ตอนพิเศษ Tale of Unification War : All Under Heaven
ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในใต้หล้าอยู่ในการปกครองของโอรสสวรรค์
ทุกสิ่งที่อยู่ใต้สวรรค์ไม่มีที่ไหนอยู่พ้นจากการปกครองขององค์ฮ่องเต้
เมื่อโลกนั้นถูกผลักไปอยู่ในยุคของความวุ่นวายไร้กฎเกณฑ์ก็มีแต่ต้องอาศัยกฎหมาย ระเบียบ เลือดและเหล็กให้ทุกสรรพสิ่งกลับมาอยู่ใต้การปกครองของสวรรค์อีกครั้งหนึ่ง
“น้องชายเจ้ายังอ่อนแอและใจอ่อนเกินไป”
เปลวไฟสีฟ้าครามเปล่งออกมาจากร่างกายของพี่สาวของเขา
พี่สาวของเขานั้นเป็นคนที่มีแนวความคิดก้าวหน้ามาตั้งแต่เด็ก
เชี่ยวชาญบุ๋นและบู๊ ขี่ม้าเหล็กคล่องแคล่วยิงธนูกลแม่นยำ
รวมไปถึงพลังไฟศักดิ์สิทธิ์สัญลักษณ์ของราชวงศ์ด้วย
เขาได้ตั้งโล่ป้องกันด้วยพลังปราณภายในจากเปลวไฟที่ร้อนแรงที่แผดเผาสรรพสิ่งรอบข้างในวังหลวง
ต้นท้อสีรุ้งที่ได้รับการรักษาไว้ผ่านยุคของความโกลาหลโดนเผาด้วยเปลวไฟสีฟ้า ภาพวาดของช่างมือโบราณก็กลายเป็นผุยผงเพราะความขัดแย้งและการเข่นฆ่ากันของราชวงศ์
“ท่านพี่หยุดเถอะ ข้าสัญญาว่าจะอภัยโทษให้ท่านและลูกน้องของท่านหากวางอาวุธทำงานให้ราชสำนักข้าสัญญาว่าจะยังคงใช้งานพวกเขา”
เพ้ย
เสียงสบถและเปลวไฟสีน้ำเงินที่แผดเผารอบข้าง
ที่ทำให้บริเวณที่เขายืนอยู่นั้นเป้นบริเวณเดียวที่ปราศจากไฟไหม้
แต่สถานที่และภาพความทรงจำในวัยเด็กปลาสีรุ้งในบ่อ หินมรกตที่เก็บเอาไว้ผ่านการรักษามาอย่างดีก่อนหน้าที่จะโลกล่มสลาย
ก็โดนไฟเผาทำลายไปจากคนในราชวงศ์ด้วยกันเองหาใช่คนภายนอกไม่
“ข้าไม่มีวันยอมสยบ ข้าจะพิสูจน์ว่าข้าอยู่เหนือโชคชะตาผู้หญิงที่มีความสามารถอย่างข้าสามารถอยู่เหนือคนทั้งแผ่นดินได้”
หมัดที่เต็มไปด้วยเปลวไฟสีน้ำเงินพุ่งเข้ามาหาเขา
หมัดที่เขาเห็นมานับร้อยนับพันครั้ง
หมัดที่เคยสอนวิชานี้ให้แก่เขา
หมัดที่เคยปกป้องเขา
มาในวันนี้กลับเป็นหมัดที่จะใช้สังหาร
“มาเลยดูว่าเจ้าจะใช้วิชาที่ข้าสอนได้สักเท่าไรกัน”
พี่สาวกล่าวหลังจากที่เขากางลมปราณเพื่อหลบจากการโจมตี
“ข้ารู้ทุกอย่างที่เจ้ารู้และทุกอย่างที่เจ้าไม่รู้ข้าก็รู้”
ปีกสีน้ำเงินที่สร้างจากเปลวเพลิงประจำตัวของราชวงศ์ทำให้พี่สาวลอยอยู่กลางอากาศ
เปลวไฟสำแดงก็ออกมาจากตัวของเขาเช่นกัน
ร่างกายของเขาขยายขนาดขึ้นแววตากลายเป็นของสัตว์เทวะอย่างมังกร
กี๊ซ
ไฟพ่นออกจากปากของหงส์สีน้ำเงินและมังกรสีแดง
