การเดินทางจากหุบเขาไร้เงามายังเมือง "หลินอัน" เมืองท่าที่มั่งคั่งและเป็ฐานอำนาจของตระกูลเฉิง ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันสำหรับสตรีที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง เส้นทางที่นางเดินผ่านเต็มไปด้วยความทรงจำแห่งอดีต ทุกก้าวที่ก้าวออกจากหุบเขาคือการเข้าใกล้ความแค้นที่รอคอยมานานห้าปี
หลินชิงเหยาในคราบของ "เซี่ยอวี้" ก้าวเข้าสู่ประตูเมืองด้วยท่วงท่าที่ดูเหนื่อยล้าและบอบบางดุจกิ่งหลิวต้องลม การแสดงนี้ต้องใช้ความชำนาญสูง นางต้องควบคุมการเดิน การหายใจ และแม้แต่การกระพริบตาให้ดูเป็ธรรมชาติ ทุกท่าทางต้องสื่อถึงความอ่อนแอและความ้าความช่วยเหลือ
นางสวมชุดผ้าป่านสีซีดที่ดูสะอาดสะอ้านแต่เก่าคร่ำคร่า เสื้อผ้าเหล่านี้ถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถัน ต้องดูไม่ดีพอที่จะแสดงถึงฐานะที่ยากจน แต่ไม่เลวร้ายเกินไปจนดูน่าสงสาร ผ้าถูกซักจนซีดจาง แต่ยังคงความสะอาด แสดงให้เห็นว่าเ้าของเป็คนที่พยายามรักษาศักดิ์ศรีแม้ในความยากลำบาก
ใบหน้าของนางถูกแต่งแต้มให้ดูซีดเซียวเล็กน้อยเพื่อปกปิดความเปล่งปลั่งที่แท้จริง การแต่งหน้าแบบนี้ต้องใช้เทคนิคพิเศษที่แม่เฒ่าหงสอน ใช้ผงจากดอกไม้บางชนิดผสมกับน้ำมันเพื่อทำให้ผิวดูซีดลงเล็กน้อย แต่ยังคงความงดงามธรรมชาติ ไม่ให้ดูเหมือนป่วยหรือไม่แข็งแรง
ทว่าดวงตาคู่นั้นยังคงทอประกายลึกลับที่ยากจะมองข้าม แม้จะพยายามปกปิด แต่ความฉลาดและความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ในดวงตายังคงส่องประกายออกมา เป็ดวงตาที่เต็มไปด้วยเื่ราวและความลึกลับ ทำให้ผู้ที่มองเห็นรู้สึกอยากรู้อยากเห็น
เซี่ยอวี้ใช้พร์ "คันฉ่องเงา" ที่ได้รับการขัดเกลาจนถึงขีดสุด ศึกษาเส้นทางและพฤติกรรมของเป้าหมายแรกอย่างละเอียด การสังเกตการณ์นี้ต้องใช้ความอดทนและความละเอียดรอบคอบสูง นางต้องจำรายละเอียดทุกอย่าง ั้แ่เวลาที่เป้าหมายตื่นนอน ไปจนถึงสีหน้าที่เขาทำเมื่อพบเจอสิ่งที่ไม่พอใจ
"เฉิงจื่ออี้" คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเฉิง ผู้ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความมักมากในกามและนิสัยที่จองหองโอหัง เขาเป็ชายวัยสามสิบต้นๆ หน้าตาดีแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง มีรูปร่างที่แข็งแรงจากการฝึกศิลปะการต่อสู้ แต่ความแข็งแรงนั้นถูกทำลายด้วยการใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือยและการดื่มเหล้ามากเกินไป
เขาคือบุตรชายของหนึ่งในขุนนางชั่วที่ร่วมมือกันทำลายจวนเสนาบดีหลิน บิดาของเขาเป็หนึ่งในผู้วางแผนการทำลายครอบครัวของนาง และเขาเองก็ได้รับผลประโยชน์จากการตายของครอบครัวนาง ที่ดินส่วนหนึ่งของจวนเสนาบดีหลินถูกมอบให้แก่ตระกูลเฉิง และเขาก็ใช้ที่ดินนั้นสร้างสวนสำหรับความบันเทิงส่วนตัว
เซี่ยอวี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการจดจำจังหวะการควบม้า เส้นทางที่เขาชอบใช้เดินทางไปยังหอสุรา และแม้แต่กลิ่นอายที่เขามักจะลุ่มหลง การสังเกตการณ์นี้ทำให้นางรู้ว่าเขาเป็คนที่คาดเดาได้ง่าย มีกิจวัตรประจำวันที่แน่นอน และมีจุดอ่อนที่ชัดเจน
เขามักจะออกจากจวนในตอนสายเพื่อไปดูแลธุรกิจของครอบครัว แต่จะกลับมาในตอนบ่ายเพื่อพักผ่อน ตอนเย็นเขาจะออกไปหอสุราหรือสถานบันเทิงต่างๆ กลับมาดึกและมักจะเมาเหล้า วันหยุดเขาจะอยู่ในจวน เล่นกับสาวใช้หรือนางโลมที่เขาเก็บไว้
กลางตลาดที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เซี่ยอวี้จัดฉากการแสดงครั้งสำคัญ ตลาดแห่งนี้เป็จุดที่คนทุกชนชั้นมาพบกัน ั้แ่ขุนนางไปจนถึงคนงาน เป็สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการแสดงที่้าให้คนเห็นมากที่สุด เสียงโห่ร้องของพ่อค้า กลิ่นของอาหารและเครื่องเทศ และเสียงต่อรองราคาสร้างบรรยากาศที่คึกคัก
นางแสร้งเป็หญิงชาวบ้านผู้น่าสงสารที่กำลังถูกอันธพาลรับจ้างรังแกเพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าคุ้มครอง อันธพาลเหล่านี้เป็คนของตระกูลเฉิงเอง ที่นางได้ติดสินบนให้มาแสดงละครนี้ พวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็ส่วนหนึ่งของแผนการล้างแค้นที่ยิ่งใหญ่
"ไม่มีเงินก็อย่ามาขายของที่นี่!" อันธพาลคนหนึ่งะโเสียงดัง เสียงของเขาแสดงถึงความโกรธที่แสร้งทำ แต่ดูสมจริงพอที่จะหลอกผู้คนรอบข้าง
"จ่ายค่าคุ้มครองมาก่อน ไม่งั้นอย่าคิดจะขายของที่นี่!" อีกคนเสริม พลางเตะโอ่งน้ำที่วางอยู่ข้างๆ ให้แตกกระจาย เสียงแตกของเครื่องปั้นดินเผาดังแสงใสท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้นทันที
ผู้คนในตลาดเริ่มหยุดการซื้อขายและหันมาดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจและความไม่พอใจต่อการกระทำของอันธพาล บรรยากาศในตลาดเปลี่ยนจากความคึกคักเป็ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด
เซี่ยอวี้ร่วงตัวลงนั่งบนพื้นดิน ทำเป็สั่นกลัวจนตัวสั่นเทา น้ำตาไหลลงมาตามแก้มขาวผ่องอย่างต่อเนื่อง มือเล็กๆ ของนางกำเป็กำปั้นแน่น ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงความโกรธที่แท้จริงออกมา
"ขอโปรดอย่าทำลายของข้าเลย" นางอ้อนวอนด้วยเสียงที่แหบแห้งจากการร้องไห้ "นี่คือทุกอย่างที่ข้ามี ถ้าพวกท่านทำลาย ข้าจะไม่มีอะไรเหลือจริงๆ"
