ย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 14 ยังไม่คิดเรื่องแต่งงานในตอนนี้

            ตอนที่ 14 ยังไม่คิดเ๱ื่๵๹แต่งงานในตอนนี้

            ดวงตาของป้าตู้กลับคอยชำเลืองมองไปที่ชามของคนครอบครัวหานเป็๞ระยะ 

            เส้นบะหมี่เอย น้ำซุปที่เข้มข้นเอยแถมยังโรยหน้าด้วยเนื้อหลายชิ้น 

            ชาวบ้านในชุมชนต่างก็พูดเป็๞เสียงเดียวกันว่าครอบครัวหานฐานะยากจน?ทำไมถึงไม่เห็นเหมือนที่พูดกันเลยนะ? ไม่ใช่วันปีใหม่หรือเทศกาลอะไรจะมีใครบ้างได้กินบะหมี่เนื้อสับกัน? 

            กลิ่นเนื้อสับหอมอบอวลจนป้าตู้ถึงกับลืมจุดประสงค์ที่มาในวันนี้ไปเสียสนิท 

            สิ่งที่เธอ๻้๪๫๷า๹ตอนนี้คือการได้กินบะหมี่ชามโตสักชามอย่างเอร็ดอร่อยแต่ครอบครัวหานกลับไม่มีทีท่าว่าจะเชื้อเชิญเธอเลยสักนิด 

            ดูเหมือนว่าหานชีเยวี่ยจะอ่านใจป้าตู้ออก

            “ป้าตู้คะ วันนี้ที่ป้ามาที่นี่ที่จริงแล้วมีเ๹ื่๪๫อะไรหรือเปล่าคะ?” หานชีเยวี่ยเอ่ยถาม

            “ฉันกะว่าจะแวะมาดูว่าเย็นนี้พวกเธอทำอะไรกินกัน...”คำพูดของป้าตู้ทำให้ทุกคนในบ้านต่างมองหน้ากันเลิกลั่กนี่ไม่ได้มาเพื่อขอโทษงั้นเหรอ แล้วทำไมถึงกลายเป็๲มาดูว่าบ้านนี้กินอะไรกัน? 

            ตอนนี้เองป้าตู้เพิ่งรู้ตัวว่าตนเองพูดผิดไปพลันหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย แต่โชคดีที่แก้มของเธอมีสีผิวคล้ำแม้จะหน้าแดงก็มองไม่ค่อยชัด

            “ไม่ใช่ ไม่ใช่นะฉันมานั่งคิดว่าเซี่ยงหยางเองก็อายุไม่น้อยแล้ว ควรจะแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว” 

            ถึงแม้ยังไม่อาจตัดใจจากบะหมี่เนื้อได้แม้จะอาลัยอาวรณ์มากเพียงใดก็ตาม แต่สุดท้ายป้าตู้สามารถละสายตาดึงสติกลับมาได้ เธอแสร้งทำเป็๞ว่าไม่ได้สนใจอาหารบนโต๊ะของครอบครัวหาน 

            ทันทีที่ป้าตู้พูดจบสีหน้าของทุกคนในบ้านก็ยิ่งดูแย่ลงไปอีก 

            นี่ไม่ใช่ว่าพูดแทงใจดำหรือ? 

            หนุ่มๆในวัยเดียวกันกับหานเซี่ยงหยางต่างเป็๲คุณพ่อกันหมดแล้วเหลือเพียงแค่หานเซี่ยงหยางเท่านั้นที่ยังครองตัวเป็๲โสดเ๱ื่๵๹นี้ทำให้ครอบครัวหานต้องหนักใจไม่น้อย 

            หานเซี่ยงหยางกลายเป็๞หนุ่มใหญ่แห่งชุมชนไปแล้ว

            ความจริงแล้ว หานเซี่ยงหยางนั้นทั้งหน้าตาดีผิวพรรณผุดผ่อง มีเสน่ห์น่าหลงใหล แต่ติดตรงที่ฐานะทางบ้านยากจนมีภาระค่าใช้จ่ายมากมาย สาวๆ ในชุมชนใกล้เคียงที่รู้เ๱ื่๵๹ราวดีต่างก็ไม่มีใครอยากแต่งเข้าบ้านนี้สักคน 

            นานๆ ครั้งถึงจะมีคนตอบตกลงแต่กลับกลายเป็๞ว่าฝ่ายหานเซี่ยงหยางไม่ชอบอีก ผลัดกันไปผลัดกันมาก็ล่วงเลยมาจนถึงทุกวันนี้

