ณ บ้านปฏิทิน
ปฏิทินกำลังวุ่นกับการแปลนิยายญี่ปุ่นอยู่
ติ๊ง! (แชตเด้ง)
ต้าร์ : เขารับกูเข้าทำงานแล้วมึง
ปฏิทิน : ดีใจด้วย
ต้าร์ : ไปฉลองกัน
ปฏิทิน : ไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องไปงานเผาศพพ่อตาไอ้เกม
ต้าร์ : เออว่ะ ลืมเลย
ปฏิทิน : พรุ่งนี้เจอกันตอน 11 โมง นะเว้ย มารับกูด้วย
ต้าร์ : สำหรับคุณปฏิทิน ได้เสมอแหละ
ปฏิทิน : พอเลย กูเลี่ยน
ต้าร์ : 555 น่ารัก
ปฏิทิน : ไปบอกคนที่มึงชอบนู่น
ต้าร์ : เออ ๆฝันถึงกูด้วย
ปฏิทิน : มึงโรคจิตปะ มาบอกให้คนอื่นฝันถึงตัวเองทุกวันเนี่ย
ต้าร์ : ไม่นะ กูว่ากูปกติ ไปละ อย่าลืมฝันถึงกูด้วย
ปฏิทิน : ไม่โว๊ยยยย
(อ่านแล้ว)
.
.
วันต่อมา
วันเสาร์ เวลา 11:10 น.
ณ บ้านปฏิทิน
ปฏิทินสวมเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวเลยข้อศอกมานิดหน่อย และกางเกงยีนสีเดียวกัน เดินออกมาหาต้าร์ที่นั่งรออยู่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน
ต้าร์มาในชุดแบบเดียวกัน แต่แขนเสื้อสั้นกว่าปฏิทิน โดยรวมของทั้งสองคนดูดีไม่น้อย แม้จะอยู่ในชุดสีดำ แต่มันขับผิวในดูผ่องขึ้นอีกด้วย
“หล่อจังวะ” ต้าร์เอ่ยแซวขึ้นทันที หลังจากปฏิทินเดินมาถึงตัวเขา
“แน่นอน” ปฏิทินไม่ปฏิเสธใด ๆ
“มึงนี่นะ!!!” ต้าร์ส่ายหน้าอย่างเอือม ๆแก๊งของพวกเขาสามคนนี้หลงตัวเองกันทุกคนจริง นี่สินะที่เขาเรียก ‘ศีลเสมอกัน’
“ปะ!!ไปได้แล้ว เดี๋ยวไม่ทัน จะได้ไปช่วยในงานด้วย” ปฏิทินเอ่ย
“อื้ม” ต้าร์พยักหน้าบอกว่าเข้าใจ เขาลุกขึ้นแล้วเดินนำไปที่มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่
ในขณะเดียวกัน อั๋นเดินออกมาหน้าบ้าน พร้ะกร้าผ้าที่กำลังจะนำมาตาก จึงเอ่ยทักทายรุ่นพี่ทั้งสอง
“ใส่ชุดดำไปงานศพใครอะพี่ปฏิทิน พี่ต้าร์”
ปฏิทินและต้าร์หันหลังกลับมามอง พร้อมกับเอ่ยตอบรุ่นน้องข้างบ้าน
“งานพ่อตาไอ้เกมอะ” ต้าร์ตอบ
“...อ๋อ” อั๋นสีหน้าดูหงอยลง
(นี่สินะ ที่พี่เงียบหายไป)
“งั้นพวกพี่ไปก่อนนะ” ปฏิทินบอกอั๋น
“อื้ม” อั๋นยิ้มตอบเบา ๆ
ต้าร์บิดรถออกไป มุ่งหน้าไปอีกอำเภอที่อยู่ติดกัน ห่างไปประมาณ 20 กิโลเมตรได้
(มันก็ถูกต้องแล้วปะ ที่เขาจะอยู่ช่วยงานศพพ่อแฟน มึงจะมาเศร้าอะไรวะอั๋น) อั๋นสะบัดความคิดงี่เง่าออกจากหัว แล้วกลับมาก้มหน้าก้มตาตากผ้าต่อ
.
