ตอน 9 มิอาจยั่งยืน
"ท่านนักพรตอย่ามัวแต่พร่ำอยู่เลยมาลงมือกันเถอะ"
นักพรตเองก็คิดว่าตนได้เจรจาให้โอกาสกับตงฟางแล้วจึงลงมือกับนางไม่มีการยั้งมือใดๆ
ทั้งสองประมือกันอยู่ครู่หนึ่ง...นักพรตอาคมแกร่งกล้าจริงๆทำให้ตงฟางได้รับาเ็ไม่น้อยกระทั่งท่านนักพรตสามารถกำราบปีศาจงูขาวตงฟางได้อยู่หมัด....ร่านงูของนางสลายลงพื้นกลายร่างมนุษย์ล้มลงหมดสติ
ทหารรีบเข้าไปควบคุมตัวนางทันที
"ในคืนพรุ่งนี้ข้าจะทำการปะานางในแท่นปะาซะ"
"นักพรตท่านใช้อาคมของท่านสังหารนางในแท่นลานปะาของข้าพรุ่งนี้ด้วยเถิด "
"ฝ่าาเหตุใดท่าน ต้องสังหารนางมิเพียงปล่อยให้นางไปตามโชคชะตา ยถากรรมของนางมิดีกว่าหรือ "
"นางสร้างความวุ่นวายอีกทั้งยังสังหารทหารของข้าไปหลายร้อยนายมีเหตุผลอันใดที่นางจะไม่สมควรตาย"
"โทษที่นางทำ เข้าข่ายหลอกลวงเบื้องสูงนางเป็ปีศาจแท้ๆ แต่กลับปลอมตัวเป็มนุษย์สมสู่กับองค์รัชทายาท เข้ามาอยู่ในวังหากผู้ใดรู้เข้าคงได้หัวเราะเยาะข้าว่าข้าเป็กษัตริย์ที่ละเลยความเป็อยู่ของคนในวัง "
"เช่นนั้นข้าก็จะทำตามประสงค์ของฝ่าา"
"เพื่อไม่ให้นางหนีไปได้ ข้าจะลงไปยังคุกหลวงร่ายมนตร์อาคมสะกดนางไว้ไม่ให้นางสามารถหนีรอดไปได้"
ทหารนำตัวของนางไปที่คุกหลวง ทั้งนี้นางไม่สามารถหนีออกมาได้จริงๆเพราะม่านอาคมที่เก่งกล้าของท่านนักพรตผู้นี้ได้สะกดนางเอาไว้แล้ว
"ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถช่วยเ้าได้"
ตลอดทั้งคืนนางอยู่ในคุกหลวงอย่างกระอักกะอ่วนรู้สึกเ็ปเจียนตายแทบจะเอาชีวิตไม่รอดแม้กระทั่งขยับกายยังทำไม่ได้ นางจึงได้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรต่อพระพุทธองค์ในใจว่า
"หากชาติหน้ามีจริงขอให้ได้ครองคู่กับชิงอี้เทียนในแดน์มิแยกจากชั่วนิรันดร์"
ทันทีที่สิ้นสุดคำอธิษฐานนางก็ค่อยๆหลับใหลไปในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์และแสงดาวสาดส่องลงมายังร่างของนาง
นั่นเป็แสงอรุณแสงความเมตตาที่สื่อถึงนางว่าเหล่าทวยเทพได้ฟังคำขอคำอธิษฐานของนางแล้ว
ร่างของนางเป็ตายเท่ากัน...เทพบุพเพเกิดความเห็นใจ... จึงได้จำแลงกายร่างทิพย์ลงมาโปรดงูขาวตงฟาง
"อวิ๋นตงฟาง...บัดนี้เ้ากำลังสิ้นหวังใช้รักทำลายตน... วิบากกรรมที่เ้าได้พบเจอในครั้งนี้ย่อมเป็ผลจากครั้งในอดีตเมื่อพันปีก่อน การอาละวาดในเมืองของเ้าทำให้คู่รักหลายคู่ต้องพลัดพรากล้มหายตายจาก ครั้งนี้ถือว่าเ้าได้ชดใช้แล้ว..."
ตงฟางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สายตาพร่ามัว มองไม่เห็นนางได้ยินเพียงเสียงของเทพบุพเพดังก้องกังวานในหู
"ท่านเป็ผู้ใดกัน"
"ข้าเป็เทพบุพเพ...ข้าได้ยินคำขอของเ้าฟังแล้วช่างน่าเวทนานัก..."
"เห็นแก่ที่ผ่านมา เ้าอาศัยอยู่ในโลกมนุษย์พยายามกระทำตนเป็ผู้บำเพ็ญ พึงปฏิบัติดี มีใจเมตตาต่อเหล่ามนุษย์"
"ข้าจึงอยากจะเล่าเหตุความจริงแก่เ้า....เดิมทีแล้วอี้เทียนมิได้มีเจตนาปิดบังเ้า...ในใจของเขามีเพียงเ้ากับบ้านเมืองเท่านั้น แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเขามิอยากให้เ้าได้ยินข่าวลือพวกนั้นจากปากผู้อื่น เกรงกลัวว่าจะทำให้เ้าเข้าใจผิดคิดไปเอง...มีความตั้งใจอยากพูดกับเ้าด้วยปากของตน ใครจะคาดคิดว่า์ไม่เป็ใจมีเื่ด่วนให้เขาต้องออกรบเสียนี่...แน่นอนว่า บ้านเมืองและชาวประชาย่อมสำคัญ...ชิงอี้เทียนมิมีทางเลือก...จำใจต้องจากเ้าอย่างกะทันหัน มิทันได้อธิบายสิ่งใดแก่เ้า...แม้กระทั่งในวันแต่งงานของเขา ชายที่เข้าร่วมพิธีแต่งงานก็มีใช่อี้เทียนตัวจริง...พูดง่ายๆคือ อี้เทียนมิเคยแต่งงานกับผู้ใด หัวใจของเขามิเคยมีใครได้ครองนอกจากเ้า งูน้อยผู้โง่เขลา"
"บัดนี้อี้เทียนออกรบเพียงลำพังกับกองทัพที่น้อยนิดอย่างยากลำบากอยู่ชายแดนเหนือ...แต่เ้ากลับเป็งูที่มากโทสะสร้างความวุ่นวายอยู่ที่นี่"
"เ้าคิดเห็นว่าอย่างไร หากเ้ามีสติปัญญามากพอเ้าจะเข้าใจสิ่งที่ข้าพูด... สิ่งที่ข้าช่วยเหลือเ้าได้ก็มีเพียงเท่านี้"
"บัดนี้ชิงอี้เทียนเหลือเวลาผ่านด่านเคราะห์ในโลกมนุษย์ไม่มากแล้ว"
เมื่อพูดจบ เทพบุพเพก็หายไปในอากาศ....
มันยิ่งทำให้ตงฟางสิ้นหวัง เสียใจรู้สึกผิด...ดวงจิตของนางอ่อนแอลงเต็มที....
และแล้วค่ำคืนจันทร์เต็มดวงก็มาถึงเหล่าทหารและนักพรต...ต่างควบคุมร่างไร้พลังของนางขึ้นสู่แท่นปะา...มีชาวเมืองมากมายต่างมาร่วมประณามการตายของนางในครั้งนี้...
เสียงชาวเมืองโห่ร้องประณาม
"ฆ่าเลย! "ฆ่าเลย! "ฆ่าเลย! ฆ่าเลย!"
ณ สนามรบแดนเหนือ
ทุกอย่างเป็ไปตามแผนกลศึกที่วางไว้ครั้งนี้อี้เทียนออกนำรบไปพร้อมกับกองทัพอี้เทียนไม่รอช้านำทัพรบอย่างห้าวหาญห้ำหั่นศัตรูอย่างเืเย็น เป็าที่ยาวนานสู้รบกันทั้งวันทั้งคืนไม่มีหยุดอี้เทียนลงสนามรบครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังมิสามารถนำชัยชนะกลับคืนมาได้....กำลังพลมีน้อยนิดลงไปเรื่อยๆอีกไม่นานมีท่าทีว่ากองทัพของอี้เทียนจะพ่ายให้กับศัตรู...
ณ แท่นปะา
"นักพรต ท่านรอช้าอยู่ไย รีบลงมือสังหารนางซะ"
เสียงะโสั่งการของฝ่าาฟังดูแล้วทรงกริ้ว
นักพรตรีรอ เพราะความเวทนา ในใจลึกๆก็มิได้เหี้ยมโหด...มิอยากฆ่าตงฟาง... นักพรตจึงตัดสินใจว่า หากครั้งนี้ปลิดชีพนางจะเก็บเศษดวงจิตของนางบ่มเพาะไว้ ปล่อยนางคืนสู่ห้วงธาราแห่งฝันให้นางได้ไปเกิดใหม่เป็มนุษย์สมใจอยากของนาง
นักพรตตัดสินใจลงมือ...ร่ายพลังเวทย์ใส่ร่างของนาง... แต่ทันใดนั้นเองพลังเวทย์ที่แรงกล้าของนักพรตมีหรือจะสู้พลังเวทย์ของภูติแครอทของท่านนักพรตาุโได้...
ภูติแครอทที่พำเพ็ญเพียรจำศีลอยู่ััได้ถึงอันตรายในครั้งนี้รุนแรงถึงชีวิต... จึงสร้างม่านอาคมหุ้มร่างงูขาวตงฟางปกป้องนางเอาไว้...เป็ครั้งแรกที่ภูติแครอทกลายร่างเป็มนุษย์ได้...
เขาใช้พลังเพียงน้อยนิดประมือกับนักพรต....และสาดลำแสงสีทองขึ้นสู่ท้องฟ้า พาร่างของงูขาวตงฟางหายไปกับตา....
ตงฟางกระซิบเบาๆว่า...
"ภูติแครอท...นับว่าข้ายังมีโชคอยู่บ้างที่มีเ้าช่วยเหลือได้ทันเวลา...บัดนี้เทพบุพเพได้ตักเตือนข้าว่า...ชิงอี้เทียนเหลือเวลาไม่มากแล้วข้าอยากใช้ชีวิตห่วงสุดท้ายอยู่ใกล้ชิดเขามากที่สุดเ้าจงพาข้าไปที่ชายแดนเหนือเขตรบเถอะ"
" ได้ ข้าจะให้ท่านได้สมปรารถนา"
ณ สนามรบแดนเหนือ
ทันทีที่ทั้งสองไปถึงที่นั่น... งูขาวตงฟางก็ััได้ถึงภัยอันตรายและััได้ถึงพลังชีวิตที่อ่อนด้อยเหลือน้อยเต็มทีของชิงอี้เทียน...นางใช้พลังเฮือกสุดท้าย...ฝืนทนพุ่งตัวเข้าไปยังสนามรบคอยปกป้องคมหอกคมดาบมิให้ชายที่ตนรัก... เพื่อหวังยื่อชีวิตของอี้เทียน มิให้ชะตาเป็อย่างคำเตือนของท่านเทพบุพเพที่กล่าวว่าอี้เทียนเดินทางมาถึงวาระสุดท้ายแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
ตันหยาง ภูติแครอท ทำได้แค่ส่ายหัว
"ตงฟางนางช่างดื้อรั้นมิว่าเทพองค์ใดก็ช่วยมิได้... เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็ชะตาของเขาทั้งสอง ข้าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวมิได้ เช่นนั้นจะผิดกฎ์...."
"ครานี้ข้าคงทำได้แค่มองดูชะตาของพวกเ้าสินะ"
" ตงฟาง... เ้ามาได้อย่างไร...เหตุใดสภาพของเ้าจึงมิสู้ดีนัก"
ตงฟางไม่พูดอะไร ทำได้เพียงยิ้มให้กับอี้เทียน นางคิดในใจ
"ที่รักของข้า... สภาพของเ้าในตอนนี้ก็มิสู้ดีนัก..."
อี้เทียนทนให้นางที่ตนรักเอาร่างมาป้องกันคมหอกคมดาบแทนตนไม่ได้จึงเกิดความฮึกเหิม...ดึงพลังกวงหรูอวี้มาใช้... เป็พลังที่อานุภาพรุนแรงใช้ปราณไปมาก ครานี้อี้เทียนสามารถใช้พลังกวงหรูอี้ กำจัดทหารฝั่งศัตรูไปได้มาก...แต่ด้วยความอ่อนล้า เหน็ดเหนื่อย ที่อี้เทียนสู้รบมาทั้งวันทั้งคืนมิได้พักผ่อนทำให้ใช้พลังกวงหรูอี้ได้เพียงแค่หนึ่งชั่วยาม...อี้เทียนก็หมดแรง...เหลือเพียงพลังกายของมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเมื่อเป็เช่นนั้นอี้เทียนก็ยิ่งหวาดระแวง เป็ห่วงตงฟางเป็กังวลกลัวว่าตนจะปกป้องนางที่ตนรักไม่ได้...ทั้งสองเอาแต่ตัดพ้อกันอยู่ในสนามรบ...
อี้เทียนและตงฟางมิทันระวัง....อี้เทียนโดนคมหอกแทกจากด้านหลังทะลุด้านหน้า ไส้ไหลทะลัก
" ไม่นะ !!! ไม่.....ม่ายยยยยยยยยยย!!!!!!!!!"
"อี้เทียน.... ชิงอี้เทียน....เ้าต้องไม่เป็อะไร"
ตงฟางรับร่าง โอบกอดอี้เทียนไว้ในอ้อมกอดตงฟางทำใจยอมรับความจริงไม่ได้ พยายามใช้พลังเวทย์รักษาาแให้อี้เทียน...แต่ด้วยพลังเวทย์ที่อ่อนด้อยของนาง ทำให้นางมิสามารถยื้อชีวิตของอี้เทียนได้
ตันหยาง ภูติแครอท ทำได้เพียงยืนมองและทอดถอนใจ
"เหล่าเทียนเอ๋ยพวกท่านใจร้ายกับชะตาของมหาเทพเฟิ่งอู่หยวนเกินไปแล้ว"