" เมื่อมากันครบแล้วกระผมจะเริ่มอ่านพินัยกรรมของคุณท่านนะครับ"เสียงทนายประจำตระกูลเอ่ยขึ้นเป็พิธีเมื่อเห็นว่าสมาชิกมาครบแล้วแต่ทุกคนต่างนั่งเงียบและไม่มีท่าทีใดมีเพียงหญิงสาววัยกลางคนที่ตั้งหน้าตั้งตารอฟังอย่างใจจดใจจ่อว่าตนจะได้รับแบ่งสิ่งใดบ้าง
" ข้าพเ้า นายเกรียงไกรเกริกอนันต์ ได้เขียนพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นเพื่อแสดงเจตจำนงว่าเมื่อข้าพเ้าถึงแก่กรรมข้าพเ้าขอยกทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์อันได้แก่ เครื่องเพชร 50 กะรัต เงินสดในธนาคารจำนวน 100ล้านบาท ที่ดินย่านรังสิต 50 ไร่ รวมทั้งตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทเกริกอนันต์ กรุ๊ปยกให้แก่นางสาวหงส์สิตา เกริกอนันต์ ผู้เป็บุตรสาวของข้าพเ้าที่เกิดกับนางหทัยทิพย์เกริกอนันต์"
"ขอโทษนะคะคุณทนายไม่ทราบว่าคุณอ่านผิดหรือเปล่าคะ"วรรณฤดี เอ่ยแย้งขึ้นทันทีเมื่อทนายอ่านรายการทรัพย์สินที่นายเกรียงไกรผู้เป็สามียกให้ 'หงส์สิตา หรือหงส์' ที่เป็บุตรสาวของเขากับภรรยาเก่าที่เสียชีวิตไปแล้วไม่ว่าจะเป็ เงินสด เครื่องเพชร ที่ดิน แม้กระทั่งตำแหน่งประธานกรรมการของเกริกอนันต์กรุ๊ปแทนที่ทั้งหมดนั้นควรต้องเป็ของ 'อัญรินทร์' บุตรสาวของเธอ
" ผมอ่านตามตัวอักษรที่คุณเกรียงไกรท่านแจ้งความประสงค์ไว้ในพินัยกรรมครับคุณวรรณฤดี " ทนายสุชาติ ผู้เป็ทนายเก่าแก่และเป็ผู้ดูแลจัดการทรัพย์สินทั้งยังคอยรับใช้เกรียงไกรมานานกว่า 30 ปีเอ่ยขึ้น
"งั้นก็อ่านต่อสิยะ " วรรณฤดีเอ่ยเสียงแว๊ดอย่างอารมณ์เสียหลังจากนั้นจึงยอมนั่งลงที่เดิมเมื่อเห็นสายตาของน้องชายสามีแต่ไม่วายเธอยังส่งสายตาไปยังลูกเลี้ยงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างชิงชัง
"คฤหาสน์เกริกอนันต์ ตึกเช่าย่านเยาวราชทั้งหมด เครื่องเพชร 20 กะรัตเงินสดในธนาคารจำนวน 20 ล้านบาท ข้าพเ้าขอมอบให้นางวรรณฤดีสานวงษ์ ภรรยาของข้าพเ้า" ทนายสุชาติพูดเสียงดังฟังชัดและต้องหยุดอ่านอีกครั้งเมื่อวรรณฤดีโวยวายขึ้น
"อะไร ให้ฉันแค่นี้นะ คุณทนายคุณอ่านผิดหรือเปล่าถ้าไม่เช่นนั้นพินัยกรรมฉบับนี้ต้องเป็ของปลอมอย่างแน่นอน"วรรณฤดีะโเสียงเเสบเเก้วหู เธอแอบดีดลูกคิดไว้ในใจว่าสามีก็ต้องยกเงินสดให้เธออย่างต่ำ50 ล้านบาท เครื่องเพชรแค่ 20 กะรัตจะเอาไปทำอะไรได้ คนพวกนี้ต้องวางแผนโกงเงินเธออย่างแน่นอน
" วรรณฤดีคุณไม่ควรเสียมารยาทนะครับกรุณาให้คุณทนายสุชาติอ่านจบก่อนได้ไหมจะโวยวายไปทำไม พี่เกรียงเองก็มอบให้เงินคุณกับลูกไม่ใช่น้อยๆ"เกริกก้อง ผู้เป็น้องชายของผู้ตายเอ่ยขึ้นอย่างรำคาญกับผู้หญิงที่ไม่รู้จักกักเก็บอารมณ์และไม่รู้จักพอ