เสียงร้องไห้ที่แ่เบาแต่บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของนางดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างได้เป็อย่างดี การร้องไห้นี้ไม่ใช่การร้องไห้ธรรมดา มันเป็การร้องไห้ที่ผสมผสานระหว่างความเศร้าโศก ความหวาดกลัว และความสิ้นหวัง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบคั้น
ในจังหวะที่เสียงฝีเท้าม้าของเฉิงจื่ออี้ดังใกล้เข้ามา เซี่ยอวี้จงใจปล่อยกลิ่นกาย "บุปผาอาวรณ์" ในระดับความเข้มข้นที่พอเหมาะ การควบคุมกลิ่นนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง นางต้องเพิ่มอุณหภูมิร่างกายโดยการเร่งการไหลเวียนของเืในบริเวณที่เฉพาะเจาะจง ทำให้กลิ่นธรรมชาติของร่างกายแผ่ออกมาในระดับที่เหมาะสม
กลิ่นหอมจางๆ ที่แฝงไปด้วยความรัญจวนใจพุ่งเข้าปะทะประสาทััของจื่ออี้อย่างจังจนเขาต้องรั้งบังเหียนม้าให้หยุดลงทันที กลิ่นนี้ไม่เหมือนกลิ่นน้ำหอมธรรมดาที่เขาเคยได้กลิ่น มันเป็กลิ่นที่ลึกลับและดึงดูดใจ ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต
ม้าของเขาส่ายหางและกระดิกหูเมื่อได้กลิ่นนี้ แสดงให้เห็นว่าแม้แต่สัตว์ก็ยังรู้สึกถึงพลังพิเศษของกลิ่นบุปผาอาวรณ์ เฉิงจื่ออี้ลงจากหลังม้าอย่างรีบเร่ง เหมือนถูกแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานได้
จื่ออี้จ้องมองหญิงสาวที่นั่งทรุดตัวอยู่บนพื้นดินด้วยแววตาที่ลุกวาว ความงดงามที่ดูบอบบางดุจดอกไม้ป่าที่ถูกพายุพัดกระหน่ำทำให้เขารู้สึกถึงสัญชาตญาณความเป็เ้าของที่พุ่งพล่าน แม้ว่านางจะดูซีดเซียวและไม่ได้แต่งตัวอย่างดี แต่ความงามธรรมชาติที่แผ่ออกมาจากนางนั้นไม่อาจปกปิดได้
ผิวพรรณที่ขาวเนียนแม้จะดูซีดเซียว ใบหน้าที่สวยงามแม้จะเต็มไปด้วยน้ำตา และรูปร่างที่สมส่วนแม้จะซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าเก่าๆ ทุกอย่างเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกถึงความปรารถนาที่รุนแรง เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวที่ทำให้เขารู้สึกแบบนี้มาก่อน
"สตรีผู้นี้ข้าจะเอาไปเป็คนรับใช้ที่จวน!" เขาประกาศเสียงดังก้องตลาดพลางก้าวลงจากม้าอย่างสง่างาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจ เหมือนเป็การประกาศที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน
ผู้คนในตลาดเริ่มกระซิบกระซาบกัน บางคนรู้สึกโล่งใจที่หญิงสาวจะได้รับการช่วยเหลือ บางคนรู้สึกเป็ห่วงเพราะรู้จักนิสัยของเฉิงจื่ออี้ดี แต่ไม่มีใครกล้าออกมาคัดค้าน เพราะอำนาจและอิทธิพลของตระกูลเฉิงในเมืองนี้
เซี่ยอวี้แสร้งทำท่าหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา การแสดงนี้ต้องใช้ความชำนาญสูง นางต้องทำให้ดูสมจริงแต่ไม่เกินไปจนดูเป็การแสดง นางสั่นเครือพอประมาณ ไม่มากเกินไปจนดูเกินจริง แต่พอที่จะทำให้เห็นถึงความกลัวและความไม่แน่ใจ
