ตอนที่ 9 เกมสวาทกำลังเริ่มต้น
พรินยืนนิ่งปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุมห้องโถงอีกครั้ง หล่อนเดินไปหยุดอยู่ที่ริมหน้าต่าง แฝงตัวอยู่หลังม่านผืนบางพรางตัวจากสายตาภายนอก ดวงตาคู่สวยหรี่มองตามแผ่นหลังของอดุลย์ที่อุ้มเ้าแมวโมจิเดินลับหายเข้าไปในรั้วบ้านฝั่งตรงข้าม
ริมฝีปากบางที่เพิ่งเคลือบด้วยไวน์แดงชั้นเลิศเหยียดยิ้มออกมา... ไม่ใช่ยิ้มแห่งความเสน่หา แต่เป็ยิ้มแห่งความสมเพช
‘อ่านง่ายเสียจนน่าเบื่อ...’ หล่อนคิดในใจ
ชายหนุ่มที่ดูภูมิฐาน สุภาพ และรักสัตว์อย่างอดุลย์ แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างจากนักล่าที่หิวโหย เพียงแค่หล่อนโยนเศษเนื้อที่เรียกว่า ‘จินตนาการ’ ลงไปนิดหน่อย ความเป็สุภาพบุรุษที่เขาสวมทับไว้ก็กะเทาะออกอย่างง่ายดาย แค่รอยเปื้อนไวน์จงใจที่หว่างอกกับน้ำเสียงสั่นพร่าที่แสร้งทำเป็ร้องขอความช่วยเหลือ เพียงเท่านี้เขาก็แทบจะคลานเข่าเข้ามาหา โดยลืมไปเสียสนิทว่าหล่อนคือคนแปลกหน้าชุดคลุมอาบน้ำที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมง
พรินละสายตาจากหน้าต่าง หันกลับมามองแก้วไวน์ก้านยาวสองใบที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะ หล่อนหยิบแก้วของอดุลย์ขึ้นมาพินิจ มองดูคราบไวน์ที่เหลือติดก้นแก้วสลับกับรอยลิปสติกของตัวเองที่ประทับอยู่บนขอบแก้ว
หล่อนใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามขอบแก้วนั้นช้า ๆ ราวกับกำลังลูบไล้ลำคอของเหยื่อที่กำลังจะถูกปลิดชีพ
“ความเหงา... ความใคร่... และความประมาท” หล่อนพึมพำออกมาคนเดียว “อาวุธสามอย่างนี้แหละที่จะฆ่าคุณ อดุลย์”
คนแรกเริ่มติดกับแล้ว แผนการของหล่อนไม่ได้ซับซ้อน แต่เน้นที่การ ‘ทำลายจากภายใน’ เริ่มด้วยการทำให้เขาหลงใหลจนยอมเปิดประตูบ้าน ประตูใจ และสุดท้ายคือประตูแห่งความลับที่พวกเขาพยายามซ่อนไว้
แต่โจทย์ใหญ่ที่รออยู่คือปาร์ตี้วันพรุ่งนี้... วิชิต กับ นพดล
พรินทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดิมที่เพื่อนบ้านเพิ่งลุกไป หล่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนดูข้อมูลที่อาคมส่งมาให้เป็ครั้งที่ร้อย นักการเมืองท้องถิ่นที่มีหน้ามีตาอย่างวิชิต คงไม่ยอมตกลงมาในหลุมพรางกามารมณ์ง่าย ๆ เหมือนอนันต์แน่ ๆ เขามี ‘อำนาจ’ เป็เกราะคุ้มกัน
แต่ตัณหาไม่เคยปราณีใคร อย่าลืมสิ!