" โถ่ คุณก้องคะมีอย่างที่ไหนมอบผัวจะสมบัติให้เมียอย่างกะคนไม่รู้จักกันดิฉันเป็เมียนะคะไม่ใช่คนอื่น" วรรณฤดีพูดอย่างประชดประชันทันทีเธอรู้ดีว่าสามีของเธอนั้นไม่สามารถมอบความรักให้แธอได้เขาให้เพียงเงินเท่านั้นแล้วในเมื่อเขาตายไปแล้วเธอก็ต้องได้ค่าตอบแทนบ้างถึงแม้แต่ก่อนตายคุณเกริกยังทำร้ายจิตใจเอด้วยการกอดรูป 'นังหทัยทิพย์'จนลมหายใจสุดท้ายก็ตาม แต่ที่น่าเจ็บใจคือภายหลังยังมอบสมบัติมหาศาลให้ลูกสาวที่เกิดดับเมียเก่าอีกและเธอกับลูกได้เพียงเศษเสี้ยวจะไม่ให้เจ็บใจได้อย่างไร
"หนูหงส์ก็ไม่ใช่ใครคนอื่นแต่เป็ลูกสาวของคุณพี่เหมือนกันและมีสิทธิ์ในสมบัติเหมือนกันนะ"เกริกก้องพูดอย่างเหลืออดเป็เดือดเป็ร้อนแทนหลานสาว เมื่อครั้งที่หทัยทิพย์ป่วยและเสียชีวิตหงส์สิตาก็ไปเรียนต่อต่างประเทศทันทีหลังจากวรรณฤดีย้ายข้าวของเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์
" เฮอะ!ลูกสาวที่ไม่สนใจจะมาดูดำดูดีพ่อแบบนี้นะหรอ พอพ่อตายรีบมานั่งหน้าสลอนรอรับสมบัติมีแค่ดิฉันกับน้องอัญที่ทำหน้าดูแล และสมควรต้องได้รับทั้งหมดถึงจะถูก"วรรณฤดียังไม่ยอมหยุดในขณะผู้ที่ถูกกล่าวถึงยังนั่งหน้านิง ไม่พูดจาหรือตอบโต้ใดๆ
" เงียบๆ เถอะฉันเริ่มรำคาญแล้ว" เกริกก้องทนไม่ไหวกับภรรยาของพี่ชายหลังจากพี่สะใภ้เสียชีวิต และหลานสาวไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาเองก็แทบไม่มาเหยียบคฤหาสน์หลังนี้อีกเลยซึ่งเขาเองก็มีจริตไม่ถูกกับวรรณฤดีและไม่ชอบนิสัยขี้โวยวายหน้าใหญ่อวดร่ำอวดรวยทั้งที่ก่อนหน้านั้นเป็เพียงเลขาหน้าห้องของพี่ชายที่ไม่รู้ว่าทั้งสองแอบได้เสียจนมีลูกสาวด้วยกันตอนไหน
“อ่านต่อเลยนะครับ...ข้าพเ้าขอมอบที่ดิน50 ไร่ และบริษัทในเครือเกริกอนันต์ทั้งหมดให้ นายเกริกก้องเกริกอนันต์ เป็ผู้ดูแลร่วมกับนางสาวหงส์สิตา เกริกอนันต์ ข้าพเ้านายเกรียงไกร เกริกอนันต์ขอรับรองว่าขณะที่ข้าพเ้าเขียนพินัยกรรมฉบับนี้ข้าพเ้ามีสติสัมปชัญญะครบถ้วนลงชื่อ นายเกรียงไกร เกริกอนันต์"
“อะไรให้เงินฉันไม่กี่ล้านแล้วยังไม่มีสิทธิในบริษัทอีกหรอ บ้ากันไปแล้วฉันไม่ยอมแน่จะให้เก็บค่าเช่าตึกเก่าๆ เดือนๆ หนึ่งจะได้ซักกี่พันเชียวฉันจะฟ้องพวกแกแน่" สวรรณฤดีโมโหเืขึ้นหน้าเธออุตส่าห์ได้เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์และเป็เมียของเ้านายคิดว่าแค่กำจัดนังหทัยทิพย์กับเขี่ยลูกของมันให้พ้นทางแล้วตนเองจะต้องมีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติเพียงผู้เดียวแต่นี่ต้องมาแบ่งให้ลูกสาวของมัน ทั้งยังมีน้องชายของสามีอีก
