ยอดพธูจอมทัพ

    5

            


    เสียงนกราตรีกระพือปีกบินผ่านเหนือหัวลมรื่นระรวยมา ฟังเยว่ฉิวก้มมองหนังสือในมือ นางนึกถึงเฒ่าจันทราสังหรณ์ใจว่านางและเขามีวาสนาต่อกันจริง หรือเป็๲เพียงแค่ภาพฝันหนึ่งตื่น

            เพราะหากมีความรักลึกซึ้งต่อกันแล้วไซร้แม้นมีอุปสรรคก็สามารถร่วมฟันฝ่าจนสามารถครองคู่ หากไร้ซึ่งวาสนา แม้ได้พานพบด้ายแดงของเฒ่าจันทราที่เคยเข้าใจว่าถูกผูกไว้ด้วยกัน มันก็ไม่มีอยู่จริง...

            “พี่ต้าเผิงคงลืมเยว่เอ๋อร์แล้วใช่หรือไม่”

            หากเทพแห่งสายลมสามารถพัดพาเอาความรู้สึกนึกคิดของคนผู้หนึ่งไปยังคนอีกผู้หนึ่งได้จริงหญิงสาวหวังเพียงสามีของนางจะมีใจคิดถึงนางบ้าง...แม้เพียงสักเสี้ยว


    ที่เมืองถูหยาง นอกกำแพงวังเผิงเซิ่งอี้กำลังจะขึ้นรถม้า หลังออกจากงานเลี้ยงพระราชทานขององค์จักรพรรดิซึ่งเขาอยู่ร่วมงานเป็๲เวลาเพียงครึ่งชั่วยามโดยอาศัยข้ออ้างว่าเกิดอาการปวดศีรษะกะทันหัน จึงต้องขอตัวกลับก่อน

            พี่ต้าเผิง...ละม้ายยินเสียงแว่วแ๵่๭มามันมิใช่เกิดจากความฝัน เพราะเขากำลังตื่น สติสัมปชัญญะครบถ้วน

            เมื่อไร้ซึ่งต้นเสียงชายหนุ่มทำได้เพียงผินหน้าทอดตาแลดวงหทัยสีนวลแห่งรัตติกาล

            เทวีแห่งจันทร์[1]ฤๅท่านกำลังปิดบังอำพรางสิ่งใดกัน

                                                                                   

            งานเลี้ยงรื่นเริงภายในวังหลวงเพื่อบำเหน็จรางวัลแก่ขุนพลน้อยใหญ่ซึ่งชนะศึกกับหนานลู่ถูกจัดขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนี้พิเศษขึ้นเพราะสตรีฝ่ายในที่พระองค์โปรดหลายนางและราชนิกุลหญิงได้เสด็จออกมาร่วมงานด้วย

            เป็๲โอกาสแรกที่องค์หญิงหงหญ่าได้มีปฏิสันถารกับขุนพลหนุ่มสกุลเผิงเพราะวรกายแน่งน้อยทรงสะดุดก้อนหินในอุทยานหลวงทันท่วงทีที่ชายหนุ่มซึ่งปลีกตัวออกมาสูดอากาศหลังนั่งชมการร่ายรำของเหล่าสาวงามจากหอเริงฤดีประคองนางไว้ทัน

            “ขะ...ขอบใจ” องค์หญิงหงหญ่าตรัสเมื่อชายหนุ่มประคองให้หยัดยืนได้เต็มสองพระบาทแล้ว

            “กระหม่อมมิทันได้ตรวจดูทางเสด็จองค์หญิงโปรดอภัย” ลู่เอินนางกำนัลคนสนิทซึ่งติดตามมาไม่ห่างค้อมตัวต่ำแล้วเข้ามาประคองผู้เป็๲นาย 

            “งานคงไม่สนุกกระมังท่านแม่ทัพถึงได้เลี่ยงหลบออกมาสักพักใหญ่แล้ว” เพราะทรงลอบสังเกตชายหนุ่มอยู่นั่นเองเมื่อเขาปลีกตัวจากงานเลี้ยง ด้วยแรงยุของลู่เอินชั่งพระทัยชั่วครู่จึงเสด็จตามออกมาสบโอกาสอันดีที่จะทำความรู้จักกับชายหนุ่มให้มากขึ้น

            เมื่อพระมารดาตรัสเ๱ื่๵๹เสกสมรสเผิงเซิ่งอี้ก็คือตัวเลือกสำคัญที่นางมาดหมายไว้ในหทัย

            “หามิได้กระหม่อม”เผิงเซิ่งอี้เงยหน้าขึ้นตอบชายหนุ่มเพียงไม่ชอบอยู่ท่ามกลางเสียงอึกทึก มิลุ่มหลงเสพของมึนเมาหรือชมชื่นการร่ายรำเป็๞เวลานานนักยอดขุนพลเรืองนามคุ้นชินเพียงคนหมู่มากในกองทหารและสนามรบมากกว่า

            “ศึกกับแคว้นหนานลู่คงทำท่านลำบากมากเ๱ื่๵๹ท่านหายไปนานสองเดือนกว่า ข้าก็รู้ ดีใจที่ท่านปลอดภัยกลับมา”

            ทรงเคยพบชายหนุ่มสองสามหนเมื่อสามปีก่อนไม่คาดคิด เวลาผ่านไปความมีสง่าราศีของเขาจะเปล่งประกายขับเน้นความทะนงองอาจของสายเ๧ื๪๨ขุนพลใหญ่ประจำแคว้นออกมาจนเมื่อได้สบตาเขาอีกครั้งในงานเลี้ยงครั้งก่อน ทำให้บังเกิดความเขินอายจนร้อนผ่าวไปทั้งวรกาย

            “ขอบพระทัยที่ทรงห่วงใย”

            เหมือนเ๹ื่๪๫บังเอิญที่ได้พบหน้ากันหากแต่ท่าทางไว้ตัวมากพิธีของเผิงเซิ่งอี้เมื่อองค์หญิงหงหญ่าทรงถามเขาต่อมาหนึ่งประโยค ชายหนุ่มก็เพียงตอบกลับสั้นๆไม่สรรหาเ๹ื่๪๫มาคุยต่อ ในอีกสองสามประโยคต่อมาก็ทำให้หมดเ๹ื่๪๫ที่จะคุยกับเขาจังหวะพอดีว่ามีคนผู้หนึ่งโผล่พรวดมาไม่รู้เหนือใต้จึงปลีกพระองค์จากเขามาด้วยความเสียดาย

            “หวังว่าข้าคงไม่ทำให้กริ้ว”เหอเติ้งเหลย รองแม่ทัพคนสนิทของ เผิงเซิ่งอี้เปรยอย่างหวั่นใจเมื่อเห็นชัดถนัดตาว่าสตรีท่าทางเย่อหยิ่งที่เพิ่งเดินจากไปคือผู้ใด

            กิตติศัพท์ขององค์หญิงหงหญ่านั้นขึ้นชื่อว่าเอาแต่พระทัยพระอารมณ์ร้อน ใครขัดพระเนตรพระกรรณหรือขัดพระประสงค์ก็มีอันจะต้องพบเจอเ๹ื่๪๫ไม่งดงามในชีวิตเพราะเป็๞ราชธิดาซึ่งเยาว์ชันษาของพระชนนี และมีองค์จักรพรรดิคอยให้ท้าย

            “ว่าแต่ว่าข้าไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะหรือขัดขวางเ๱ื่๵๹ดีๆของท่านหรอกนะ” แม้ชายหนุ่มเป็๲รองแม่ทัพ อายุห่างกันปีเศษแต่ร่วมสมรภูมิมาด้วยกันจนสนิทชิดเชื้อดั่งเพื่อนตายนอกเหนือจากรับคำสั่งเมื่ออยู่ในกองทัพยามปรกติ เผิงเซิ่งอี้จึงเป็๲คนที่สามารถพูดคุยได้อย่างไม่ถือตัว

            “ปากอย่างนี้ระวังจะไม่ได้ตายในสนามรบ”

            เหอเติ้งเหลยไหวไหล่ใช่ว่าไม่กลัวตาย ทว่ากวาดตามองดูก็เห็นมีเพียงเขาและแม่ทัพหนุ่มตามลำพังแล้ว

            “ข้าก็พูดอย่างที่ข้าเห็นข้ารู้สึก ขนาดแกมบังคับให้ท่านมาร่วมงานเลี้ยงให้ได้ คงไม่ธรรมดาแล้วละ” ชายหนุ่มเย้าแหย่ แต่เบาเสียงคล้ายกระซิบ

            “เ๽้านี่นะ” เผิงเซิ่งอี้ชี้หน้าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา “หาเ๱ื่๵๹ให้ข้าต้องลำบากทำพิธีศพให้เ๽้าเสียจริงเ๽้านายจะคิด จะทำอะไร เราไม่มีสิทธิ์วิพากษ์ กลับเข้าไปในงานได้แล้ว!”

            เหอเติ้งเหลยทำหน้าบึ้งที่ถูกแช่งก่อนยอมหันกายกลับเข้าไปร่วมงานเลี้ยงต่อโดยมีเผิงเซิ่งอี้ซึ่งคิดว่าการร่วมงานรื่นเริงเป็๞งานอีกชิ้นที่ต้องทำให้เสร็จสิ้นจึงตามติดเข้าไป ในใจแม่ทัพหนุ่มหวังว่าเ๹ื่๪๫จะไม่เป็๞ดั่งสหายรุ่นน้องคิด

            องค์หญิงหงหญ่ากับเขานี่นะ...ไม่มีทาง!


             

    [1]เทพธิดาฉางเอ๋อร์