โครงสร้างที่เหลือรอดอยู่ของนครหลวงกลายเป็นเถ้าถ่านจนหมดสิ้นเมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง
แค่ก
เขาพ่นควันออกมาจากร่างกายแม้แต่ร่างกายที่ทนไฟก็มีบางส่วนที่ไหม้เกรียม
ส่วนร่างของพี่สาวนั้นเหลือแต่ท่อนบนบางส่วนใบหน้าที่โดนเผาไปครึ่งหนึ่ง มือและขาล้วนโดนไฟเผาทำลายไป
“ฮะ ฮะ ฮ่า สุดท้ายข้าก็แพ้มาตั้งแต่เกิดแล้วความพยายามมากแค่ไหน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดมาได้”
อาจจะคิดไปเองว่าคือน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาของพี่สาว
แต่ความร้อนเช่นนี้น้ำระเหยออกไปหมดสิ้นนานแล้ว
น้ำตาของพี่สาวคงไม่สามารถไหลออกมาได้ในภาวะเช่นนี้
“สังหารข้าเถอะ และกลายเป็นจักรพรรดิของ จักรวรรดิฉิน QinEmpire ต่อไป”
ชายหนุ่มเงียบงันไปสักครู่
“ไม่ ข้าจะเป็นจักรพรรดิฉินแต่ข้าจะไม่มีวันสังหารท่าน”
“จะ-เจ้า”
พี่สาวเบิกตากว้าง
เมื่อลูกน้องของเขาที่หลบไปด้านนอกได้เอาโลงแก้วเข้ามา
ของหายากที่มาจากยุคของความโกลาหล
“ไม่ ไม่สังหารข้าเสียอย่าเจ้าอย่าทำแบบนี้ หากเห็นแก่ความเป็นพี่น้องอย่าทำอย่างนี้-”
ร่างของพี่สาวลอยขึ้นมาอย่างช่วยตนเองไม่ได้
ก่อนที่ร่างกายที่แขนขาขาดไหม้เกรียมจะลอยเข้าไปในโลงแก้วดั่งตุ๊กตาที่ตัวเบา
หนามสีเงินจำนวนนับไม่ถ้วนได้แทงเข้ามาที่ตัวพี่สาวจากรอบด้านแทรกซอนเข้าไปในทุกเส้นประสาทและทุกเซลล์ของร่างกาย
เพื่อรักษาชีวิตของผู้ที่อยู่ในโลงแก้วแห่งนี้เอาไว้หากโลงแก้วนี้ยังไม่พังหรือหยุดทำงาน
“ไม่ข้าขอสาปแช่งเจ้า ข้าสาปแช่งเจ้าข้าสาปแช่-”
โลงแก้วนั้นได้ปิดลงและรักษาชีวิตของพี่สาวเอาไว้ได้
ในวันนั้นไม่มีการฆ่ากันระหว่างพี่น้อง...อย่างน้อยก็ในกรณีนี้แม้ว่าพี่สาวที่ไม่โดนสังหารอาจจะอยากเลือกอีกหนทางก็ตาม
จักรวรรดิฉินที่ล้าหลังอาจจะมองว่าโลงแก้วคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยรักษาชีวิต
แต่ที่แท้จริงแล้วมันคือแคปซูลลงโทษแช่แข็งนักโทษในยุคของก่อนการล่มสลาย
นักโทษที่โดนขังในแคปซูลแช่แข็งจะมีชีวิตกึ่งฝันถึงความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดตลอดเวลาที่ถูกขังอยู่ในแคปซูลนั้น
เป็นวิธีที่ใช้ลงโทษพวกอาชญากรผู้ก่อการร้ายที่สังหารคนมหาศาลจนอาจจะโดนลงโทษทบกันไปมากว่าแสนปี
แคปซูลลงโทษมีไว้เพื่อรับประกันว่าพวกที่โดนลงโทษจะไม่มีวันเสียชีวิตไปก่อนที่กำหนดโทษจะสิ้นสุด
และพวกเขาจะรู้สึกถึงการลงโทษในทุกวินาทีที่พวกเขามีชีวิตอยู่