”เชิญครับ...ถ้าคุณวรรณฤดีพร้อมเมื่อไหร่ก็ไปเจอกันที่ศาล"ทนายสุชาติพูดอย่างเหลืออดผู้หญิงอะไรเห็นแก่ได้ของผู้อื่นขนาดนี้
“งั้นพวกแกออกไปจากบ้านฉันเลยอย่ากลับมาเหยียบอีกนะ" วรรณฤดีะโโวยวาย อย่างน้อยคฤหาสน์หลังนี้ก็เป็ของฉันส่วน 'นังหงส์คิดหรือว่าจะได้เสวยสุขบนสมบัติที่ได้มา'วรรณฤดีคิดและมองตามร่างบางอย่างมาดร้าย
“ไปกันเถอะหนูหงส์"เกริกก้องหันไปเรียกหลานสาวและตบไหล่บางเบาๆ อย่างให้กำลังใจและมองหลานสาวอีกคนที่เพิ่งจะเรียนอยู่ชั้นมัธยมอย่างเวทนาที่เกิดมามีแม่แบบนี้
" ค่ะ คุณอา" เสียงหวานเรียบๆปนความเบื่อหน่ายเอ่ยออกมา มรดกของผู้เป็บิดานั้นเอไม่อยากได้สักนิดและเองเองได้ทำพิยนัยกรรมของตัวเองเพื่อยกทรัพย์สินทั้งหมดให้ผู้เป็อาเรียบร้อยแล้ว
เมื่อมาถึงที่บ้านของเกริกก้อง สองอาหลานก็นั่งคุยกันว่าจะเอาอย่างไรต่อไปกับบริษัทที่ผู้เป็พ่อและพี่ชายสร้างมาด้วยมือ
“่นี้ก็ให้คุณอาดูแลบริษัทเช่นเดิมก่อนดีกว่าค่ะ”หงส์สิตาเองก็ไม่เคยเข้าไปในบริษัทสักครั้งจึงไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี
หงส์ หรือหงส์สิตา หญิงสาวหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้นมีเสน่ห์อายุย่างเข้า 25 ปี ั้แ่มารดาป่วยเสียชีวิตด้วยการตรอมใจที่รู้ว่าเกรียงไกรผู้เป็สามีนอกใจนอกกายจนมีลูกสาว1 คนกับวรรณฤดีเลขาหน้าห้องซึ่งเป็คนที่แม่ของเธอฝากเข้าทำงานหทัยทิพย์ผู้เป็มารดาจึงเกิดโรคหัวใจกำเริบเสียชีวิตทันที เธอผู้เป็ลูกสาวรู้สึกเสียใจจากการจากไปของมารดาอย่างมากและรับไม่ได้ที่พ่อของเธอจะพาผู้หญิงที่เป็สาเหตุให้มารดาของเธอต้องเสียชีวิตมาอาศัยอยู่ร่วมชายคาจึงตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอกโดยอาศัยความช่วยเหลือของอาของเธอนั่นคือ เกริกก้องและไม่ได้ติดต่อกับบิดาอีกเลยจนได้ข่าวการเสียชีวิตของผู้เป็บิดาเธอจึงบินกลับมาเคารพศพจะเรียกว่าทำหน้าตามหน้าที่ของผู้เป็ลูกก็ไม่ผิด
เมื่อตอนที่ยังเด็กหงส์สิตามีครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อแม่ และคุณอาที่ตามใจเธอเสมอ เมื่อบริษัทเกริกอนันต์เริ่มเป็ที่รู้จักในวงสังคม อีกทั้งผลประกอบการยังมีกำไรมหาศาลขยายสาขาอีกมากมายไปทั่วภูมิภาคทำให้เกรียงไกรผู้เป็หัวหน้าครอบครัวต้องทำงานหนักขึ้นจนไม่มีเวลาให้ครอบครัวเช่นเดิมเธอจึงอยู่กับมารดาเป็ส่วนใหญ่แต่ถ้าหากมีเวลาว่างพ่อก็จะพาเธอและแม่ไปเที่ยวเสมอจนกระทั่ง "วรรณฤดี’เข้ามาในชีวิต พ่อและแม่ก็เริ่มทะเลาะกันทุกวันจนแม่ของเธอช็อคและเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจที่เป็อยู่แล้วจากนั้นมาหงส์สิตาได้แต่พร่ำบอกกับตัวเองว่า ถ้าผู้ชายไม่มักมากผู้หญิงมีศีลธรรมมากกว่านี้แม่ของเธออาจจะไม่ตายจากนั้นพอรู้ว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาอยู่ที่บ้านเธอจึงหนีไปเรียนต่อต่างประเทศและไม่กลับมาเยี่ยมพ่ออีกเลยตลอด5 ปี