ส่วนนพดล... ชายหนุ่มที่ดูรักแฟนและมีความมั่นคงในชีวิตคู่ คนแบบนี้จะยากที่สุด เพราะต้องหา ‘รอยร้าว’ ในความสัมพันธ์ให้เจอ
“สามสิบล้าน...” หล่อนเปรยชื่อตัวเลขนั้นออกมาเบาๆ ราวกับเครื่องเตือนใจ
‘เงินจำนวนนี้ไม่ใช่แค่ค่าจ้างทำลายชีวิตคน แต่มันคือค่าปิดปากความลับที่ดำมืดที่สุดของพวกคุณต่างหาก งานนี้ไม่ใช่แค่เื่เซ็กส์ แต่เป็เื่ของ “ความลับ” และ “ความพินาศ’
พรินลุกขึ้นยืน บิดกายอย่างเกียจคร้านแต่ทรงพลัง แววตาที่เคยฉ่ำเยิ้มต่อหน้าอดุลย์ บัดนี้เปลี่ยนเป็เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งใต้ความลึกของมหาสมุทร หล่อนพร้อมแล้วสำหรับการเป็ประติมากรที่ค่อยๆ กระเทาะชีวิตของชายทั้งสามทิ้งไปทีละเสี่ยง
พรุ่งนี้... เกมกระดานนี้จะเริ่มเดินหมากอย่างเป็ทางการ และหล่อนจะเป็คนกุมชัยชนะไว้ในมือเพียงผู้เดียว
ในขณะที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่ของมัน เสียงสั่นครืดของสมาร์ทโฟนบนโต๊ะกระจกก็ดังขัดจังหวะความคิด พรินเหลือบมองหน้าจอ รอยยิ้มที่เคยเย็นเยียบพลันเปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อ ‘หวาน’ เพื่อนรักเพียงคนเดียวที่รู้ตื้นลึกหนาบางในชีวิตของหล่อน
“ว่าไงจ๊ะ ยัยตัวดี โทรมาเช็กเรตติ้งหรือไง?”
พรินกรอกเสียงหวานหยดลงไปในสาย พลางเอนหลังพิงโซฟาในท่าทางสบายๆ
“แหม... ก็แหงสิยะ! ฉันว่างจากงานก็รีบกดหาแกเลยเนี่ย เป็ไงบ้าง บ้าง ‘เหยื่อใหม่’ เมื่คืนนี้รสชาติถูกปากไหม?” เสียงแหลมใสตามสไตล์สาว้ปรี้ยวดังเจื้อยแจ้วมาตามสาย
“เขาก็... พื้นฐานดีนะ สุภาพ สะอาดสะอ้าน แต่อ่านง่ายไปหน่อย แค่กระดิกนิ้วเขาก็แทบจะถวายหัวแล้วล่ะ” พรินตอบพลางนึกถึงแววตาหิวโหยของนพดลเมื่อคืนนี้
“ว้าย! ระดับหล่อนน่ะเหรอจะพลาด แต่ถามจริงเหอะ... เมื่อคืนน่ะ เป็ไงบ้างยัยริน! ‘จัดเต็ม’ ไปกี่รอบ”
พรินหัวเราะร่วน ั์ตาเป็ประกายเมื่อนึกถึงััเร่าร้อนเมื่อคืนวาน
“ไม่เลย ไม่ได้สักรอบ แค่เปิดทางเอาไว้ หลอกให้อยากเล่น ๆ”
“นังบ้า! อ่อยเอาไว้ ค่อยเชือดทีหลังงั้นเหรอ”
พรินหัวเราะเสียงยาวอย่างนึกสนุก
“เขาก็แค่ผู้ชายหิวกระหายคนหนึ่งที่บังเอิญเจอแม่เสืออย่างฉันเข้าไป ััเขามันดิบดีนะ... แต่ก็นั่นแหละ... มันก็แค่เกมบริหารเสน่ห์ก่อนลงสนามจริง”
“จ้าาา ยัยคนสวยเลือกได้! แต่ระวังเถอะ อ่อยเหยื่อบ่อยๆ ระวังจะอดกิน เหยื่อจะไปหากินทางอื่น”
“อดกินเหรอ?” พรินทวนคำพลางขำในคอ “คำนั้นมันไม่อยู่ในพจนานุกรมของฉันั้แ่วันที่ฉันออกล่าเหยื่แล้วล่ะหวาน สำหรับริน... ผู้ชายก็เหมือนกับไวน์แดง มีไว้จิบเพื่อความรื่นรมย์ แต่อย่าได้คิดจะดื่มมันแทนน้ำเพื่อประทังชีวิต”
“จ้ะ แม่คนใจน้ำแข็ง! ฉันล่ะยอมใจแกจริงๆ ริน...”
“รับทราบค่ะคุณเพื่อน”
“รักนะจ๊ะ... แค่นี้ก่อนนะ หวานต้องไปเตรียมงาน สำหรับพรุ่งนี้ต่อแล้วล่ะ”
พรินวางสายไปพร้อมกับความรู้สึกฮึกเหิมที่เพิ่มมากขึ้น การได้เมาท์มอยกับเพื่อนรักช่วยให้หล่อนหลุดออกจากบทบาทการแสดงมาเป็ตัวเองได้ครู่หนึ่ง หล่อนลุกขึ้นยืน กวาดสายตาไปรอบบ้านที่ยังดูแปลกตา
ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล... และพรุ่งนี้จะเป็จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมกามารมณ์ที่พวกเขาสามคนจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต