หลังจากที่ฉันสะดุ้งตื่นในอ้อมกอดของสามี จากเสียงที่น้องชายของฉันใจนสะดุดของในครัว จนเสียงดัง
พี่สาวกับพี่เขยของเขาทำไมหวานกันขนาดนี้ แล้วแบบนี้เขาจะอยู่ที่ไหนในบ้านได้ล่ะ
นางที่ตื่นมารอบนี้ก็นอนต่อไม่ได้แล้วจึงขยับตัว และเหมือนสามีของนางจะเข้าใจได้จึงค่อยดันตัวนางให้ยืนอย่างมั่นคง เมื่อยืนแล้วก็พับผ้าห่มที่ห่อตัวของนางมา วางไว้บนโต๊ะทานข้าว
“กินอะไรกันดี” ฉันมองไปทางข้าวในกระสอบ และปลาตากแห้งของสามี ถึงแม้ว่าจะไม่แห้งมาก แต่ปลาเกลือตากแห้งเช่นนี้ เหมาะกับโจ๊กที่สุด
“โจ๊กกับปลาเกลือดีหรือไม่” ทั้งสองหนุ่มพยักพร้อมกัน ทำเอาฉันอดขำเบาๆไม่ได้
นางทำอาหารก็นำน้ำร้อนที่สามีตั้งไว้ มาผสมน้ำให้อุ่นเพื่อล้างหน้า โดยผสมผสมเผื่อให้สามีและน้องชายด้วย จากนั้นนางก็ตั้งหม้อโจ๊ก และตั้งอีกเตาเมื่อทอดปลาเกลือ ระหว่างนั้นสามีนั้นสามีก็
เข้าไปเก็บผ้าห่มในห้องนอน
หลังจากพวกเราทั้งสามคนทานโจ๊กกับปลาเค็มกันจนอิ่ม ทั้งสามก็จัดการเตรียมตัวเอง ทั้งสามใส่ชุดออกสีฟ้าน้ำเงินทำเอาดูเป็ครอบครัวที่กลมเกลียวจริงๆ เพื่อเข้าในเมืองซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก สามีของนางได้บอกว่าจะไปขึ้นรถโดยสารอยู่ เนื่องจากหมู่บ้านนี้จะค่อนข้างใกล้เมือง ผู้คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านจึงจะไปทำงานรับจ้างในตัวเมืองเนื่องจากหาค่าแรงได้ใน่ฤดูหนาว อีกทั้งบางส่วนก็ต้องเดินทางไปเรียน่ใบไม้ผลิ หรือหลายคนก็ทำงานในเมืองเป็ประจำ
เมื่อทุกคนเตรียมตัวเรียบร้อยก็ออกเดินทางไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านที่เป็เ้าของรถ รถที่ฉันเห็นจะเป็รถที่คล้ายรถคอกหมู ทั้งๆที่มีรถยนต์ แต่รถที่มีที่นี่ก็ดูจะไม่ทันสมัยขนาดนั้น โดยรถคอกหมูที่จะนั่งเป็ไม้เกือบทั้งคัน ยังดูไม่ค่อยเก่าขนาดนั้น ถ้าเป็สมัยที่นางเคยอยู่แถบจะไม่มีรถแบบนี้แล้ว ถึงมีคงจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์แน่ๆ สามีของนางคุยกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เขาคือคนที่มาร่วมงานแต่งของพวกนาง หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็เดินเข้ามาพร้อมกับสามีของนาง
