หน้าบ่อนมีผู้คนยืนต่อแถวกันยาวทุกประตู แม้นว่าบ่อนแห่งนี้จะมีประตูอยู่สี่ทิศสำหรับเข้าออกก็ตาม ทุกคนต่างกรูเข้ามาเสี่ยงโชคเมื่อรู้ว่าท่านเซียนพนันไป๋ลู่มาเยือนอำเภอแห่งนี้
พลเงาสองนายได้รับหน้าที่เฝ้าเงินในรถม้า ส่วนจ้าวลู่ชิงและคนอื่น ๆ ต่อแถวเพื่อเข้าไปด้านในบ่อน
ภายในบ่อนเต็มไปด้วยเสียงผู้คนดังจนน่าหนวกหู จ้าวลู่ชิงจมูกไวต่อกลิ่นแทบหมดสติ กลิ่นเหงื่อ กลิ่นเหล้า กลิ่นเท้า กลิ่นปาก กลิ่นสมุนไพรตลบอบอวลจนนางแสบจมูกไปหมด
สายตาช่างสังเกตเห็นนักพนันต่างตรงไปยังโต๊ะตัวยาวนางจึงรู้ได้ทันทีว่าต้องแลกเบี้ยก่อน
“ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ” เสียงเคาะระฆังดังอยู่ตรงกลางบ่อนพร้อมกับเสียงของบุรุษที่ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็ผู้ดูแลของบ่อน
“วันนี้บ่อนเล็ก ๆ ของอำเภอเรา ยินดีเป็อย่างยิ่งที่ท่านเซียนพนันไป๋ลู่ให้เกียรติมาเยือน”
เสียงโห่ร้องต้อนรับพร้อมชื่นชมเซียนพนันผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง จ้าวลู่ชิงสบตากับจ้าวลู่เสียน เป็ครั้งแรกที่พวกตนมาเยือนสถานที่เช่นนี้ หากยังเป็คุณชายคุณหนูจวนกั๋วกงพวกตนคงไม่มีวันที่จะย่างกลายเข้ามา
“ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบอีกครั้ง ทุกท่านเห็นโต๊ะตรงนี้หรือไม่”
“เห็น!” เสียงผู้คนรีบตอบกลับเมื่อเห็นโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางโถงกว้าง
“การมาเยือนของท่านเซียนพนันไป๋ลู่ในครั้งนี้ บ่อนเราได้รับเกียรติเพียงห้าครั้งเท่านั้น……..”
“อะไรคือได้รับเกียรติเพียงห้าครั้ง” เสียงะโถามจนดูวุ่นวาย
“ท่านเซียนพนันไป๋ลู่จะเขย่าลูกเต๋าแค่เพียงห้าครั้ง สำหรับกฎกติกาในการเล่นวันนี้จะเปลี่ยนแปลงจากเดิมเล็กน้อย”
นักเสี่ยงโชคต่างถกเถียงกัน ทว่าผู้คุมบ่อนะโห้ามปรามด้วยน้ำเสียงดุดันบอกให้อยู่ในความสงบเพื่อฟังกฎกติกา
“กติกามีอยู่ว่า ก่อนที่ท่านเซียนพนันไป๋ลู่จะเขย่าลูกเต๋า ทุกท่านต้องวางเดิมพันเลือกฝั่งก่อน….”
“อย่างนี้มันโกงกันนี่หว่า ใครจะวางเดิมพันก่อนเขย่าลูกเต๋ากัน”
“ใช่!”
