หากเป็ผู้อื่น สิ่งที่เซี่ยฝูเฉียนหมายตาไว้ไม่มีทางยอมยกให้โดยง่าย ทว่าคนผู้นั้นกลับเป็เซี่ยฝูคุนน้องรองของเขา อีกทั้งใน่เวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา นอกจากการสั่งให้ผู้คุ้มกันไปจับตัวสัตว์อสูรแปลกประหลาดมาให้แล้ว เซี่ยฝูคุนก็แทบไม่ได้ติดต่อกับพวกเขาเลย
เมื่อเห็นว่านานทีปีหนเซี่ยฝูคุนจะเอ่ยปากขอร้องสักเื่ เซี่ยฝูเฉียนจึงไม่คิดจะยื้อแย่งกับน้องชายอีกต่อไป
เมื่อเห็นเซี่ยฝูเฉียนยอมถอยให้ เซี่ยกว่างอวิ๋นก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในฐานะบิดา เขาย่อมไม่ปรารถนาจะเห็นบุตรชายแก่งแย่งชิงดีกัน เมื่อเห็นเซี่ยฝูเฉียนและเซี่ยฝูคุนรักใคร่ปรองดองกันได้เช่นนี้ เขาก็รู้สึกพึงพอใจยิ่งนัก
งานประมูลเริ่มต้นขึ้นในยามซวี (19:00 - 20:59 น.)
ในฐานะเ้าเมืองเซี่ย ต่อให้เซี่ยกว่างอวิ๋นจะไม่เข้าร่วมการประมูล เขาก็ต้องไปปรากฏตัวเพื่อเป็เกียรติแก่เ้าภาพอยู่ดี
ส่วนเซี่ยฝูคุนนั้นก็ได้ติดตามเซี่ยกว่างอวิ๋นไปยังสถานที่จัดงานประมูลด้วย
“ท่านเ้าเมืองเซี่ย ท่านมาแล้ว!”
ผู้จัดงานประมูลในครั้งนี้คือสมาคมการค้าหงเฟิง เื้ัของสมาคมการค้านี้นับว่าน่าเกรงขามยิ่งนัก ว่ากันว่าสำนักงานใหญ่ไม่ได้ตั้งอยู่ในอาณาจักรหย่าสือหลานแห่งนี้ด้วยซ้ำ ถึงกระนั้น สมาคมการค้าหงเฟิงก็ยังคงมีอิทธิพลและบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในอาณาจักรหย่าสือหลาน
ผู้ที่เอ่ยทักทายคือชายชราผมขาวโพลน เซี่ยฝูคุนรู้จักชายผู้นี้ดี เขาคือปรมาจารย์หนีกู่ ผู้รับผิดชอบดูแลสมาคมการค้าหงเฟิงสาขาเมืองเซี่ย
เล่ากันว่าปัจจุบันปรมาจารย์หนีกู่ได้บรรลุระดับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดขั้นต้นแล้ว ในเมืองเซี่ยแห่งนี้ นอกจากเซี่ยกว่างอวิ๋นบิดาของเขาที่พอจะข่มเขาได้อยู่กึ่งหนึ่งแล้ว ชายชราผู้นี้แทบจะเดินยืดอกได้อย่างไร้ผู้ต่อต้าน
“ฮ่าๆ สมาคมการค้าหงเฟิงจัดงานใหญ่โตปานนี้ ในฐานะเ้าเมือง ข้าย่อมต้องหาโอกาสมาเปิดหูเปิดตาบ้างเป็ธรรมดา”
หลังจากทั้งสองฝ่ายพูดคำเยินยอตามมารยาททางการค้าอยู่ครู่หนึ่ง เซี่ยฝูคุนก็ถูกเซี่ยกว่างอวิ๋นพาไปยังห้องรับรองหมายเลขสาม
สมาคมการค้าหงเฟิงมีห้องรับรองทั้งหมดสิบห้อง ห้องหมายเลขสามเป็ห้องที่เซี่ยกว่างอวิ๋นใช้เป็ประจำ ส่วนสองห้องแรกนั้นมีไว้สำหรับยอดฝีมือจากภายนอก หรือไม่ก็บุคคลระดับสูงจากสำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้า ซึ่งเื่นี้เซี่ยกว่างอวิ๋นย่อมเข้าใจดี แม้เขาจะเป็ถึงเ้าเมือง แต่กำลังของเมืองเซี่ยในอาณาจักรหย่าสือหลานก็นับว่าไม่ได้แข็งแกร่งนัก
ตัวเขาเองก็เป็เพียงผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดขั้นกลาง การที่สมาคมการค้าหงเฟิงให้เกียรติเขาถึงเพียงนี้ ก็นับว่าใจกว้างมากแล้ว
“คุนเอ๋อร์ วันนี้พ่อจะชิงเอาซากร่างหมีอัคคีนั่นมาให้เ้าให้ได้!”
