เช้าวันรุ่งขึ้น
เจนเนตรลงมาสูดอากาศที่สวนด้านข้างของโรงแรมเธอชอบเดินเล่นยามเช้าตลอดจึงติดนิสัยข้อนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ต้องเลือกสถานที่ที่มีพื้นที่สำหรับเอาไว้เดินเล่นหรือวิ่งและโรงแรมแห่งนี้ก็ตอบโจทย์เธอมาก มัวแต่เดินเพลินๆมาถึงหน้าโรงแรมเห็นปกป้องยืนรออะไรบางอย่างอยู่ด้วยความสงสัยจึงเดินตรงดิ่งไปถามเขา
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
สังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวของอีกฝ่ายดูคล้ายว่าอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงจึงทำให้เจนเนตรอดเป็ห่วงไม่ได้ในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งเผลอเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของอีกฝ่ายที่นิ่งเงียบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่พูดไม่จา
“อุ๊ย! คุณตัวร้อนด้วยนี่คะ ไม่สบายรึเปล่า”
ดวงตาคู่คมเหลือบมามองหญิงสาวแวบหนึ่งก่อนชะเง้อมองด้านหน้าของโรงแรมต่อโดยไม่ได้สนใจตอบคำถามของเจนเนตร
“เดี๋ยวฉันไปซื้อยาให้คุณดีกว่า”
“ไม่ต้อง”
น้ำเสียงเรียบเฉยดังขึ้นแ่เบาปกป้องยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ ยิ่งทำให้เจนเนตรนึกเป็ห่วงมากกว่าเก่า จึงเดินวนดูร่างกำยำที่มีเหงื่อไหลผิดปกติก่อนจะจับแขนกำยำแล้วลากไปยังชั้นที่จอดรถของตัวเองทันที
“คุณจะพาผมไปไหน”
“ไปหาหมอค่ะ”
“ไม่เอาผมสั่งซื้อยามาทานแล้ว กำลังรอคนมาส่งอยู่”
“แต่อาการของคุณน่าเป็ห่วงฉันจะพาคุณไปหาหมอ อย่าดื้อสิคะ”
ถึงแม้ว่าจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับปกป้องเลยสักนิดแต่ในเมื่อเขาไม่สบายต่อหน้าเธอ มีหรือที่เธอจะใจดำไม่สนใจได้ลงคออย่างน้อยขอให้ได้พาเขาไปส่งถึงมือหมอเสียก่อนหากตรวจอาการแล้วไม่น่าเป็ห่วงอะไรค่อยปล่อยเขาไป
คิดได้ดังนั้นก็เปิดประตูรถคันหรูแล้วยัดคนตัวสูงเข้าไปนั่งด้านในทันทีก่อนจะเดินดุ่มๆมานั่งฝั่งคนขับแล้วเคลื่อนรถออกจากโรงแรมตรงไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
“ผมไม่ได้เป็อะไรมากไม่ต้องไปโรงพยาบาลก็ได้คุณ”
ท่าทางคล้ายเด็กกลัวเข็มฉีดยาของคุณหมอทำให้เจนเนตรนิ่วหน้าคิ้วขมวดด้วยความสงสัยชำเลืองมองปกป้องในขณะที่ขับรถไปด้วย
“คุณมักจะเป็แบบนี้ทุกครั้งที่ป่วยรึเปล่า”
“เป็ยังไงล่ะคุณ”
ปกป้องหันไปมองคนดื้อที่พยายามจะพาเขาไปหาหมอให้ได้เขาแค่ท้องเสีย และรู้สึกว่าเป็ไข้อ่อนๆ เท่านั้น ไม่ได้เป็อะไรมากเสียหน่อยแต่ดูเจนเนตรสิ ทำราวกับว่าอาการของเขาเข้าขั้นโคม่าเสียแล้ว
สาเหตุที่ทำให้ปกป้องหมดเรี่ยวแรงก็มาจากอาหารมื้อค่ำเมื่อวานเขากินเผ็ดเกินกว่าที่ลำไส้จะต้านทานไหวจึงทำให้ท้องร่วงทั้งคืน แทบได้หลับไม่ได้นอนกันเลยทีเดียวพอรุ่งเช้าก็โทรสั่งให้ลูกน้องหาซื้อยามาให้ แต่ไม่นึกว่าจะมาเจอเจนเนตรเข้าแล้วถูกลากขึ้นรถมาโดยไม่สนใจฟังเหตุผลของเขาสักนิด
หรือว่าเธอตกหลุมรักเขาแล้ว…
จึงแสร้งทำเหมือนว่าจะพาปกป้องไปหาหมอเพื่อให้ได้แนบชิดกับเขามากขึ้น อันที่จริงก็มีความเป็ไปได้อยู่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยล่ะเขาออกจะหล่อ เสน่ห์แรงขนาดนี้ อีกทั้งยังมานอนข้างห้องของเจนเนตรด้วยเธอคงเป็สาวโสดขี้เหงาขาดผู้ชายไม่ได้จึงหวั่นไหวให้เขาเข้าแล้ว
