม่มีิญญากระบี่อีกแล้ว เขาหลับตา
"ขอให้ท่านสู่สุขคติ"
แผ่นไม้นั้นลอยกลางทะเลนาน 3 วันร่างเขาโดนแดดเผา และผอมแห้งลงเพราะขาดน้ำ
เขาใช้ปราณธาตุมทงสร้างโลหะแหลมเล็กๆพุ่งใส่ปลา ทำอยู่ 3 วันโดนปลาตัวเล็กๆตัวเดียว แต่ก็พอช่วยต่อชีวิตได้
มีอยู่คืนหนึ่งเขาเอากระดูกออกมาชิ้นหนึ่งแล้วก็จ้องมอง
"ข้าอยากพาพวกท่านกลับบ้านนะ แต่ข้าเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าข้าจะเป็กระดูกอีกชิ้นกลางทะเลนี่ไหม? แดดกลางวันร้อนขนาดนี้ข้าทรมานเหลือเกิน"
"ท่านผู้ล่วงลับทุกท่านช่วยข้าด้วยเทอญ"
ไม่รู้ว่าเป็เพราะโชคชะตา ลมทะเล หรือคำอธิษฐานที่ส่งไปถึงผู้ใดกันแน่ เพราะลอยทะเลกลางแดดจ้าอีก 2 วันก็มีเรือประมงผ่านมา นั่นทำให้หวังอี้จึงรอดชีวิตได้หวุดหวิด
เมื่อเรือกลับเข้าฝั่ง หวังอี้ก็นำกระดูกและแหวนบุตรชายไปมอบให้ครอบครัวสกุลเว่ย ผู้เป็พ่อแม่กอดกระดูกนั้นน้ำตาแทบเป็สายเื
หวังอี้ยังนำกระดูกที่เหลือมอบให้ชาวบ้าน พ่อแม่,ภรรยาและบุตรมากมายมาหาซากสังขารของคนรัก กระดูกพวกนี้แม้จะคล้ายๆกัน แต่พวกเขากลับตามหาพวกเขาจนเจอได้อย่างน่าประหลาด นี่สินะความรักที่อยู่เหนือตรรกะ
หวังอี้ได้รับคำขอบคุณจากทุกๆคนในหมู่บ้าน เขามอบเงินให้แต่หวังอี้ไม่รับ ผู้เฒ่าเลยนำอาหารแห้ง โดยเฉพาะปลาหมึกตากแห้งให้หวังอี้พกไว้กินระหว่างเดินทาง แล้วหวังอี้ก็จากมา
ในป่าเงียบสงบ เขาทดลองใข้วิชาอัญเชิญอีกครั้ง คราวนี้ได้เพียงลูกกบตัวเล็กๆ 2 ตัว เขาถึงกับถอนหายใจ
"ที่เรียกยมฑูตมาได้คราวที่แล้วคงเพราะจิตข้ามีความมุ่งมั่นจากสถานการณ์บีบคั้น ต่างจากตอนนี้ที่ข้ารู้สึกปลอดภัยดีสินะ"
เขามองมือตัวเอง
"ข้าควรต้องรีบบรรลุขั้นกลาง จะได้สั่งสมพลังปราณได้มากกว่านี้"
"จะได้อัญเชิญอสูรที่ยิ่งใหญ่กว่าน้องกบตรงหน้าข้าได้"
กบตัวหนึ่งเห็นหวังอี้ทำหน้าครุ่นคิดมันร้องอ๊บๆ แล้วะโใส่หน้าเด็กชาย ส่วนอีกตัวฉี่ใส่รองเท้า
หวังอี้ฉุนไล่มันโดยขู่ว่าข้าเรียกเ้ามาทำกบย่างนะ ขากบอวบๆนั่นชอบชอบกินนัก มันถึงะโหนีเข้าป่าไป
หลังจากนั้นเขามองรอบๆ เห็นว่าป่านี้ไม่มีสัตว์อันตราย เขาจึงมองว่าฝึกบำเพ็ญอยู่ในนี้ดีกว่าเมืองมนุษย์ที่วุ่นวาย
