ผมหัวเราะออกมาทันที่เธอลงทุนเดินมาส่งผมที่รถ นั่นเพราะว่าเธอคงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระว่างผมกับพ่อของเธอ แต่ผมยังไม่อยากบอกเธอหรอก อยากแกล้งคนอีกสักหน่อย แต่ดูเธอทำสิ ยืนหน้ามุ่ยแก้วป่องให้ผม ซึ่งมันทำให้ผมะเิหัวเราะออกมา ผู้หญิงคนนี้ภายนอกดูเป็สาวเปรี้ยว มั่นใจในตัวเอง วันนี้เธอกลับทำให้ผมอีกมุมของเธอ มันยิ่งทำให้ผมหลงรักเธอเข้าไปอีก คนอะไรเวลางอนก็น่ารัก
ดินทร์ : ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอกครับ พี่บอกแล้วไงพี่รับมือได้
อ้อมกอด : งั้นแสดงว่า คุณพ่อท่าน เอ่อ......อนุญาตให้ เอ่ออ...คบกันแล้วเหรอคะ ( เธอถามผมแต่กลับไม่กล้าสบตามตรงๆ แถมแสดงท่าทีเขินอายผมเห็นอีกด้านของเธออีกแล้วสินะ)
ดินทร์ : หึ ก็คงงั้นมั้งครับ แต่กว่าคุณพ่อจะใจอ่อนเล่นเอาพี่หมดพลังงานไปเยอะที่เดียว จนไม่มีแรงจะขับรถกลับบ้านเลยคร๊าบบบ (ยิ้มหวานหลับตาปริ๊บๆอ้อนๆ) ของเติมเชื้อเพลิงก่อนกลับหน่อยนะครับ จุ๊ฟ! (ผมถือโอกาสจุ๊ฟแก้มนวล ฮ่าๆๆชื่นใจจัง มีพลังขึ้นเยอะเลยครับ ฮ่าๆๆ)
ฉันอ้าปากค้างเหลียวหน้าเหลียวหลัง กลัวคุณพ่อคุณแม่จะเห็น นี่เค้าไม่ได้กลัวคุณพ่อฉันเลยเหรอ และระหว่างคุณพ่อกับเค้าคุยอะไรกันทำไมเค้าถึงได้อารมณ์ดีขนาดนั้น? ฉัันยืนงงๆขณะมองรถของเค้าวิ่งออกจากบ้านฉันไป
วันนี้ฉันไม่มีงานตารางงานของฉันมีงานแค่สามวันต่อสัปดาห์ และในเดือนนี้มีไฟท์บินแค่ในประเทศเป็ไฟท์สั้นๆไปเช้าเย็นกลับ ฉันมีเวลาว่างมากพอที่จะไปช็อปปิ้งซื้อของที่อยากได้ ในขณะตารางงานยัยมินิแน่นมากมีทั้งในและต่างประเทศ ฉันมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียว (ที่สนิทกันจริงๆนะคะ) ทำให้วันนี้ฉันต้องมาช็อปปิ้งคนเดียว ฉันเดินเข้าร้านหนังสือไปหาซื้อหนังสือที่อยากได้ มาอ่านเสริมความรู้ซะหน่อย(แก้เบื่อก็ว่าได้) นอกจากฉันจะชอบดูซีรีย์ฉันยังชอบอ่านหนังสือ หนังสื่อที่อ่านส่วนใหญ่จะเป็หนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อ่านเผื่อๆได้ไปทำงานและอาจจะมีอนิสงได้เที่ยวด้วยคะ มันทำให้ฉันรักในอาชีพนี้มาก ^^
ไลน์
ดินทร์ : กอดครับวันนี้ทำงานไหมครับ ( ฉันกำลังเข้าร้านนู้นออกร้านนี้ก็ได้ยินเสียงไลน์ดังเลยหยิบขึ้นมาอ่าน เมื่อฉันเห็นว่าเป็พี่ดินทร์ฉันก้หัวใจพองโต หัวเต้นแรง)
อ้อมกอด : สัปดาห์นี้กอดไม่มีงานแล้วคะ มีงานอีกทีจันทร์หน้าเลยคะ พี่ดินทร์มีไรรึป่าวคะ ( ฉันตอบคำถามเค้า )
ดินทร์ : เย็นนี้พี่ไปรับทานข้าวนะ ว่าแต่ตอนนี้อยู่ไหนครับ
อ้อมกอด : กอดมาซื้อของแถวๆเอกมัยคะ
ดินทร์ : งั้นรอที่นั่นก่อนได้ไหมครับสักสามสิบนาทีพี่ไปหา พี่ของเคลียร์งานก่อน
อ้อมกอด : ออฟฟิศพี่แถวนี้เหรอคะ ไม่ต้องมารับกอดก็ได้คะ พี่ทำงานของพี่เถอะ ส่งที่อยู่มาคะเดี๋ยวกอดไปหาพี่ที่ออฟฟิศก็ได้ พอดีกอดขับรถมาคะ ( ฉันดูใจง่ายเกินไปไหมอยู่ดีไม่ว่าดีดั้นดนไปหาผู้ชายถึงที่ แต่ก็คงไม่มีอะไรเสียหายมั้ง ฉันกับตัวเองในใจ)
ดินทร์ : ขอบคุณครับ เดี๋ยวพี่ส่งพิกัดไปให้ (เมื่อได้พิกัด ฉันก็เดินทางไปหาเค้าใช้เวลาเดินทางแค่15นาทีแค่นั้นเอง)