“พี่สะใภ้จางจะไปเที่ยวเหรอครับ” ชายหนุ่มตรงหน้าถาม ฉันพยักหน้าเบาๆตอบรับ
สามีที่เห็นท่าทางของนาง เขาจึงแนะนำเด็กหนุ่มตรงหน้าให้ครอบครัวของเขา “เขาคือลูกชายหมู่บ้านแซ่อู๋ เขา 12 หนาว เรียกเขาอาอู๋ เฉยๆก็ได้”
“ยินดีที่ได้รู้จัก อาอู๋ นี่อาโยวน้องชายของพี่สะใภ้เอง เป็เพื่อนกันไว้นะ” ฉันคิดจะหาเพื่อนให้อาโยว จึงได้แนะนำน้องชายของตนเองไป
แม้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะแค่ 12 หนาว เขาก็สูงเกือบถึง่ไหล่ของนางแล้ว ต่างจากน้องชายของนางที่10 หนาวแล้วยังตัวแค่เพียงเอว นางเห็นดังนั้นก็เริ่มคิดวางแผนขุนน้องชายตนให้แข็งแรง และสูงไวเช่นนี้
ทักทายกันได้ซักพัก ทั้งหมดก็ขึ้นรถ โดยคนขับรถคือพี่ชายอาอู๋ ทุกคนในหมู่บ้านเรียกเขาต้าอู๋ ระหว่างทางก็ได้ทราบว่ารถไปกลับ6รอบโดยจะมีขาเข้าเมืองรอบแรกตอนเช้าตรู่ และกลับไป่หลังจากนั้น 2 ชั่วยาม* โดยเราขึ้นมารอบขาเมืองเข้ารอบที่ 2 ซึ่งเป็เที่ยวที่ 3 ของวัน ่เวลาตอนนี้น่าจะประมาณ 9-10 โมงเช้า หลังจากนั่งไปได้ไม่นานนักก็ถึงตัวเมือง
.
.
ผมมองอาเจียวที่ทำท่าทางตื่นเต้นกว่าน้องชายของนางเสียอีก ดวงตาเป็ประกายที่ซ่อนไม่อยู่ของนางทำเอาเขาอยากพานางไปเดินให้ทั่ว หมู่บ้านที่นางเคยอยู่ถึงแม้จะเป็เมืองที่ค่อนข้างเจริญ แต่ก็เทียบเท่าเมืองหลวงนี่ไม่ได้แน่ๆ
“ลี่จิ่น เราจะไปไหนกันก่อนคะ” นางจูงมือน้องนาย แล้วเดินมาคล้องแขนเขาแน่น
“ไปเดินในตลาดก่อนไหม ดูอาหารแปลกตาลองทาน หรือเสื้อผ้าใหม่ ที่หนาหน่อย ผมว่าชุดของอาเจียวกับน้องที่เตรียมมา น่าจะบางไป” ผมลองคิดดูชุดของนางบางไปจริงๆ น่าจะเพราะเมืองที่เธอจากมาอยู่ทางใต้ ที่มีอากาศที่อุ่นกว่าที่นี่
“ดีค่ะ ไปดูของกินก่อน ซื้อของไปตุนไว้ก็ดีนะคะ” ฉันว่าจะดูว่าขนมที่คนที่นี่ชอบทานรสชาติประมาณไหนบ้าง เผื่อจะทำอาหารมาขายได้ หลังจากมาที่บ้านนี้เธอก็ยิ่งมั่นใจในรสมือตัวเองมากขึ้น ชาติก่อนที่เธอทำอาหารได้ไม่ค่อยถูกใจคนอื่นๆ อาจจะเพราะรสชาติที่ทำค่อนข้างจะติดหวาน เท่าที่ย้อนคิดดูเหมือนเพื่อนๆของฉันจะชอบขนมหวานที่ฉัน ทำตลอด แต่ไม่ชอบรสชาติกับข้าว