ว่าแล้วเขาก็สร้างที่พักเล็กๆ เพื่อนั่งสมาธิเข้าฌานทุกวันๆ
1 เดือนหลังจากนั้นบนท้องฟ้านกแตกตื่น เงยหน้ามองฟ้าเห็นเซียนขี่กระบี่มากมายกำลังพุ่งผ่านป่าไปอย่างรวดเร็ว เซียนพวกนี้เหาะได้แล้วพวกเขาคือเซียนระดับ 2 ปราณพื้นฐานขึ้นไปนั่นเอง
แต่ในป่าก็ไม่ได้สบายเหมือนในเมือง กลางคืนนอนหลับสนิทไม่ได้ต้องลุกตื่นมาเป็พักๆ และต้องวางกับดักไว้รอบๆเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
อาหารจำพวกเนื้อนั้นใครว่าหาง่าย แม้แต่กระต่ายป่าก็ไม่ใช่จะจับได้ง่ายๆ ะโหนีไวมาก หวังอี้วิ่งไล่จับจนหน้าคะมำแล้วเลิกล้มมาหาใบไหม้ที่พอทานได้ประทังหิวแทน
วันนี้หวังอี้บังเอิญเห็นผลไม้อยู่บนยอดต้นไม้ต้นหนึ่ง เขายิ้มดีใจผลไม้นั้นกำลังสุกหวานได้ที่ดีด้วย เขาจึงรีบใช้ปราณลอยตัวขึ้นไปที่ยอด และเด็ดผลไม้กิน
ระหว่างนั้นเซียนผู้หนึ่งแบกสัมภาระใหญ่มากด้านหลัง เขาเหาะกระบี่ผ่านเหลือบเห็นหวังอี้บนยอดไม้ เลยเลี้ยวกระบี่เหาะเข้ามาทัก
"เ้าหนู มาฝึกบำเพ็ญในป่าแบบนี้ เ้าเป็นักบำเพ็ญอิสระหรือ?"
หวังอี้ทำหน้างงๆ ท่านเซียนจึงหัวเราะเบาๆแล้วเฉลยว่า
"เซียนไม่มีสังกัดสำนักหรือตระกูลน่ะ เหมือนเ้าและข้าไง"
หวังอี้ทำหน้าเข้าใจ ท่านเซียนจึงพูดต่อ
"วันนี้ทางสมาพันธ์เซียนแคว้นจะมีการเปิดประตูดินแดนโบราณ อนุญาตให้เหล่าเซียนเข้าไปค้นหาสมบัติในนั้นได้ เ้าอยากไปไหม?"
หวังอี้พยักหน้า ท่านเซียนทำปากจุ๊ๆ
"เ้าเห็นสัมภาระของข้าไหม ถ้าเ้ายินดีแบกสัมภาระให้ ข้าจะพาเข้าไป"
หวังอี้รู้ตัวว่าโดนล่อให้ใช้แรงเสียแล้ว แต่เขาก็พอทำใจได้ เมื่อเขาพยักหน้าท่านเซียนเลยดึงเข้ามายืนบนกระบี่เหาะไปโดยหวังอี้แบกสัมภาระ
สัมภาระหนักมาก กระบี่ก็พุ่ง/ไปเร็ว เด็กน้อยโย้ไปมาตามน้ำหนักทรงตัวไม่ดี ท่านเซียนเห็นหวังอี้กอดเอวเขาแน่นก็หัวเราะ
"เ้าหนู จับแน่นๆ อย่ามองก็อย่ามองด้านล่าง"
"ค่ะ...ครับ"
สักพักใหญ่ก็เหาะมาถึงสถานที่แห่งนั้น มีเซียนหลายพันคนมายืนรวมตัวกัน พวกเขาทุกคนล้วนมาด้วยความหวังเพื่อแสวงหาวาสนา
