ณ บริเวณแม่น้ำประจำเมืองหลวง แคว้นหลง ยามบ่ายที่อากาศเย็นสบายในฤดูใบไม้ผลิมีเหล่าดอกไม้หลากสีสันชูเชิดอวดโฉมตามข้างถนนและหย่อมหญ้าละลานตาตัดกับสิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมแบบโบราณตามสองข้างทางบนถนนเต็มไปด้วยร้านค้าและผู้คนสวนกันไปมาดูครื้นเครง ทำให้บรรยากาศของเมืองที่เต็มไปด้วยดอกไม้ช่วยเติมเต็มให้ดินแดนแห่งนี้งดงามดั่งสรวง์
บรรดาผู้คนต่างวัยแต่งกายสวยงามกำลังเดินกันขวักไขว่เที่ยวชมเทศกาลบุปผาแห่งฤดูใบไม้ผลิอย่างเบิกบาน
บนเรือน้อยรอยลำอยู่ในแม่น้ำกว้าง มีเหล่าบุปผาผู้งดงามได้รับเทียบเชิญจากวังหลวงนั่งเรือชมเทศกาลชมบุปผาแห่งฤดูใบไม่ผลิที่ทางวังหลวงได้จัดขึ้นกำลังนั่งสนทนายิ้มแย้มแจ่มใส สร้างความปรีดาแก่เหล่าบุรุษที่พบเห็นสาวงามรอบชายฝั่งแม่น้ำ
แต่ใน่แห่งความสุขนี้ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมีเรือบรรทุกสิ่งของขนาดเล็กลำหนึ่งเสียการควบคุมออกนอกเส้นทาง ทำให้เรือพุ่งชนเข้ากับเรือที่มีบุปผาผู้งดงามลำหนึ่งพลิกคว่ำจนคนบนเรือตกลงไปในน้ำสร้างความแตกตื่นทั่วบริเวณ ผู้ตกลงไปน้ำถูกเข้าช่วยเหลือขึ้นฝั่งอย่างเร่งด่วน
แม้จะมีการช่วยเหลือที่รวดเร็วเพียงใดก็ไม่สามารถควบคุมการสูญจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไปได้จนงานเทศกาลบุปผาแห่งฤดูใบไม้ผลิในปีนี้เป็ที่กล่าวขานสร้างความะเืขวัญแก่ผู้คน
ณ ห้องนอนภายในเรือนที่ดูธรรมดาหลังหนึ่งของจวนสกุลอวี่กลับมีการตกแต่งด้วยเครื่องเรือนสวยงามมีมูลค่า บ่งบอกถึงฐานะความสำคัญและความใส่ใจที่มีต่อผู้อาศัยในเรือนแห่งนี้
บนเตียงนุ่มมีหญิงสาวคนหนึ่งเริ่มขยับเคลื่อนไหวส่งเสียงครางพึมพำเบา ๆ ดังขึ้น จนทำให้บ่าวรับใช้ที่ทำความสะอาดอยู่ในห้องต้องหันไปมองหาที่มาของเสียงรอบห้องจนกระทั่งสายตาได้มาหยุดอยู่ที่คุณหนูรองผู้แสนบอบบางของจวนนี้นอนอยู่
“คุณหนู คุณหนูตื่นแล้ว” บ่าวรับใช้ร้องขึ้นมาอย่างใเมื่อเห็นว่าคุณหนูรองได้รู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว
“ตามคน ต้องไปตามคน” บ่าวรับใช้พึมพำเหมือนคนขาดสติก่อนส่งฝีเท้ารีบเร่งออกไป
สกุลอวี่ในยามนี้มีท่านราชครูอวี่จือิเป็ผู้นำสกุลอวี่เป็สกุลหนึ่งที่มีประวัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนานมารุ่นสู่รุ่น ท่านราชครูอวี่เป็ผู้มากความสามารถและเป็ที่เคารพนับถือแก่เหล่าผู้คนจำนวนมากทำหน้าที่อันทรงเกียรติเป็ผู้อบรมสั่งสอบเหล่าราชนิกุลและบุรุษชนชั้นสูง แม้ไร้อำนาจทางการปกครองแต่สกุลนี้กลับมีอำนาจต่อจิตใจ ไม่ฝักใฝ่เข้าร่วมการแย่งชิงอำนาจกับฝ่ายไหน แม้เดินทางไปที่ใดผู้คนก็ให้ความเกรงใจต่อพวกเขาหากจะกล่าววาจาสิ่งใดแม้แต่ยังต้องฮ่องเต้ของแคว้นยังต้องไว้หน้า
“ท่านพ่อบ้าน ท่านพ่อบ้านเ้าคะ”
บ่าวรีบร้องเรียกท่านพ่อบ้านที่กำลังเดินผ่านหน้าตรงทางแยกที่มุมทางเดินลั่นจวนจนทำให้ท่านครู อวี่ฮูหยินและคุณชายใหญ่ที่เดินอยู่ด้านหน้าต้องหยุดและหันมามองบ่าวรับใช้คนนี้ด้วยสายดุ
“เ้าเสียงดังเอะอะมีเื่อันใด อยากโดนลงโทษรึ”.