พอคิดได้เช่นนี้นางจึงเริ่มมองหาขนมต่างๆ สามีเห็นนางซื้อลองทานอย่างละน้อยด้วยท่าทางตื่นเต้นของนาง และคอยเอาใจใส่แบ่งให้เขา และน้องลองทาน ทำเอาเขาอยากซื้อขนมทุกอย่างที่นางอยากลองทานอย่างไม่ใส่ใจเื่เงินคอยแต่เอ็นดูท่าทางน่ารักของภรรยาของตน พร้อมกับสอดส่องพวกผู้ชายที่มองภรรยาของเขาตาเป็มัน เขาทำได้แต่ยืนบังสายตาพวกนั้น กลับกันภรรยาของเขาเหมือนจะไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ
ผ่านไปร้านแล้วร้านเล่าขนมหลากหลายก็ทำให้ทั้งสามเริ่มจะเหนื่อย จึงหาร้านเพื่อนั่งพัก สุดท้ายก็ได้มานั่งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพราะก็ใกล้จะเที่ยงวันแล้ว นางยกหน้าที่สั่งอาหารให้กับสามี เพราะชื่อเมนูแต่ละชื่อ ตั้งโอ่อ่าแถบจะไม่รู้ว่าอาหารหน้าตาเป็แบบไหน เธอบอกเพียงไม่ต้องสั่งมาก เพราะขนมหลายอย่างก็ยังไม่ทันได้ย่อย
ระหว่างทานอาหารฉันก็คิดได้ว่าที่นี่ไม่มีขนมที่ใช้ยีสเลย เหมือนว่าที่นี่จะยังไม่ได้รับอิทธิพลขนม และอาหารสไตล์ตะวันตกของโลกเก่าเข้ามา เมื่อก่อน่ก่อนที่จะได้งานติวเตอร์ นางเคยขายโดนัทอยู่่หนึ่ง และเคยทำทดลองเลี้ยงยีสอยู่บ้าง ต้องลองทำโดนัทดูซักครั้ง อ้อ แพนเค้กถึงจะมีให้เห็นบ้าง แต่ที่นี่แผ่นแป้งก็ไม่ได้นุ่มฟูนัก เน้นกินแก้หิวเป็ของคาวมากกว่า แพนเค้กที่นุ่มๆ น่าจะขายได้
“ลี่จิ่น ฉันอยากลองทำขนมค่ะ” ฉันพูดพรางมองไปทางสามีที่นั่งฝั่งตรงข้าม เขานั่งเคี้ยวอาหารตรงหน้าจนแก้มยุ้ย เขาไม่ส่งเสียงตอบ แต่ก็พยักหน้ารับ อาโยวก็มองฉันอย่างขาดหวัง และทานอาหารตรงหน้าต่อ ครอบครัวเล็กๆนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ
หลังจากทานอาหารก็รู้ว่าอาหารของที่นี่ปรุงรสแบบเน้นรสกลมไม่จัดจ้านมากนัก ถึงว่าพวกเขาถึงชอบอาหารของเธอที่ค่อนข้างจืด และชอบติดหวานตอนผัด แต่วันนี้เธอต้องลองกลับไปทำแพนเค้กให้ได้ก่อน และก็เลี้ยงยีส เส้นทางหาเงินของนางที่คิดได้
เมื่อคิดถึงทางหาเงินนางก็ยิ่งมีความสุข ใน่บ่าย เธอก็วนเวียนตามร้านแป้ง ร้านน้ำตาล ร้านไข่ วนไปร้านเนื้อหมูเนื้อไก่ โดยซื้ออย่างละมากหน่อย เริ่มจะหนาวแล้วทำให้เนื้อก็ไม่ค่อยจะเสีย จนสุดท้ายก็วนมาร้านเสื้อผ้าที่คุยเอาไว้ตอนแรก เสื้อผ้าดูแล้วมีหลากหลายรูปแบบ แต่สายตานางก็หยุดลงที่ชุดคลุมมีฮูด มันชั่งดูดีจริงๆ เนื้อผ้าสีฟ้าไล่ไปสีเขียว่ปลาย ลายปักชายมีต้นไผ่