เหล่าตระกูลและสำนักดูไม่ยากคือมาในชุดเสื้อสีเดียวกัน บางกลุ่มก็ใส่หน้ากากครึ่งหน้าหมด บางกลุ่มก็อาวุธเหมือนกันหมด ช่างดูไม่ยากเลย
การแสดงออกถึงกลุ่มพรรคพวกเดียวกันเหล่านี้มีทั้งข้อดีและเสีย เอาไว้พึ่งพาหรือโอ้อวดได้ เดินกันเป็กลุ่มก็ไม่มีใครก้าหาเื่ แต่ในขณะเดียวกันก็เรียกแขกได้ด้วยหากตระกูล/สำนักนั้นสร้างวีรกรรมอะไรไว้เยอะ
"หากเกิดเหตุ มดปลายแถวย่อมตายก่อน ดีแล้วที่ข้าเป็เซียนอิสระ"
ท่านเซียนที่ยืนข้างๆก็ยิ้มถูกใจ
"พูดถูกแล้วเ้าหนู ฮ่าๆ"
แล้วผู้าุโสมาพันธ์ก็มา แคว้นนี้หลังาก็สูญเสียบรรพาจารย์แคว้นระดับ 3 แดนปราณขั้นปลายไป คนที่เหลือยังแย่งชิงอำนาจกันไม่จบ ตำแหน่งเลยต้องว่างไว้
พวกสำนักและตระกูลใหญ่ใช้หยกวิเศษร่วมกันคลายผนึกเปิดกลไกค่ายกล เกิดเป้นช่องมิติหมุนๆเป็วงกลม ด้านในนั้นเป็สถานที่ๆดูแปลกตา
"7 วัน หลังจากนั้นให้รีบออกมา มิเช่นนั้นอีกเ้าจะติดอยู่ในนั้นหลายสิบปี!"
สิ้นคำเหล่าเซียนก็รีบขี่กระบี่เหาะเข้าไป พวกผู้าุโมองและลูบเคราไปด้วย แต่แล้วก็มาเห็นคุณสุดท้ายที่กำลังเดิน
"ระดับ 1 ขั้นต้น?"
"เ้าเด็กนี่บ้าหรือไง เข้ามาหาโลงศพตัวเองหรือ?"
"พนันกันไหม มันอยู่ไม่ถึงวัน หึหึ"
เสียงหัวเราะ เสียงดูถูก หรือแม้กระทั่งสายตามองหวังอี้อย่างเหยียดหยาม
แต่กระนั้นก็มีบางคนที่สมกับเป็ผู้ใหญ่ และเขาเดินมาหาหวังอี้ด้วยความเมตตา
"เ้าหนูแน่ใจหรือว่าจะเข้าไป ในนั้นมีอันตรายนะ เ้าอาจไม่ได้กลับมาอีก"
หวังอี้โค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อมเพื่อขอบคุณในความหวังดี
"ข้าอยากลองไปตามหาวาสนาตัวเองดูขอรับ"
ผู้เฒ่าถอนหายใจ แต่เขาก็หยิบสมบัติเซียนชิ้นหนึ่งยื่นให้หวังอี้
"เห็นแก่ที่อุปนิสัยเ้าคล้ายกับตัวข้าในอดีต เ้าหนู เอานี่ไป ถ้าไม่ไหวให้ทำลายมัน แล้วมันจะช่วยชีวิตดึงร่างเ้าออกมาจากมิตินั้นได้"
หวังอี้รับและโค้งศีรษะขอบคุณ ผู้เฒ่ามองเขาด้วยแววตากรุณา
"มีชีวิตกลับมาให้ได้นะ จำไว้ชีวิตสำคัญที่สุด"
"ขอบคุณที่ชี้แนะขอรับ"
แล้วหวังอี้ก็เดินเข้าไป
"เ้าแก่ เ้าจะเมตตามันทำไม ระดับแค่นี้ไม่รอดอยู่แล้ว"
"เ้าไม่ดูกระบี่ด้านหลังเขาหรือ?"