อวี่ฮูหยินรีบเอ็ดออกมาทันทีที่บ่าวมาถึงบ่าวรับใช้ที่เห็นเ้านายของจวนยืนอยู่ก็ใจนรีบขออภัยและแจ้งเื่สำคัญทันที
“บ่าวขออภัยเ้าค่ะ นายท่าน ฮูหยินคุณชายใหญ่เ้าคะ คุณหนูรองรู้สึกตัวแล้วเ้าค่ะ”
“อะไรนะ เ้าว่าอะไรนะ” อวี่ฮูหยินถามอีกครั้ง
“คุณหนูรองตื่นแล้วเ้าค่ะ”
“จริงหรือ”
“จริงเ้าค่ะ”
“ท่านพี่ ลูกหญิงฟื้นแล้ว”
เสียงฮูหยินดีใจท่าทางจะประครองตัวไม่อยู่จนท่านราชครูอวี่และบุตรชายรีบเข้ามาประครอง ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นเมื่อได้ยินคำรายงานต่างก็มีสีหน้าทั้งใและดีใจเหมือนกันจนไม่สนใจเื่มารยาทที่บ่าวะโเสียงเมื่อครู่ที่ผ่านมา
“ไม่เป็ไร ข้าไม่เป็ไร รีบไปหาซวนเอ๋อ เราไปหาซวนเอ๋อกันเถิดเ้าค่ะ”ก่อนที่คนทั้งหมดจะเปลี่ยนทางเดินไปเรือนอีหลัง ท่านราชครูหันมาสั่งบุตรชายเสียก่อน
“ป๋อเหวิน เ้ารีบออกไปตามท่านหมอมาโดยเร็ว”
“ขอรับ ท่านพ่อ”
ประตูเรือนนอนถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว โดยท่านราชครูและอวี่ฮูหยินรีบวิ่งมาภายในห้องแสงทะลุผ่านประตูเข้ามากระทบเข้าตาจนร่างบางบนเตียงต้องหลบหนี มือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นกุมศีรษะไว้
“ปวดหัว ข้าปวดหัว”
ผู้ที่พึ่งเข้ามาใหม่เห็นอาการหญิงสาวดินทุรนทุรายกุมศีรษะใรีบรุดมาที่เตียงนอนด้วยความตึงเครียดอวี่ฮูหยินนั่งบนเตียงด้านข้างพยายามจับมือน้อยออกด้วยความปวดใจ
“ซวนเอ๋อ ลูกแม่เป็เช่นนี้ได้อย่างไร” อวี่ฮูหยินมองบุตรสาวที่มีท่าทางเ็ปไม่หยุดเช่นนี้จนน้ำไหลด้วยความสงสาร
“ท่านเรียกข้าว่าอะไรนะ พวกท่านคือผู้ใดเกิดอะไรขึ้น”
ร่างบางหันกลับมามองบุคคลที่เข้ามาอยู่ชั่วครู่ แล้วถามกลับด้วนความงุนงงสงสัย
“ซวนเอ๋อ!” ท่านราชครูอวี่และอวี่ฮูหยินร้องอออกมาอย่างใในคำถามของบุตรสาวโดยเฉพาะอวี่ฮูหยินท่าทางเหมือนใจจะสลายออกไป
“ซวนเอ๋อเ้าคือบุตรสาวของพวกเราอย่างไรเล่า เ้าคืออวี่ซีซวน คุณหนูรองสกุลอวี่ บุตรีของท่านราชครูอวี่และข้าข้าเป็มารดาของเ้า เกิดอันใดขึ้นกับลูกกันท่านพี่”
“ข้าปวดหัวเหลือเกิน” ท่านราชครูอวี่และอวี่ฮูหยินมองบุตรสาวด้วยความกังวล