นางก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนรอยยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มนี้เป็รอยยิ้มแห่งชัยชนะ เป็รอยยิ้มที่แสดงถึงความสำเร็จของแผนการที่วางไว้อย่างพิถีพิถัน แต่มันถูกซ่อนไว้อย่างดีใต้การแสดงของความกลัวและความไม่แน่ใจ
น้ำตาที่ไหลอาบแก้มขาวผ่องนั้นคืออาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดที่นางใช้ล่อลวงเหยื่อให้ติดกับ น้ำตาเหล่านี้ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเศร้าโศกจริง แต่เป็น้ำตาที่ถูกบีบออกมาด้วยเทคนิคพิเศษที่แม่เฒ่าหงสอน การทำให้น้ำตาไหลตาม้าเป็ศิลปะที่ต้องฝึกฝนมาอย่างยาวนาน
"คุณชาย... ได้โปรดเมตตาข้าน้อยด้วย" เซี่ยอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่ทว่าไพเราะดุจเสียงพิณที่ขาดสาย เสียงของนางมีคุณภาพพิเศษที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกอยากปกป้อง มันเป็เสียงที่ผสมผสานระหว่างความอ่อนแอและความงดงาม ทำให้ผู้ชายรู้สึกเหมือนเป็ฮีโร่ที่มาช่วยเหลือเ้าหญิงในความทุกข์
จื่ออี้ไม่รอช้า เขาคว้าข้อมือของนางขึ้นมาอย่างถือวิสาสะ การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงนิสัยที่เห็นแก่ตัวและไม่เคารพผู้หญิง เขาคิดว่าการที่เขาจะช่วยเหลือนางนั้นให้เขาสิทธิ์ในการััร่างกายของนางได้
ััที่นุ่มนวลกว่าสตรีใดที่เขาเคยพบเจอทำให้เขาแทบจะหยุดหายใจ ผิวของนางนุ่มเหมือนไหม เย็นเหมือนหยก และเรียบเนียนเหมือนน้ำแข็ง การที่นางแช่ตัวในน้ำมันบุปผาอาวรณ์มาหลายปีทำให้ผิวของนางมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากผู้หญิงทั่วไป
กลิ่นกายบุปผาอาวรณ์ที่เข้มข้นขึ้นในยามที่เขาเข้าใกล้ทำให้นิสัยมักมากของเขาทำงานอย่างเต็มที่ กลิ่นนี้กระตุ้นความปรารถนาทางเพศของเขาโดยตรง ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกไฟเผาจากภายใน เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แม้แต่นางโลมที่มีชื่อเสียงที่สุดในหอสุราก็ไม่เคยทำให้เขารู้สึกแบบนี้
เขาไม่สนว่านางเป็ใครมาจากไหน สิ่งเดียวที่เขารู้คือเขาต้องสตรีผู้นี้ให้ได้ ความปรารถนาที่รุนแรงนี้ทำให้เขาลืมความระมัดระวังและสติสัมปชัญญะ เขาไม่คิดว่าการที่หญิงสาวคนหนึ่งมาปรากฏตัวในเวลาที่เหมาะสมเพียงใดอาจจะเป็เื่บังเอิญที่มากเกินไป
"เ้าไม่ต้องกลัวอะไร" เขากล่าวด้วยเสียงที่พยายามจะฟังดูอ่อนโยน "ข้าจะดูแลเ้าเป็อย่างดี เ้าจะได้อยู่ในจวนที่สวยงาม มีอาหารดีๆ กิน และมีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่"
คำพูดเหล่านี้ฟังดูเหมือนการสัญญาที่ดี แต่ในความเป็จริงแล้วมันเป็การบอกเป็นัยว่านางจะกลายเป็ทรัพย์สินของเขา เขาไม่ได้ถามความ้าของนาง ไม่ได้ให้นางเลือก เขาเพียงแค่ตัดสินใจแทนนางเหมือนนางเป็ของที่เขาซื้อมา