"กระบี่เซียนเก่าๆนั่นทำไมหรือ? มันก็ไม่ได้พิเศษล้ำค่าอะไรนี่"
"ข้าก็ไม่รู้สิ แต่ข้าเห็นกระบี่โบราณนั่นแล้ว ข้ารู้สึกถึงเศษเสี้ยวของเ้าของดั้งเดิม"
"ข้ารู้สึกคุ้นเคยนัก"
แล้วประตูมิติก็ปิด ทุกคนจึงกลับ
.
(ภายในดินแดนโบราณ)
เซียนหลายคนหาสมบัติหรือสมุนไพรเซียนอย่างบ้าคลั่ง บ้างฆ่ากันเพื่อ่ชิง
หวังอี้เองก็โดนจี้ เขาก็เอาให้ดูเลยว่าเขาไม่มีอะไร เก็บมาแค่สมุนไพรกากๆเท่านั้น นั่นเลยทำให้หวังอี้ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่ได้ราบรื่น
"เสียเวลาข้าชะมัด!"
ปล้นไม่ได้ ก็ใช้หวังอี้ระบายอารมณ์แทน ตุบตั๊บด้วยเท้าไปคนละทีสองที แม้ไม่เจ็บเืออกแต่ก็ฟกช้ำนิดหน่อย
มีคุณชายคนหนึ่งที่กระทืบหวังอี้เขาเหยียบพลาดทำรองเท้าเปื้อนโคลนแล้วลื่นล้มเอง เขาโกรธมากถอดรองเท้าขว้างใส่หน้าหวังอี้ เพื่อนๆที่มาด้วยเลยแซว
"อ้าวๆคุณชายจี้ แล้วท่านจะเดินเท้าเปล่าหรือยังไง?"
"ข้ามีรองเท้าหลายคู่!"
เอาตบกระเป๋าสมบัติมีรองเท้าสวยงามคู่ใหม่ออกมา ดูๆคุณชายจี้คนนี้จะเป็ผู้รักสะอาดมาก
แล้วพวกเขาก็จากไปทิ้งหวังอี้นอนสะบักสบอมที่พื้น
กลายเป็ว่าของดีๆ มีคนเข้าจองเข้าแย่งกันหมด แม้หวังอี้จะมีไม้ตายเรียกใช้ปราณธรรมชาติที่ทรงพลังเกินระดับตนเองได้ แต่ข้าก็ไม่ควรเปิดเผยไพ่ตายพร่ำเพรื่อ กับแค่เื่มาหาสมบัติหาของแค่นี้ เก็บไว้ในยามจำเป็หรืออันตรายเสี่ยงชีวิตดีกว่า
นั่นทำให้หวังอี้ต้องหลบๆเดินๆมาเรื่อยๆจนถึงใจกลางดินแดน ซึ่งเป็สถานที่รกร้าง มีซากปล่องูเาไฟที่ดับแล้ว ไร้สมบัติเซียน ไร้สมุนไพรเซียน สัตว์อสูรสักตัวก็ไม่มี
"ไม่แปลกที่ไม่มีใครมา"
หวังอี้พึมพำก่อนที่จะเดินสำรวจรอบๆ เผื่อเจออะไร
"ไม่มีจริงๆด้วย ที่นี่ไม่มีอะไรเลย"
แต่แล้วเขาก็ยิ้มบางๆ
"อย่างน้อยก็มีความสงบ ไม่มีอะไรมารบกวน"
"ยังไงๆที่นี่ก็เป็ดินแดนโบราณ พลังปราณเก่าแก่หลายอย่างตลอดทางที่ผ่านมาข้าััได้เป็ระยะๆ"
"ก็ดี จะได้ลองซึมซับปราณโบราณนี้มาไว้ที่รากปัญญาดู เผื่อจะมีประโยชน์ต่อไปในอนาคต"
แล้วหวังอี้ก็นั่งสมาธิเข้าฌานกลางปล่องูเาไฟนั้นข้ามวันคืน...