ไทม์แหงนมองขึ้นไปด้านบนของบ้าน เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของคนสองคนที่กำลังเดินลงมาเด็กชายยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ในขณะที่ตนเองกำลังทานขนมปังกับไข่ดาวที่เทเรซ่าทำให้คนเป็นแม่ก้าวเข้าหาลูกแล้วลูบศีรษะด้วยความรักและห่วงใย
เสียงโทรศัพท์ของลุคส์ดังขึ้น เจ้าของเครื่องล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงหลุบตามองเบอร์หน้าจอคิ้วเข้มขมวด ร่างสูงใหญ่เลี่ยงออกจากห้องทานอาหารเพื่อรับสายปรางค์ปรียามองตามด้วยความสงสัย
“ว่าไงมาติช”
“นายครับ เพื่อนคุณปรางค์โดนไอ้ลูกัสมันตามจับตัว”
“ว่าไงนะ!” ลุคส์ร้องลั่นสีหน้าเครียด
“ผมไปช่วยมาได้ หากผมไม่ไปคงแย่ ผมคงต้องพาเธอไปฝรั่งเศสแล้วล่ะครับ”
ชายหนุ่มถอนหายใจ หนักใจกับเรื่องที่ตนกำลังเผชิญทำไมพ่อถึงไม่ยอมเลิกราในการบงการชีวิตเขาเมื่อไหร่จะปล่อยให้เขามีความสุขสงบส่วนตัวบ้าง
ชีวิตของเขาเฝ้าแต่ถามว่าทำไมมาตลอด ตั้งแต่แม่จากไป ก็เฝ้าถามว่าทำไมพ่อต้องทำแบบนั้นทำไมพ่อถึงได้มองดูแม่จากไปอย่างไม่รู้สึกอะไรแล้วเวลานี้พ่อก็กำลังจะทำให้ลูกชายของเขาขาดแม่ไปอีก ความทรมานจากการสูญเสียแม่ไปมันเจ็บปวดยากจะรับไหวไทม์อายุแค่นี้หากต้องเสียผู้ให้กำเนิดซึ่งเลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออกลูกชายคงหัวใจร้าวรานแหลกสลาย เพราะขนาดเขาในตอนนั้นก็แทบจะหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือดกับการสูญเสียมารดาที่รักยิ่ง
บางที เขาจำเป็นต้องตัดสินใจทำบางอย่าง การสูญเสียเพื่อนคนสำคัญหรือคนในครอบครัว ล้วนแล้วแต่สร้างความทรมานให้กับปรางค์ปรียาทั้งนั้นเขาไม่อยากเห็นเธอต้องเจ็บปวดเพราะเขาเป็นสาเหตุอีก อย่างไรเพื่อนของปรางค์ต้องรอด
“ตกลงมาติชกลับฝรั่งเศสซะ แล้วพาตัวพินอาภามาด้วย อย่าให้ลูกัสมันรู้ก็แล้วกันเราอาจจะยังพอถ่วงเวลามันไว้ได้!”
“ครับนาย”
สายถูกตัดไปแล้ว... แต่ใจเขากลับเต้นตุบๆ ไปด้วยความกังวลและรู้สึกไม่ไว้ใจอะไรเลยเขาอยากอยู่แบบนี้ให้นานเท่าที่จะทำได้ ร่างสูงใหญ่หันไปมองภายในบ้านมันไม่ใหญ่โตแต่แสนอบอุ่น ภาพลูกหัวเราะ และภาพเธอกำลังป้อนอาหารให้ลูกยิ่งทำให้เขาสะเทือนใจ
เทราซ่าเหลือบมองหลานชาย เมื่อเห็นแววตาหม่นเศร้ายิ่งทำให้เธอกังวลเมื่อไหร่หนอหลานของเธอจะมีความสุขจริงๆ เสียทีร่างสูงใหญ่ฝืนยิ้มเดินเข้ามาในตัวบ้าน นั่งลงข้างหญิงสาว เธอหันมาทางเขา อ้ำอึ้งอยู่นานถึงได้เอ่ยปากออกมา
“จะทานอะไรหรือเปล่าคะ เดี๋ยวปรางค์จะไปเตรียมให้”
“อยากทานข้าวต้มฝีมือเมียมีไหมครับ?” ชายหนุ่มแสร้งเย้าแล้วยิ้มกว้าง
ใบหน้าเรียวสวยแดงซ่านขึ้นมา ไทม์ยิ้มระรื่นแล้วกระโจนขึ้นนั่งตักบิดาลุคส์เลยก้มลงจุมพิตแก้มอิ่มของลูกแทนความหมั่นเขี้ยว
เทเรซ่ามองภาพนั้นแล้วยิ้มอ่อนโยนปลีกตัวออกมาให้พ่อลูกได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเดินมาถึงครัวเพื่อช่วยหลานสะใภ้ทำอาหารแทน เห็นแม่ครัวจำเป็นกำลังงกๆ เงินๆหาของในตู้เย็นเลยรีบเข้าช่วย
“หาอะไรจ๊ะ?”