ก้าวแรกของการเข้าสู่รังมัจจุราชสำเร็จลงอย่างง่ายดายเกินกว่าที่เซี่ยอวี้คาดคิดไว้ การวางแผนที่พิถีพิถันและการเตรียมการที่ละเอียดทำให้ทุกอย่างเป็ไปตามที่คาดหวัง เฉิงจื่ออี้ตกหลุมพรางที่นางวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังเดินเข้าสู่ความตาย
ร่างกายและเสน่ห์ที่นางเจียระไนมานานกว่าห้าปีบัดนี้ได้เริ่มทำหน้าที่ของมันแล้ว การฝึกฝนที่ทรมานและการเสียสละที่มากมายใน่ห้าปีที่ผ่านมาบัดนี้เริ่มให้ผลแล้ว ทุกหยดเหงื่อ ทุกหยดน้ำตา และทุกความเ็ปที่นางทนมาล้วนมีค่า
นางถูกพากลับไปยังจวนตระกูลเฉิงในฐานะสาวใช้คนใหม่ที่ได้รับความสนใจเป็พิเศษจากคุณชายใหญ่ การเดินทางไปยังจวนเป็การเดินทางที่เต็มไปด้วยความหมาย มันเป็การเดินจากโลกภายนอกเข้าสู่รังของศัตรู เป็การเดินจากความปลอดภัยเข้าสู่อันตราย แต่สำหรับนางแล้วมันเป็การเดินเข้าสู่โอกาสแห่งการแก้แค้น
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาของเหล่าสาวใช้คนอื่นๆ เซี่ยอวี้เดินเข้าสู่ประตูจวนด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยไฟแค้นที่คุโชน สายตาของสาวใช้เ่าั้เต็มไปด้วยความไม่พอใจและความอิจฉา พวกนางรู้ดีว่าการที่คุณชายใหญ่สนใจสาวใช้คนใหม่หมายความว่าอย่างไร
"ดูสิ สาวคนใหม่ได้รับความสนใจจากคุณชายแล้ว" สาวใช้คนหนึ่งกระซิบกับเพื่อน
"นางจะรู้เอาเองว่าการเป็ที่โปรดปรานของคุณชายเป็อย่างไร" อีกคนตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น
แต่เซี่ยอวี้ไม่สนใจสายตาและคำพูดเ่าั้ นางมีเป้าหมายที่สำคัญกว่าการแข่งขันกับสาวใช้คนอื่น นางรู้ดีว่าเื้ักำแพงสูงใหญ่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นของการทำลายล้างที่นางโหยหามาตลอดชีวิต กำแพงเหล่านี้ที่เคยปกป้องศัตรูของนางจากการแก้แค้น บัดนี้จะกลายเป็กรงขังที่ขังศัตรูไว้ให้นางทำลาย
จวนตระกูลเฉิงเป็สถานที่ที่ใหญ่โตและหรูหรา มีสวนที่สวยงาม บ่อปลาที่ใส และอาคารที่สง่างาม แต่สำหรับนางแล้ว มันเป็เพียงฉากหลังสำหรับการแสดงละครแห่งการแก้แค้นที่นางเตรียมไว้ ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็ความน่าขยะแขยงเมื่อมันเต็มไปด้วยเืและความตาย
ในคืนแรกที่จวนตระกูลเฉิง เซี่ยอวี้ยืนมองดวงจันทร์ผ่านหน้าต่างห้องพักที่คับแคบ ห้องที่นางได้รับมอบหมายเป็ห้องเล็กๆ ในส่วนของสาวใช้ มีเพียงเตียงเล็กๆ โต๊ะไม้เก่า และตู้เสื้อผ้าที่เก่าคร่ำคร่า แต่สำหรับนางแล้ว มันเป็ฐานปฏิบัติการสำหรับแผนการล้างแค้น
แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็กๆ ทำให้เห็นใบหน้าของนางที่เปลี่ยนไปจากการแสดงในตอนกลางวัน บัดนี้ไม่มีความกลัวหรือความไม่แน่ใจ มีเพียงความมุ่งมั่นที่เ็าและความโกรธที่ลุกโชน ดวงตาของนางเปล่งประกายในความมืด เหมือนดวงตาของนักล่าที่กำลังจับตาดูเหยื่อ
นางไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือโดดเดี่ยวอีกต่อไป ความกลัวและความโดดเดี่ยวเป็อารมณ์ของเด็กสาวที่อ่อนแอ แต่นางไม่ใช่เด็กสาวคนนั้นอีกแล้ว นางเป็นักล่าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี มีอาวุธที่ร้ายกาจ และมีแผนการที่สมบูรณ์แบบ
เพราะในมือของนางมีทั้งเข็มพิษสลักลายหงส์และศาสตร์มุกซ่อนกลีบที่พร้อมจะใช้ปลิดชีพศัตรูทุกเมื่อที่โอกาสมาถึง เข็มพิษที่แม่เฒ่าหงมอบให้ถูกซ่อนไว้ในที่ลับที่ไม่มีใครสามารถค้นพบได้ มันเป็อาวุธที่จะนำความตายมาให้กับผู้ที่ทำลายครอบครัวของนาง
ศาสตร์มุกซ่อนกลีบคือเทคนิคการต่อสู้ที่ร้ายกาจที่สุดที่นางเรียนรู้ มันเป็ศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ความงดงามและความอ่อนโยนเป็หน้ากาก ปกปิดความร้ายกาจและความตายที่อยู่เื้ั ศัตรูจะไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกโจมตีจนกว่าจะสายเกินไป
แผนการล้างแค้นที่สลับซับซ้อนกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างช้าๆ โดยมีชีวิตของเฉิงจื่ออี้เป็สังเวยชิ้นแรกในงานเลี้ยงเืที่นางเตรียมไว้ให้แก่ตระกูลเฉิงทั้งตระกูล เขาจะเป็คนแรกที่ต้องจ่ายราคาสำหรับบาปกรรมที่เขาและครอบครัวของเขาได้กระทำ การตายของเขาจะเป็สัญญาณเริ่มต้นของการล้างแค้นที่ยิ่งใหญ่
งานเลี้ยงเืนี้จะไม่ใช่การฆ่าที่รวดเร็ว มันจะเป็การทำลายล้างที่ช้าและทรมาน นางจะทำให้พวกเขาสูญเสียทุกสิ่งที่พวกเขารัก ทุกสิ่งที่พวกเขาภาคภูมิใจ และทุกสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุข ก่อนที่จะส่งพวกเขาไปสู่ความตายที่เ็ปที่สุด
และเซี่ยอวี้... จะเป็คนสุดท้ายที่หัวเราะเหนือซากปรักหักพังของพวกมันทุกคน เสียงหัวเราะของนางจะดังก้องไปทั่วซากปรักหักพังของจวนที่เคยสง่างาม เป็เสียงหัวเราะแห่งชัยชนะ เป็เสียงหัวเราะที่จะทำให้ิญญาของครอบครัวที่ถูกฆ่าได้รับความสงบสุข
ดวงจันทร์เต็มดวงส่องแสงเงินซีดลงมาบนใบหน้าของนาง ทำให้นางดูเหมือนเทพธิดาแห่งการแก้แค้น ผมยาวสีดำปลิวไสวตามสายลมเย็น เหมือนธงดำที่ประกาศา แสงจันทร์ทำให้ผิวขาวของนางเปล่งประกายเหมือนหยกขาว แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยไฟแห่งความแค้นที่ไม่มีวันดับ
คืนแรกในจวนศัตรูผ่านไปด้วยความเงียบสงัด แต่มันเป็ความเงียบก่อนพายุ เป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยความหมายและการเตรียมการ พรุ่งนี้ การแสดงจะเริ่มต้นขึ้น และเซี่ยอวี้พร้อมแล้วที่จะเป็นางเอกในละครแห่งการแก้แค้นที่โลกนี้จะไม่มีวันลืม