เกิดใหม่ครั้งนี้โดนเนรเทศไม่พอ...ยังมีสามีเป็นสตรีอีกหรือ [มีE-book]]

    บทที่ 50 เพราะปลูกที่ใหม่

            บทที่50

            เพราะปลูกที่ใหม่

            เซี่ยอันอวี่วางแผนเกี่ยวกับการรับแรงงานภายในเมืองมาทำงานในสวนเพาะปลูกอย่างรอบคอบนางรู้ดีว่าทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่อาจเร่งรัดได้เกินความจำเป็น

            มู่ซาน ที่นางพึ่งพาอยู่นั้นแม้จะเป็นสิ่งล้ำค่า แต่ก็ยังมีขีดจำกัดในตอนนี้ความสามารถในการหล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใช้งานต่อเนื่องดังนั้นในอนาคต... จำนวนแรงงานก็จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

            แต่นั่นคือเรื่องของวันข้างหน้า ไม่ใช่ตอนนี

            ทรัพยากรในมือของนางยังไม่มากพอสำหรับการขยายงานอย่างรวดเร็วการจ้างแรงงานเกินความจำเป็นจะกลายเป็นภาระเสียมากกว่าโดยเฉพาะเมื่อผลผลิตจากการเพาะปลูกในแต่ละวันมีเพียง 500ต้น เท่านั้น

            อาหารที่ได้ต้องแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก

            หนึ่ง  สำหรับหล่อเลี้ยงกองทัพ
    สอง  เป็นค่าตอบแทนแรงงานที่ถูกจ้างมา

            หลังจากแบ่งสรรปันส่วนเรียบร้อยแล้วอาหารสำรองที่เหลือก็ไม่ได้มากมายพอจะรองรับคนทั้งเมืองที่มีถึง 300ชีวิต

            เพราะเหตุนี้เซี่ยอันอวี่จึงเลือกที่จะประกาศอย่างชัดเจนว่า... ตอนนี้ยังไม่สามารถรับแรงงานเพิ่มได้มากนักแต่ในวันข้างหน้า เมื่อพื้นที่เพาะปลูกขยายตัวและมู่ซานพัฒนานางจะเพิ่มจำนวนคนงานอย่างแน่นอน

            แม้คำประกาศจะดูเป็นการผัดผ่อนไปก่อนทว่าผู้คนภายในเมืองกลับไม่ได้แสดงความสงสัยหรือผิดหวังมากนัก

            คนท้องถิ่นเหล่านี้...ต่างรู้ดีถึงสภาพความจริงของ เมืองกู่หลิงซา

            เมืองแห่งนี้คือผืนดินแห้งแล้งกลางทะเลทรายพวกเขาเติบโตมากับความจริงที่ว่า "ไม่อาจเพาะปลูกสิ่งใดได้"

            ในอดีตเคยมีผู้คนมากมายลองผิดลองถูกกับการเพาะปลูก พยายามหาหนทางรอดด้วยการปลูกพืชผักทว่า... ล้วนล้มเหลวไม่เป็นท่า

            ดังนั้น การที่เจ้าเมืองคนใหม่อย่างเซี่ยอันอวี่จะเข้ามาและลองเพาะปลูกอีกครั้งจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในสายตาพวกเขา

            ไม่มีใครคาดหวังผลผลิตไม่มีใครใส่ใจว่าพืชพรรณจะงอกงามหรือไม่พวกเขาสนใจเพียงแค่อย่างเดียวค่าจ้างเป็นอาหาร ที่จะได้รับในแต่ละวัน

            ตราบใดที่ยังมีเสบียงตอบแทนแรงงาน...พวกเขาก็พร้อมจะทำงานโดยไม่ตั้งคำถาม

            เพราะแบบนั้นจึงไม่ได้มีใครสงสัยเกี่ยวกับเรื่องพืชพรรณที่จะเจริญเติบโตหรือไม่เลย 

            ใกล้กับจวนเจ้าเมืองกู่หลิงซาบริเวณพื้นที่โล่งกว้างซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงผืนดินแห้งแล้งรกร้างบัดนี้กลับถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกขนาดย่อม

