-9-
#ลองเปิดใจคุยกันไหม?
“พี่ภู..บังเอิญจังเลยนะครับ” ผมได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
“มึงจงใจย้ายมาอยู่ข้างๆห้องกูเหรอ”ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงดัง
“เปล่าครับ พ่อกับแม่ผมเป็คนหาห้องให้ ผมก็พึ่งรู้เมื่อกี้ว่าพี่อยู่ห้องตรงข้ามผม”
“แล้วการที่เราเจอหน้ากันทำให้พี่ภูหงุดหงิดขนาดนี้เลยเหรอครับ..”
“ก็..กูไม่อยากอยู่ข้างๆห้องมึงไง”(ไอ้ภูเอ๊ยก็อยากตบปากตัวเองจริงๆ พูดออกไปได้ไง คิดอย่างพูดอย่างโครตสวนทางกัน)
“อ๋อครับ งั้นผมขอตัวเข้าห้องก่อนนะครับ” ผมยังคงยืนนิ่งหน้าห้องตะวันไปพักนึงเลย
@ผับเจ๊หมวยสุดซอย
[ภูผา]
ผับสุดซอยนี้เป็ผับที่วัยรุ่นนิยมมากันเยอะมาก โดยเฉพาะวัยรุ่นชายหญิงในมอ เรียกว่าเจอหน้ากันจนแทบจะจำได้ เจ๊หมวยเป็เ้าของผับเจ๊หมวยเป็สาวสองที่ใจดี ต้อนรับเก่งมาก ที่สำคัญจำเก่งมาก และผมเป็หนึ่งในนั้นที่เจ๊หมวยสนิทด้วย
ย้อนกลับไป่ปี 1 ผมเคยโดนวัยรุ่นกลุ่มนึงหาเื่ เป็วัยรุ่นที่คงจะเมาจากผับนี้ไป แล้วเจ๊หมวยเนี้ยมาเจอแล้วช่วยผมไว้ ั้แ่วันนั้นผมก็เรียกแกว่าเจ๊ๆ มาตลอด อาจเป็เพราะว่าเราคุยกันถูกคอด้วยเลยสนิทกันไว เวลามีอะไรปรึกษาแกได้เลย โดยเฉพาะเื่รักๆใคร่ๆ แต่มา่หลังๆผมไม่ค่อยได้มาคงห่างหายไป 3- 4 เดือนได้
“อร๊ายยยยยยยยลูกชายฉันมาๆ”เสียงเจ๊หมวยเ้าของผับโวยวายเสียงดังจนทำให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ต้องมองด้วยความสงสัย
“เจ๊เบาหน่อยๆ ผมยังไม่อยากดัง มาร้านเจ๊ทีไรผมดังทุกที”
“ก็เจ๊ดีใจอ่า ลมอะไรหอบมาย่ะ มีเมียลืมเจ๊แล้วหรอ”เจ๊รีบเดินเข้ามาหาผมแล้วกุมมือผมไว้ทั้งสองข้างที่แสดงถึงความดีใจ
“มงเมียอะไร ไม่มีๆ ขอเหมือนเดิมเลยนะเจ๊คอแห้งแล้ว”
“มาๆนั่งก่อน มาคุยกันเลยนะหายไปไหนมาซะนาน เอาเหมือนเดิมใช่ไหม แล้ว..วันนี้คุณชายคิวสายเปย์ไม่มาเหรอลูกชาย”
“อ่อออผมหนีมันมาส่องสาวครับ ฮ่าๆๆๆๆ”
“หือออ อุ้ยต๊ายตายไม่เนียนๆหรอกภูผา มีเื่กลุ้มใจอะไร บอกเจ๊มาด่วน ๆๆๆ”
“แหม่ รู้ทันผมตลอดอ่ะ” ผมบอกเจ๊ไปแล้วดื่มเบียร์ไปด้วย
“คือผมพูดไม่ดีใส่คนๆนึงไป แล้วผมไม่รู้จะง้อเขายังไงอะ”
“สวยมากเลยหรอย่ะ ทำภูของเจ๊เป็แบบนี้ได้”
“ก็..หล่อมากนะเจ๊แต่น้อยกว่าผมนิดนึง” ผมพูดเบาๆข้างหูเจ๊หมวย
“เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆลูกภู นี่มีใครหล่อกว่าเจ๊อีกเหรอเนี้ยๆ เล่ามาด่วนเลยเื่เป็ยังไงๆๆ”
“มันเป็น้องรหัสผมอ่ะเจ๊ ผมเล่าสั้นๆเลยนะ ผมพึ่งรู้ตัวว่าผมชอบมันอ่ะ แล้วมันดันเป็คนเดียวที่ผมเคยชอบตอนเด็ก ตอนนี้ผมสับสนไปหมดแล้วเนี้ย ผมชอบไปพูดไม่ดีใส่มัน แล้วผมคิดว่าตอนนี้มันคงโกรธผม แล้วผมไม่รู้ว่าจะต้องง้อยังไง “
“เอารูปมาดูหน้าตาหน่อยสิ”
“อ่ะเจ๊”ผมหยิบรูปใบเล็กออกมาจากหลังเคสโทรศัพท์แล้วยื่นส่งให้เจ๊หมวย
“ไอ้ลูกชาย แกเอารูปตอนเด็กมาให้ดู แล้วฉันจะรู้ไหมน่าตาแบบไหน!”
