ใน่เย็นหลังเลิกเรียนเจียงจืออวี๋ยังคงเทเนื้อกุ้งให้ไป๋ฉางเซิงตามปกติแต่คราวนี้เขากลับงับเข้าไปเพียงคำเดียวแล้วคายทิ้งทันที
เมื่อครู่เขายังไม่ค่อยยอมแพ้และอยากจะลองดูอีกสักั้แ่ความจริงก็พิสูจน์แล้วว่าเนื้อกุ้งไม่อาจมอบค่าพลังเืให้เขาได้อีกต่อไป
“ทำไมไม่กินล่ะ? หรือว่ามันเสียแล้ว?”
เจียงจืออวี๋ขมวดคิ้วมุ่นพลางหยิบเนื้อกุ้งขึ้นมาดมเมื่อไม่พบกลิ่นผิดปกติเธอก็เลื่อนมันกลับไปตรงหน้าไป๋ฉางเซิงอีกครั้ง
ทว่าคราวนี้ไป๋ฉางเซิงกลับไม่แม้แต่จะเหลือบมอง
“หรือว่าจะเบื่อกุ้งแล้ว?”
“ลองป้อนอย่างอื่นดูไหมล่ะ?”
คุณแม่เจียงที่กำลังจะไปล้างมือเตรียมทำอาหารเมื่อเห็นท่าทางของลูกสาวจึงเอ่ยแนะนำขึ้นมา
ไป๋ฉางเซิงได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าให้คุณแม่เจียงทันทีโดยไม่รู้ว่าเธอจะเข้าใจความหมายหรือไม่
ตอนที่เพิ่งฟักออกมาใหม่ๆเขาทำได้เพียงขยับปากกลืนหรือลืมตาเท่านั้น แต่หลังจากการวิวัฒนาการครั้งแรกร่างกายเขาก็ยาวขึ้น แม้จะยังไม่มีพลังต่อสู้เลยแม้แต่น้อยทว่าเขาก็เริ่มควบคุมร่างกายนี้ได้คล่องแคล่วขึ้นแล้ว
“โอ้ เ้าตัวเล็กนี่ฟังเราออกด้วยเหรอ? ถึงกับพยักหน้าเชียว?”
“ได้ๆ รอแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวแม่ไปหยิบเนื้อมาให้”
ในวิถียุทธ์พลังเืค่าพลังเืคือรากฐานสำคัญ
ลูกสาวของเธอต้องฝึกยุทธ์แม้สองสามีภรรยาจะไม่มีปัญญาหาของวิเศษจาก์มาสนับสนุนได้แต่การให้ลูกได้กินเนื้อทุกมื้อพวกเขายังพอจัดการไหวและตอนนี้โชคก็ตกมาอยู่ที่ไป๋ฉางเซิงแล้ว
เนื้อเส้นเล็กๆถูกคุณแม่เจียงหั่นออกมาแล้ววางลงตรงหน้าไป๋ฉางเซิง
เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยอ้าปากงับเนื้อเส้นนั้นลงท้องไปทันที
[ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินเนื้อวัวสด ได้รับค่าพลังเื 0.21]
ค่าพลังเืที่เนื้อวัวมอบให้นั้นสูงกว่าเนื้อกุ้งอย่างเห็นได้ชัด
เนื้อชิ้นนี้หนักราวๆเจ็ดถึงแปดกรัม แต่กลับให้ค่าพลังเืสูงถึง 0.21
ที่สำคัญที่สุดคือไป๋ฉางเซิงรู้สึกว่าเขากินไปได้แค่ครึ่งท้องเท่านั้นยังห่างไกลจากขีดจำกัดของตัวเองมากนัก
“แม่คะ หั่นเนื้อให้มันเพิ่มอีกหน่อยเถอะค่ะ”
เจียงจืออวี๋เฝ้ามองไป๋ฉางเซิงกินเนื้อจนหมดเงียบๆเมื่อเห็นเขามองเธอตาละห้อย เธอก็เข้าใจความหมายของเขาทันที
ไม่นานนักคุณแม่เจียงก็หั่นเนื้อเส้นขนาดพอๆกับเมื่อครู่อีกชิ้นมาวางไว้ที่ปากของไป๋ฉางเซิง
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้ค่าพลังเืเพิ่มขึ้น 0.25
รวมสองครั้งก็ได้ถึง0.46แต้ม ซึ่งมากกว่ายอดรวมของวันครึ่งที่ผ่านมาเสียอีก
หากประสิทธิภาพยังเป็เช่นนี้ต่อไปการจะเป็าาอสูรก็ดูเหมือนจะไม่ไกลเกินเอื้อมเท่าไหร่นัก แค่ต้องใช้เวลา...ไม่ถึงสองพันปีเอง
ช่างเถอะวิถีแห่งราชันนั้นหนทางยังอีกยาวไกล อย่างไรเสียก็ต้องค่อยเป็ค่อยไปทีละก้าว
เมื่อเห็นไป๋ฉางเซิงกินอิ่มแล้วเริ่มหรี่ตาลงนอนเจียงจืออวี๋ก็ฉายแววประหลาดใจออกมาวูบหนึ่ง
งูเกล็ดขาวตัวนี้เธอเลือกมาแบบส่งๆเท่านั้น แต่ดูเหมือนตอนนี้มันจะรู้ความเกินกว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก
รวมถึงความเร็วในการเติบโตนี่ด้วย
แค่สามวันยาวขึ้นจากสิบเิเเป็สามสิบเิเเห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่งูเกล็ดขาวทั่วไปจะทำได้
หรือว่างูเกล็ดขาวตัวนี้จะเป็สายพันธุ์กลายพันธุ์หายากหนึ่งในหมื่น?
ทว่าความประหลาดใจนั้นก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่
งูเกล็ดขาวก็ยังคงเป็งูเกล็ดขาวในเมื่อขีดจำกัดสูงสุดถูกล็อกเอาไว้ ต่อให้รู้ความแค่ไหนหรือจะเป็สายพันธุ์กลายพันธุ์ก็ไร้ประโยชน์
มันเหมือนกับตัวเลขพื้นฐานที่มีแค่1ต่อให้กลายพันธุ์ยังไงก็ทะลุ 100 ไปไม่ได้แต่เผ่าพันธุ์อื่นมีพื้นฐานเริ่มต้นที่ 100 อยู่แล้วโดยไม่ต้องกลายพันธุ์พวกเขาก็มาถึงระดับสูงสุดของเสี่ยวไป๋ได้ั้แ่ออกตัว
ทว่าเมื่อเห็นมันดูมีชีวิตชีวาเช่นนี้สุดท้ายเจียงจืออวี๋ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปบอกแม่ของเธอว่า
“แม่คะ ต่อไปเวลาซื้อเนื้อช่วยซื้อเพิ่มอีกหน่อยนะคะเผื่อเ้าตัวเล็กนี่ด้วย”
“ได้จ้ะ ตามใจลูกเลย”
สำหรับเ้าตัวเล็กหน้าตาน่าเอ็นดูแถมไม่เลื้อยเพ่นพ่านตัวนี้คุณแม่เจียงก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไร อีกอย่างการซื้อเนื้อเพิ่มแค่เหรียญสองเหรียญจะเสียเงินสักเท่าไหร่กันเชียว?
ว่ากันตามตรงความรู้สึกที่มีคนคอยป้อนอาหารให้ถึงเวลาแบบนี้ มันช่างสงบสุขจริงๆ
เวลาผ่านไปอีกหกวันเต็มไป๋ฉางเซิงจมอยู่ในวงจรตื่นมากิน กินเสร็จก็หลับต่อ
ทุกวันจะมีค่าพลังเืเข้าบัญชี1.5แต้มอย่างสม่ำเสมอทำให้ไป๋ฉางเซิงรู้สึกได้ชัดเจนว่าลำตัวของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
ทว่าเมื่อค่าพลังเืแตะระดับสิบแต้มปัญหาใหม่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
[ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินเนื้อวัวสด ได้รับค่าพลังเื 0.26]
[ค่าพลังเืถึงขีดจำกัดปัจจุบันแล้วโปรดเริ่มการวิวัฒนาการครั้งที่สองโดยเร็ว]
[เงื่อนไขการวิวัฒนาการครั้งที่สอง: ค่าพลังเื (10/10) แต้มวิวัฒนาการ (0/1)]
ค่าพลังเืหาไม่ยากแต่แต้มวิวัฒนาการนี่สิจะไปหาจากไหน?
