ในยามรุ่งเช้าของวันใหม่ เว่ยเซี่ยตื่นนอนขึ้นมาด้วยท่าทางสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ถึงแม้นว่าเมื่อคืนมันจะเสียเหงื่อกับเสียน้ำบางส่วนในร่างกายไปเพราะทำเื่บนเตียงกับ อาจู สาวใช้คนสวย แต่ที่น่า แปลกก็คือเว่ยเซี่ยไม่พบร่างของเมียสาวในอ้อมอก หรืออ้อมแขน เว่ยเซี่ยใมากก่อนจะผุดลุกขึ้นมานั่งบนเตียง มันกวาดตามองไปรอบห้องก็มิเห็นวี่แววของ อาจูเลยแม้แต่น้อย ข้าวของ สัมภาระของนางก็หายไปจนหมด ก่อนที่หางตาของเว่ยเซี่ยจะเหลือบมาเห็นเข้ากับกระดาษอะไรสักอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะ มันจึงลุกขึ้นไปหยิบมาอ่าน ก่อนจะพบว่าเป็จดหมายบอกลาของอาจูมีใจความดังนี้..
เรียนคุณชายเว่ยเซี่ย อาจูต้องขออภัยด้วยที่จากไปโดยมิได้กล่าวลา ข้าไม่อยากปลุกท่านให้ตื่น เพราะเกรงว่าหากคุณชายตื่น ข้าจะมิอาจตัดใจจากไป เื่ของเราทั้งคู่เมื่อข้าประทับใจมาก แต่ข้าคงไม่สามารถร่วมเดินทางไปกับท่านได้ ข้ายังมีบิดา มารดาผู้แก่เฒ่าที่ต้องกลับไปปรนนิบัติในฐานะของบุตรสาว อาล่าช้าขอบใจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณชายมอบให้ ข้าจะมิมีวันลืมท่านตราบจนชั่วชีวิตจะหาไม่
ขอให้คุณชายได้พบเจอกับหญิงสาวที่คู่ควรในสักวัน ลาก่อน..
อาจู
พอเว่ยเซี่ยอ่านจดหมายบอกลาของอาจูจมใบหน้าของมันก็พลันเปลี่ยนเป็เศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด นางคงเป็ห่วงบิดา มารดาของนางจริงถึงได้จากไปโดยไม่ร่ำลา อันที่จริงหากรออีกสักวันสองวัน จนฟางเหนียงมารดาของมันกลับมา เว่ยเซี่ยก็จะอาสาพานางไปส่งที่บ้านเกิดด้วยตนเอง แต่ก็มิทันเสียแล้ว ครั้นจะไล่ตามหานางก็เป็ไปไม่ได้ ปานนี้อาจูน่าจะไปไกลแล้ว แถมบ้านเกิดนางอยู่แห่งใดมันเองก็มิได้ถามไถ่เอาไว้เสียด้วย ก็คงต้องปล่อยให้เป็เื่ของฟ้าดินกำหนด หากมันกับนางมีวาสนาต่อกันจริง สักวันก็คงได้มาพบกันสักวัน
เว่ยเซี่ยได้แต่นั่งถอดทอนหายใจ พลางคิดถึงบทรักอันแสนมีความสุขกับอาจูเมื่อคืนที่ผ่านมา อันที่จริงมันสามารถอยู่กินกับนางฉันผัวเมียได้เลย มันเองก็ไม่อยากถูกตราหน้าว่า ได้นางแล้วก็ทิ้งขว้าง ทำแบบนั้นมันคงจะไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่ถึงคิดไปก็เท่านั้น อาจูจากมันไปไกลแสนไกลเรียบร้อยแล้ว..