เมื่อฉันขับรถหรูของฉันมาจอดหน้าโรงแรมหรูระดับห้าดาวก็มีพนักงานตอนรับชายอาสามาขับรถไปจอดที่ลานจอดรถให้ ฉันเอ่ยขอบคุณแล้วเดินเข้าไปด้านในจึงว่ามีชาวต่างชาติเดินไปเดินมาค่อนข้างเยอะ ด้านในของโรงแรมถูกตกแต่งสไตล์ยุโรป ดูสวยหรู ฉันพึ่งได้รู้ว่าที่บ้านเค้ามีกิจการโรงแรม ก็วันนี้แหละ ฉันเดินไปถามพนักงานตอนรับเพื่อขอเข้าพบเค้า
อ้อมกอด : สวัสดีคะฉันมาขอพบคุณ บดินทร์ คะ (พนักงานมองหน้าด้วยใบหน้าที่ยิ้ม แต่แววตามแอบแฝงด้วยความสงสัย)
พนักงาน : ได้นัดไว้รึป่าว! คะ ( พนักงานถามฉันกลับด้วยน้ำเรียบๆ สงสัยงานเยอะมั้งเลย เลยตึงตึง ฉันยังพยายามเข้าใจพนักหญิงนี้)
อ้อมกอด : อ่อ ฉันแจ้งกับคุณบดินทร์ไว้แล้วว่าจะขอมา งั้นขอรบกวนคุณแจ้งคุณบดินทร์ทีว่า ฉันอ้อมกอด มาพบ (ฉันแจ้งความประสงค์ให้แก่พนักงานคนนี้รู้)
พนักงาน : อ่อ รอสักครู่ ( เป็อะไรมากไหมหล่อน จะหงุดหงิดไรนักหนา ฉันเริ่มจะไม่พอใจกับกระทำ คำพูดของพนักงานตอนรับคนนี้แล้วสิ)
ดินทร์ : กอดครับมาแล้วเหรอ (ขณะที่พนักงานกำลังต่อสายไปหาใครสักทีฉันก็ได้ยินเสียงพี่ชายตัวโตที่ฉันมาขอเจอ ฉันหันไปทันทีที่ได้ยินของเค้าเรียกชื่อฉัน )
พนักงาน: ท่านประทานค่ะ ผู้หญิงคนนี้เข้าบอกว่าเค้านัดกับท่านประทานไว้คะ (พนักงานหันไปเจอกับเค้าแล้วรายงานทันทีราวกับว่าที่ฉันมาขอพบนั้นฉันไปทำอะไรผิดนักหนา ฉันไปขโมยของโรงแรมรึยังไง แต่พอเห็นหน้าของเธอเวลานี้ ในเวลาที่เธอคุยกับคนที่เธอเรียกว่าท่านประทานใบหน้าของเธอขณะนี้ยิ้มจนปากจะถึงรูหูอยู่แล้ว ฉันจึงเข้าใจได้ทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้ก็จะหลงไหลได้ปลื้มท่านประทานมากสินะ)
ดินทร์ : ไม่เป็ไรครับ นี้ คุณอ้อมกอด แฟนผมเอง (เค้าบอกกับพนักงาน และแนะนำฉันแก่พนักงาน แม้จะใที่เค้าแนะนำว่าฉันเป็แฟนของ แต่ก็แอบซะใจนิดหน่อย)
อ้อมกอด : สวัสดีคะพี่ดินทร์ ไม่เห็นต้องลงมารับเลยคะ เดี๋ยวกอดขึ้นไปหาก็ได้ ( ฉันส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม และแอบชำเรืองพนักงานตอนรับ ฮ่าๆๆยกนี้ฉันชนะยะ พนักงานหญิงคนนั้นหน้าจ๋อยไปเลยทีเดียว)
พนักงาน : แฟนเหรอคะ ท่านประทาน เอ่อ ขอโทษคะที่ฉันเสียมารยาทถามเื่ส่วนตัว
ดินทร์ : ไม่เป็ไรครับ ไปครับกอดขึ้น ไปออฟฟิศพี่กันเดี๋ยวพี่พาทัวร์ออฟฟิศ ( เค้าพูดกับพนักงานแล้วหันมาพูดกับฉัน โอบเอวฉันพาเดินไปยังลิฟท์ที่ใช่สำหรับผู้บริหารแล้วกดไปยังชั้นบนสุด)
ฉันไม่ได้พูดไรปล่อยให้เค้าโอบเอวเข้าไปในลิฟท์ ว่าแต่ทำไมบรรยากาศในลิฟท์มันเงียบจัง เงียบจนฉันได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง หรือ บรรยากาศในลิฟท์มันไม่ได้เงียบ แต่เป็หัวใจฉันเองที่เต้นแรง เพราะตื่นเต้นกับมือหนาที่โอบเอวฉันอยู่ตอนนี้ไม่ยอมปล่อยซะที ฉันแหงนมองหน้าเค้าก็นึกในใจว่าผู้ชายอะไรตัวสูงเป็บ้านี่ขนาดฉันว่าฉันสูงแล้วนะ(ก็สูงประมาณหนึ่งแหละคะ^^)พอยืนใกล้เค้าฉันยังสูงแค่ไหล่เค้าเอง จังหวะเดียวกันนั้นเค้าก็หันลงมาสบตาฉันพอดี
ตึก ตึก ตึก