จ้าวลู่ชิงยืนสงบนิ่งมองความวุ่นวาย ขมวดคิ้วกับกติกาที่ได้ยินหากวางเดิมพันก่อนเขย่านางก็ให้พลเงาที่มีความสามารถฟังเสียงลูกเต๋าโกงไม่ได้น่ะสิ
“ทุกท่านโปรดฟังกติกาให้จบก่อน……”
จ้าวลู่ชิงยิ่งคิ้วขมวดมากกว่าเดิมเมื่อฟังกฎกติกาต่อมาเรื่อย ๆ วันนี้เปิดให้แทงแค่สองช่องทางคือสูงกับต่ำเท่านั้นโดยมีเส้นสีแดงแบ่งโต๊ะออกเป็สองฝ่าย และให้นักพนันเลือกแทงได้ฝ่ายเดียว
ทว่าอัตราการแทงช่างเย้ายวนชักจูงใจยิ่งนัก แทงหนึ่งแต่ได้กลับมาถึงห้าเท่า
นักพนันที่ถกเถียงกันต่างนิ่งเงียบเมื่อได้ฟังอัตราการจ่ายเงิน ทุกคนต่างมีความโลภอยู่ภายในตัว
“ทุกท่านมิต้องกังวล ท่านเซียนพนันไป๋ลู่มาเพียงแสดงฝีมือให้ทุกท่านชมเท่านั้น ไม่มีการโกงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
พลเงาที่หายไปั้แ่เข้ามาเริ่มแรกมายืนอยู่ข้างจ้าวลู่ชิงก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่าง
หลังผู้คุมบ่อนที่ยืนอยู่ตรงกลางโถงแจ้งกติกาเรียบร้อย เซียนพนันที่ทุกคนต่างเฝ้ารอเดินลงมาจากชั้นสองมีผู้คุมบ่อนคอยขนาบข้างเพื่อปกป้อง บุรุษวัยฉกรรจ์อยู่ในอาภรณ์สีขาวราวกับเทพผู้สูงส่งดูเด่นเป็สง่าทำให้ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าเขาคือเซียนพนันไป๋ลู่ผู้เก่งกาจ
เสียงปรบมือโห่ร้องดังขึ้นเพื่อต้อนรับเซียนพนันผู้เก่งกาจที่ร้อยปีมีครั้ง นักพนันบางคนไม่มั่นใจว่าจะเล่นดีหรือไม่เพราะกลัวว่าทางบ่อนโกง แต่ก็มีคนขัดขึ้นมาว่าท่านเซียนพนันไป๋ลู่เป็คนซื่อตรงมีหน้าที่แค่มาเขย่าลูกเต๋าเท่านั้น มิได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับทางบ่อน
จ้าวลู่ชิงกับสาวใช้สองคนนั่งดื่มน้ำชาฟังเสียงพูดคุยรอบทิศ ส่วนจ้าวลู่เสียนกับพลเงาอีกสองคนนั่งดื่มน้ำชาอยู่อีกโต๊ะ พวกตนทำเหมือนว่าไม่ได้มาด้วยกัน
การเขย่าลูกเต๋าครั้งแรกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น นักพนันทั้งหลายต่างวางเบี้ยอย่างไม่แน่ใจ ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยเบี้ยสีแดง สีเหลือง สีขาว สีดำ
โดยสีแดงคือเบี้ยละสิบก้วน สีเหลืองเบี้ยละห้าก้วน สีขาวเบี้ยละหนึ่งก้วน สีดำเบี้ยละสิบเหวิน
ทุกคนต่างนิ่งเงียบรอลุ้นผลเมื่อเซียนพนันเริ่มเขย่าลูกเต๋าในจาน เสียงลูกเต๋ากระทบกับจานดังกังวาน มือที่เขย่าหยุดลงจากนั้นเสียงโห่ร้องเพื่อ้าให้ลูกเต๋าออกผลตามที่ตนแทงก็ดังขึ้น
“สูง! สูง! สูง!”
“ต่ำ! ต่ำ! ต่ำ!”
จ้าวลู่ชิงรอลุ้นผลคะแนน ในที่สุดเสียงบอกผลก็ดังขึ้น
“ต่ำ!”
เสียงเฮของนักพนันที่แทงฝั่งต่ำดังก้องไปทั่วทั้งบ่อน พนักงานของบ่อนต่างรีบเร่งแบ่งสรรปันส่วนให้กับนักพนันที่ทายผลถูก
ลูกเต๋าทั้งสามลูกหงายแต้ม หนึ่ง สอง สี่ รวมแต้มทั้งหมดเจ็ดแต้ม การดูว่าแต้มที่ออกสูงหรือต่ำจะกำหนดอยู่ว่าแต้มต่ำลูกเต๋าที่หงายรวมกันแล้วจะอยู่ที่แต้มสามถึงสิบ หากผลออกสูงแต้มจะอยู่สิบเอ็ดถึงสิบแปด
จากนั้นก็เริ่มครั้งที่สองทันที ครั้งแรกนักพนันยังรอดูท่าทีพอครั้งที่สองนักพนันต่างแย่งกันลงฝั่งต่ำเพิ่มมากขึ้นทว่ายังมีบางคนรอดูสถานการณ์
ซูเซียงเห็นคุณหนูนั่งจิบน้ำชา ไม่ยอมลงเบี้ยเล่นพนันก็นึกสงสัย วันนี้ท่านเซียนพนันไป๋ลู่เขย่าลูกเต๋าแค่ห้าครั้ง นี่ก็ครั้งที่สองและกำลังจะเฉลยผลคะแนนแล้วทำไมคุณหนูนางยังนั่งใจเย็นท่าทีเหมือนแค่มาชมความสนุก
“ต่ำ!”
เสียงเฮของนักพนันที่ลงฝั่งต่ำดังขึ้นอีกรอบ ผู้ที่ชนะต่างสรรเสริญในฝีมือการเขย่า
การเขย่าครั้งที่สามกำลังจะเริ่มขึ้นนักพนันต่างลงฝั่งต่ำ ทว่าบางคนก็ยังมิเชื่อว่าจะเขย่าได้ต่ำเสมอไปจึงลงฝั่งสูง จ้าวลู่ชิงส่งสายตาให้พี่ชายลงฝั่งต่ำ
จ้าวลู่เสียนกวักมือเรียกเสี่ยวเอ้อที่อยู่ใกล้ ๆ
“เ้าเอาเบี้ยนี่ไปลงฝั่งต่ำให้ข้า”
“ขอรับ” เสี่ยวเอ้อรับเบี้ยมาอย่างนอบน้อม
เบี้ยสีแดงห้าอันเป็จำนวนเงินทั้งหมดห้าสิบก้วนถูกเสี่ยวเอ้อนำไปวางฝั่งต่ำแล้วยืนรออยู่บริเวณนั้น หากออกผลตามที่ลงจะได้รับเบี้ยกลับไปด้วย
จ้าวลู่เสียนรู้สึกว่าเสียงลูกเต๋ากระทบกับจานกระเบื้องดังราวกับเสียงน้ำที่กำลังหยดท่ามกลางความเงียบสงัดทีละหยด ฝ่ามือกำแน่นกลัวว่าเงินห้าสิบก้วนที่ลงไปในครั้งเดียวจะสูญเปล่า เสียงร้องทายผลของนักพนันดูอื้ออึงไปหมด
“ต่ำ!”
จ้าวลู่ชิงยกยิ้มทันทีเมื่อผลออกตามที่คาดหวัง
ซูเจินกับซูเซียงเก็บอาการดีใจ ทำได้เพียงกำมือแน่นเพราะคุณหนูสั่งห้ามไม่ให้พวกนางดีใจในตอนนี้
จ้าวลู่เสียนกับพลเงาทั้งสองเผยรอยยิ้มกับผลที่ออก
“ขอทางด้วยขอรับ หลบไป! หลบให้ข้าหน่อย!”
เสี่ยวเอ้อหอบเบี้ยสีแดงจำนวนสามสิบเบี้ยฝ่าฝูงชนมายังโต๊ะของคุณชายที่ให้ตนไปลงพนันให้
“นี่ขอรับคุณชาย”
“เ้าไปแลกเป็เงินมาให้ข้า”
“ทั้งหมดเลยหรือขอรับ”
พอเห็นลูกค้าพยักหน้าเสี่ยวเอ้อก็รีบนำเบี้ยทั้งหมดไปแลกเปลี่ยนเป็เงินให้ ชื่นชมคุณชายท่านนี้ที่พอเล่นได้ก็รู้จักหยุด ไม่เหมือนนักพนันผู้อื่นที่เล่นได้ก็อยากเล่นอีกไปเรื่อย ๆ
เข้าสู่การเขย่าครั้งที่สี่ นักพนันต่างนับถือฝีมือการเขย่าลูกเต๋าของท่านเซียนพนันไป๋ลู่ เขย่ามาสามครั้งออกต่ำทุกครั้ง ครั้งนี้ผู้คนจึงวางเดิมพันฝั่งต่ำกันมากยิ่งขึ้น บางคนถึงขนาดเทหมดหน้าตัก
“เสี่ยวเอ้อ”
“ขอรับคุณชาย”
“เอาเบี้ยไปลงฝั่งสูงให้ข้า” กระซิบข้างหูเสี่ยวเอ้อแ่เบา
“ขอรับ”
รีบวิ่งนำเบี้ยไปวางเดิมพันฝั่งตามที่ได้รับคำสั่ง นิ้วหยาบกร้านเกาใบหูเล็กน้อย เมื่อสักครู่น้ำเสียงคุณชายผู้นี้มันฟังดูนุ่มนวลราวกับสตรี
