บทที่ 10
ข้ากุมความลับ
กึกๆ
ยังไม่ทันได้หมุนตัวกลับไปนั่ง เสียงบานประตูดังรบกวนอีกครั้ง ในความคิดนางจะเป็ใครอื่นไปไม่ได้นอกจากสาวใช้คนสนิท ถีหลันขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์เดินกระแทกส้นเท้ามุ่งตรงไปยังกรอบประตู หวังชี้แจงให้สาวใช้เข้าใจเจตจำนงว่านางไม่้าให้ผู้ใดรบกวนอีก เปล่งเสียงเข้มหนึ่งระดับ
"ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า ว่าห้ามผู้ใดรบกวน"
[ดูท่าเสียงเสี่ยงน้อยผู้นี้จะพูดไม่รู้เื่]
พลั่ง! พลั่ก!
ขณะถีหลันตั้งท่าผลักบานประตู แรงมือจากด้านนอกก็ดันแผ่นไม้สวนทางกลับมาเช่นกัน ความคิดที่ว่าหลานเจ๋อเซียวจะแวะเวียนมาหานางย่อมไม่หลงเหลือในสมอง ทั้งที่กล่าวอย่างชัดเจนแล้วว่าจะไม่ข้องแวะกันอีกแต่หนนี้เขาเองเป็ฝ่ายแวะเวียนมาหานางก่อน ดวงตากลมโตของถีหลันเบิกโพลงยิ่งขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าถมึงทึงของฝ่ายตรงข้ามจดจ้องอย่างหยาบกระด้าง
ยามนี้ร่างบอบบางปลิวกระเด็นกลิ้งเกลือกพื้น! ต้องโทษเขาที่ออกแรงผลักบานประตูพร้อมกับนาง สตรีปวกเปียกเรี่ยวแรงน้อยนิดมีหรือจะสู้แรงมือเขาได้ ท้ายที่สุดประตูไม้แผ่นใหญ่พลิกมากระทบร่างนางรัวแรง ร่างอรชรงดงามเนื้อนุ่มนิ่มผิวขาวผุดผาดเ่าั้ที่ถูกพิษมีตุ่มปูดแดงเพิ่งจะหายขาด บัดนี้ต้องมาบังเกิดรอยฟกช้ำหลายแห่ง ถีหลันได้แต่เม้มปากขบฟันตำหนิร่างน้อยที่บอบบางเกินไป
ทว่าสิ่งที่ทำให้นางเจ็บใจไปมากกว่านั้น ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าไม่สะทกสะท้านกับอาการาเ็ของนางแม้แต่น้อย นี่นะหรือแม่ทัพมัจจุราชสมคำลือจริง ๆ แม้กระทั่งภรรยาตนเองยังไม่มีเมตตาเผื่อแผ่ให้ ยิ่งเขาไขว้แขนขัดหลังจ้องมองนางครู่หนึ่งด้วยแววตาจองหอง ยิ่งทำให้หญิงสาวหวนนึกครั้งที่ตนสิ้นใจตายคาปลายแทบเท้าเขา
"ยังจะนอนบนพื้นอีกนานหรือไม่... อย่าหวังว่าข้าจะประคองเ้า มารยาใดข้าล้วนรู้เท่าทันหมดแล้ว"
เ็าไร้ใจเกินจะสรรหาคำมาเปรียบเปรย นอกจากสายตาเย็นะเืคู่นั้น ร่างโปร่งราวเจ็ดฉื่อยังสาวเท้าเลยไปเฉยๆ และหยุดยวบตัวนั่งที่โต๊ะน้ำชาทำราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชาที่รินออกจากกาหอมกรุ่นกำลังดี หลานเจ๋อเพียงใช้ปลายนิ้วเรียวลูบวนปากถ้วยอย่างใจเย็น ก่อนจะพ่นลมอ่อนผ่านจะงอยปากไล่ไอร้อน แววตาสีรัตติกาลเหลือบมองช้า ๆ เป็ธรรมชาติ แล้วจึงเปล่งเสียงเรียบเฉยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
"ฮ่องเต้มีพระบัญชาให้ข้าตั้งรกรากอยู่ที่แผ่นดินนี้จนกว่าจะรวมนครแล้วเสร็จ ราตรีทั้งมืดและหนาวเส้นสายาาองค์ก่อนยังหลงเหลือเร้นกายทุกหย่อมหญ้า พระองค์วางใจส่งข้ากลับเมืองหลวงก่อนเวลาไม่ได้ ในเมื่อตกลงปลงใจจะเป็หลานเจ๋อฮูหยินย่อมต้องรับความลำบากเหล่านี้ให้ได้ เรือนหลังนี้ซอมซ่อเกินไป เตรียมตัวให้พร้อมประเดี๋ยวติดตามข้าไปเลือกจวน "