หลังจากนั้นเว่ยเซี่ยก็นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในห้อง มันก็ไม่กล้าออกไปภายนอกเหมือนกันเพราะปานนี้ เศรษฐีเหลยอู่บิดาของเหลยฟงคงรู้ตัวแล้วว่า อาจูหายไปพร้อมกับตัวมัน มันคงจะส่งคนออกมาค้นหาทั่วทั้งเมืองเป็แน่ เว่ยเซี่ยเองมีวรยุทธ์คนพวกนั้นคงทำอะไรมันมิได้ แต่ยังไงเสียพวกมันก็เป็คนของเหลยฟงเช่นกัน เว่ยเซี่ยก็ไม่อยากทำให้สหายรักเดือดร้อน มันขอรอมารดาอยู่ในห้องจะดีกว่า
จากนั้นวันเวลาก็ผ่านอย่างรวดเร็วจนถึงวันที่ฟางเหนียงจะต้องกลับมาที่โรงเตี๊ยมตามที่ได้นัดหมายเอาไว้กับเว่ยเซี่ย แต่มันรออยู่ทั้งวันก็ยังมิมีวี่แววว่านางจะกลับมา "เกิดอันใดขึ้นยามนี้ท่านแม่น่ากลับมาได้แล้วนี่? " เว่ยเซี่ยคิดในใจก่อนจะรอที่โรงเตี๊ยมต่ออีกสักหนึ่งวัน บางทีนางอาจเดินทางล่าช้าก็เป็ได้ แต่ทว่า…เมื่อผ่านไปอีกหนึ่งวันฟางเหนียงก็ยังไม่กลับมาอยู่ดี ครานี้เว่ยเซี่ยใ และร้อนใจเป็อย่างมาก มันจะต้องเกิดเหตุบางอย่างที่ไม่ดีขึ้นกับมารดาของมันเป็แน่ เว่ยเซี่ยตัดสินใจออกจากโรงเตี๊ยมและหาทางไปยังสำนักสตรีหยก์ทันที เพราะที่แห่งนั้นเป็ที่สุดท้ายที่มารดาของมันมุ่งหน้าไป
เว่ยเซี่ยเร่งเดินทางออกนอกเมืองก่อนจะมุ่งหน้าไปยังทิศประจิม มันลองสอบถามจากคนในโรงเตี๊ยมมาแล้ว ไม่มีใครยืนยันถึงสถานที่ตั้งของสำนักสตรีหยกแห่งนั้นได้อย่างชัดเจน มีเพียงแต่เสียงเล่าลือกันว่าอยู่ทางทิศประจิมเท่านั้น เว่ยเซี่ยเดินทางรอนแรมโดยไม่พัก จนกระทั่งถึงยามราตรีสงัด ที่มีหิมะตกหนัก มันจึงไปต่อมิได้ แต่เว่ยเซี่ยก็ยังโชคดีที่ดันได้มาพบเข้ากับวัดร้างเก่าผุพังแห่งหนึ่ง มันจึงคิดที่จะเข้าไปหลบความหนาวภายในสักคืน และพอรุ่งเช้าก็จะออกเดินทางต่อ ทว่า…พอมันก้าวย่างเข้ามาในอาณาเขตของวัด หูของเว่ยเซี่ยก็ได้ยินเข้ากับเสียงใครบางคนกำลังสนทนากันอยู่ แถมเสียงเหล่าฟังดูไม่ดีเอาเสียเลย
หนึ่งเป็เสียงของหญิงสาวที่กำลังเอะอะโวยวายด่าทออย่างหัวเสีย ส่วนอีกสองเสียงเป็เสียงหัวร่อที่ฟังดูน่าเกลียด แถมมันยังพูดจาอุบาทว์หู ด้วยถ้อยคำลามก หยาบโลน "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่สาวน้อยคนงาม อย่าคิดขัดขืนพวกข้าอีกเลย เ้าโดนอาวุธลับของข้าเข้าไปแล้ว ยิ่งออกแรงก็จะยิ่งทรมาน สู้เก็บแรงไว้สนุกกับพวกข้าจะดีกว่า ใบหน้า กับรูปร่างของเ้าช่างงดงามยิ่งนัก และหญิงสาวที่หลบอยู่ด้านหลังของเ้านั้นกลับงามยิ่งกว่า นี่พวกข้าสองพี่น้องโชคดีอะไรเช่นนี้ กะจะเข้ามาหลบหิมะ แต่ดันมาเจอนางฟ้านาง์ เป็ของแถม ได้หายหนาวกันแน่ ๆล่ะคืนนี้ว่าไหมเ้าน้องเล็ก"
"จริงของพี่ใหญ่ ข้าเองก็อดอยากปากแห้งมานาน พวกสาว ๆ ในหอนางโลมเมืองที่แล้ว ล้วนแต่มีหน้าตาอัปลักษณ์พาลเห็นแล้วก็หมดอารมณ์ มันต้องงามหยดย้อยแบบนี้สิถึงจะถูกใจข้าเป็ที่สุด ข้าขอจองนังผู้หญิงคนหลังนะท่านพี่ ข้ารู้ว่าท่านชอบแบบนังคนข้างหน้าเพราะมันพยศดี"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าช่างรู้ใจพี่ดีแท้มิเสียแรงที่เราเป็พี่น้องกัน แต่เ้าก็สนใจนังคนข้างหน้าอยู่เหมือนกันใช่หรือไม่ เช่นนั้นเอาแบบนี้ พอเราเสร็จจากอีกคนก็มาแลกเปลี่ยนสลับตัวกัน เ้าคิดเห็นเป็เช่นไร"