“อ้าวเจ๊โทษๆๆๆ ผมลืมมมม”
“รูปนี้ๆ"ผมยื่นโทรศัพท์ให้เจ๊หมวยดู ในภาพนั้นมีรูปผมยืนถ่ายคู่กับตะวันในวันจบค่ายสานสัมพันธ์ที่กาญจนบุรี ตาเจ๊หมวยตะลึงแวววาวทันที
“เจ๊ยอมเลย หล่อกว่าเจ๊อีก เจ๊ให้ผ่าน หล่อ ตี๋ น่ารักแบบนี้วันหลังชวนมาให้เจ๊ดูตัวเป็ๆบ้างนะๆๆ”
“รอให้ผมได้มันเป็แฟนก่อนนะเจ๊..”
“.......................”
“แต่ตอนนี้เจ๊ว่าแกเมาแล้วนะ”
“ผมไม่เมาครับเจ๊ผมยังไหว ยังไงคืนนี้ผมจะไม่ยอมเมาเด็ดขาด”
[ตะวัน]
“ครับแม่ วันอยู่หอได้ครับ แม่ไม่ต้องเป็ห่วงวันนะครับ”
“อย่านอนดึกนะครับคนดีของแม่ เเม่รักตะวันนะจ๊ะ”ปลายทางเ้าของเสียงนั่นคือแม่ และได้วางสายไปแล้ว แล้วจู่ๆมีเสียงโวยวายอยู่หน้าห้องซึ่งมีชื่อผมลางๆฟังไม่ค่อยชัดเท่าไร
“อื้ออ เปิดดิว่ะ ตะวันเปิดประ..ประตูวให้กูว เร็วๆเปิดออกมาเจอกูเดี๋ยวนี้” เสียงที่พูดออกมาโดยไม่เป็ภาษา ฟังชัดบ้างไม่ชัดบ้าง
เเอ๊ดดด
“พี่ภู ! ทำไมสภาพพี่เมาเละแบบนี้” ผมเอ่ยออกไปแล้วยื่นหน้าไปดมกลิ่นที่มีแต่กลิ่นแอลกอฮอร์
“กูขอโทษๆๆๆกูขอโทษมึงนะ”พี่ภูผาเอ่ยขอโทษผมจนยิ่งทำให้ใกว่าเดิมอีก
“พี่มาขอโทษผมทำไม”ผมตอบกลับไปงงๆ
“กูขอโทษที่พูดไม่ดีใส่มึง ทำตัวแย่ๆใส่มึง เป็พี่รหัสที่ดีให้มึงไม่ได้”
“ผมไม่เคยโกรธพี่ั้แ่เรารู้จักกันเลยครับ”ผมอึ้งกับประโยคที่ได้ยินเมื่อกี้
“มึงไม่เคยโกรธกูเลยเหรอ”
“อื้มม”
“กูง่วงอ่ะขอเข้าไปนอนห้องมึงได้ไหม” ผมรีบเปลี่ยนเื่แก้เขินทันที ในใจแอบยิ้มล่ะ
“ไม่ได้พี่ภู ห้องพี่เดินไป 1 ก้าวก็ถึงแล้วเนี้ย”ผมจับพี่ภูให้หันหน้าไปทางหน้าประตูห้องของตนเอง
“กุญแจหาย กูทำกุญแจห้องหายที่ร้าน”
“ห๊ะหายจริงเหรอครับ..”ผมบอกแล้วยิ้มออกมา
“กุญแจหายแล้วต้องยิ้มขนาดนี้ด้วยเหรอ”ผมบอกกับตะวันที่กำลังยืนยิ้มอยู่
“แล้วในมือที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่กุญแจเหรอครับ”ผมบอกพร้อมกับขำออกมาแล้วมือก็ชี้เล็งไปที่มือข้างขวาที่พี่ภูถือกุญแจไว้ผมยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่เลย จะขอเข้าห้องคนที่ตัวเองชอบแต่ทำไมไม่เนียนกว่านี้ว่ะ ผมเกาหัวแล้วหันกลับไปเพื่อที่จะเปิดไขกุญแจห้อง แต่หน้าผากดันไปชนเข้ากับประตูซะก่อน
“พี่ภู พี่เป็ไรมากไหมครับ”อีกฝ่ายรีบตรงเข้ามาประชิดใกล้ตัวผม แล้วยืนเขย่งดูที่หน้าผากแววตาของอีกฝ่ายดูห่วงใยผมมาก ถึงจะเป็แค่รอยแผลนูนเล็กๆบนหน้าผาก
“เข้าห้องกันครับ”
“มึงจะเข้าห้องกูเหรอ”
“ผมจะเข้าไปทำแผลให้พี่ไง พี่คิดอะไรของพี่อยู่”
******************
“ใหญ่จังครับ”
“ห่ะๆๆ มึงว่าอะไรนะตะวัน”ผมรีบหันไปหาเ้าของคำถามที่เอ่ยขึ้นมาด้วยคำห้วนๆ
“ห้องพี่ใหญ่จังครับ พี่ภูเป็ไรเนี้ยยย คิดอะไรนอกเหนือจากนี้เหรอครับบ”
“เปล่าๆกูเปล่า ไม่ได้คิดไรเลยนะ ไม่ได้คิดจริงๆ”
“บอกแค่เปล่า ผมก็เชื่อแล้วครับ”
“มึงนั่งรอกูที่โซฟาอ่ะ แต่ห้องกูไม่มียาเลยนะ”
“อ้าวทำไมพี่ไม่บอกผมั้แ่ทีแรก ผมจะได้เข้าห้องผมไปยาให้”
“กูลืมอ่ะ”
“งั้นเดี๋ยวผมไปยามาให้นะครับ” พี่ได้ภูจับแขนผมไว้
“ไม่ต้องๆ แค่มึงเป็ห่วงกูขนาดนี้กูก็ดีใจแล้ว”
“พี่หายเมาแล้วหรอครับ ” เป็ประโยคที่ทำผมสะดุ้ง
“คือกู...หลอกมึงอ่ะ”ผมเอ่ยในขณะที่มือผมยังจับแขนตะวันไม่ปล่อย กลัวว่าอีกฝ่ายจะโกรธจนหนีกลับห้อง
“พี่ภูวว! “ นี่พี่แกล้งผมหรอ ผมทำหน้ามุ้ยๆใส่อีกฝ่าย
“ถ้ากูไม่ทำแบบนี้กูก็ไม่รู้จะไปเอาความกล้ามาจากไหนแล้ว อย่าโกรธเลยนะ”
“พี่นี่มัน..จริงๆเลยอ่ะ” ผมชี้หน้าใส่พี่ภู
“พี่ขอโทษนะค้าบบบบบบตะวัน หายนะๆๆ”ผมเปลี่ยนจากจับแขนมาจับมือของตะวันทันที(พี่ภูแทนตัวเองว่าพี่แล้วทำไมผมรู้สึกเขินๆยังไงไม่รู้นะ)
“นี่พี่ภูฉวยโอกาสผมเหรอ”
“ก็พี่อยากให้หายโกรธ อยากให้หายตอนนี้เลยด้วย”
“นี่พี่บังคับผมเหรอ” ผมบอกแล้วแอบขำนิดๆ
“โอเคๆโอเคครับผมหายและ” ผมเผลอส่งยิ้มให้พี่ภูออกไป
“แต่ผมขอถามไรหน่อย ถ้าพี่ไม่ได้เมาจริงทำไมตัวพี่มีแต่กลิ่นแอลกอฮอร์อ่ะ”
“คือพี่เอาแอลกอฮอร์ราดเสื้อมาก่อนที่จะไปยืนเคาะประตูหน้าห้องตะวัน”
“ผมล่ะยอมใจพี่เลย “ ผมมองด้วยสายตาเชิดๆใส่
“ตะวัน”
“คะ.. ครับ”
“พี่มีเื่จะคุยกับเราอ่ะ เื่เราสองคน”
“ว่าไงครับ”
“จะว่าไรไหมถ้า..พี่จะบอกว่า..ต่อไปนี้พี่ขอดูแลตะวันได้ไหมครับ”
ผมอึ้งสิ่งที่พี่ภูพูดออกมา
“.......................”
“คือพี่..คือขอดูแลมากกว่าพี่รหัสหรือมากกว่าสถานะพี่น้อง”
“ได้ไหมครับ..”
“ในเมื่อสถานการณ์ของเราสองคนเป็แบบนี้ ผมก็มีเื่จะบอกพี่เหมือนกัน คือผมไม่ได้ชอบพี่แบบไอดอลไรแบบนั้นหรอกครับ ผมแอบชอบพี่มาตลอดแต่ผมต้องเลือกโกหกเพราะว่า..กลัวพี่หายไปจากชีวิตผม”
“งั้น...เราลองมาเปิดใจคุยกันไหม”พี่ภูเอ่ยขึ้นแล้วมองหน้าผมไม่ละสายตา และก็ยังกุมมือผมอยู่ไม่ปล่อยเหมือนกลัวว่าผมจะหายกลับไปห้องตัวเอง
“ตะวันตกลงตามที่พี่บอกไหม”
“ผม..ผมไม่คิดว่าจะมาถึงจุดๆนี้ผมพูดยังไม่จบประโยคมือหนาๆของพี่ภูก็ได้มาััที่ใบหน้าของผมแล้วพี่ภูก็ยื่นหน้ามาชิดเนื้อเเบนเนื้อที่ใบหน้า จมูกชนจมูกเลย แล้วสายตาพี่ภูตอนนี้ทำผมใจเต้นแรงมาก ผมไม่คิดว่ามันจะใกล้กันมากถึงขนาดนี้ ผมรอจังหวะให้อีกฝ่ายตอบตกลงเื่ที่พูดไปเมื่อกี้ และยังคงเอาหน้าแนนชิดติดกันอยู่..
“โอเครับ เราคุยกันก็ได้ครับ แต่ผมกลัวว่าจะทำอะไรไม่ถูกใจพี่ภู ผมกลัวพี่ผมจะโกรธผม”ทันทีที่ผมพูดจบประโยคก็โดนริมฝีปากหนาๆของพี่ภูมาแนบติดกับริมฝีปากล่างของผม ผมค่อยๆกระทำกับอีกฝ่ายลงอย่างช้าๆ และให้นิ่มนวลที่สุด แล้วก็ค่อยๆ ใช้ลิ้น เขยิบเข้าไปในปากของอีกฝ่ายจนกระทั่งลิ้นััโดนกัน..
“เอ่อ..พี่ภูผมกลับห้องก่อนนะครับ”ตะวันถอยห่างออกมาจสกตัวภูผา
“ตะวันคือ.. เมื่อกี้พะ.. พี่ขอโทษ”
“หืมม ครับ.. คือผมง่วงแล้วขอกลับไปนอนก่อนนะครับ ฝันดีครับ”ผมทำตัวไม่ถูกกับเหตุการณ์เมื่อกี้ มันก็เขินอยู่ไม่น้อย ผมเลยลุกแล้วเดินออกจากประตูแต่พี่ภูก็เดินตามออกมาแล้วเอ่ยคำสั้นๆมาจากด้านหลัง
“ตะวัน”
"....."
"ฝันดีนะครับ.. "
#PhuPhaTawan