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องรับรอง เซี่ยกว่างอวิ๋นก็ตบไหล่เซี่ยฝูคุนเบาๆ
เซี่ยฝูคุนพยักหน้าตอบรับเงียบๆ
แม้ตลอดปีกว่าที่ทะลุมิติมาเขาจะไม่ได้พูดคุยกับเซี่ยกว่างอวิ๋นมากนัก แต่เขาััได้ถึงความรักและความห่วงใยที่อีกฝ่ายมีให้เสมอมา
เซี่ยฝูคุนไม่ใช่คนเืเย็น ในใจย่อมเกิดความตื้นตันอยู่บ้าง
และด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงยิ่งอยากจะทดสอบความมหัศจรรย์ของระบบหลอมปีศาจให้ได้
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนโลกมนุษย์ เขาเคยอ่านนิยายประเภทระบบมาไม่น้อย พวกตัวเอกพอได้ระบบมาปุ๊บก็เก่งกาจเทียมฟ้าปั๊บ แต่พอมาถึงตาเขา แม้แต่สัตว์อสูรระดับล่างสุดอย่างวานรเทพจ้าวพลังเขายังต้องเสียเวลาเตรียมการไปเกือบครึ่งปี
หากได้หมีอัคคีตัวนี้มาแล้วยังหลอมวานรเทพจ้าวพลังออกมาไม่ได้ เขาคงได้สติแตกแน่ๆ
ไม่นานนัก งานประมูลก็เริ่มต้นขึ้น
ตามธรรมเนียมปฏิบัติ สินค้าที่นำมาประมูลย่อมเรียงลำดับจากราคาถูกที่สุดไปจนถึงแพงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ลานประมูลมีขนาดกว้างขวางใหญ่โต จุคนนับพันได้สบายๆ ภายใต้แสงไฟที่สาดส่องลงมายังใจกลางลาน หญิงงามในชุดคลุมสั้นสีดำกระชากใจกำลังใช้เสียงหวานหยดย้อยที่ฟังแล้วชวนให้กระดูกอ่อนระทวย บรรยายสรรพคุณของสิ่งของในมือ
เมื่อจ้องมองสตรีที่ยืนอยู่กลางเวทีผู้นั้น เซี่ยฝูคุนก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลง
สตรีที่งานประมูลจัดเตรียมไว้นั้น ล้วนแต่สามารถใช้คำพูดและท่าทางปลุกปั่นความปรารถนาของบุรุษได้ทั้งสิ้น ภายใต้เสียงเจื้อยแจ้วอันทรงเสน่ห์ แม้แต่สิ่งของธรรมดาที่สุดยังถูกปั่นราคาจนสูงลิบลิ่ว
“คุนเอ๋อร์ ลูกผู้ชายที่ดีต้องมีความทะเยอทะยาน คิดการใหญ่ และมองไปให้ไกลทั่วทั้งสี่ทิศ จงอย่าได้ลุ่มหลงเพียงรูปโฉมของสตรีจนเสียงาน...”