"พี่ใหญ่เองก็ช่างรู้ใจข้าเหมือนกัน แต่มันจะดีรึ ข้าเกรงว่า พอนางเจอกระบองท่อนใหญ่ของท่านเสียบยัดเข้าไป รูสวาทนางคงกลวงโบ๋จนข้าใช้งานต่อไม่ได้นี่สิ"
"เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้ ของข้ามันขนาดไม่เหมือนมนุษย์มนาเสียด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า" พวกมันสองคนต่างสนทนากันด้วยถ้อยคำลามก หยาบคาย และมีเจตนาอย่างชัดเจนว่าจะข่มเหงสตรีน้อยทั้งสองนาง แท้จริงพวกมันทั้งคู่คือ โจรปล้นสวาทสองพี่น้องผู้มีชื่อเสียงแห่งหุบเขาร้อยราคะ มันทั้งสองบังเอิญผ่านทางมาแถวนี้ ก่อนจะเจอเข้ากับพายุหิมะจึงได้รีบเข้ามาหลบในวัดก่อนจะได้พบกับหญิงสาวทั้งสองที่กำลังนั่งผิงไฟอยู่ พอสายตาของเ้าโจรคนพี่เห็นพวกนาง ตัณหาราคะของมันก็บังเกิดอย่างรวดเร็ว
แถมมันยันเห็นด้วยว่าหนึ่งในพวกนางพกกระบี่ ยอมต้องมีวรยุทธ์ติดต่อเป็แน่ เ้าโจรคนพี่จึงชิงลงมือก่อน ด้วยการซัดอาวุธลับเข้าใส่ที่จุดสำคัญจนนางาเ็ ก่อนจะเผยธาตุแท้ออกมาว่ามันประสงค์สิ่งใด
"อย่าเข้ามาใกล้พวกเราเด็ดขาด เ้าพวกโจรสวะชั้นต่ำ เดี๋ยวจะหาว่าข้าใจร้ายมิได้นะ.." หญิงสาวคนหน้าแค่นเสียงพูดด้วยแววตาโกรธเกรี้ยวนางกระชับกระบี่ในมือเตรียมพร้อมต่อสู้ แต่ยามนี้ใครมองดูก็รู้ว่ามือนางสั่นระริก หาใช่สั่นเพราะกลัว แต่สั่นเพราะความเ็ปจากการโดนลอบทำร้าย "เห็นหรือไม่พี่ใหญ่ ขนาดนางาเ็เจียนตายก็ยังมีสายตาไม่ยอมแพ้ แล้วท่านลองคิดดูว่าในยามที่นางกำลังทำเื่อื่นบนเตียงนางจะดุเดือดสักแค่ไหน" เ้าโจรล่าสวาทคนน้องกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่น่าเกลียดบนใบหน้า
"จริงของเ้าน้องเล็ก แบบนี้ถูกใจข้ายิ่งนัก ส่วนใหญ่หญิงสาวที่ข้าข่มเหงมักจะทนอยู่ได้มานานก็ขาดใจตาย ข้าหาแบบนี้มานานแล้ว" เ้าโจรคนพี่กล่าวขึ้นมาบ้าง มันแลบลิ้นเลียริมฝีปาก อย่างน่าขยะแขยง แถมอีกมือที่ไม่ได้กุมดาบ ก็เลื่อนไปกุมตรงเป้ากางเกง
หญิงสาวทั้งคู่ถึงกับใบหน้าแดงก่ำด้วยความอาย หญิงสาวคนหน้ายังพออดทนไหว ผิดกับคนด้านหลังนางถึงกับรีบเอาสองมือมาปิดบังใบหน้าเพราะไม่กล้ามอง "เ้าไม่ต้องกลัวไป ข้าจะปกป้องเ้าเอง"
หญิงสาวคนหน้ากล่าวขึ้นพร้อมชักกระบี่ออกมาเตรียมต่อสู้ "เช่นนั้นก็อย่าเสียเวลาอีกเลยพี่ใหญ่ข้าเงี่ยนง่านจนทนไม่ไหวอีกแล้ว ยิ่งเห็นท่าทางเขินอายของนังคนข้างหลัง ก็รู้ได้ทันทีว่านางคงเป็สาวพรหมจรรย์ไม่เคยโดนผู้ชายแตะเนื้อต้องตัวมาก่อน แค่คิดว่าข้าจะได้เป็ผัวนาง คนแรก ไอ้หนูของข้าก็ร้อนผ่าวจนแทบะเิ" พอกล่าวจบ พวกมันทั้งสองก็เดินเข้าไปหาหญิงสาวทั้งสองทันที แต่ในขณะนั้นเองเสียงของใครบางคนก็ร้องดังขึ้น
"หยุดนะ..!! ไอ้พวกโจรถ่อยบ้ากาม.."
