นี้แหละคุณพ่อของพวกเรา

    บทที่ 18


    โฮก-!
    “บ้าเอ้ย ทำไมเราถึงไม่รู้มาก่อน ว่าที่นี่จะมีตัวตนอันตรายเช่นนี้อยู่ที่นี่ด้วย” เอกกล่าวตัวเองในใจอย่างเคร่งเครียด
    “แง่...พ่อค่าหนูกลัว” น้ำทิพย์กับไมค์ยิ่งเห็นมันคุกคามมาที่เขามากเท่าไรพวกเธอก็ยิ่งหวาดกลัวมันเท่านั้น
    “ไม่ต้องกลัวนะลูก พ่ออยู่ที่นี่ทั้งคน พ่อจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเราได้ เชื่อพ่อนะ” เอกพูดปลอบทั้งสองคนโดยที่ตัวเองก็ไม่ได้ละสายตาไปจากมันเลย
    โฮก-!
    แต่ดูเหมือนหมีสงครามข้างหน้าเขาจะไม่พอใจเอกสีกเท่าไร โดยที่เอกนั้นไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวมันเลยแม้แต่น้อย 
    เมื่อเอกเห็นว่าเจ้าหมีตัวนี้พร้อมที่จะโจมตีมาที่เขาได้ทุกเมื่อแล้ว เอกก็รีบให้เด็กๆ หันไปหลบที่ข้างหลังของเขาทันทีโดยที่เขาก็ได้ย้ำกับทั้งสองว่าห้ามวิ่งหนีไปจากที่นี่โดยเด็ดขาด เพราะถ้าทั้งสองวิ่งหายไปจากสายตาของเขาแล้วเอกก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเขาจะตามทั้งสองคนไปได้ไหมเพราะพวกเธออาจจะโดนสัตว์ร้ายอย่างอื่นทำร้ายให้ก็ได้ เมื่อเห็นว่าทั้งสองเข้าใจที่เอกพูดแล้วตัวเขาก็หันหน้าไปเผชิญกับหมีสงครามทันที
    เมื่อหมีสงครามเห็นว่าเอกเตรียมพร้อมที่จะสู้กับมันแล้ว ตัวของมันก็คำรามเสียงดังพุ่งไปหาเอกทันที
    หลังจากที่เอกเห็นอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาเขาแล้วเอกก็คิดในใจทันทีว่า ถ้าตัวเขาไม่เข้าไปหาอีกฝ่ายละก็การต่อสู้นี้อาจจะทำให้พวกเด็กๆ โดนลูกหลงขึ้นมาก็เป็นไปได้ จึงทำให้เอกต้องตัดสินใจพุ่งไปหาอีกฝ่ายเพื่อให้ทั้งสองได้หลีกเลี่ยงการโดนลูกหลงของเขาทันที แต่ทว่า
    “เฮ้ย.....” เอกถึงกับอ้าปากเหวอทันที เพียงแค่เขาขยับตัวเพียงนิดเดียวเป้าหมายของเขาก็หายไปกับตา
    “บ้าเอ้ย มันหายไปไหนของมันกันวะ” เอกพยายามหันซ้ายหันขวาก็ไม่เจอเจ้าหมีสงครามนั้นเลย แต่ในขณะที่เขากำลังพยายามค้นหาอีกฝ่ายอยู่นั้น เสียงร้องของไมค์และน้ำทิพย์ก็ดังขึ้นทันที
    “กรี๊ด.....คุณพ่อช่วยหนูด้วย”
    “คุณพ่อช่วยพวกเราด้วย”
    “ไม่จริงใช้ไหม เจ้านั้นมันไปที่นั้นตอนไหนกัน บ้าเอ้ย” เมื่อเอกเห็นว่าเป้าหมายของเขาเปลี่ยนทิศทางที่ไม่ใช่เขานั้น ทำให้เอกต้องทุ่มสุดตัวเพื่อไปช่วยลูกๆ ของเขาให้ทันให้ได้
    “มึง อย่าทำอะไรลูกกูนะโว้ย” เมื่อเอกที่กำลังจะได้เห็นถึงความสิ้นหวัง ที่ดวงใจน้อยๆ ของทั้งสองคนจะจากเขาไป ทำให้เอกต้องดิ้นทุรนทุรายฝืนตัวเองเพื่อไปช่วยลูกของเขาให้ได้
    ตึกๆ -!