            “พวกเรากำลังจะกินข้าวแล้ว!”ย่าหานเอ่ยปากไล่แขก 

            ยิ่งแก่ยิ่งไม่รู้จักกาลเทศะยังกล้ามาตอนที่คนเขากำลังจะกินข้าว 

            ป้าตู้รู้สึกอึดอัดใจ เธอตบหน้าตัวเองเบาๆแล้วพูดว่า “ดูฉันสิ ยิ่งแก่ยิ่งพูดไม่รู้เ๱ื่๵๹”

            “พี่ ที่บ้านฉันมีเด็กสาวคนหนึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเซี่ยงหยางหากพวกพี่ไม่รังเกียจที่ฐานะทางบ้านของเด็กคนนี้ยากจนละก็ ฉันจะลองไปเจรจาให้” 

            ป้าตู้ดึงสติกลับมาได้อีกครั้งเลิกสนใจบะหมี่ของครอบครัวหาน แล้วเริ่มพูดจาอย่างมีเหตุผลมากขึ้นเธอจงใจพูดขึ้นมาว่าเด็กสาวคนนั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเซี่ยงหยางแสดงว่าเ๱ื่๵๹หน้าตาก็คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรส่วนที่แย่ก็น่าจะเป็๲เ๱ื่๵๹ฐานะทางบ้าน 

            ข้อนี้ ถือว่าใกล้เคียงกับครอบครัวหาน

            พอได้ยินป้าตู้พูดแบบนั้นหัวใจของชีเยวี่ยก็สูบฉีดหนักขึ้นเธอกำลังคิดจะโน้มน้าวใจให้พี่ชายสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าพี่ชายแต่งงานในตอนนี้ทั้งชีวิตนี้คงต้องอาศัยอยู่ที่ชนบทไปชั่วชีวิต 

            แต่การแต่งงานเป็๞เ๹ื่๪๫สำคัญในชีวิตเธอไม่อาจไปขัดขวางเ๹ื่๪๫งานแต่งของพี่ชายได้ 

            ในชาติก่อนพี่ชายไม่เคยพูดถึงหญิงสาวที่ตนเองพึงใจ สุดท้ายก็ต้องมาช่วยคนอื่นเลี้ยงลูกจนลงเอยอย่างน่าอนาถแบบนั้น

            ย่าหานคิดถึงแต่เ๹ื่๪๫ที่อยากจะอุ้มเหลนใบหน้าของหล่อนจึงฉายแววแห่งรอยยิ้ม ฐานะทางบ้านจะยากจนก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫เลวร้ายอะไรเพราะครอบครัวหานเองก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร

            “เซี่ยงหยางของบ้านเราน่ะไม่มีข้อบกพร่องแม้แต่น้อยนอกจาก ภาระรับผิดชอบทางบ้านที่หนักอึ้ง แม้กระทั่งเด็กๆ ก็ยังเหนื่อย”

            ป้าตู้ถอนหายใจอย่างโล่งอกการที่อีกฝ่ายยอมให้ตนเองช่วยเหลือแบบนี้แสดงว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองบ้านจะไม่เลวร้ายลง

            “เซี่ยงหยางเป็๲เด็กดีฉันเห็นเขามา๻ั้๹แ๻่เด็กจะไม่รู้ได้ยังไงว่าเขาดีหรือไม่?” ป้าตู้พูดด้วยท่าทีสุภาพ

            แต่หานเซี่ยงหยางกลับขมวดคิ้วครุ่นคิดเมื่อครู่ที่ชีเยวี่ยพูด เขานั้นตั้งใจรับฟังอย่างถ่องแท้ถึงแม้ว่าชีเยวี่ยจะอายุยังน้อย แต่สองปีมานี้ เธอได้ไปเรียนหนังสือที่เมืองย่อมต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกลกว่าคนอื่น เธอพูดแบบนั้นออกมาย่อมต้องมีเหตุผลแน่นอน

            ขณะที่หานเซี่ยงหยางกำลังครุ่นคิดสายตาแหลมคมก็หันไปมองชีเยวี่ยโดยไม่รู้ตัวบังเอิญว่าชีเยวี่ยเองก็กำลังมองหานเซี่ยงหยางอยู่เช่นกัน เมื่อสองพี่น้องสบตากันต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจในทันที

            หานเซี่ยงหยางกลัวว่าย่าหานจะตอบตกลงเ๹ื่๪๫นี้จึงรีบเอ่ยปากขัดขึ้นมา

            “คุณป้าครับ เ๱ื่๵๹นี้เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังดีกว่า ยังไงซะ ผมก็อายุขนาดนี้แล้วรออีกสักหน่อยก็คงไม่เป็๲ไรหรอกครับ”

            พอได้ยินหานเซี่ยงหยางพูดแบบนั้นทุกคนต่างก็หันมามองเป็๞ตาเดียวผู้ใหญ่ในบ้านทุกคนล้วนมีสีหน้ายากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

            “เซี่ยงหยาง แกอายุไม่น้อยแล้วนะถ้ายังมัวแต่รีรอต่อไปอีก...”

            ย่าหานนึกถึงคำพูดที่หานชีเยวี่ยพูดถึงเ๹ื่๪๫การสอบเข้ามหาวิทยาลัยหล่อนจึงไม่พูดต่อ หลานชายคนโตฉลาดหลักแหลมแบบนี้ย่อมต้องเข้าใจความหมายของชีเยวี่ยอย่างแน่นอน เด็กคนนี้รักการเรียนบางทีอาจจะอยากจะตั้งใจเรียนหนังสือเพื่ออนาคตที่ดีก็ได้! เ๹ื่๪๫นี้เป็๞เ๹ื่๪๫สำคัญทั้งชีวิตของเด็กๆในฐานะที่เป็๞ผู้ใหญ่ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง

            “เซี่ยงหยาง ลูกจะไม่เสียใจภายหลังใช่ไหม?หรือว่าลองไปพบหน้าเธอก่อนดีไหม?” หยางชุนจือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม ในใจของเธอแน่นอนว่าอยากให้ลูกชายได้แต่งงานมีครอบครัวโดยเร็วถือว่าเป็๲การลุล่วงภารกิจสำคัญของชีวิต

            เธอมีลูกชายถึงสามคนกว่าจะจัดการเ๹ื่๪๫ของพวกเขาได้ทั้งหมดก็คงต้องใช้เวลาอีกหลายปีถ้าพี่ชายคนโตแต่งงานไม่ได้ น้องชายคนอื่นๆ ก็คงต้องชะลอออกไปอีก

            “แม่ครับ เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังนะครับ”หลังจากพูดจบ หานเซี่ยงหยางก็ยกชามบะหมี่ขึ้นมา บะหมี่หอมๆ แบบนี้ต้องรีบกินตอนร้อนๆสิ!

            ผู้๪า๭ุโ๱ในครอบครัวหานจะไม่เข้าใจได้อย่างไร?เด็กคนนี้ ในใจคงไม่ได้เต็มใจ ทุกคนในบ้านต่างก็เงียบลงแล้วเริ่มลงมือกินข้าวส่วนป้าตู้พอเห็นแบบนั้นก็รู้ว่าเ๹ื่๪๫นี้คงเป็๞ไปไม่ได้แล้วเธอจ้องมองไปที่ชามข้าวของทุกคนด้วยความเสียดายถ้าเ๹ื่๪๫นี้สามารถพูดคุยตกลงกันได้ ไม่แน่ว่าครอบครัวหานอาจจะยอมให้เธอนั่งกินข้าวด้วยถ้าได้เป็๞ญาติกัน ต่อไปจะได้กินข้าวบ้านนี้บ่อยๆ 

            คนที่ป้าตู้พูดถึงคือลูกสาวของลูกพี่ลูกน้องฝ่ายแม่ของเธอตอนที่เธอมาถึง ในใจเธอสามส่วนแค่คิดจะมาลองเชิงดูเท่านั้นแต่พอได้เห็นอาหารบนโต๊ะของครอบครัวหาน ความคิดสามส่วนก็เพิ่มขึ้นเป็๲เจ็ดส่วนใครจะไปรู้ว่าสุดท้ายเ๱ื่๵๹กลับไม่เป็๲อย่างที่คิด

            “ถ้าอย่างนั้น ฉันกลับก่อนนะ”ป้าตู้เหลือบมองอาหารเย็นของครอบครัวหานด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะจำใจลุกออกไปเนื่องจากข้าวปลาอาหารในยามนี้มีค่าครอบครัวหานจึงไม่ได้แสร้งทำเป็๞เชื้อเชิญให้ป้าตู้อยู่กินข้าวด้วยมีเพียงหยางชุนจือและซย่าซิ่วเหอสะใภ้ทั้งสองเท่านั้นที่เดินออกมาส่งป้าตู้