            รั้วไม้สูงท่วมหัวคนถูกสร้างล้อมรอบพื้นที่แห่งนี้อย่างแข็งแรง ปิดบังสายตาผู้คนจากภายนอกราวกับต้องการปกป้องสมบัติล้ำค่าบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน

            เมื่อก้าวผ่านประตูรั้วเข้าไปบรรยากาศภายในสวนเพาะปลูกกลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

            ผู้คนประมาณสิบคน ซึ่งล้วนเป็นชาวเมืองกู่หลิงซากำลังก้มหน้าก้มตาทำงานกันอย่างขะมักเขม้น แต่ละคนมีจอบ เสียมหรือเครื่องมือพรวนดินในมือ ร่างกายเปื้อนฝุ่นดินไปทั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า

            เสียงจอบกระทบพื้นดินดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเสียงพูดคุยเบา ๆ เป็นระยะช่วยเติมสีสันให้กับบรรยากาศอันเงียบเหงาของเมืองทะเลทราย

            บางคนกำลังขุดดินเตรียมแปลงบางคนหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในร่องดินที่จัดเตรียมไว้พวกเขาทำงานด้วยความตั้งใจอย่างที่สุดเพราะต่างรู้ดีว่าทุกหยาดเหงื่อที่หลั่งออกมานั้นหมายถึง อาหารที่จะได้รับเป็นค่าตอบแทนในแต่ละวัน

            รอบนอกของพื้นที่เพาะปลูกแห่งนี้ มีทหารในชุดเกราะเบายืนรักษาการอยู่ถึงแปดคนแต่ละคนประจำตำแหน่งตามทิศต่าง ๆ อย่างเป็นระเบียบดวงตาคมกริบจับจ้องความเคลื่อนไหวภายในและภายนอกพื้นที่โดยไม่วางใจ

            ในยามนี้...ทุกคนในเมืองต่างรู้ดีว่า

            "อาหาร"คือสิ่งสำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด

            และพื้นที่เพาะปลูกแห่งนี้ก็คือหัวใจของความหวังเพียงหนึ่งเดียวในกู่หลิงซาจึงไม่แปลกที่การรักษาความปลอดภัยจะเข้มงวดเป็นพิเศษ

            หลังจากเวลาผ่านไปได้ครึ่งค่อนวันเมื่อภารกิจในสวนเสร็จสิ้น คนงานทั้งหมดก็ทยอยล้างมือ ล้างหน้าจากโอ่งน้ำข้างรั้วก่อนจะได้รับการแจกจ่ายอาหารเป็นค่าตอบแทน

            แต่ละคนรับเสบียงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจแม้จะเหนื่อยล้า แต่ก็ยังมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าพวกเขาทยอยเดินออกจากพื้นที่อย่างเป็นระเบียบภายใต้การควบคุมของทหารที่ยืนดูแลอยู่

            ขณะเดียวกันภายในเรือนไม้ของจวนเจ้าเมือง…

            แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องโถงเซี่ยอันอวี่ กำลังนั่งตรวจสอบรายงานบางอย่างอยู่บนโต๊ะไม้ ใบหน้างามฉายแววจริงจังขณะใช้พู่กันจดบันทึกบางอย่างลงบนกระดาษ

            เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นจากหน้าประตูก่อนที่ร่างสูงของ หยางจื้อหลง จะก้าวเข้ามาภายในเรือนเขาตรงดิ่งไปยังเซี่ยอันอวี่ ก่อนจะหยุดยืนและประสานมือคารวะด้วยท่าทีสำรวม

            “ฮูหยิน...ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วขอรับ” หยางจื้อหลงเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและนอบน้อม

            เซี่ยอันอวี่ละสายตาจากเอกสารในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม ใบหน้าของนางยังคงสงบนิ่ง ทว่าในแววตาฉายแววพึงพอใจกับความเรียบร้อยของงาน

            เซี่ยอันอวี่พยักหน้ารับคำรายงานก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างสง่างามนางก้าวเดินตามหยางจื้อหลงออกจากเรือนไม้โดยไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม

            สายลมแห้งแล้งพัดผ่านใบหน้าเมื่อทั้งสองเดินออกมายังลานกว้างหน้าเรือนร่างของเซี่ยอันอวี่มุ่งตรงไปยังพื้นที่เพาะปลูกที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจวนเจ้าเมือง

            เมื่อมาถึง...ประตูรั้วไม้สูงท่วมหัวคนได้ถูกเปิดรอไว้แล้วโดยทหารที่ประจำการอยู่

            เซี่ยอันอวี่ก้าวข้ามผ่านประตูเข้าไปอย่างเงียบงันก่อนที่เสียงไม้กระทบกันจะดังขึ้น เมื่อประตูถูกปิดลงตามหลังนาง

            ภายในพื้นที่เพาะปลูกแห่งนี้กว้างขวางกว่าที่คิด ผืนดินที่ถูกพรวนไว้อย่างดีทอดยาวไปจนสุดสายตาเซี่ยอันอวี่กวาดตามองอย่างพินิจพิจารณา พลางประเมินคร่าว ๆ ในใจว่าหากใช้พื้นที่ทั้งหมดให้เต็มศักยภาพ น่าจะสามารถเพาะปลูกได้ถึงพันเมล็ดในอนาคต

            นางยิ้มเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจก่อนจะก้าวเดินไปยังกลางสวนอย่างสง่างาม

            เมื่อหยุดยืนในตำแหน่งที่เหมาะสมเซี่ยอันอวี่ยกมือขึ้นเคาะเบา ๆ ที่ กำไลหยก บนข้อมือของตน

            ในพริบตา...แสงสว่างสีเขียวอ่อนสาดประกายออกมา ก่อนที่ร่างเล็ก ๆ ของ มู่ซานจะพุ่งออกมาจากกำไลหยกและลอยอยู่เบื้องหน้า

            เซี่ยอันอวี่ยักคิ้วส่งสัญญาณให้อย่างรู้ใจมู่ซานพยักหน้าเล็กน้อย ร่างเล็กพริ้วไหวลอยไปเหนือแปลงเพาะปลูกก่อนจะปล่อยแสงสีเขียวบริสุทธิ์ดั่งมรกต แผ่กระจายปกคลุมทั่วทั้งสวน

            พลังแห่งชีวิตเปล่งประกายไปทั่วพื้นดินแห้งแล้งค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนราวกับได้รับการปลุกให้ตื่นจากความตาย

            เซี่ยอันอวี่ยืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาอิ่มเอมและสบายใจ นี่คือผลลัพธ์จากความพยายามของนางและมู่ซาน  สิ่งที่ผู้คนภายนอกไม่มีวันเข้าใจ

            ขณะเดียวกัน... ที่บริเวณหน้าประตูรั้วไม้

            หนึ่งในทหารที่ทำหน้าที่เฝ้ารักษาการณ์อยู่ด้านนอกยืนพยายามชะเง้อมองลอดช่องว่างเล็ก ๆ ของรั้วไม้สายตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาหวังจะได้เห็น"ความลับ" บางอย่างที่ถูกซ่อนอยู่ภายในสวนแห่งนี้

            แต่ยังไม่ทันได้สอดส่องสายตาให้ถนัดนัก…

            เพี๊ยะ!

            ฝ่ามือหนัก ๆของหยางจื้อหลงฟาดลงกลางหัวของทหารผู้นั้นอย่างแรง จนเจ้าตัวสะดุ้งเฮือกรีบผละออกจากรั้วทันที

            “เจ้าอยากโดนท่านแม่ทัพลงโทษหรืออย่างไร!”หยางจื้อหลงสบถเสียงดุ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งอย่างไม่พอใจ

            “ท่านแม่ทัพสั่งกำชับไว้แล้วว่า...ห้ามผู้ใดล่วงรู้ความลับของฮูหยิน!”

            ทหารหนุ่มรีบยกมือเกาหัวแก้เขินใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย เขาหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะกล่าวเสียงเบาอย่างรู้สึกผิด

            “ข้า...ข้าเพียงแค่อยากรู้เท่านั้นเองขอรับ”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้โดนเนรเทศไม่พอ...ยังมีสามีเป็นสตรีอีกหรือ [มีE-book]] ที่คุณอ่าน