.
ณ วัด
ต้าร์และปฏิทินมาถึงวัดที่ใช้เผาศพพ่อของฉิม ทั้งคู่เดินไปที่ศาลาที่ใช้ทำพิธีสวดก่อนเผา
ในงานเผามีญาติของฉิมมาร่วมงานราว ๆ 40 คนได้ คนไม่ได้เยอะมาก แต่บรรยากาศทำให้ดูเศร้าหมองไม่แตกต่างจากงานคนเยอะ ๆเลย คงมีแต่ญาติที่สนิทกันจริง ๆ
ทั้งคู่เดินมาเจอเกมที่นั่งอยู่ที่พื้น โดยมีเสื่อปูรองอยู่ ซึ่งข้าง ๆมีฉิมและแม่ของฉิมที่นั่งร้องไห้เสียใจที่สูญเสียคนที่รัก ทั้งคู่เดินไปนั่งลงข้าง ๆเพื่อน
“โทษทีที่ไม่ได้มาช่วยงานเลยนะเว๊ย” ปฏิทินเอ่ยบอกเกม เพราะต้องเคลียร์งานส่งให้สำนักพิมพ์เสร็จ
“ไม่เป็ไรมึง งานไม่ได้เยอะอะไร” เกมยิ้มตอบเพื่อน แต่สายตาดูเศร้า
ต้าร์ได้แต่ตบบ่าของเกมเบา ๆเพื่อบอกว่าพวกเขาอยู่ข้าง ๆเกมเสมอ และรู้ว่าเกมเสียใจไม่น้อยกับการจากไปของพ่อฉิม เพราะเกมรักเหมือนพ่อจริง ๆท่านเอ็นดูเกมมากตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
เกมพยักหน้าเบา ๆตอบเพื่อนทั้งสอง ว่าตนรับรู้ความปรารถนาดีจากเพื่อนทั้งสอง
แม่ของฉิมขยับตัวมานั่งลงตรงหน้าของเกมและฉิม พร้อมกับจับมือของเกมมาประกบกับลูกสาวของตน
“เกม” ดวงตาของแม่สั่นไหว
“ครับแม่” เกมตอบกลับ
“แม่ฝากฉิมด้วยนะเกม เราไม่มีเสาหลักให้พึ่งแล้ว”
เกมมองหน้าฉิมที่กำลังร้องไห้เสียใจที่สูญเสียพ่ออันเป็ที่รัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เขาเตรียมใจที่จะมาบอกเลิกฉิมแล้วแท้ ๆแต่สุดท้ายก็...
“ครับแม่…ผมจะดูแลน้องต่อจากพ่อเอง แม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ” เกมตอบแม่ยาย สลับกับมองฉิม ที่มองตนอยู่เช่นกัน
“ฮึก..ขอบใจมากนะเกม” แม่ตบมือลงไปที่หลังมือของเกมที่วางทับมือฉิมเบา ๆ เพื่อขอบคุณที่ดูแลลูกสาวให้ตน ต่อไปนี้คงจะห่วงฉิมได้น้อยลง ถ้ามีเกมอยู่ข้าง ๆ
“...” ปฏิทินและต้าร์นั่งเงียบ เพราะมันคงเป็การตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วสำหรับเพื่อนตน เพราะพวกเขารับรู้มาตลอดว่าเกมกำลังพยายามจะแยกจากฉิม
.
.
