ภารกิจพิชิตสามี
บทที่ 15 อาจารย์ป้า
"เ้าป่าเชียคานได้ตายลง ท่านฉีซูคือเ้าป่าคนใหม่"
เสียงภูตพิทักษ์ป่าดังขึ้น แจ้งให้สิ่งมีชีวิตภายในป่าได้รับรู้ เฟยหลงและซูฉีที่ได้ยินต่างก็งุนงงไม่แพ้กัน เ้าฉีซูนี่มันเป็ใครกัน ช่างมีความสามารถจริงๆที่ล้มเ้าป่าแล้วกลายเป็เ้าป่าแทนได้ สงสัยพวกเขาต้องไปทาบทามมาเป็พวกเพื่อไปโค่นล้มลู่เสียนแล้วกระมัง
"เ้าคนชื่อฉีซูนั่นต้องเก่งมากแน่ๆ เราลองไปตามหาและทาบทามมาเป็พวกกันดีกว่า ถ้ามีคนเก่งๆมาเป็พวกเผื่อเราจะเอาชนะลู่เสียนได้เร็วขึ้น"
เฟยหลงพูดขึ้น ซูฉีเห็นด้วยกับคำพูดของสามี แต่นางรู้สึกคุ้นๆชื่อเ้าป่าคนใหม่อยู่นะ หรือเป็คนรู้จัก เอาเถอะมันคงไม่เกี่ยวอะไรกับพวกนางกระมัง ดังนั้นซูฉีจึงเลิกสนใจเื่เ้าป่า หันมาสนใจซากเสือที่นอนกองอยู่บนพื้น ก่อนออกเดินทางมาจากป่าเถาวัลย์แดง หญิงชราชี่จือได้มอบกระเป๋ามิติสำหรับเก็บของต่างๆให้ซูฉี ทำให้ตอนนี้นางสามารถเก็บซากสัตว์ตัวนั้นเข้าไปในกระเป๋าอย่างง่ายดาย เฟยหลงที่เห็นเช่นนั้นก็ถามขึ้นว่า
"เอ๊ะ เ้ามีกระเป๋ามิติั้แ่เมื่อไหร่กัน"
"ข้าก็มีตั้งนานแล้วนี่"
"แล้วทำไมไม่นำออกมาใช้ั้แ่แรกล่ะ จะขนเผือกขนมันที่ขุดมาแบกขึ้นหลังไว้ทำไม?"
ซูฉีที่ได้ยินก็มองไปทางกระเป๋ามิติ ก่อนจะมองไปทางหัวเผือกกับหัวมันที่นางแบกเอาไว้ จริงด้วย!! นางจะแบกเ้าพวกนี้ไว้ทำไมกัน มิน่าล่ะทักษะทางร่างกายของนางถึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสามารถขนต้นไม้ได้อย่างสบายๆ เพราะนางมัวแต่แบกเ้าของพวกนี้มาตลอดทางนี่เอง
นางได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมาทีหนึ่ง จนเฟยหลงที่ได้ยินก็มองค้อนซูฉีอย่างรู้ทัน ภรรยาของเขาเป็คนฉลาดมากคนหนึ่ง แต่เื่ง่ายๆบางอย่างนางกลับทำให้มันยาก เฮ้อ หลังจากซูฉีรู้ว่าตัวเองไม่ต้องแบกหัวเผือกหัวมัน เสบียงสำรองเหล่านี้อีกต่อไป นางก็นำมันใส่เข้าไปในกระเป๋ามิติก่อนจะเดินทางหาทางออกจากป่า
ยิ่งเดินยิ่งลึกเข้าไปในป่า ซูฉีเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าทางที่นางเดินมานั้นถูกต้องหรือไม่ หลังจากเดินมาครึ่งค่อนวัน นางและกระรอกน้อยเฟยหลงยังติดอยู่ในป่า ซูฉีที่เริ่มหิววก็หยุดเดินแล้วหันมาจัดการเผาหัวมันที่มีอยู่กิน นางเริ่มชินกับการต้องกินหัวเผือกหัวมันเหล่านี้แล้วจึงไม่เป็ปัญหา แต่เฟยหลงที่ต้องมากินหัวเผือกหัวมันด้วยเอาแต่บ่นไม่หยุด
"ไม่เห็นจะอร่อยตรงไหนเลย"
"ไม่อร่อยก็เอาคืนมา ข้ายังไม่อิ่มพอดี"
กล่าวจบซูฉีก็เอื้อมมือไปหมายจะคว้าหัวมันที่อยู่ในมือเฟยหลง เฟยหลงที่เห็นเช่นนั้นก็ยัดหัวมันชิ้นที่อยู่ในมือเข้าปากไปทั้งชิ้นทันที และหลังจากนั้น
"แค่กๆ อ้วยอ้าอ้วย แค่กๆ"
ซูฉีที่เห็นเช่นนั้นได้แต่หัวเราะเฟยหลงจนตัวงอ ระหว่างที่พวกเขาคุยเล่นกันอยู่นั้นเอง ได้มีเสียงหญิงชราดังขึ้นที่ด้านหลังว่า
"เ้าเป็ใครกัน!!"