"หนูหงส์เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆพักอยู่กับอาก่อนเถอะจะขยับขยายค่อยว่ากันดีไหม"เกริกก้องบอกหลานสาวอย่างเป็ห่วง
"ไม่เป็ไรค่ะ หงส์จะไปพักกับมะนาวที่คอนโดและจะไปดูคอนโดที่ใกล้บริษัทด้วย จะได้เดินทางสะดวก" เธอไม่อยากรบกวนผู้เป็อามากนักอีกทั้งหลายปีกว่าจะได้เจอเพื่อสนิทสมัยมัธยมปลายจึงเธอมีเื่ราวมากมายอยากนอนคุยกัน
"ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจก้แล้วกัน แต่!..ถ้าขาดเหลืออะไรให้หรือ้าให้อาช่วยเหลือต้องรีบบอกอาเลยนะห้ามเกรงใจเข้าใจไหมยัยตัวแสบๆ" เกริกก้องยีหัวหลานสาวอย่างเอ็นดูและไม่อยากให้หงส์สิตาเครียดหรือรู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียว
"ขอบคุณอาก้องมากนะคะที่ดูแลหงส์มาตลอด"ผู้เป็หลานซึ้งใจน้ำตาคลอเธอซึ่งใจและรู้สึกว่าอย่างน้อยโลกนี้เธอก็ไม่ได้อยู่ตามลำพัง
"หลานสาวคนเดียวอาเลี้ยงได้อยู่แล้วจะกินเยอะกว่าเ้าดัมมี่ซักเท่าไหร่เชียว ฮ่าๆๆๆ"ผู้เป็อาพูดในขณะที่หลานสาวหน้างอง้ำเพราะเ้าดัมมี่คือหมาตัวอ้วนที่แสนี้เี
“โฮ่งๆๆๆ” เ้าดัมมี่เห่าทันทีที่ได้ยินชื่อตนเองอาหลานจึงมองหน้ากันและหัวเราะออกมาทำให้บรรยากาศผ่อนคลายไปถนัดตา
หงห์สิตาขับรถออกไปหามะนาวที่คอนโดตามที่นัดหมาย โดยเธอขอยืมรถของผู้เป็อามาใช้ก่อนแล้วตนค่อยไปหาดูทีหลังพร้อมคอนโดใกล้บริษัทตอนนี้เธอต้องดูแลตัวเองไหนจะบริษัทที่เธอไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปดูแต่ยังดีที่ยังมีอาก้องที่คอยช่วยเหลือจึงไม่มีอะไรต้องให้กังวลนัก หากแต่อนาคตและเศรษฐกิจไม่แน่นอนเธอไม่มีเวลามานั่งเศร้าหรอกนะเพราะปัจจุบันนี้เงินต้องเป็ตัวหลักในการดำรงชีวิตถึงแม้จริงๆแล้วชีวิตของคนเรา้าปัจจัย 4คือ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรคแต่ถ้าหากไม่มีเงินแล้วปัจจัย 4 ที่ว่าจะเอามาจากไหนนั่นคือสิ่งที่หงส์สิตาคิดในตอนนี้
"เฮ้ย...ไอ้นาวคอนโดแกนี้มันอยู่ตรงไหนวะเนี่ยฉันขับวนไปมาสามรอบตามพิกัดที่แกส่งมาแล้วไม่เจอเลย แกส่งถูกที่ป่ะวะ"พลางก้มมองมือถือที่กำลังโชว์เส้นทางยังไม่ทันได้มองหน้ามองหลังรถรถยนต์อีกคันก็เบียดเข้ากับรถที่หงส์สิตาขับพอดี
"เฮ้ยยยย!” รถยนต์สีขาว ยี่ห้อ BMW หรูตกลงกลางน้ำและจมหายไปพร้อมกับสติที่ดับวูบของหญิงสาวที่อยู่ในรถทันที