ถ้าตอนนี้เขาอยู่ในป่าเขาคงออกไปล่าสิ่งมีชีวิตมาลองดูว่าจะได้แต้มวิวัฒนาการไหมแต่ปัญหาก็คือเขายังออกไปจากห้องนี้ไม่ได้เลย
แน่นอนว่าด้วยพละกำลังและขนาดตัวในตอนนี้หากสุ่มไปเจอสิ่งมีชีวิตในป่าสักตัว อีกฝ่ายคงแข็งแกร่งกว่าเขาไม่รู้กี่เท่า
ใครจะกลืนกินใครงานนี้บอกเลยว่าพูดยาก
“แม่คะ เช้าวันนี้ทางโรงเรียนจะจัดวิชาการทดสอบเสมือนจริงทั้งห้องต้องไปที่ลานฝึกจำลอง หนูคงไม่กลับมากินข้าวเที่ยงนะคะ”
เจียงจืออวี๋ในชุดนักเรียนเดินกลับมาหยิบเนื้อสดชิ้นเล็กๆออกจากตู้เย็น หั่นเป็เส้นยาววางไว้หน้าไป๋ฉางเซิง
เมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวพูดคุณแม่เจียงที่สวมผ้ากันเปื้อนก็เดินออกมาจากห้องครัวด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย
“การทดสอบเสมือนจริงเหรอ? จะไม่อันตรายใช่ไหมลูก?”
“แม่ได้ยินมาว่าถึงลานฝึกจำลองนั่นจะไม่มีสัตว์อสูรระดับสูงๆแต่ทุกปีก็ยังมีนักเรียนได้รับาเ็อยู่นะ”
ไป๋ฉางเซิงกินเนื้ออย่างสบายอารมณ์แม้เนื้อวัวจะไม่ให้ค่าพลังเืแล้ว แต่ท้องมันก็ยังหิวอยู่ดี
เมื่อได้ยินคำพูดของคุณแม่เจียงเขาก็เอียงคอชำเลืองมองเจียงจืออวี๋เล็กน้อย
แม้เขาจะไม่รู้ว่าการทดสอบนี้เป็อย่างไรแต่ในเมื่อจัดให้นักเรียนทุกคนเข้าทดสอบเป้าหมายเชิงการสอนย่อมต้องมากกว่าการรบจริงอยู่แล้ว
อย่างไรเสียเธอก็เป็ถึงจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดการทดสอบที่ใช้กับนักเรียนทั่วไปแบบนี้ คงง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
เดี๋ยวนะการทดสอบเสมือนจริง? จะได้เจอสัตว์อสูรด้วยงั้นเหรอ?
จู่ๆไป๋ฉางเซิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความหวัง
ฝ่ามือของเจียงจืออวี๋ลูบผ่านตัวของไป๋ฉางเซิงอย่างแ่เบาแม้จะเป็เพียงปลายนิ้วแต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นทำให้ไป๋ฉางเซิงรู้สึกเคลิบเคลิ้มสบายตัวอย่างยิ่ง
“วางใจเถอะค่ะแม่ มีอาจารย์คอยคุมตลอดทาง ไม่เกิดปัญหาแน่นอน”
“อีกอย่าง การทดสอบครั้งนี้โรงเรียนมีรางวัลให้ด้วยใครที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในห้องจะได้รับยาพลังเืมูลค่าสองพันเหรียญเป็รางวัลค่ะ”
“จริงสิ เดี๋ยวแม่ช่วยหั่นเนื้อเผื่อเสี่ยวไป๋สักสองสามชิ้นนะคะหนูจะไปในฐานะผู้ควบคุมสัตว์อสูร ยังไงก็ต้องพาสัตว์เลี้ยงิญญาของตัวเองไปด้วย”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เจียงจืออวี๋พูดไป๋ฉางเซิงก็ยิ่งรู้สึกสำราญใจมากขึ้นไปอีก
......
หลังจากนั้นไม่นาน ขณะที่ไป๋ฉางเซิงยังอยู่ในห้วงนิมิตแห่งความฝัน จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าร่างกายลอยละลิ่วขึ้นฟ้าก่อนจะถูกยัดเข้าไปในพื้นที่มืดสลัวแห่งหนึ่งดูเหมือนจะเป็กระเป๋านักเรียนของเจียงจืออวี๋
แต่เนื่องจากรู้ว่าจะไปที่ไหนไป๋ฉางเซิงจึงไม่ได้ขัดขืน เขาขดตัวนิ่งๆ อยู่ในนั้นพลางง่วงเหงาหาวนอนไปได้พักใหญ่ จนกระทั่งได้ยินเสียงผู้หญิงคุยกันแว่วๆจากนั้นซิปกระเป๋าก็ถูกรูดเปิดออก
ตรงปากกระเป๋าที่เปิดอยู่คือใบหน้าของเด็กสาวผมสั้น พร้อมกับมือที่ยื่นมาหาเขา
และก็เป็อีกครั้งที่เขาไม่มีโอกาสได้ขัดขืนร่างของเขาถูกเด็กสาวอุ้มเข้าไปไว้ในอ้อมกอด พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆของสาวน้อยที่ลอยมาแตะจมูก