“คุณห่วงผมขนาดนี้คิดอะไรรึเปล่า”
“ฉันต้องคิดอะไรด้วยเหรอคะเห็นคุณไม่สบายแบบนี้ ฉันแค่ห่วงในฐานะมนุษย์ร่วมโลกเท่านั้น”
อาจเป็เพราะความเคยชินที่ชอบดูแลคนรอบตัวกระมังทำให้เจนเนตรไม่สามารถปล่อยให้ปกป้องเ็ปต่อหน้าเธอได้จะเรียกว่านี่คือข้อดีก็ได้ ทว่าเธอกลับมองว่ามันเป็ข้อเสียมากกว่าที่ผ่านมาเธอมักเป็ห่วงคนอื่นยิ่งกว่าตัวเองจนบางครั้งก็โดนคนเห็นแก่ตัวเอารัดเอาเปรียบบ่อยครั้ง
เคยบอกกับตัวเองว่าต่อไปจะไม่สนใจเื่ของใครอีกแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ทุกครั้งไป
“แต่ผมกลับรู้สึกดีใจนะที่คุณเป็ห่วงผม”
ปกป้องหันไปยิ้มน้อยๆให้เจนเนตร เอนหลังพิงเบาะด้วยความอ่อนเพลีย ปล่อยให้อีกฝ่ายพาเขาไปโรงพยาบาลทั้งที่ตัวเองกลัวเข็มฉีดยาแทบแย่ ไม่อยากเจอสถานการณ์ที่ต้องกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวต่อหน้าคนที่ชอบ
ไม่นานก็มาถึงที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใจกลางตัวเมืองจังหวัดขอนแก่นคนตัวเล็กรีบเปิดประตูลงมาช่วยพยุงปกป้องเดินเข้าไปในโรงพยาบาล เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆพยายามทำใจไปด้วย
หลังจากที่เข้ามารอคิวเข้าตรวจอาการสักพักก็ถึงคิวของปกป้อง เขาเดินเข้าไปในห้องตรวจคนไข้พร้อมด้วยเจนเนตรพบว่าหมอเ้าของไข้คือสายฟ้า สามีของเพื่อนสนิทเจนเนตรนั่นเอง
“เอ้าคุณเป็อะไรมาครับเนี่ย”
สายฟ้าใที่คนไข้วันนี้คือแฟนของเจนเนตรสังเกตสีหน้าซีดเซียวของอีกฝ่ายด้วยความเป็ห่วง ดูจากอาการแล้วคงอ่อนเพลียไม่น้อย
“ท้องเสียครับ”
“อย่าบอกนะว่า…”
พลางนึกถึงอาหารมื้อค่ำของเมื่อวานขึ้นมาไม่เข้าใจว่าทำไมปกป้องทานของเผ็ดไม่ได้จึงไม่บอกตามตรง ยังฝืนทานอาหารรสชาติจัดจ้านจนตอนนี้ส่งผลเสียให้ร่างกายทุกข์ทรมานด้วย
“พวกคุณเป็แฟนกันประสาอะไรเนี่ย”
เงยหน้ามองเจนเนตรก่อนจะส่ายหน้าไปมาหญิงสาวไม่รู้เลยเหรอว่าแฟนของตัวเองทานอะไรได้บ้าง จำได้ว่าเมื่อคืนเธอตักอาหารรสเผ็ดให้ปกป้องเสียยกใหญ่เ้าตัวเองก็ไม่ปฏิเสธตั้งหน้าตั้งตาทานอย่างเอร็ดอร่อย
“อะไรคะ”
เจนเนตรยังคงมีสหน้างุนงงทำให้สายฟ้าอยากจะต่อว่ารุ่นน้องของตัวเองเสียจริงเธอคบกับปกป้องประสาอะไรทำไมจึงไม่ใส่ใจชายหนุ่มสักนิด อีกอย่างทำไมปกป้องจึงไม่บอกนิสัยการกินของตัวเองให้อีกฝ่ายรับรู้
ตกลงแล้วสองคนนี้คบกันจริงหรือเปล่า
“หรือว่าคุณท้องเสียเพราะอาหารมื้อเมื่อคืน”
เจนเนตรหลุบตามองชายหนุ่มคาดไม่ถึงว่าเขาทานเผ็ดไม่ได้ เธอผิดเองที่ยัดเยียดอาหารเผ็ดๆให้โดยไม่ถามเ้าตัวก่อน
“ขอโทษนะคะ”
“อ่า…ผมผิดเองไม่เคยบอกคุณ” เอ่ยปลอบใจหญิงสาว “คุณหมออย่าตำหนิเธอเลยครับ”
“คราวหลังถ้าทานอะไรไม่ได้ไม่ควรฝืนนะครับ”
“ครับ”เงียบเสียงสักครู่ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้น “ผมต้องฉีดยาไหม”
“ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับหมอจะจ่ายยาให้ทานตามเวลา สักวันสองวันอาการน่าจะดีขึ้น”
“ขอบคุณครับ”
รู้สึกโล่งอกที่ไม่ต้องโดนเข็มฉีดยาไม่อย่างนั้น เจนเนตรคงรู้ถึงจุดอ่อนของปกป้องอีกหนึ่งข้อ หากเธออยากแกล้งเขาคงหลีกหนีไม่ได้แน่