    ด้วยความสิ้นหวังของเอก อยู่ๆ ความสิ้นหวังนั้นก็ได้ไปปลุกสัญชาตญาณลึกลับที่ตัวเองมีให้ตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวแถมมันยังเป็นสัญชาตญาณลึกลับ ที่แม้แต่ในอดีตบรรพกาลก็ยังไม่มีใครสามารถรู้ได้อย่างแน่ชัดว่ามันคืออะไร แต่ผู้คนในตอนนั้นกับเรียกขานมันว่าสัญชาตญาณพระเจ้าสถิต สัญชาตญาณลึกลับที่ทำให้ผู้คนนั้นนับถือและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน และมันก็เป็น
    สัญชาตญาณลึกลับที่ทำให้ผู้คนสามารถใช้พลังของตัวเองได้เกินลิมิตตามความชำนาญของตัวเอง เมื่อปลุกสัญชาตญาณลึกลับนี้ได้ไม่เพียงแต่จะทำให้เราสามารถใช้พลังได้เกิดลิมิตของตัวเองแล้วมันยังจะเพิ่มพละกำลังให้กับเจ้าของของมันอย่างมหาศาลถึง 10 เท่า
    บูม-!
    ในตอนนี้เอกไม่เพียงแต่ปลุกสัญชาตญาณลึกลับนี้ได้เท่านั้น เพราะเอกก็ได้ทำการยกระดับวิชาของตัวเองได้อย่างไม่รู้ตัว ใช่แล้วตอนนี้เอกสามารถยกระดับพลังของตัวเองมาอยู่ที่ขั้นก่อเกิดแล้วนั้นเอง
    ซึ่งเอกก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าตัวของเขานั้นเกิดอะไรขึ้นแต่ที่รู้ๆ ในตอนนี้ตัวของเอกมีพลังที่เพียงพอจะช่วยเหลือลูกๆ ของเขาได้แล้วนั้นเอง
    แต่ทว่ามันก็สายเกิดไปอยู่ดีก่อนที่เอกจะได้ช่วยลูกๆ ของเขาทัน เพราะตอนนี้จ้าวแห่งหมีสงครามมันได้อ้าปากพร้อมที่จะกลืนกินทั้งสองคนแล้ว
    แต่ถึงอย่างนั้นเอกก็ไม่ยอมแพ้ ตัวของเขาพยายามรีบพุ่งไปหาเจ้าหมีสงครามตัวนั้นพร้อมกับได้รวบรวมพลังเอกภพไว้ที่มือทั้งหมด หวังจะปลิดชีพมันภายในครั้งเดียว แต่ว่า
    “เอ๋....” ในขณะที่เอกคิดว่าทั้งสองคนจะไม่รอดแล้ว หมีแห่งสงครามตัวนั้นมันก็ได้ทำอะไรที่น่าเหลือเชื่อออก
    “ฮ่าๆๆ มันจักจี้นะคุณหมีพอแล้วไม่เอาแล้ว ฮ่าๆ”
    “ไม่เอาอย่าเข้ามานะ...งื้อ” ไมค์ที่เห็นว่าอีกฝ่ายจะทำกับเขาเหมือนที่ทำกับน้ำทิพย์ก็พยายามไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาหาเขาทันที
    แผล๊บๆ -!