2 วันต่อมา
หลังจากเสร็จงานศพ อั๋นก็ไม่ได้คุยกับเกมอีกเลย และดูเหมือนว่าเกมไม่ได้ทักทายเขาแบบเมื่อก่อน พอเจอหน้ากัน เกมมองเขาเพียงแป๊บเดียว ก็หันหนีแล้วรีบไป เขายังไม่ได้ทักหรือยิ้มให้ด้วยซ้ำ
(ทำไมรู้สึกไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลยวะ สีหน้าเรียบเฉยแบบนั้น ทั้งที่เมื่อก่อนจะยิ้มและแซวจนน่ารำคาญ ผมยอมรำคาญแบบนั้นก็ได้นะพี่เกม แต่ พี่ช่วยกลับมาเป็แบบเดิมได้ไหม...) อั๋นมองตามแผ่นหลังของเกมที่ขับรถหายไปตามท้องถนน
.
.
2 สัปดาห์ผ่านไป
อั๋นพยายามจะเอ่ยทักทายอีกฝ่าย
“พี่เกม”
เกมหันมามองแป๊บเดียว แล้วหันกลับเดินเข้าบ้าน ่วันเสาร์จะเห็นอีกฝ่ายขับรถออกไปข้างนอดพร้อมกระเป๋าเป้ เหมือนกำลังจะเดินทางไปไหนสักที่ แล้วค่ำ ๆวันอาทิตย์ถึงจะกลับมา
แต่วันนี้แหละ ไอ้ความรู้สึกค้างคาใจพวกนี้มันต้องจบลง อั๋นถือวิสาสะเดินเข้ารั่วบ้านของเกม แล้วเคาะประตูบ้าน
ก๊อก
อั๋นใจจดใจจ่อรอเ้าของบ้านเปิดประตูออกมา
แอ๊ด....
เกมเปิดประตูออกมา แล้วเจอว่าใครเป็คนมาเคาะบ้านของตน ใบหน้าเขายิ่งดูเศร้า แต่ต้องรีบปรับสีหน้าให้กลับมาปกติ
“อั๋นมีอะไรหรือเปล่า” เกมพูดด้วยเสียงเรียบเฉย
“พี่เป็อะไรอะ ทำไมไม่เหมือนเดิม”
“...”
“ไอ้คนที่ชอบแซว ชอบแกล้งคนนั้นมันหายไปไหนแล้วอะ” อั๋นพยายามเรียกสติ ให้เกมกลับมาเป็เหมือนเมื่อก่อน
“มันตายไปแล้ว”
“หมายความว่าไงอะ”
“พอเหอะอั๋น แบบนี้แหละดีแล้ว อั๋นจะได้ไม่ต้องมารำคาญพี่อีกไง”
“ผมสัญญาว่าจะไม่รำคาญ” อั๋นแย้ง
“...”
“กลับมาเป็เหมือนเดิมเถอะนะพี่เกม” อั๋นส่งสายตาอ้อนวอนอีกฝ่าย
เกมมองอั๋นแล้วน้ำตาเริ่มคลอ
“พี่เกมเป็ไร” อั๋นใ ที่เห็นอีกฝ่ายเหมือนจะร้องไห้
ฟรึบ!!
เกมดึงอั๋นเข้ามาสวมกอด
“...” อั๋นหน้าเหวอทันที ที่จู่ ๆก็ถูกกอด แต่ไม่ได้ขัดขืนอะไร เพียงแค่ยืนนิ่ง ๆอยู่แบบนั้น
“คิดถึง” เกมเอ่ยออกมาเบา ๆพร้อมกับกระชับกอดอั๋น
(ทั้งที่พี่พยายามจะตัดใจแล้วแท้ ๆพยายามจะไม่เจอ พยายามจะไม่นึกถึง แต่มันโคตรยากเลยรู้ปะอั๋น ทำไมอั๋นต้องกลับเข้ามาหาพี่อีกวะ มันยิ่งทำให้พี่ตัดใจจากเราลำบาก...) เกมคิดในใจ พร้อมน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม
อั๋นยกมือขึ้นมาลูบแผ่นหลังของเกมเบา ๆเพื่อปลอบ โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีอะไรซ่อนอยู่ภายในใจ