“หากุ้งค่ะน้าเทเรซ่า”หญิงสาวตอบพลางหลบสายตา
เทเรซ่าค้นตู้เย็นหยิบกุ้งออกมาให้ แล้วยืนมองใบหน้าเรียวสวยแล้วพินิจพิจารณาอยู่นานจนคนที่ยืนทำอาหารแทบทำอะไรไม่ถูก
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” คนถูกมองถามด้วยความรู้สึกขัดเขิน
“หนูปรางค์อย่าทิ้งหลานน้าไปเลยนะถือว่าน้าขอร้อง...”
มือกำลังหันผักอยู่ชะงักลง ปรางค์ปรียาหันมาสบตา พูดไม่ออกเมื่อเห็นดวงตาของเทเรซ่าเรื่อไปด้วยน้ำตาแล้วจะให้เธอทำเช่นไร เธอไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“หมายความว่ายังไงคะ ฉันไม่เข้าใจ” หญิงสาวย้อนถาม อยากรู้แน่ชัดว่าเหตุใดเธอถึงต้องย้อนกลับมาที่ฝรั่งเศสอีกครั้งและใครคือคนร้ายอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้
“ลุคส์... น่าสงสารมากนะหนูปรางค์”
คนพูดน้ำตาไหลรินออกมาไม่ขาดเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดของหลานชายปรางค์ปรียาเงียบกริบ หลายอย่างมันรวดเร็วจนแทบตั้งรับไม่ทันจนถึงตอนนี้เธอเองก็ยังสับสนในหลายเรื่อง
“ขอโทษนะคะน้าเทเรซ่า...ปรางค์แค่ไม่เข้าใจว่าคนที่มีพร้อมทุกอย่างอย่างเขา จะน่าสงสารยังไง”
“แต่ทุกอย่างที่ลุคส์ได้มา... มันต้องแลกกับชีวิตของแม่ตัวเองนะหนูปรางค์”
หญิงสาวนิ่งงันไปชั่วครู่กับสิ่งที่ได้ยิน จ้องมองเทเรซ่าแววตาหม่นลงแลกด้วยชีวิตแม่งั้นเหรอ ไม่อยากคิดเลยว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหน
“คือ...” พูดไม่ออก เพราะมันจุกแน่นในอก
“มาเรีย... คือชื่อแม่ของลุคส์ เธอเป็นพี่สาวของน้าเอง” เทเรซ่าบอกแล้วยิ้มบางๆ หญิงสาวพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจเรื่องราวในอดีตจึงเปิดเผยออกมาต่อ
เทเรซ่านึกถึงเรื่องราวในอดีต โศกนาฏกรรมที่สร้างความปวดร้าวให้กับลุคส์มาอย่างยาวนานในวันหิมะโปรยปราย มีเพียงเธอเท่านั้นที่เห็นภาพนั้นกับตาเมื่อพี่สาวของเธอถูกร่างสูงใหญ่ฉุดกระชากเพื่อมาพูดคุยเรื่องราวส่วนตัว เพราะเมแกนกำลังสงสัยว่ามาเรียกำลังนอกใจร่างบางถูกผลักไสจนล้มลงไปกองกับพื้นหน้าคฤหาสน์โดยที่มีปืนจออยู่ตรงหน้าตนเอง
ความเจ็บปวดที่มาเรียได้รับมาตลอดจากการต้องตกเป็นเมียของเมแกน ทำให้เธอตีตัวออกห่างและหวังจะเลี้ยงลูกให้เติบโตมาเพียงคนเดียวเท่านั้นเธอถูกตามรังควานจากบรรดาเมียเล็กเมียใหญ่รอบด้าน เพราะเธอให้กำเนิดบุตรชายที่ฉลาดหลักแหลมลุคส์จึงถูกหมายหัวและถูกทำร้ายเสมอมา เมแกนไม่เคยปกป้องเธอและลูก เขาปล่อยให้บรรดาเมียและลูกต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงทรัพย์สมบัติอันมหาศาล
ปัง!