“สวยจังค่ะ”นางเผลอดึงแขนเสื้อของสามีของนาง เขาที่มองนางก็สายตาอ่อน
“ได้” เขาพูดเบาๆแล้วก็เดินไปทางลูกจ้างใกล้ๆ ทำเอาภรรยาของเขาทำตาโต
ชุดนั่นต้องแพงแน่ๆ ตานี่ไม่ดูเงินเลยตามใจฉันไปแล้ว ซื้อของตุนไปตั้งมากแล้วด้วย ทำเอาฉันรู้สึกผิดนิดหน่อย แต่ก็ดีใจที่เขาตามใจ ฉันเคยได้ยินมาประโยคนึงที่ทำเอาจำขึ้นใจว่า ‘หากฝ่ายชายอยากทำดีให้ หรือซื้อของให้อย่าไปปฏิเสธ เขาจะเข้าใจผิดว่าเราไม่ชอบ ดังนั้นแค่ยินดีรับก็พอ’ ความจริงฉันก็อยากได้ เขาซื้อให้ ดังนั้นดีใจก็พอ เงินในบ้านเดี๋ยวฉันก็จะช่วยหาเพิ่มอยู่แล้ว
พอคิดได้ดังนั้นนางก็ยิ้มหน้าบาน ทำเอาสามีที่เดินกลับมามองหน้าภรรยาก็อดที่จะเผยอมยิ้มเบาๆไม่ได้ นางให้ทางร้านวัดตัวอาโยว และดูชุดสำเร็จรูป ที่เขาถูกใจ แล้วให้เขาเลือกไปลองสวม เน้นเพียงขอให้มีผูกหนาหน่อย ให้อุ่นพอ่หน้าหนาว นางก็ดูชุดบ้าง สุดท้ายทั้งบ้านก็ได้ชุดคนละ3ตัวสำหรับหน้าหนาวที่จะมาถึง และนางก็ได้ซื้อผ้า ไปผืนหนึ่ง จะทำถุงเท้าที่ใส่นุ่นหนาๆให้อุ่นเท้าตอนนอนให้กับทุกคน เพราะดูราคมทางร้านค่อนข้างสูง ระหว่างเลือกผ้าก็พบว่าที่นี่เริ่มมีผ้าอนามัยขายแล้วแต่แบบใช้แล้วทิ้งก็ยังแพงมาก ส่วนใหญ่หญิงสาวจะทำแบบผ้าไว้ใช้เอง เพราะราคาถูกและใช้ซ้ำได้ ทางร้านจึงกระซิบนางเพื่อขายผ้าอนามัยแบบผ้าดังกล่าว ทำเอานางก็คิดได้ว่าต้องใช้ นางที่ยังไม่รู้วิธีทำก็ได้ซื้อแบบสำเร็จของทางร้านไปหลายชิ้น อนาคตถ้าไม่อยากทำก็เพียงซื้อแบบนี้ได้ ถึงจะแพงกว่าทำเองแต่ก็ประนีตกว่าตนเองทำมาก เื่แบบนี้ยังกระซิบเบาๆ คงจะยังไม่มองเป็เื่ปกติเหมือนโลกสมัยที่นางจากมา
หลังจากเดินมาทั้งบ่าย ทั้งสามก็เดินแยกของมารอที่รถของต้าอู๋ที่เคยมาส่งพวกเขา ของที่พวกนางซื้อมาค่อนข้างมากเลย สามีของนางแบกแต่ของหนักให้นางและน้องชายถือเขาเบาๆไม่กี่ชิ้นเท่านั้น
“วางของก่อน มานั่งรอเถอะค่ะ” นางเดินไปที่ม้านั่งที่มีร่มของต้นไม้ ทำให้เย็นไม่น้อย ร่างสูงเดินมานั่งข้างๆนางกับน้องชาย แต่กลับไม่วางของลงพื้น
“วางที่พื้นก่อนก็ได้นะคะ ต้าอู๋น่าจะอีกซักพักเลยนี่คะที่คุณบอก” ฉันมองร่างสูงที่ทำเอาหูทวนลม ของก็หนัก ยังจะถือและแบกไว้ เื่ตามใจนางซื้อของนางไม่ว่า แต่นี่เรียกทรมารตัวเอง ซักพักที่ว่าเกือบชั่วโมงด้วยซ้ำนะ
“อาโยว หลับตา ปิดหูก่อน” พี่สาวของคนตัวเล็กบอก ทำเอาทั้งสองคนทำหน้างง นางจึงมองหน้าน้องชายตนอีกครั้งทำเอาครั้งนี้เด็กน้อยทำตามพี่สาวบอกทันที เขาไม่อยากให้พี่ๆหวานกันหรอกนะ เขาว่ากันว่า เห็นเื่ไม่ควรเห็นจะเป็ตากุ้งยิง
เมื่อเห็นว่าน้องตนปิดหูปิดตาแล้ว ก็เช็คอีกครั้งว่าไม่มีคนใกล้ๆ นางก็เอามือประคองหน้าเขาจูบที่ปาก แล้วไล่หอมที่แก้ม ที่ตาหน้าผาก จบครบทั้งหน้า ทำเอาชายหนุ่มตรงหน้าหน้าแดงลงไปจนถึงคอ พอหญิงสาวเห็นผลงานก็ยิ้มอย่างพอใจ นางชอบเขาที่เป็เช่นนี้จริงๆ ใสซื่อ น่ารักอย่างลูกแมวน้อย
ชายหนุ่มตรงหน้าทำอะไรไม่ถูก ของเต็มไม้เต็มมือ ห้ามนางก็ไม่ได้ แต่ถึงห้ามได้แต่ก็กลับไม่อยากห้ามนาง ร้านผ่าวไปทั้งตัว เขาทำได้เพียงมองนางตรงหน้า หาคำที่จะเอ่ยออกมา แต่ก็ไม่สามารถเอ่อออกมาได้แม้แต่คำเดียว นางตรงหน้าเขายิ้มอย่างได้ใจ ใบหน้าของนางก็แดงไม่ต่างกันนัก เขาย่อมรู้ดีว่านางนั้นซน ทำเป็เก่ง แต่เอาจริงกับนางคงมุดเข้ารู วิ่งหนีราวกระต่ายขาวในป่าแน่ๆ
“ทีนี้วางของค่ะ ถึงบ้านแล้วคุณจะได้ไม่ปวดกล้ามเนื้อ” เขามองนางอีกนิดหน่อย ก็วางห่อผ้า และถุงพวกถุงแป้งที่ใส่กระสอบที่แบกมาบนหลังลง ทั้งสอบปรับสีหน้าให้ปกติ ก่อนนางจะก้าวไปสะกิดให้น้องนางลืมตา ก่อนจะจุ๊บเบาๆที่หัวเป็คำชมของนาง นิสัยนี้เป็ั้แ่อยู่ที่โลกเดิม มันคงแก้ไขยากเสียแล้ว
ชายหนุ่มมองภรรยาของตน พรางคิดว่า นางที่ทั้งสวยงาม ทั้งสดใส ใส่ใจ และยังซนเล็กน้อยเช่นนี้ถูกใจเขาจริงๆ เขาขอบคุณคุณตาคุณยาย และคุณแม่ของนาง ที่ยอมให้นางมาอยู่กับเขา เขาย่อมรู้ดีว่าหน้าตาไม่ดี แต่เขาจะจริงใจกับนางไปตลอด เขาคิดในใจเหมือนกับสัญญากับตนเองไว้
*1ชั่วยาม=2ชั่วโมง
ขอบคุณทุกคนที่อ่าน และทุกๆคนที่คอมเมนต์ให้กำลังใจ และช่วยเตือนไรท์นะคะ ไรท์จะพยายามเขียนให้ดีที่สุด ครั้งนี้ไรท์เขียนให้เห็นความคิดตัวเอกของเรามากขึ้น อยากถามว่าสบสนกันบ้างไหมคะ ถ้าไรท์เขียนผิดตรงไหนเตือนได้เลยนะคะ
ปล. ไรท์ยังไม่ได้ตรวจเช็คคำผิดอย่างละเอียดทำให้บางคำอาจจะเขียนผิดไปบ้างนะคะ