ตอนที่ 1 จริงเท็จยากจะแยกแยะ (1)
ยามรุ่งอรุณ สรรพสิ่งเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเ้าของห้องเท่านั้น
ชายหนุ่มบนเตียงพลิกตัวฉับพลัน จากสภาวะหลับลึกเข้าสู่สภาวะสะลึมสะลือ
สติค่อยๆ หวนคืน ภวังค์ที่คล้ายกับการตัดสลับของเวลาทำให้เขารู้สึกวิตกทันใด อยากจะรู้ว่าตนคือใคร อยู่ที่ไหน ความหวาดกลัวที่ไม่อาจอธิบายจู่โจมเข้ามาในจิตใจ ความรู้สึกหมดหนทางทำให้หน้าผากของเขามีเหงื่อกาฬผุดขึ้น หว่างคิ้วขมวดหากันแน่น อดไม่ได้ที่จะคร่ำครวญอย่างไร้สติ
ชายหนุ่มบังคับตัวเองให้สงบใจลงด้วยจิตใต้สำนึก ทันใดนั้นเขาก็พบว่าตนเองกำลังนั่งถือแก้วเหล้าอยู่บนโซฟา โดยที่ข้างๆ ตัวมีซ่งจื่อเซวียน เพื่อนสนิทที่คบมาหลายปีของตนนั่งอยู่ด้วย
ใช่แล้ว!
ชายหนุ่มเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองชื่อเสิ่นมู่ชิง ผู้ช่วยส่วนตัวของซ่งจื่อเซวียน คืนนี้คือวันที่อีกฝ่ายได้รับรางวัลสิงโตทองคำ[1]ในฐานะาาภาพยนตร์ หลังจากพิธีมอบรางวัลก่อนหน้านี้ ซ่งจื่อเซวียนได้ฉลองเป็การส่วนตัวกับเพื่อนๆ ในวงการ เมื่อส่งแขกคนอื่นไปแล้วก็ถือเหล้านอกสองขวดด้วยท่าทางที่ยังไม่หมดสนุก โวยวายว่าจะกลับบ้านกับตนให้ได้ ปากก็พร่ำบอกว่าจะต้องให้ตนดื่มเป็เพื่อนจนกว่าจะหนำใจ
ในฐานะเพื่อนสนิทควบด้วยตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวของซ่งจื่อเซวียน เสิ่นมู่ชิงเรียกได้ว่าเป็คนที่รู้จักเขาดีที่สุดในโลก คืนนี้ซ่งจื่อเซวียนดูเหมือนจะแตกต่างไปจากปกติเล็กน้อยไม่ว่าจะในแง่ของอารมณ์หรือพฤติกรรม
แต่พอคิดทบทวนดูก็หายสงสัย...ซ่งจื่อเซวียน เพื่อรางวัลสิงโตทองคำแล้ว เขาทุ่มเทในวงการบันเทิงมาหลายปี ความลำบากและความไม่ยุติธรรมที่เขาได้รับ ตนเห็นมาหมดแล้ว ตอนนี้ฝันเป็จริงแล้ว การที่จะดูตื่นเต้นเกินไปก็ออกจะเป็เื่ปกติ แถมคืนนี้อีกฝ่ายก็ดื่มเยอะมากจริงๆ เสิ่นมู่ชิงไม่กล้าปล่อยให้เขาเอะอะโวยวายอยู่ข้างนอก เพื่อเลี่ยงไม่ให้วันถัดมามีสื่อแพร่ข่าวที่ไม่ดีออกไป ด้วยความจำใจ เขาจึงพาเพื่อนที่เมาจนแทบจะสูญเสียการควบคุมกลับบ้านของตน และขณะที่นั่งชมรีรันพิธีมอบรางวัลบนโซฟา ‘งานเลี้ยงฉลอง’ รอบสองก็เริ่มต้นขึ้น
ความจริงแล้วเสิ่นมู่ชิงก็เคยเป็นักแสดงมาก่อน ตอนนั้นเขาดังกว่าซ่งจื่อเซวียนที่อยู่บริษัทเดียวกันมาก น่าเสียดายที่หลังจากเคราะห์ร้ายประสบอุบัติเหตุ แม้ว่าเขาจะโชคดีรักษาชีวิตเอาไว้ได้ แต่บนใบหน้ากลับทิ้งรอยแผลที่ลึกจนเห็นกระดูกไว้ หลังจากที่เขาฟื้นตัวและออกจากโรงพยาบาล รอยแผลนี้ได้กลายเป็แผลเป็สองเส้นที่บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ เนื่องจากแผลฉกาจฉกรรจ์เกินไป ตอนนั้นแม้แต่หมอศัลยกรรมที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็รับมือกับแผลเป็นี้ไม่ไหว ด้วยความอับจนหนทาง เขาจึงจำต้องยุติอาชีพที่เฟื่องฟูของตนเอง หันมาเป็ผู้ช่วยส่วนตัวอยู่ข้างกายซ่งจื่อเซวียนแทน
เสิ่นมู่ชิงคอแข็งมาก
ตอนที่เพิ่งมาอยู่กับซ่งจื่อเซวียนแรกๆ เนื่องจากเขายังทำใจยอมรับความจริงที่กระแทกเข้าอย่างจังไม่ได้ และมีช่องว่างขนาดใหญ่ภายในจิตใจ จึงอมทุกข์ตลอดเวลา ไม่ชอบพูดคุยสุงสิงกับใคร แต่ซ่งจื่อเซวียนมักชอบเอาใจใส่เขาเป็ประจำ เทียบกันแล้วย่อมทำให้คนรอบข้างไม่พอใจ ต่อมาภายหลัง พวกหนุ่มสาวหลายคนในทีมเคยคิดจะรวมหัวกันมอมเหล้าเขาในงานเลี้ยงสิ้นปีหวังจะให้เขาขายหน้า
แต่ที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงตาค้างก็คือ แม้ว่าปกติเสิ่นมู่ชิงจะพยายามลดความมีตัวตนของตนเองอย่างเต็มที่ แต่พออยู่ในวงเหล้าก็เปลี่ยนเป็คนละคนทันที ไม่เพียงไม่ปฏิเสธคนที่ชวนดื่ม ตอนไปขอชนแก้วยังเผด็จการอย่างยิ่ง ดวงตามองขวาง แผลเป็บนใบหน้าบิดเบี้ยวและดูดุร้ายยิ่งกว่าปกติ คนที่ถูกชักชวนให้ดื่มจึงมีั้แ่ผู้จัดการของซ่งจื่อเซวียนไปจนถึงผู้ช่วยระดับล่างที่คอยดูแลเื่เสื้อผ้า ต่างก็กรอกเหล้าเข้าปากทีละแก้วอย่างเชื่อฟังราวกับกระต่ายน้อย
เชิงอรรถ
^ รางวัลสิงโตทองคำ (Golden Lion Award) เป็นรางวัลสูงสุดที่มอบให้ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ประเทศอิตาลี เริ่มมีการมอบรางวัลครั้งแรกในปี ค.ศ. 1949