หนึ่งคนหนึ่งกระรอกที่ได้ยินก็หันมามองเป็ตาเดียวกัน เบื้องหน้าพวกเขาเป็หญิงชราหน้าตาดุดันคนหนึ่งยืนจ้องมาทางพวกเขา เมื่อซูฉีตั้งสติได้ก็รีบเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านผู้าุโ ข้าน้อยมีนามว่าซูฉี ตอนนี้กำลังหลงป่าอยู่เ้าค่ะ"
หญิงชราผู้นั้นจ้องมองไปที่ซูฉี พลันสายตาเหลือบไปเห็นป้ายหยกที่ห้อยอยู่ข้างกายหญิงสาว ก่อนจะเผยสีหน้าแปลกใจออกมาแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า
"แม่หนู เ้าเป็อะไรกับเ้าของหยกชิ้นนั้น"
ซูฉีมองไปที่หยกด้วยความงุนงง ก่อนจะนึกขึ้นมาได้และเอ่ยตอบหญิงชราไปว่า
"เ้าของหยกเป็อาจารย์ของข้าน้อยเ้าค่ะ"
หญิงชราที่ได้ยินดังนั้นก็ตาลุกวาว ประกายตาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม นางพุ่งตัวเข้าไปหาซูฉีแล้วเอามือทั้งสองข้างประกบมือซูฉี ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"เ้าคือลูกศิษย์ของน้องจืองั้นรึ ฮ่าๆๆๆ สำนักเรามีผู้สืบทอดแล้ว"
ซูฉีที่ได้ฟังก็คาดเดาได้ทันทีว่าหญิงชราตรงหน้าน่าจะรู้จักกับหญิงชราชี่จือ ที่เป็อาจารย์และให้อาชีพช่างทอผ้ากับนาง ซูฉีจึงเอ่ยถามขึ้นเพื่อความแน่ใจว่า
"ผู้าุโรู้จักกับอาจารย์ของข้าน้อยงั้นหรือเ้าคะ"
"ยิ่งกว่ารู้จักเสียอีก ข้าเป็คนเลี้ยงนางมาด้วยซ้ำ"
กล่าวจบหญิงชราก็คิดถึงเื่ความหลังก่อนจะเอ่ยเล่าขึ้นว่า
"ข้าคือต้าชี สมัยที่ข้ายังเด็ก ตอนนั้นสำนักทอผ้าได้มีชื่อเสียงโด่งดังเลื่องลือไปทั่วยุทธภพ สำนักของเรารุ่งโรจน์ถึงขีดสุด พวกเราไม่เพียงแต่ทำหน้านี้ทอผ้าทั่วไปเท่านั้น แต่เรายังมีทักษะการทออุปกรณ์ป้องกันและอาวุธจากสิ่งต่างๆ ต่อมาผู้คนมาสั่งสิ่งต่างๆจากพวกเรามากมาย ครั้งหนึ่งพวกคนชั่วได้มาสั่งสินค้าจากเรา และเมื่อพวกมันรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามก็ได้สั่งสินค้าของเราเช่นกัน พวกมันก็ไล่ล่ากวาดล้างคนในสำนักทันทีหลังจากพวกมันได้รับของที่ตัวเองสั่ง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่หนีรอดไปได้ ในขณะนั้นท่านเ้าสำนักผู้เป็ปรมาจารย์ทอผ้าไม่อยู่ เมื่อนางกลับมาและได้ทราบข่าวนางก็ทออาวุธจากโลหิตของตัวเองพุ่งตรงเข้าฟาดฟันสำนักคนชั่วจนล่มสลายในที่สุด เ้าสำนักเสียใจมากที่ตนไม่ทันระวังทำให้ผู้คนต้องตาย จึงประกาศให้ศิษย์ที่เหลืออยู่แยกย้ายไปใช้ชีวิตของตนเอง "
หญิงชราถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะเล่าต่อว่า