เสียงนั้นทำให้คนทั้งสี่หันไปมองด้านหลังก่อนจะพบเข้ากับเด็กหนุ่มผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ เ้าโจรล่าสวาทคนพี่เลิกคิ้วด้วยความประหลาดก่อนจะเอ่ยถามมา ว่ามันเป็แล้ว มาแส่อะไรด้วย "เอ็งเป็ใครวะ ไอ้หนูมาเสือกอะไรเื่ของพวกข้า อยากตายนักรึไง รีบไสหัวไปไกล ๆ ถ้ายังไม่อยากเจ็บตัว" แต่ทว่าคำขู่ของมันก็มิได้ทำให้ เว่ยเซี่ยถอยห่างออกไปแม้แต่ก้าวเดียว "อุบ๊ะ!! ไอ้เด็กเวร แค่นจะเป็ผู้กล้างั้นรึ มันไม่รู้ซะแล้ว ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร" เ้าโจรล่าสวาทคนพี่พ่นลมฮึดฮัดออกมาทางจมูกด้วยความโมโหก่อนที่มันจะเดินปรี่เข้ามาหาเว่ยเซี่ยพร้อมกระบี่เล่มใหญ่ในมือที่สะท้อนแสงเงาวับ
พอมันมาประชิดตัว เ้าโจรล่าสวาทคนพี่ก็เงื้อดาบในมือฟาดฟันใส่เว่ยเซี่ย อย่างไร้ความปรานี รัศมีดาบที่ฟันออกมาเป็คลื่นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวพุ่งผ่านร่างของเว่ยเซี่ย อย่างรวดเร็ว หากเป็คนธรรมดาร่างของแยกออกไปเป็สองซีกไปเรียบร้อย แต่หาใช่กับเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ ร่างของมันเลือนหายไปอย่างรวดเร็วราวกับล่องหนได้ เ้าโจรล่าสวาทคนพี่ใมาก ก่อนที่เสียงของน้องชายมันจะะโขึ้นดังลั่น "พี่ใหญ่มันอยู่ข้างหลังท่าน..!!" แต่ทว่า…เสียงเตือนนั่นก็ช้าไปเสียแล้ว ยังมิทัน ที่เ้าโจรล่าสวาทคนพี่จะตั้งตัว หมัดหลายหมัดที่อัดแน่นไปด้วยกำลังภายในของเคล็ดวิชาเก้าเอ็นที่เว่ยเซี่ย ฝึกมาร่วมสองปี ก็พุ่งเข้าใส่ร่างของมันอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดัง ก่อนที่ร่างของมันจะกระเด็นออกไปนอกวิหาร และกระแทกเข้ากับกำแพงวัดเสียงดังโครม จากนั้น เ้าโจรล่าสวาทคนพี่ก็แน่นิ่งไป
เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงให้เ้าโจรล่าสวาทคนน้อง กับหญิงสาวทั้งสองเป็อย่างมาก "ไม่จริง เป็ไปไม่..ได้…" เ้าโจรล่าสวาทคนน้องถึงกับอ้าปากค้างมองตาแทบถลน ก่อนที่มันจะพุ่งออกไปดูอาการของพี่ชายมัน และสิ่งที่มันได้พบก็คือร่างไร้ิญญาของ เ้าโจรล่าสวาทคนพี่นั้นเอง "พี่ใหญ่ฟื้นสิ ท่านต้องไม่มาจบชีวิตง่าย ๆ แบบนี้ ไหนเราสัญญากันไว้แล้วไง ว่าจะข่มเหงผู้หญิงทั่วแผ่นดินให้ครบหนึ่งพันคน ท่านยังทำไม่สำเร็จเลย ตื่นขึ้นมาก่อนสิวะ" เ้าโจรล่าสวาทคนน้องร่ำร้องพร้อมเขย่าร่างของพี่ชายมัน แต่ก็ไร้ประโยชน์ เว่ยเซี่ยค่อย ๆ เดินออกมาจากวิหาร และมองทอดสายตามาที่เ้าโจรล่าสวาทคนน้อง มันช่างเป็แววตาที่น่ากลัวเสียเหลือเกินประหนึ่งั์มารก็ไม่ผิด แต่เ้าโจรล่าสวาทคนน้องก็เจ็บแค้นมากกว่า
"หน็อยแก…..ไอ้เด็กเวรแค้นนี้ข้าต้องมาคิดบัญชีกับเ้าสักวันแน่ ๆ ฝากไว้ก่อนเถอะ" เ้าโจรล่าสวาทคนร้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น ก่อนที่มันจะใช้วิชาตัวเบาะโพุ่งทะยานหายเข้าไปป่าท่ามกลางความมืดมิดของยามราตรี "จะมาเมื่อใดก็ย่อมได้ ข้าพร้อมรอเ้าเสมอไอ้โจรชั่ว" เว่ยเซี่ยกล่าวขึ้นอย่างแ่เบาก่อนที่มันจะเดินกลับเข้าไปในวิหารเพื่อพบกับสตรีทั้งสองนาง
จบบทที่ 30
บทต่อไป สำนักสตรีหยก์