    และภาพที่เอกได้เห็นตอนนี้ หมีสงครามที่ไปไหนมาไหนก็ต้องมีแต่ผู้คนหวาดกลัว มันทั้งเย่อหยิ่งและองอาจไม่สนใจผู้ใด ยกเว้นแต่เพียงเผ่าพันธุ์ของมัน แต่ในตอนนี้เอกคงต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเองทันที เพราะภาพที่เขาได้เห็นอยู่นั้น มันกลับกลายเป็นว่าเจ้าหมีตัวนี้ไม่ต่างอะไรกับหมีที่อยู่ในการ์ตูนเลย
    เพราะเจ้านี้นะ มันไม่ต่างจากหมาเชื่องๆ เลยนะสิ
    “หยุดเลียน้ำทิพย์ได้แล้ว เห็นไหมว่าน้ำทิพย์เปียกหมดแล้วเนี่ย” จากตอนแรกที่เธอนั้นหวาดกลัวหมีที่อยู่ตรงหน้าเธอมาก แต่เมื่อมันแสดงให้เห็นแล้วว่าตัวมันนั้นไม่ได้เป็นอันตรายต่อตัวเธอเลย แถมอีกฝ่ายยังมาเลียหน้าเธออีกทำให้เธอรู้สึกแน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการมาทำร้ายเธอ
    โฮก-!
    เมื่อเจ้าหมีแห่งสงครามได้ยินที่น้ำทิพย์ห้ามมันก็หยุดลงแล้วหันไปเล่นกับไมค์แทนแต่ว่า
    “ไม่อย่าเข้ามานะ เราไม่ชอบ” ไมค์รีบปฏิเสธห้ามมันทันที เพราะตัวเขานั้นไม่ชอบอะไรที่มันเป็นแบบนี้ที่สุด
    ทำให้เจ้าหมีตัวนั้นถึงกับทำหน้าจ๋อยเลยทันที
    “โอ๋ๆ ไม่ต้องเศร้านะคะพี่ไมค์เขานะไม่ชอบให้พี่หมีทำแบบนี้กับเขาไม่ต้องเศร้านะคะ เอาอย่างนี้ดีไหมคุณหมีมาเล่นกับน้ำทิพย์ดีกว่าเพราะฉะนั้นคุณหมีต้องให้น้ำทิพย์ขี่หลังด้วย” เมื่อน้ำทิพย์เห็นว่าคุณหมีทำหน้าสลดลงเมื่อเห็นว่าพี่ชายของเธอนั้นไม่เล่นกับมันด้วย เธอจึงรีบมาปลอบใจคุณหมีทันทีโดยที่เธอก็มีเงื่อนไขเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ปฏิเสธตัวเธอเลยแถมมันยังยอมให้ไมค์ขึ้นขี่หลังมันอีกคนอีก                                 
    โฮก-!
    โดยที่เอกได้แต่ยืนเอ๋อมองดูน้ำทิพย์กับไมค์ขี่หลังหมีมันไป โดยที่เขาเองก็เดินตามมันไปอย่างเงียบๆ ไม่ได้ว่าอะไร เพราะในหัวของเอกตอนนี้คิดว่าเจ้าหมีนี้มันแปลกๆ  เพราะมันจะมีหมีที่ไหนที่แสดงท่าทางออกมาให้เขาได้เห็นอย่างนี้ ยกเว้นมันจะเป็นหมีอย่างที่คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างเขาต้องระมัดระวังเป็นที่สุดที่ค่อยจะล่อลวงพวกเด็กๆ ให้ห่างจากอ้อมอกของคนเป็นพ่ออย่างเขา
    แต่ในขณะที่เอกกำลังคิดเพ้อเจ้ออยู่นั้น
    “หืม ทำไมเจ้านี้ถึงรู้จักสถานที่แห่งนี้ได้” ทันทีที่มันพาทั้งสองคนมานั้น เอกก็สงสัยทันทีว่ามันรู้จักที่แห่งนี้ได้ยังไงนั้นก็เพราะ
    “ว้าว สวยจังเลย” น้ำทิพย์ที่เห็นสถานที่สวยงามที่เธอไม่เคยได้เห็นมาก่อนก็รีบลงจากหลังของหมีตัวนั้นพร้อมกับวิ่งไปดูตรงนั้นทีตรงนี้ทีและที่เธอกำลังสำรวจอยู่ในตอนนี้ก็คือสถานที่ที่ เอกจะพาทั้งสองคนมานั้นเอง
    “น้ำทิพย์รอพี่ก่อนสิ” ไมค์ที่เห็นน้องสาวของเขาลงไปแล้วไมค์ก็รีบตามเธอไปทันที
    โฮก-!