ซูเซียงกับซูเจินสงสัยว่าเพราะเหตุใดคุณหนูถึงไม่ลงฝั่งต่ำ ท่านเซียนพนันไป๋ลู่เขย่าออกต่ำสามครั้งติดต่อกัน ครั้งที่สี่ก็สามารถเขย่าให้ออกต่ำได้เหมือนกัน
เล็บของจ้าวลู่ชิงจิกเข้ากับฝ่ามือ เงินจำนวนห้าสิบก้วนถูกนำไปวางเดิมพัน หากการคาดเดาครั้งนี้ถูกนางก็จะได้เงินเพิ่มเป็ห้าเท่าแต่หากคาดเดาผิดก็ไม่เป็ไรเพราะถึงอย่างไรพี่ชายนางก็ได้เงินจากการเดิมพันตาที่แล้วมาสองร้อยห้าสิบก้วน เงินจำนวนนี้มิใช่น้อย ๆ
ภายใต้ความวุ่นวายยังมีคลื่นใต้น้ำเล็ก ๆ ที่จ้าวลู่ชิงสามารถสังเกต เห็นได้ นางนั่งฟังเสียงเขย่าลูกเต๋าด้วยความสงบ
เสียงประกาศผลว่าลูกเต๋าออกแต้มสูงทำให้นางมีรอยยิ้มเผยขึ้นมามุมปาก
“คุณชายผลออกสูง!”
ซูเซียงกำถ้วยน้ำชาจนเกือบแตกคามือ ถึงแม้ซูเจินจะไม่สนับสนุนให้คุณหนูของนางเล่นการพนันแต่ครั้งนี้นางจะถือว่าปิดหูปิดตา
เสียงโอดโอยของนักพนันทั้งหลายที่คิดว่าผลคะแนนจะออกต่ำเหมือนสามตาที่ผ่านมาดังก้องบ่อน บางคนถึงกับเข่าทรุดลงบนพื้นเพราะความโลภจึงวางเดิมพันที่ได้มาจนหมด
เสี่ยวเอ้อหอบเบี้ยสีแดงมาให้คุณชายน้อยด้วยรอยยิ้ม
“คุณชายจะลงต่อหรือไปแลกเปลี่ยนเป็เงินขอรับ”
เสี่ยวเอ้อกระซิบถาม
“แลกเปลี่ยนเป็เงิน”
“คุณชายรอสักครู่นะขอรับ” รีบหอบเบี้ยไปแลกเปลี่ยนเป็เงิน
จ้าวลู่ชิงส่งสายตาให้พี่ชายและพลเงาทั้งสองถือกล่องเงินเดินออกจากบ่อนไปก่อน ที่นางต้องทำเช่นนี้เพราะไม่อยากให้ผู้ไม่หวังดีรู้ว่าพวกตนเล่นการพนันได้เงินมากเพื่อป้องกันการถูกปล้น
จ้าวลู่เสียนมอบสินน้ำใจให้กับเสี่ยวเอ้อที่เป็ธุระให้จำนวนห้าก้วน เสี่ยวเอ้อดีใจยิ้มจนตาหยี รีบเดินไปส่งจนถึงรถม้า
รอประมาณหนึ่งเค่อกล่องเงินจำนวนสองใบก็มาวางอยู่บนโต๊ะ
จ้าวลู่ชิงมอบสินน้ำใจจำนวนห้าก้วนให้กับเสี่ยวเอ้อที่คอยเป็ธุระให้เช่นเดียวกันกับพี่ชาย เขย่งเท้ามองเบี้ยเดิมพันที่อยู่บนโต๊ะ มันมากมายกว่าทุกตาเพราะนี่เป็ครั้งสุดท้ายที่เซียนพนันไป๋ลู่จะแสดงฝีมือ จากนั้นก็รีบออกจากบ่อน
“ต่ำ” จ้าวลู่ชิงเอ่ยแ่เบาก่อนเดินออกจากบ่อน ต่อมาเสียงประกาศว่าลูกเต๋าออกต่ำก็ดังขึ้นตามหลัง
สาวใช้ทั้งสองได้ยินที่ผู้เป็นายพูดชัดเจน มันตรงกับผลครั้งสุดท้าย