“แม่นางๆ เ้าเป็อะไรหรือไม่”เต่าร้องเรียกหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างตื่นตระหนก
เมื่อเห็นว่านางยังไม่รู้สึกตัวก็หมายที่จะแบกนางขึ้นบ่าพานางกลับไปยังจวนนายอำเภอ สถานที่ๆมันอาศัยอยู่ในตอนนี้
แต่ทว่ามันยังอาจทำได้สำเร็จ แม่นางที่อยู่ในอ้อมแขนของมัน ก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอิดโรยและแหบแห้ง“ช้าก่อนสหาย เ้าได้โปรดช่วยนางอีกคนด้วยเถิด”
นางมองไม่ยังร่างรวยระริน ที่นอนอยู่บนพื้นอย่างไม่ได้สติเต่าเมื่อเห็นนางมองเช่นนั้นก็รู้ว่านางคิดอันใด แต่ทว่าความลังเลก็ปรากฏอยู่ในสายตาของมันอย่าง “แต่ว่านางหมายที่จะสังหารข้า”
ฟ้ายิ้มซีดๆส่ายศีรษะ “นางเป็คนจิตใจดีนางไม่ได้ปรารถนาที่จะสังหารเ้าหรอก แต่ว่าหากนางหมาทีจะสังหารเ้าจริงแม้จะแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะปกป้องเ้าเอง”
เต่าเมื่อได้ฟังเช่นนั้น แม้จะลังเลใจอยู่บ้างแต่ก็พยักหน้าตามคำของนางอย่างว่าง่าย
มันหันมาถามฟ้าว่ายังเดินไหวไหมก่อนที่จะพยุงนางค่อยเดินไปที่ร่างของน้ำอย่างช้าๆ เมื่อมาถึงมันก็จัดแจงยกน้ำขึ้นบ่าทันที
ด้วยความที่น้ำเป็สตรี เต่าเป็บุรุษ และน้ำหนักของน้ำก็ไม่ได้มากมายอะไรเต่าจึงแบกน้ำขึ้นบ่าและพยุงฟ้าเดินออกไป ถึงแม้ว่าจะทุลักทุเลบ้าง แต่ก็ยังถือว่ายังไม่เหนือบากกว่าแรงมากนัก
เมื่อทั้งสามเดินไปแล้ว ทองมองตามอย่างครุ่นคิดมันยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับเื่ที่ฟ้ากล่าวว่ามันถูกลิขิตให้เป็คนธรรมดาเท่านั้นไม่สามารถเป็ดังเช่นพวกนางได้
ทองครุ่นคิดอย่างผิดหวัง แม้ว่ามันจะไม่ทราบเกี่ยวกับผู้ใช้อาคมมากนักแต่มันก็ััได้ลางๆแล้วว่า ในผืนปฐีนี้ผู้ใช้อาคมถือเป็หนึ่งในแผ่นดินและผู้คนมากมายต้องก้มหัวให้
ความปรารถนามันคือให้พ่อของมันอยู่อย่างสุสบายในอนาคตและไม่อาจถูกผู้มีอำนาจรังแกได้ในตอนที่มันทราบถึงการมีอยู่ของผู้ใช้อาคมอย่างเด่นชัด มันปรารถนา ที่จะสำเร็จจุดสูงสุดในฐานะปรมาจารย์
แต่ทว่าความฝันของมันก็ต้องอันดับวูบลงอย่างรวดเร็วเมื่อทราบจากปากของแม่นางคนนั้นว่า มันเป็ได้เพียงคนธรรมดา
เมื่อครุ่นคิดอยู่นานสองนาน มันก็ตัดสินใจได้แล้วว่าแม่จะเป็เพียงคนธรรมดา มันก็ต้องเป็ที่สุแม้แต่ผู้ใช้อาคมยังต้องก้มศีรษะให้ด้วยความเกรงใจ
ดวงตาของมันปรากฏแววตาแห่งความเชื่อมั่นออกมาวูบหนึ่งก่อนจางหายไปอย่ารวดเร็ว เมื่อมันเห็นแม่เล้านอนสำลักฝุ่นและไออย่างรุนแรง
ทองวิ่งเข้าไปอย่างเป็ห่วงมันมองแม้เล้าฝนอย่างละเอียดว่ามีอาการาเ็รุนแรงตรงไหนหรือไม่แต่ก็ไม่เห็นร่องรอยใดๆปรากฏออกมา
“แม่เล้าท่านเป็เยี่ยงไรบ้าง”
แม่เล้าค่อยๆปรือตาขึ้นมาอย่างงงงวย หลังจากได้ยินเสียงที่ทองกล่าวถามอย่างเป็ห่วง“นายน้อยนี่ข้าเป็อะไร” ก่อนที่นางจะหันไปรอบๆก็เห็นซากปรักหักพังที่ในอดีตเคยเป็หอนางโลมที่นางมีความผูกพันอย่างมาก
แม่เล้ามองไปรอบอย่างเศร้าโศก แล้วจึงถอนหายใจอย่างปล่อยวางวันนี้นางเสียใจมามากพอแล้ว และนางจะไม่เสียใจอีก
เมื่อผ่านไปสักพัก แม่เล้าฝนก็มีท่าทีเหมือนนึกขึ้นได้ตอนนี้นางยังไม่รู้เลยว่าสามีของนางเป็อย่างไรบ้าง แม้ว่าหอพังทลายลงตัวคนยังสามารถขึ้นได้ แต่ทว่าหากสามีนางเป็อะไรไป ชีวิตนี้ของนางก็ไม่มีความหมายอีกแล้ว
“นายน้อยสามีข้าเป็อย่างไรบ้าง” แม่เล้าถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ทองเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ กวาดสายตามองไปรอบๆก็เห็นดำที่กำลังวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่นพร้อมกับคนอื่นๆไม่ว่าจะเป็ทั้งสามพี่น้อง สาและแม่นางอีกคนหนึ่งที่มันก็ลืมชื่อไปแล้วหรือยังไม่รู้ชื่อนางก็ไม่ทราบ
ทองพยักพเยิดหน้าไปทางด้านหลังของแม่เล้าในขณะเดียวกันที่แม่เล้ากำลังจะหันไปมองดำก็พุ่งเข้ามากอดแม่เล้าอย่างหวงแหนและเป็ห่วงเป็ใย
สองคนสามี ภรรยา กอดกันพลางร้องไห้อย่างลืมตายทองเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เกิดอาการอิจฉาเล็กๆ ตัวมันเองในอนาคตอันใกล้นี้มันก็ปรารถนาที่จะมีคนรักที่ต่างห่วงกันและกันอย่างทั้งคู่
ดินเองก็มองเหตุการณ์นี้อย่างเงียบๆเื่แบบนี้ทำให้มันรู้สึกว่าเป็ฟ้าหลังพายุฝนดีแท้
ส่วนหญิงสาวทั้งห้านาง บางก็ก็มองแล้วยิ้มเล็กยิ้มน้อยกันใหญ่ สำหรับพวกนางที่เป็สตรีนั้นก็ปรารถนาที่จะมีชีวิต ที่มีคนรักเป็ห่วงเป็ใยเช่นนี้บ้าง
ทองมองเหตุการณ์พลางอมยิ้มน้อยไว้ด้วยแต่เมื่อมันมองไปที่หญิงสาวผู้สวมชุดสีชาด ก็อันเป็ต้องคลายยิ้มทันทีเมื่อมันเห็นใบหน้าที่ไม่ยินดียินร้ายของนาง
“พี่สาวข้าต้องขอโทษท่านด้วยนะที่ไม่อาจทำให้ท่านได้เงินเยอะๆได้ข้าจะให้ท่านอีกห้าสิบตำลึง โปรดอย่างพึ่งจากไปไหนเลย”
ทองเองก็ยังสีดายเงินหลายหมื่นตำลึงที่สมควรได้จากการประมูลพรหมจรรย์ของนางผู้นี้เพราะหากได้มาเพิ่มอีกสักหน่อยก็ถือว่าดี
แม้ว่าครามนี้จะถือว่าเป็โชคร้าย แต่ทว่าก็ยังมีโชคดีอยู่บ้างหากไม่นับการประมูลพรหมจรรย์ของทั้งสามคนที่เกิดขึ้นในภายหลัง การประมูลรอบอื่นๆก็ได้เสร็จสิ้นกระบวนการแลกเปลี่ยนแล้ว จึงทำให้มันมีเงินเฉียดแสนตำลึง
และก็ยังมีโชคดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ ห้องที่เก็บสมุนไพรล้ำค่า มิได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อยจึงทำให้มันสามารถตั้งต้นการประมูลของคืนวันพรุ่งนี้ได้
หญิงสาวพยักหน้าไม่กล่าวอะไรทองไม่รู้เลยว่าหญิงสาวคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ สีหน้าของนางไม่ได้บ่งบอกอะไรเลยซึ่งหากเทียบกับตอนแรกที่พบกับ แม่นางคนนี้ยังคงมีสีหน้าของคนธรรมดาที่ต้องรับผิดชอบในเื่ต่างๆจนอิดโรยอยู่แท้ๆ
และเมื่อตอนที่พบกัน หญิงสาวนางนี้เมื่อพบกับมันก็แสดงอาการยำเกรงอยู่เจ็ดส่วน ราวกับผู้น้อยอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่
แต่เมื่อถึงเวลานี้กลับกลายเป็ว่าทองต่างหากที่ต้องเกรงนางอยู่เจ็ดส่วนราวกับเป็เื่ช่วยไม่ได้ มันรู้สึกข่มเหงหลังจากที่แม่นางคนนี้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จมันไม่ชอบความรู้สึกเช่นนี้เลยจริงๆ
มันหันไปมองแม่เล้าและดำที่กล่าวไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบอย่างห่วงใยจนไม่รู้จักจบจักสิ้นเมื่อเห็นเช่นนั้นมันก็จำเป็จะต้องกล่าวขัดอย่างช่วยไม่ได้
“เอ่อ แม่เล้า ข้าอยากจะปรึกษาท่านสักเื่หนึ่งนะขอรับ”
แม่เล้าหันมามองทองอย่างงงงวย แต่เมื่อเห็นสายตาของทองนางก็พยักหน้า“ได้เ้าค่ะนายน้อย แต่ข้าว่าที่นี่คงจะไม่เหมาะ”
เมื่อกล่าวเสร็จ นางจึงลุกขึ้นโดยที่มีดำ พยุงตามไปด้วยอย่างเรื่อยๆ
.....
ทองกับแม่เล้าฝน ตอนนี้ได้อยู่ในโรงเตี๊ยมจันทร์ส่อง ห้องบนชั้นสองเนื่องจากแม่เล้าค่อนข้างสนิทกับแม่เล้าบ้าง จึงให้พวกนางและนางโลม ซึ่งไร้ที่อยู่มาพักอาศัยอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้
ถ้าหากเป็โรงเตี๊ยมทั่วไป คงไม่มีใครให้นางโลมเข้ามาเช่าอาศัยเนื่องจากกลัวเสียชื่อเสียง แต่ทว่าเ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ซึ่งก็คือแม่นางหน้าตาเ็า เป็เพื่อนเก่าของแม่เล้าเมื่อนานมาแล้ว
และจากที่ทองทราบมา โรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่ได้้าแขกมาอาศัยมากมายเนื่องจากแม่นางหน้าตาเ็าคนนั้น เพียงเปิดโรงเตี๊ยมแก้เบื่อไม่ได้หวังจะทำกำไรจากการเปิดโรงเตี๊ยมแห่งนี้
ซึ่งนั่นทำให้ทองคลายข้อสงสัยว่าทำไมตอนที่เข้ามาเช่าห้องในที่แห่งนี้หน้าตาของแม่นางคนนั้นถึงแสดงออกถึงการไม่รับแขกอย่างเห็นได้ชัดเสียขนาดนั้น
แม่ล้ารินน้ำชาให้ทองก่อนที่จะรินให้ตนเองก่อนที่จะวางกาน้ำชาลงและหยิบถ้วยชาจิบอย่างช้าๆ “นายน้อยไม่ทราบว่าท่าน้าที่จะกล่าวสิ่งใด”
แม้แม่เล้าฝนจะทราบอย่างคร่าวๆ แล้วว่าทอง้ากล่าวสิ่งใดแต่ก็ยังคงถามตามมารยาทเท่านั้น
“แม่เล้าข้าต้องขอโทษจริงๆ ข้าไม่คิดเลยว่าการต่อสู้ของพวกนางจะรุนแรงถึงขั้นที่จะทำลายหอของท่านได้”ทองกล่าวอย่างรู้สึกผิดด้วยใจจริง
แม่เล้าพยักหน้าช้าๆราวกับรับคำขอโทษของมัน ก่อนจะวางถ้วยชายลงก่อนเอ่ยอย่างช้าๆ “ข้าไม่โทษท่านหรอกเ้าค่ะนายน้อย”
ทองพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหยิบตั๋วเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อ“นี่เป็ส่วนแบ่งสี่ส่วนของท่าน อีกหกส่วนข้าจะเจ็บไว้ จัดการกับเื่ต่างๆตามสัญญา ส่วนเื่หอของท่านที่พังลง ข้าจะใช้เงินในส่วนของข้า ในการจัดการสร้างหอขึ้นมาใหม่อีกครั้ง”
แม่เล้าไม่กล่าวอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามอย่างกังวล“แล้วไม่ทราบว่าการประมูลวันพรุ่งนี้จะทำเช่นไร”
ทองเอ่ยตอบอย่างไม่มั่นใจ “ข้าว่าจะหาสถานที่สำรอง หากหาไม่ได้จริงๆข้าอยากจะขออนุญาตท่าน ให้พาเศรษฐีกล่าวนั้น ไปที่สวนของท่านจะไรไหม?”
แม่เล้าชะงักเล็กน้อยก่อนตอบตกลง “ได้”
ทองเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็โล่งอก มองไปทางหน้าต่าง “นี่ก็ดึกแล้วข้าจะไม่ขอรบกวนท่านแล้วนะขอรับ”
แม่เล้าโบกมือแสดงงอาการว่าตามสบาย ทองลุกขึ้นเดินไปที่ประตูพลางเปิดออก เห็นร่างของดำที่ยืนเฝ้า อยู่ด้านนอก เมื่อกำลังจะเดินพ้นประตูไปทองก็ชะงักเท้าหันกลับมาเอ่ยกับแม่เล้าฝน
“พรุ่งนี้ข้าว่าข้าจะไปเยี่ยมคุณชายเต่าไม่ทราบว่าท่านจะไปด้วยหรือไม่”
แม่เล้าฝนเผยสายตาครุ่นคิดอยู่ครู่นึ่ง ก่อนพยักหน้า “ข้าจะไปด้วยแต่ว่าข้าจะพาสาและคนอื่นๆ ไปด้วยเช่นกัน”
ทองเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจความหมายที่แม่เล้าพูดก่อนจะเดินออกมาอย่างเงียบๆมุ่งหน้าไปยังห้องพักของตนเอง....