เมื่อเห็นเซี่ยฝูคุนจ้องมองหญิงงามกลางเวทีตาไม่กะพริบ เซี่ยกว่างอวิ๋นก็กระแอมไอออกมาหนึ่งทีเพื่อพูดเตือนสติ
“ท่านพ่อ โปรดวางใจ คุนเอ๋อร์เข้าใจดีขอรับ”
เซี่ยฝูคุนหันไปยิ้มแก้เก้อให้เซี่ยกว่างอวิ๋น
“อืม”
พูดเตือนเพียงเล็กน้อยก็พอ
เซี่ยกว่างอวิ๋นไม่คิดจะดุด่าให้เกินเลยไปนัก
แต่ยังดีที่บุตรชายทั้งสองของตระกูลเซี่ย ไม่ได้มีใครเป็พวกมักมากในกามราคะ
“ตั้งใจดูให้ดี ซากหมีอัคคีกำลังจะถูกยกขึ้นมาแล้ว”
งานประมูลดำเนินไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วไม่มีติดขัด ภายใต้คำเตือนของเซี่ยกว่างอวิ๋น เซี่ยฝูคุนก็เหลือบไปเห็นผ้าคลุมสีดำผืนใหญ่ที่คลุมวัตถุที่มีลักษณะคล้ายเนินเขาขนาดย่อมอยู่ที่ด้านหลังเวที
“ทุกท่าน สิ่งที่จะปรากฏแก่สายตาทุกท่านต่อไปนี้ คือหมีอัคคีหนึ่งตัวที่สมาคมการค้าหงเฟิงของเราล่ามาได้เ้าค่ะ”
สิ้นเสียงแนะนำของหญิงงามกลางเวที
บรรยากาศทั่วทั้งลานประมูลก็พลันร้อนแรงขึ้นมาทันที
“แม้หมีอัคคีตัวนี้จะตายแล้ว แต่เชื่อว่าผู้ที่รู้จักคุณสมบัติของมันย่อมทราบดี หมีอัคคีมีความล้ำค่าอยู่ที่กระดูกที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า หากนำไปสร้างเป็ชุดเกราะแล้วละก็ ข้าเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า มันย่อมแข็งแกร่งไร้เทียมทานอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
ทันทีที่หญิงสาวพูดจบ ด้านล่างเวทีก็มีเสียงะโดังขึ้น
“หนึ่งหมื่นเหรียญทอง!”
สิ้นคำขานราคาของชายผู้นั้น ผู้คนรอบข้างต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
เหรียญทอง คือสกุลเงินหลักที่ใช้สอยกันในอาณาจักรหย่าสือหลาน แม้จะไม่ได้ล้ำค่าเท่ากับศิลาิญญา แต่เงินจำนวนหนึ่งหมื่นเหรียญทองก็เพียงพอจะให้ชาวบ้านทั่วไปใช้ชีวิตอยู่ได้นานเกือบสิบปี
ถึงแม้หมีอัคคีจะหาได้ยากในอาณาจักรแห่งนี้ ทว่าโดยเนื้อแท้แล้วมันก็เป็เพียงสัตว์อสูรระดับสองเท่านั้น ราคาหนึ่งหมื่นเหรียญทองจึงนับว่าสูงเกินคาดจริงๆ
หลังจากชายผู้นั้นเสนอราคา ทั่วทั้งงานประมูลก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
หญิงงามกลางเวทีเห็นดังนั้น คิ้วเรียวสวยก็ขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ
อันที่จริง ราคาหนึ่งหมื่นเหรียญทอง สมาคมการค้าของพวกนางก็ไม่ขาดทุนแล้ว แต่นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พวกนาง้า
“ทุกท่าน ถึงแม้หมีอัคคีตัวนี้จะตายไปแล้ว แต่ ณ ที่แห่งนี้ ข้าขอใช้ชื่อเสียงของสมาคมการค้าหงเฟิงเป็ประกัน หมีอัคคีตัวนี้เรายังไม่ได้แตะต้องแม้แต่เส้นขน แม้กระดูกเหล็กจะล้ำค่าที่สุด แต่ส่วนอื่นๆ ในร่างกายของมันก็นับเป็ของล้ำค่าเช่นกันนะเ้าคะ!”
ต้องยอมรับว่าสตรีจากสมาคมการค้าหงเฟิงผู้นี้เก่งกาจในการปลุกเร้าบรรยากาศยิ่งนัก
และทันทีที่สิ้นเสียงของนาง
“หนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทอง!”
เสียงขานราคาใหม่ดังขึ้นที่ข้างกายชายคนแรกทันที
“สองหมื่นเหรียญทอง!”
“สองหมื่นห้าพันเหรียญทอง!”
ภายในงาน เสียงะโขานราคาก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
เมื่อเห็นผู้คนในโถงประมูลแก่งแย่งชิงดีกันเพื่อหมีอัคคีตัวนั้น เซี่ยฝูคุนก็เริ่มร้อนรนจนตาแดงก่ำ เขาหันไปมองเซี่ยกว่างอวิ๋นที่นั่งนิ่งสงบอยู่ข้างๆ และเห็นรอยยิ้มหยันที่มุมปากของบิดาพอดี
“คุนเอ๋อร์ วางใจเถิด ในเมื่อพ่อบอกว่าหมีอัคคีตัวนี้เป็ของเ้า มันย่อมต้องเป็ของเ้า”
“ข้าล่ะอยากจะรู้นักว่าในเมืองเซี่ยแห่งนี้ ใครมันจะกล้ากระตุกหนวดเสือ!”
หลังจากพูดจบ เซี่ยกว่างอวิ๋นก็เอื้อมมือไปกดปุ่มที่อยู่ข้างหน้าทันที