    ในขณะที่หมีแห่งสงครามกำลังจะเดินตามไปนั้น เอกที่เห็นโอกาสของเขาแล้ว
    “แกนะหยุดก่อนเลย” เอกที่เดินมาขว้างหน้าพร้อมกับจ้องมองอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น
    โฮก-!
    “แกไม่ต้องมาทำเสียงสัตว์ให้ฉันได้ยิน ฉันรู้ว่าแกนะมีสติปัญญาพอที่จะสื่อสารกับฉันรู้เรื่อง บอกมาแกต้องการอะไรจากพวกเรากันแน่” เอกที่ยังเห็นมันแกล้งทำตัวเป็นสัตว์ป่าอยู่นั้นเขาก็ทำการแฉมันทันที
    เมื่อมันได้เห็นอีกฝ่ายจับไตมันได้แล้วมันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา  “เฮ้อ ไม่คิดเลยนะครับว่านายน้อยจะจับผิดผมได้” 

    “จริงๆ แล้วผมนั้นไม่ได้ต้องการอะไรหรอกครับ ผมก็แค่อยากจะหาเพื่อนเล่นก็เท่านั้นเองรู้ไหมว่าผมอยู่ที่นี่ตัวคนเดียวมันเหงาแค่ไหนและเมื่อรู้ว่านายน้อยกำลังจะพาลูกๆ ของนายน้อยเข้ามาที่ป่าแห่งนี้ผมก็รีบมาหานายน้อยทันทีเลยรู้ไหมครับ” มันที่เห็นว่าผู้เป็นนายของมันจับได้แล้ว มันก็ทำการบ่นออกมาให้เอกฟังรั่วๆ
    “เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี้นายเรียกฉันว่านายน้อยใช่ไหม แล้วฉันไปเป็นนายน้อยของแกตั้งแต่เมื่อไร”
    “หืม นายท่านไม่เคยบอกเรื่องของผมให้กับนายน้อยได้ฟังเหรอครับ” มันรู้สึกแปลกใจที่นายของมันนั้นไม่ได้เล่าเรื่องของมันให้นายน้อยได้ฟัง
    “แล้วนายท่านของนายเป็นใครละ แล้วทำไมฉันถึงต้องได้ฟังเรื่องของนายด้วย” ยิ่งฟังมันพูดเอกก็ยิ่งสงสัยถึงเอกจะพอเดาได้ว่านายของมันนั้นจะเป็นใครก็ตาม
    “เอา ก็นายท่านของผมก็คือคุณปู่ของนายน้อยยังไงละครับ โธ่นายท่านนี้ท่านลืมแม้แต่จะเล่าเรื่องของผมให้นายน้อยฟังเลยเหรอครับเนี่ยหมีตัวน้อยอย่างผมรู้สึกเศร้าจัง” เมื่อมันรู้ว่าเอกนั้นไม่ได้รู้ถึงตัวตนมันเลยมันก็รู้สึกน้อยใจในโชคซะตาของมันทันที
    “หืม ปู่นะเหรอก็พอเดาได้อะนะว่านายท่านของนายจะเป็นใคร แต่ว่าทำไมนายถึงไม่พูดไม่จาอะไรกับฉันเลยอยู่ๆ ทำไมถึงต้องทำให้ฉันต้องเข้าใจนายผิดด้วย”
    “แฮะๆ เรื่องนั้นจริงๆ แล้วผมต้องการแกล้งนายน้อยก็เท่านั้นเอง” มันยกอุ้มมือของมันแล้วทำท่าเกาหัวแก้เขินหัวเราะแฮะๆ ขึ้นมาทันที
    “งั้นเหรอ....”
    ตูม-!
    “เอ๋ะ....คุณพ่อค่าเกิดอะไรขึ้นค่ะ ทำไมเสียงดังจังแล้วพี่หมีเขาเป็นอะไรนะคะหัวทิ่มเชียว” น้ำทิพย์ที่กำลังสำรวจนั้นนู้นนี้อยู่นั้นก็ตกใจที่อยู่ๆ ก็เกิดเสียงดังในตรงที่คุณพ่อของเธออยู่ขึ้นมาทำให้เธอต้องวิ่งไปหาพ่อของเธอเพราะเธอกลัวว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นรวมถึงไมค์ด้วยที่ตามเธอมา
    “อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกลูกพอดีคุณหมีเขาง่วงนอนนะ เลยหกล้มตัวกระแทกต้นไม้ก็เท่านั้นเอง” เอกที่เห็นลูกๆ ของเขาวิ่งมาถามเอกก็ตอบคำถามของน้ำทิพย์กับไมค์ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
    “อย่างนั้นเหรอคะ หวังว่าคุณหมีคงไม่เป็นอะไรนะคะ ท่าอย่างนั้นน้ำทิพย์ขอไปสำรวจแถวนี้ต่อนะคะคุณพ่อค่า” 
    “ได้สิ แต่อย่าไปไหนไกลละเดี๋ยว ถ้าเราไปไกลละก็น้ำทิพย์จะโดนมาหมาป่าคาบไปกินที่ไหนก็ไม่รู้ด้วยนะ  เพราะฉะนั้นน้ำทิพย์อย่าได้ไปไกลนักละ” เอกที่กลัวว่าน้ำทิพย์จะเผลอเดินออกห่างจากสายตาของเขาไป เอกก็จำใจที่จะต้องพูดขู่ดักทางเด็กๆ ไว้ก่อน
    “คะ..ค่ะหนูจะไม่ไปที่ไหนไกลแน่นอน” น้ำทิพย์ที่ยินพ่อของเธอขู่นั้นก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที ทำให้เธอรู้สึกเสียดายที่เธอจะไม่ได้ผจญภัยต่อเลย แต่ถึงอย่างนั้นภายในใจของเธอก็ยังมีความดื้อรั้นแบบเด็กๆ อยู่แต่ด้วยความกลัวที่เธอพึ่งจะเจอมาเธอจึงไม่กล้าจะออกห่างจากเอกไปที่ไหนไกล
    เมื่อเห็นทั้งสองคนจากไปแล้ว หมีสงครามที่แกล้งเป็นลมอยู่นั้นก็ได้ลุกขึ้นมาทันที
    “โอ้ย...นายน้อยทำไมต้องทำอะไรกับผมรุนแรงด้วยละครับ ผมก็แค่แกล้งนายน้อยนิดเดียวเอง”
    “เหอะนี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับการที่แกทำให้ฉันต้องมานั่งเครียดในตอนนั้น แค่ฉันไม่กระทืบแกต่อก็ดีแค่ไหนแล้ว” เอกที่เห็นว่ามันไม่ได้เป็นอะไรเอกก็พูดกับอีกฝ่ายอย่างเย็นชา
    “แฮะๆ ผมขอโทษ” เมื่อเห็นว่านายของมันได้โกรธมันจริงๆ  มันก็ทำได้เพียงแค่เกาหัวขอโทษเอกเท่านั้น ใครจะไปคิดว่านายน้อยของมันจะโมโหมันขนาดนี้ถ้ามันรู้อย่างนี้มาก่อนมันคงจะไม่ทำ
    จากความคิดของเอกที่เคยคิดว่ามันเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทะนงตน ตอนนี้ในความคิดของเขามันก็เป็นแค่ไอ้หมีกวนตีนตัวหนึ่งก็เท่านั้นเอง