พูดจบประโยคก็พะเยิบตัวจากไปว่องไวไม่รอให้นางได้ออกความเห็นหรือกล่าวปฏิเสธใด ๆ ชายหนุ่มผลุกผลันออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ส่วนนางก็ไม่อยากมองเขาให้เสียลูกตาเช่นกัน ถีหลันโอดโอยใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มดันพื้นประคองร่างขึ้นยืนช้า ๆ ก่อนจะขมิบปากสาปแช่งผู้เป็สามีในใจแต่ไม่สาแก่ใจ นางจึงได้เปล่งเสียงชัดถ้อยชัดคำสาปส่งย้ำอีก
"เลือกได้อีกครั้งข้าไม่ขอแต่งกับเขาได้หรือไม่! สามีภรรยางั้นหรือ ฮึ! น่าขันนัก! วันใดวันหนึ่งข้าจะฆ่าเ้า"
แววตาสีหม่นเคียดแค้นจ้องมองใบหน้างามของตนผ่านคันฉ่องเคลือบทอง... อันที่จริงหลานเจ๋อเซียวไม่ได้จากไปไหนไกล เขาแง้มบานประตูปิดเสร็จแล้ว ยังคงยืนไขว้แขนขัดแผ่นหลังรอนางหน้าเรือน เพียงเพราะไม่อยากทนเห็นหน้าดวงนั้นของนางนานเกินไปจึงปลีกตัวออกมาผึ่งลมสุดท้ายในยามเหมันต์ เดิมทีก็แปลกใจยิ่งนักที่สามวันหลังแต่งงานนางไม่ออกจากเรือนมาก่อเื่ ไม่ตามจุ้นจ้านสอดส่องเขาอย่างที่ควรจะเป็
แค่สงสัยแต่ไม่คิดเอามาใส่ใจมากมายนัก เพราะเื่บ้านเมืองที่ต้องเร่งแก้ไขก็มีไม่น้อย กระทั่งคำพูดที่หลุดลอดผ่านบานประตูออกจากปากนางเมื่อครู่ ทำให้เขาไม่อาจอยู่เป็สุขหรือปล่อยผ่านได้อีกเช่นที่ผ่านมา หลานเจ๋อม้วนหัวคิ้วเข้าหากันส่ายศีรษะขับไล่ความฉงนจนผู้ที่มองไกล ๆ เกิดขัดตา จึงเดินเข้าหาหวังถามไถ่ผู้เป็นาย
"ท่านแม่ทัพ อาการกำเริบอีกแล้วหรือขอรับ"
'จิ้งปินตู' รองแม่ทัพเกราะดำ ขุนพลเครื่องราชขั้นสามประจำกองเหนือหน่วยแม่ทัพหลานงุดตัวเข้าหาพร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม เกือบทำผู้อื่นเสียเื่ ยังไม่ทันได้กล่าวประโยคต่อไปฝ่ามือหยาบกร้านนาบปิดปากลากดึงไปยังพุ่มไม้ข้าง ๆ ไม่ไกลจากเรือนนัก
"ถุยๆ ทั้งเค็มทั้งคาว ท่านแม่ทัพล้างมือบ้างหรือไม่ มิน่าล่ะคืนเข้าหอคุณหนูิถึงได้ทิ้งรอยนิ้วทั้งห้าไว้บนหน้าท่าน"
จิ้งปินปลดเปลื้องวาจาเย้าแหย่ไม่ไว้หน้าผู้เป็นายสักนิด ลูกน้องคนสนิทที่คอยตามจัดแจงราชการต่าง ๆ ให้ยันเื่ส่วนตัวย่อมรู้เห็นมากกว่าคนอื่นยืนอมยิ้มด้วยสีหน้าแปลกประหลาดประหนึ่งล้อเลียนใบหน้าเคร่งขรึมไม่สบอารมณ์ของแม่ทัพหลานเจ๋อผู้กระหายโลหิต ยามนี้แพ้พ่ายให้กับสตรีจอมมารน้อย
"ยิ้มอะไร!" หลานเจ๋อรู้สึกเสียหน้านักจึงเพิ่มโทนเสียงเข้มสามระดับถามห้วน
"ห่วงใยท่านแม่ทัพขอรับ" จิ้งปินรีบพูดจาประจบเอาใจ จากนั้นก็ประสานนิ้วมือยอบตัวยิ่งยวดโค้งคำนับ พิธีท่วงท่าเหล่านี้มองปราดเดียวก็ดูออกว่าเสแสร้งแกล้งทำ แต่เอาเถอะจิ้งปินตูเขาก็เป็เช่นนี้ ยามเล่นมักเล่นยามจริงจังก็พึ่งพาได้ไม่น้อย หลานเจ๋อจึงไม่อยากคิดถือสา
"เลิกทำตลบตะแลง แล้วว่าธุระของเ้ามา"
"มีเื่การศึกและราชสาส์นจากฝ่าาขอรับ" จิ้งปินหัวใสเล่เหลี่ยมแพรวพราว อย่างเขาไม่รู้จับฉลากได้ตำแหน่งรองแม่ทัพมาหรืออย่างไร ทั้งกะล่อน ปลิ้นปล้อน ยียวน ปากมันลิ้นลื่น ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเรียก อย่างเขาสมควรรับราชการกุนซือมากกว่ากระมัง กล่าวรายงานจบแล้วก็ตั้งท่าเตรียมวิ่งเผ่น ทว่าหลานเจ๋อเซียวรู้ทันหมับนิ้วทั้งห้ารั้งมวยผมดำขลับไว้แน่น ด้วยความที่ติดตามรับใช้กันมาเนิ่นนานยามลับตาผู้อื่นจึงเผยท่าทางเป็กันเองอย่างนี้ออกมาได้บ้าง
"อะโอ๊ย เจ็บขอรับท่านแม่ทัพ จิ้งปินผิดไปแล้วขอรับ" รองแม่ทัพจอมป่วนบิดหน้าเพราะปวดหนึบหนังศีรษะ ร้องขอความเห็นใจอย่างรู้ความ ต่างจากทีท่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนเมื่อครู่ราวพลิกฝ่ามือ
"ย้อนไปสิบวันก่อนที่ถีหลันะโบ่อ สืบให้แจ้งว่านางกระทำการใด ที่ไหน อย่างไร " ทีท่าเป็จริงเป็จังดุเสียงเข้มทำตาขวางไม่สมกับเป็แม่ทัพหลานเจ๋อผู้เ็าเอาเสียเลย
[ฉไหนฟื้นกลับมาหนนี้นางไม่เกี้ยวข้าแล้วเล่า?]
จิ้งปินจ้องมองใบหน้าตึงเครียดจึงไม่กล้าเย้าแหย่ให้ผู้เป็นายรำคาญใจไปมากกว่านี้ จากที่พินิจพิเคราะห์อย่างตั้งใจ บางทีท่านแม่ทัพหลานเจ๋ออาจจะตกหลุมรักคุณหนูิถีหลันนานแล้วเพียงแต่ไม่รู้ใจตัวเอง จึงเอาแต่แสดงพฤติกรรมหยาบกระด้างตอบแทนนางอยู่บ่อยๆ ขณะขบคิดอย่างตั้งใจอยู่นั้น จิ้งปินเหลือบหางตาพาดไปยังฝั่งประจิมเห็นเงาร่างบางปรากฏไม่รีรอเปล่งเสียงประจบเอาใจ
"คารวะหลานเจ๋อฮูหยินขอรับ" รองแม่ทัพจิ้งคลี่ยิ้มยียวนส่งให้แม่ทัพหลานผู้ขึงขังราวเปล่งเสียงพูดล้อเลียน
หลานเจ๋อเซียวกลัวว่าเ้าทหารรับใช้แซ่จิ้งผู้ไม่รู้จักอันใดถูกอันใดควรจะปากสว่างโพล่งวาจาที่เขาฝากฝังเมื่อครู่ให้นางได้ยิน ความที่กลัวความลับแพร่งพรายหลานเจ๋อจึงกระเถิบตัวเข้าใกล้จิ้งปินขบกรามกรอดๆกระซิบสั่งลูกน้อง "ไสหัวของเ้าไปซะ!"
"ข้ารอคำนี้มานานแล้วขอรับ" เป็หลานเจ๋อที่เสียรู้เขาอีกครั้ง ถีหลันมิได้มีใจใคร่รู้สงสัยอะไรเลยแม้แต่น้อย มีแต่หลานเจ๋อที่ตื่นตระหนกไปก่อนอย่างนั้น ส่วนจิ้งปินด้วยความที่รู้นิสัยใจคอท่านแม่ทัพหลานเป็อย่างดี ก็แสร้งสร้างท่าทีและคำพูดยียวนไปอย่างนั้น ยังไม่ได้อยากอายุสั้นเสียหน่อย เื่อะไรจะโง่แพร่งพรายความลับของผู้อื่น
"อ้อ! หลานเจ๋อฮูหยินอะไรนั่น เปลี่ยนกลับไปเรียกนางว่าคุณหนูิดังเดิมซะ หากได้ยินอีกข้าจะส่งเ้าไปรับใช้เหล่าคุณหนูคุณชาย!"
****
เริ่มสงสัยแล้ว ทำไมเมียไม่ตามเกี้ยว
วันนี้พี่หลานเจ๋อดูมีพิรุธ
ซื้ออีบุ้กที่Meb