“พ่อบ้าน เ้าไปดูสิ ท่านหมอมาถึงหรือยัง” ราชครูอวี่รีบหันไปสั่งการพ่อบ้านแต่ก็มีเสียงแทรกเข้ามาเสียก่อน
“มาแล้วครับท่านพ่อ ท่านหมอมาถึงแล้ว”ท่านหมอเร่งฝีเท้าเดินเข้ามาพร้อมคุณชายใหญ่สกุลอวี่เข้ามาในห้อง
“ท่านหมอ ช่วยตรวจซวนเอ๋อที เมื่อครู่นางถามพวกข้าคือผู้ใด ถามสิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนนางจำอะไรมิได้เลย”
“งั้นหรือ ได้ ข้ารีบตรวจ” ท่านหมอรีบลงไปทำการตรวจร่างบางอย่างระเอียดถี่ถ้วนท่ามกลางความกังวลของคนสกุลอวี่
“จากข้าตรวจดูแล้ว คุณหนูรองอวี่ร่างกายมิมีปัญหาสิ่งใด จะเห็นเพียงแต่อาการปวดหัวหนักกับการเสียความทรงจำเท่านั้นที่เป็เช่นนี้เป็ผลมาจากที่นางจมลงไปน้ำและนอนไม่ได้สติเป็เวลานาน ส่งผลให้ความทรงจำของนางมีปัญหานางพึ่งฟื้นขึ้นมา ความคิด ความทรงจำอาจยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก”
“แล้วความทรงจำซวนเอ๋อจะกลับมาใช่หรือไม่ท่านหมอ”
“ข้านั้นเข้าใจความกังวลใจของพวกท่าน แต่เื่นี้ข้าก็ยังให้คำตอบที่มั่นใจแก่ท่านมิได้ พวกท่านให้นางได้พักผ่อน อาการของนางจะดีขึ้นส่วนความทรงจำนั้นหลังจากนี้คาดไม่นานก็จะกลับมา พรุ่งนี้ ข้าจะกลับมาดูนางอีกครั้งเดี๋ยวข้าจะจัดยาและให้คนนำมาให้ท่าน นางจะไม่เป็อันใด”
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านหมอ”
“ขอบคุณท่านหมอท่านพ่อบ้านไปส่งท่านหมอด้วย”
“ขอรับ นายท่าน”
อวี่ฮูหยินยังคงนั่งจับมือบุตรสาวที่หลับไปแล้วอย่างไปยอมปล่อยคนอื่นก็ยังอยู่ในห้องไม่ไหน
“กว่าสองสัปดาห์แล้วที่ซวนเอ๋อไม่ยอมตื่นเลย จนข้าใจไม่ดี นอนแต่ก็ไม่เคยสนิทนัก วันนี้แค่นางได้ตื่นขึ้นมาสำหรับข้าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ต่อนางให้ไม่มีความทรงจำแล้วก็ตาม”
“ท่านแม่ให้น้องหญิงได้ผักผ่อนก่อนดีไหมขอรับ ท่านหมอบอกว่าที่เป็เช่นนี้เพราะน้องพึ่งตื่นพวกเราควรให้นางได้พักผ่อนอีกสักหน่อยดีกว่านะขอรับ” อวี่ป๋อเหวินคุยกับมารดาน้ำเสียงอ่อนโยน
“ได้ ให้น้องเ้าได้พักผ่อน เลี่ยงเผิงเดี๋ยวฝากเ้าไปหาคนมาเฝ้าซวนเอ๋อที แล้วก็หาบ่าวที่คล่องแคล่วรู้ความมาให้เลือกที่เรือนสักหน่อยข้าต้องหาบ่าวรับใช้ติดตามคนใหม่ให้ซวนเอ๋อ”
“เ้าค่ะ ฮูหยิน”
เมื่อตอบรับคำของบุตรชายแล้ว อวี่ฮูหยินก็หันมาสั่งการบ่าวรับใช้ติดตามของตัวเองแต่สายตายังคงหันกลับไปมองบุตรสาวบนเตียงจากหน้าประตูไม่ไปไหน จนราชครูอวี่ต้องจับมือฮูหยินให้เดินตามออกไป
“ไปกันเถิด”
เสียงฝีเท้าคนทั้งหมดเดินออกไปแล้ว ดวงตางดงามแสร้งหลับตาอยู่เมื่อครู่ของหญิงสาวก็เปิดขึ้น
เธอยังคงได้รับความทรงจำของใครคนหนึ่งที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องรวมทั้งความรู้สึกนึกคิดด้วย
ทั้งหมดนี้เป็ของร่างนี้ใช่หรือไม่ทั้งที่ข้าควรตายไปแล้ว เหตุใดจึงเป็นี้ เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่
คำถาม ความคิดมากมายตีกันไปมาในหัวร่างบางอย่างหาเหตุผลพร้อมกับทบทวนความทรงจำที่ได้รับมา
ตอนนี้ ร่างที่ข้าอยู่คือ อวี่ซีซวน อายุ 16 หนาวบุตรีท่านราชครูอวี่จือิและฮูหยินเอกอันซูเหมยมีพี่น้องร่วมมารดาหนึ่งคน ชื่อ อวี่ป๋อเหวิน
คุณหนูรองอวี่ผู้นี้ได้รับเทียบเชิญไปเที่ยวเทศกาลชมบุปผาแห่งฤดูใบไม่ผลิวันนั้นเกิดอุบัติเหตุเรือบรรทุกของลำหนึ่งพุ่งชนเรือที่นางนั่งอยู่จนพลิกคว่ำตกลงไปในน้ำร่างนี้จมน้ำไปพร้อมกับบ่าวรับใช้ อู๋หลิง บ่าวของคุณหนูรองอวี่พยายามดันนางขึ้นมาเหนือน้ำแล้วทุกสิ่งก็ดับไป
แต่เดี๋ยวก่อน เทียบเชิญร่วมงาเทศกาลชมบุปผาแห่งฤดูใบไม่ผลิงั้นรึถ้าเช่นนั้นวันที่ร่างนี้เกิดเื่ก็วันเดี่ยวกับที่ข้าตาย งั้นแสดงว่าคุณหนูรองอวี่ตัวจริงได้จากไปพร้อมกับอู๋หลิงบ่าวรับใช้ั้แ่วันนั้นแล้วและข้า ลี่หลินหราน ก็มามาแทนที่นาง
ดังนั้น ์เมตตาข้าให้ได้กลับมาใช่หรือไม่ ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตามที่ข้าได้กลับมาข้าก็ขอขอบคุณท่าน
ั้แ่วันนี้ ข้าจะมิใช่พระชายาเอกลี่หลินหรานอีกต่อไป แต่ข้าคือคุณหนูรองสกุลอวี่ อวี่ซีซวนองค์ชายห้าหลงเหยียน ลี่อิ้งเย่ว พวกเ้ารอข้าเถิด
ข้าขอสัญญาว่า ข้าจะต้องตอบแทนพวกเ้าในสิ่งที่ติดค้างข้าไว้อย่างแน่นอน