เสียงปืนนัดนั้นดังขึ้นมันมาจากปากกระบอกปืนของเมแกน แต่...มีผู้หญิงอีกคนที่ลั่นไกออกมาโดยการแย่งปืนจากมือเขาเมแกนนิ่งงันในขณะที่ร่างของมาเรียฟุบลงกับพื้น เลือดสีแดงสดไหลนองจนหิมะเป็นสีแดงฉาน
“แม่!”
เธอได้ยินเสียงตะโกนลั่น พร้อมกับร่างสูงใหญ่วิ่งมากอดร่างของแม่ไว้แน่น สะอื้นออกมาอย่างหนักสายตาของเขาจ้องมองบิดาตนเอง และผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลังกับชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวจดจ้องจดจำฝังความแค้นของตนเองไว้กับคนพวกนั้น และบิดาของตนเองซึ่งยืนถือปืนที่ประหัตประหารชีวิตแม่ของเขาไว้ในมือ
จะกลับมาแก้แค้น...และวันนั้นเลือดสีแดงสดจะหลั่งไหลออกมาด้วยน้ำมือของเขา ความพินาศ เขาจะสร้างมันให้กับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของแม่
คำพูดที่พลั่งพรูออกมาจากปากของเทเรซ่า ทำให้หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออกเธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงได้โหดร้าย ใจร้ายนัก
“น้าแค่อยากให้หนูอยู่กับหลานน้าไปนานๆ ขอร้องละหนูปรางค์ เห็นใจหลานน้าหน่อยนะ”เทเรซ่าพยายามขอร้อง
“คือ... ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเขาแล้วล่ะค่ะ”หญิงสาวพยายามตอบเลี่ยง
มือบางถูกรั้งมากุมไว้ เทเรซ่าน้ำตาอาบแก้ม สบตาหญิงสาวอย่างอ้อนวอน
“ลุคส์รักหนูน้าดูออก และน้าก็เชื่อว่าหลานน้าจะไม่ทำให้หนูเสียใจอีกแล้ว”
คนฟังยิ้มรับกับคำพูด แต่เธอเองไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นเช่นนั้นหรือเปล่าหวังว่าเขาคงไม่ทำให้เธอต้องเสียใจหรือเจ็บปวดอีก
ข้าวต้มกุ้งส่งควันหอมกรุ่นถูกยกออกมาจากครัว หญิงสาววางมันลงตรงหน้าเขา ลุคส์หันมายิ้มให้แล้วจัดการข้าวต้มตรงหน้าจนเกลี้ยง
“อร่อยไหมลุคส์”เทเรซ่าถามหลาน
“อร่อยสิครับ ถ้าไม่อร่อยผมไม่ฟาดจนเรียบหรอก”
คนถูกชมหน้าแดง แสร้งมองทางอื่น เวลานี้เขาคงไม่จำเป็นต้องแข็งกระด้างใส่เธออีกต่อไปแล้ว ขอทำดีกับเธอและ อยู่ร่วมกันแบบครอบครัวจนกว่าจะถึงเวลาที่เขากับพ่อต้องเปิดสงครามกัน ต่อให้เขาต้องแลกด้วยชีวิต ก็จะปกป้องเธอและลูกไว้ให้ได้