"ศิษย์ที่ยังเหลือรอดพยายามถ่ายทอดทักษะทอผ้าอันแสนวิเศษกับคนรุ่นใหม่ แต่กลับไม่มีใครสนใจอาชีพนี้อีก ทำให้เหลือคนจำนวนไม่มากนักที่จะมีทักษะทอผ้า แม่หนูข้าดีใจจริงๆที่เ้ายอมรับการสืบทอดทักษะอันแสนวิเศษนี้ มาเถอะ มาคุยกันต่อที่ที่พักของข้า"
กล่าวจบหญิงชราต้าชีก็หมุนตัวกลับเพื่อนำทางซูฉีไปยังที่พักของนาง ซูฉีไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธจึงเดินตามหญิงชราไป แต่ยังไม่วายกระซิบกระซาบด้วยเสียงอันเบากับเฟยหลงว่า
"เกมที่ท่านคิด มีเื่ซับซ้อนแบบนี้อยู่ด้วยหรือ"
"ข้าก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เกมนี้มีรายละเอียดดีจริงๆ"
"อ้าว ท่านเป็คนคิดเกมมิใช่หรือ?"
"ข้าเคยบอกแล้วว่าข้าเป็คนคิดเกม แต่ไม่ได้คิดรายละเอียดภายในเกม ข้าจะไปรู้ได้ยังไงว่ารายละเอียดเกมจะละเอียดอ่อนขนาดนี้"
ซูฉีมองค้อนไปทางสามีทีหนึ่งก่อนจะไม่สนใจเขาอีก เป็คนคิดค้นเกมขึ้นมาแต่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ เฮ้อ ระหว่างที่ทั้งสองเดินไปพลางกระซิบกระซาบกันไปพลางก็ได้มาถึงจุดมุ่งหมาย ด้านหน้าของซูฉีเป็บ้านไม้ที่ดูแข็งแรงหลังหนึ่ง รอบๆบ้านไม่ต่างจากบ้านของหญิงชราชี่จือมากนัก บ่งบอกเลยว่าหญิงชราต้าชีกับหญิงชราชี่จือต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างแน่นอน เพราะลักษณะตัวบ้าน การจัดรอบบ้าน และการปลูกต้นไม้ป้องกันสัตว์ป่า ของทั้งสองมีความคล้ายคลึงราวกับลอกกันมา
ซูฉีมองรอบๆบ้านอย่างสนใจก่อนจะเอ่ยถามว่า
"บ้านผู้าุโกับอาจารย์คล้ายๆกันเลยนะเ้าคะ"
"แน่สิชี่จือโตมาจากการดูแลของข้าเชียวนะจะบอกให้ ว่าแต่เ้าควรเรียกข้าว่าอาจารย์ป้าได้แล้ว"
ซูฉีที่ได้ยินก็นึกบ่นในใจ หากนางเรียกหญิงชราเบื้องหน้าว่าอาจารย์ป้า นางจะถูกเคี่ยวเข็ญให้เรียนทอผ้าอีกไหมนี่ แต่ด้วยมารยาทนางก็ควรทำตามคำบอกของหญิงชราต้าชี
"เ้าค่ะ อาจารย์ป้า"
ไม่ผิดไปจากที่ซูฉีคาดเดา หลังจากที่นางเรียกสตรีตรงหน้าตามคำบอก จิติญญาความเป็อาจารย์ก็สิงสถิตในร่างของหญิงชราทันที นางหัวเราะอย่างมีความสุขก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ฮ่าๆๆ ดีมากศิษย์รัก ในเมื่อเ้าเป็ศิษย์ข้า ข้าจะสอนให้เ้าเก่งเอง"
ห๊ะ อะไรนะ!! สอนอะไร? ใครสอน? สอนทำไม? ไม่นะ!! นางยังมีภารกิจต้องพิชิตบอสที่สามีนางสร้างภายในสามเดือน นางยังใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในเกมด้วยการทอผ้าขายหรอกนะ และแล้วซูฉีถูกเคี่ยวเข็ญให้นั่งทอผ้าอีกครั้ง
"..." เฟยหลงได้แต่มองซูฉีฝึกทอผ้าตาปริบๆ ข้าจะได้ออกไปจากเกมนี่ไหมเนี่ย