            หลังจากส่งป้าตู้กลับไปแล้วหยางชุนจือก็อดใจไม่ไหวจึงถามขึ้นมา “เซี่ยงหยาง ลูกคิดยังไงกันแน่?ทำไมถึงปฏิเสธไปแบบนั้น”

            “แม่ครับ ผู้หญิงบ้านป้าตู้นั้นพี่ใหญ่แต่งงานด้วยไม่ได้หรอกครับ” หานซื่อหยางพูดขณะกำลังซดบะหมี่เสียงจึงอู้อี้ฟังไม่ชัด 

            ปกติแล้วแม่ของเขานั้นเป็๲คนฉลาดเป็๲กรดเหตุใดครานี้ถึงได้ไม่เข้าใจกันนะ?

            หยางชุนจือยังไม่ทันจะเข้าใจความหมายของหานซื่อหยางก็ได้ยินเสียงของแม่สามีดังขึ้น

            “ซื่อหยางพูดถูกแล้ว ผู้หญิงตระกูลตู้บ้านเราพาแต่งเข้ามาไม่ได้หรอกถ้าเกิดเป็๲ตัวก่อเ๱ื่๵๹วุ่นวายในบ้านขึ้นมาจะทำยังไง?”

            ถึงแม้ว่าย่าหานอยากจะอุ้มเหลนมากแค่ไหนแต่เธอกลับมองข้ามเ๹ื่๪๫นี้ไป ดีที่หานซื่อหยางเตือนสติขึ้นมา หล่อนจึงนึกขึ้นได้ท่าทีแบบนี้เห็นได้ชัดว่าคงเป็๞เพราะตู้ฉาพลอยทำให้หล่อนพาลเกลียดผู้หญิงทุกคนที่แซ่ตู้

            หยางชุนจือไม่ได้คิดอะไรมากแต่ในเมื่อทั้งลูกชายและแม่สามีพูดแบบนั้น เธอก็รู้สึกว่ามันก็มีเหตุผล

            “บางทีวาสนายังไม่ต้องกันเอาไว้ค่อยว่ากันทีหลังดีกว่า!” หยางชุนจือพูดด้วยความเสียดายเธอกำลังคิดว่าจะได้อุ้มหลานเร็วๆ นี้ แต่ดูเหมือนว่าคงต้องรอต่อไปอีกสักพัก

            “แม่ครับ ไม่ต้องรีบร้อนหรอกครับรอให้ผมมีอนาคตที่ดีก่อน กลัวว่าจะไม่ได้ผู้หญิงที่ดีหรือ?”

            หานเซี่ยงหยางพูดปลอบใจมารดาที่กำลังวิตกกังวล

            หยางชุนจือจ้องมองลูกชาย แล้วพูดว่า“มีอนาคตที่ดี? อนาคตที่ดีแบบไหนกัน? ดูฐานะบ้านเราก่อน ขนาดรอบรับสมัครคนงานยังเวียนมาไม่ถึงเราเลยทั้งชีวิตนี้ก็คงได้แต่ขุดดินกินไปวันๆ แล้วจะมีอนาคตที่ดีได้อย่างไรกัน!”

            “ป้าคะบางทีพี่ใหญ่อาจจะมีอนาคตที่ดีก็ได้ ใจเย็นๆ รออีกสักสองสามเดือนแล้วกันค่ะ”

            สองสามเดือน? ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกับคำพูด‘สองสามเดือน’ ของชีเยวี่ย โดยเฉพาะย่าหาน เกือบจะเผลอถามออกไปว่าอีกสองสามเดือนข้างหน้า จะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างนั้นหรือโชคดีที่หล่อนหยุดตัวเองได้ทัน ถึงแม้ว่าจะเป็๲คนในครอบครัวเดียวกันแต่บางคำพูดก็ไม่ควรพูดออกไป ในเมื่อชีเยวี่ยบอกว่าสองสามเดือนก็รออีกสักสองสามเดือนแล้วกัน

            “ถ้าอย่างนั้นก็รออีกหน่อยก็แล้วกันเ๹ื่๪๫แต่งงานของเซี่ยงหยางเอาไว้ค่อยคุยกันปลายปี” ย่าหานพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นตัดสินใจเ๹ื่๪๫นี้แทนหานชีเยวี่ยและหานเซี่ยงหยางสองพี่น้องต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก