ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็น ผมและกลุ่มเพื่อนของเมษากำลังโดยสารอยู่ในรถตู้ VIP คันหรูที่ผมเหมามา ผมนั่งพิงเบาะข้างซ้ายติดประตูรถอย่างเบื่อหน่าย ขณะที่ด้านหลังมีเสียงหัวเราะคิกคักของเมษาและเพื่อน ๆ ดังมาเป็นระยะ
ทว่าบรรยากาศในรถกลับไม่ได้สดใสเหมือนแผนที่วางไว้
สาเหตุที่ทำให้ผมต้องมานั่งหน้าหงิกอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะรถติด แต่เป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนเดินทางไม่นาน...
ขณะที่รถกำลังจะออก โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เป็นเบอร์จากที่พัก ที่ผมเพิ่งจองไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
“ต้องขออภัยด้วยนะคะ... พอดีห้องพักที่ลูกค้าติดต่อเข้ามา มีการจองซ้ำซ้อนไปแล้วค่ะ เกิดจากทางเราลืมปิดประกาศในระบบ ทำให้มีลูกค้าอีกท่านจองและชำระเงินเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกัน ทางเราต้องกราบขออภัยในความผิดพลาดอย่างสูงนะคะ”
เสียงพนักงานจากที่พักแจ้งด้วยน้ำเสียงประหม่า นั่นเท่ากับว่า... ตอนนี้พวกเราทั้งหกคนยังไม่มีที่พัก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาทั้งหมดก็ได้รับการแก้ไขแล้ว เมษาและเพื่อน ๆ ได้ข้อสรุป ว่าจะไม่เดินทางไปเกาะล้าน แต่จะไป เข้าพักที่พัทยาแทน ซึ่งนับว่า เป็นทางเลือกที่ดีขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการนั่งเรือข้ามไปเกาะล้านในตอนเย็น และยังมีที่พักดี ๆ มากมายให้เลือก
ที่ผมรู้สึกไม่สบายใจก็เพราะ ไม่พอใจในการจัดการ ของทางที่พักที่เป็นสาเหตุของเหตุการณ์นี้
ไม่นานนักเมษาก็ชะโงกหน้า มาจากด้านหลังเบาะที่ผมนั่ง "พี่... โรงแรมนี้ โอเคไหมคะ ราคาจะแพงกว่าที่เก่าอยู่นิดหน่อยแต่มี 3 ห้องนอนเหมือนกัน มีสระว่ายน้ำในตัวด้วย อยู่ติดทะเลด้วย แล้วก็มี คาเฟ่กับบาร์ ในโรงแรมด้วยนะพี่"
เมษาพูดพร้อมกับยื่นหน้าจอโทรศัพท์ มาให้ผมดูรูปภาพภายในโรงแรม ผมดูอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "โอเคอยู่นะ เอาโรงแรมนี้แหละ เดี๋ยวพี่ โทรไปจองเลยดีกว่า กลัวจะซ้ำรอยที่เก่าอีก เดี๋ยวจะแย่เอา"
จากนั้นผมก็โทรไปจองกับทางโรงแรม คุยกันไม่นาน ทางโรงแรมก็ทำเรื่องจองให้ทันที เพราะยังมีห้องว่างเหลืออยู่ ผมเลย โอนเงิน ไปในตอนนั้นเลย
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ในที่สุดรถตู้ VIP ก็มาจอดสนิทที่หน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่งริมหาด ผมลงจากรถพร้อมกับเมษาและเพื่อน ๆ ก่อนจะตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์เพื่อทำการเช็กอิน
สายตาของผมกวาดมองดูรอบ ๆ โรงแรมแห่งนี้ มันใหญ่โตกว่าที่ผมคิดไว้มากนัก การออกแบบก็สวยงามลงตัวไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ที่สำคัญคือ... เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ที่เข้ามาใช้บริการ
โรงแรมนี้มีทั้งหมดสามชั้น พวกเราได้ห้องพักที่ชั้นสาม เมื่อขึ้นลิฟต์แล้วเดินเข้าไปในห้อง ผมก็พบว่าห้องพักกว้างขวางมาก ทั้งสวยงามและหรูหราสมกับราคาที่จ่ายไป มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตามที่ได้แจ้งไว้ในประกาศทุกอย่าง
ผมพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็คลายลงไปบ้าง
หลังจากเข้าห้องพักไป เมษาก็จัดแจงห้องให้ผมและเพื่อน ๆ ของเธอ โดยให้ผมซึ่งเป็นเจ้าภาพในการเที่ยวครั้งนี้ ได้พักห้องที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งอยู่ปีกขวาของโรงแรม ส่วนห้องที่เหลือที่เป็นห้องรอง ก็แยกให้เป็นห้องชายกับห้องหญิงไป
หลังจากนั้น พวกเราก็แยกย้ายกันไปเก็บของและทำธุระส่วนตัว ไม่นานนัก เมษาและเพื่อน ๆ ก็เดินมาหาผมที่กำลังนอนสบาย ๆ อยู่ริมสระ เปิดเพลงฟังเบา ๆ และทอดสายตาไปที่ วิวทะเล ยามอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า เมษาเอ่ยขึ้นว่า "พี่คะ พี่จะไปเดินเล่นแถวนี้กับพวกหนูไหมคะ?" เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม
“เมษากับเพื่อน พากันไปเลย เดี๋ยวพี่ขอพักอีกหน่อยก่อน” ผมลุกขึ้นนั่งบนขอบเตียงแล้วตอบ
ทันใดนั้น เสียงห้าว ๆ ของเฟย เพื่อนของเมษาก็เอ่ยขึ้น “พี่ไม่ไปเหรอครับ พวกผมน่าจะไปกันนานพอสมควรนะครับ”
ผมหันตามเสียงไปมอง หนุ่มหน้าตี๋ผิวสีแทน หุ่นดีมีกล้ามหน่อย ๆ ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“พากันไปเลย” ผมยิ้ม “พี่จะพักอีกหน่อยเดี๋ยวพี่ก็จะลงไปหาอะไรกินข้างล่างเหมือนกัน” ผมหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริม “งั้นเดี๋ยวพี่จะโทรหาแล้วกันนะ แต่ก็ตามสบายกันเลยนะไม่ต้องรอ”
"โอเคค่ะ!" เมษาตอบด้วยน้ำเสียงสดใส จากนั้นก็พาเพื่อน ๆ เดินออกจากห้องไป แต่เธอก็ยังหันมาบอกผมว่า "ถ้าพี่จะไปไหนก็โทรมาบอกหนูหน่อยนะคะ"
ผมยิ้มพร้อมพยักหน้า ก่อนจะเอนตัวลงนอนบนเตียง ปล่อยใจไปกับภาพทะเลที่เห็นและเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ
พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่แล้ว ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวผม ที่หัวมุมฝั่งซ้ายของโรงแรมมีอ่างจากุซซีกลางแจ้งอยู่ ผมจึงพึมพำออกมาว่า "ไปแช่น้ำสักหน่อย แล้วค่อยลงไปหาอะไรกินข้างล่างดีกว่า"
ผมลุกจากเตียงริมสระ เดินตรงไปยังอ่างน้ำตรงหัวมุม “โอ้…ผ้าเช็ดตัวก็มีเตรียมไว้ให้ด้วย สะดวกจริง ๆ …แต่เอ๊ะ จะใช้อ่างจากุซซียังไงดีเนี่ย ไม่เคยใช้ซะด้วยสิ” ผมหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปพึมพำถามกับระบบ
“ระบบ แกบอกวิธีใช้อ่างนี้ให้ฉันหน่อยสิ”
พูดไปก็อดหัวเราะตัวเองไม่ได้ จริง ๆ แล้วมันก็มีปุ่มไม่กี่ปุ่มหรอก แต่ผมก็ไม่กล้าเอานิ้วไปกดมั่ว ๆ เดี๋ยวทำพังขึ้นมาจะยุ่งเอา
ผมก็ทำตามคำแนะนำของระบบจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น จนในที่สุดร่างกายก็เปลือยเปล่าโดยไม่เหลืออะไรติดตัว ก่อนจะก้าวลงอ่าง แต่ผมกลับนึกขึ้นได้ว่า…ลืมโทรศัพท์ไว้ที่เตียงริมสระ เลยเดินย้อนกลับไปหยิบ
แต่ในจังหวะที่ผมก้มลงคว้าโทรศัพท์นั้นเอง ผ้าม่านของห้องฝั่งผู้หญิงก็ถูกเลื่อนออกมา… ตรงหน้าของผมคือ ปันปัน… เธอยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าตกใจไม่ต่างจากผม ก่อนจะรีบปิดผ้าม่านกลับอย่างรวดเร็วพร้อมตะโกนเสียงสั่น
“พี่วายุ! หนู…หนูขอโทษค่ะ!”
ผมรีบตอบกลับแทบจะทันที “พี่ก็นึกว่าทุกคนออกไปหมดแล้ว… พี่ก็ขอโทษเหมือนกัน” ผมรีบเอามือมากุมน้องชายไว้
ปันปันยังคงเสียงรน ๆ พลางพูดรวดเร็ว “หนูแค่กลับมาเอาโทรศัพท์ค่ะ… งั้น หนูไปก่อนนะคะ!”
ปันปันพูดจบก็รีบวิ่งไปทันที ผมได้ยินเสียง ตึกๆ เหมือนคนกำลังหนีอะไรบางอย่าง ทิ้งผมที่ยืนอยู่ริมสระพร้อมโทรศัพท์ในมือ
“เฮ้อ…” ผมถอนหายใจยาว พลางเกาศีรษะอย่างคนไม่รู้จะทำยังไงดี สถานการณ์เมื่อกี้มันทั้งชวนเขิน ทั้งชวนให้หัวเราะ แต่จะทำยังไงได้ล่ะเอาไว้ขอโทษอีกครั้งแล้วกันตอนเจอกัน
ผมเดินกลับไปที่อ่างอีกครั้ง คราวนี้ไม่ลืมอะไรแล้ว ก่อนจะค่อย ๆ แช่ตัวลงในน้ำอุ่นที่ฟองฟู่ขึ้นรอบตัว ความสบายค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ แต่ในหัวกลับมีภาพใบหน้าตกใจของปันปันวนเวียนไม่หยุด
ผมหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง ก่อนจะเอนหลังลงไป ปล่อยให้คลื่นน้ำอุ่นโอบกอดร่างกาย…
ไม่กี่นาทีต่อมา ขณะที่ผมกำลังเคลิ้มไปกับการแช่น้ำอุ่นและปล่อยตัวเองดื่มด่ำกับบรรยากาศ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากมะขิง
ผมเหลือบมองหน้าจอพลางยิ้มบาง ๆ …ความจริงข้อความก่อนหน้านี้ของเธอ ผมก็ยังไม่ได้เปิดอ่านเลยด้วยซ้ำ คราวนี้เลยกดเข้าไปที่กล่องข้อความทีเดียว แล้วค่อย ๆ เลื่อนอ่านข้อความทั้งหมดของเธอทีละบรรทัด
ฝีปากผมก็ยกยิ้มตามข้อความของเธอที่ส่งมา ผมก็ตัดสินใจกดวีดีโอคอลกลับหาเธอทันที