สกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行)

    เล่มที่ 1 บทที่ 13 ซอมบี้ทมิฬ


    เมื่อกลับถึงสตูดิโอ ผมจึงออนไลน์เกมและไปปรากฎตัวอยู่ในหมู่บ้านเริ่มต้นทันที……

    ข้างหน้านี้มีร้านขายยาอยู่ร้านหนึ่ง เจ้าของร้านเป็นเพียงคุณตาผมขาวโพลนคนหนึ่งซึ่งถือไม้เท้าไว้ในมือที่สั่นเทา ราวกับว่าไม้เท้านั้นจะร่วงลงพื้นได้ทุกเมื่อ ขณะที่ใบหน้าใจดีมองมาที่ผมและพูดขึ้นว่า “นักผจญภัยหนุ่ม เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

    “ซื้อยาครับคุณตา”

    “ได้ มาสิ”

    เขากางฝ่ามือออก ทันใดนั้นรายการยาสำหรับหมู่บ้านเริ่มต้นจึงปรากฏขึ้นทันที

    【ยาฟื้นฟูเลือด ระดับ 1 】:ฟื้นฟูพลังชีวิต 150 แต้ม ภายใน 10 วินาที จำกัดเลเวล: 1 ,ราคา 1 เหรียญทองแดง

    【ยาฟื้นฟูเลือด ระดับ 2】:ฟื้นฟูพลังชีวิต 300 แต้ม ภายใน 10 วินาที จำกัดเลเวล: 10 ,ราคา 5 เหรียญทองแดง

    【ยารวบรวมลมปราณ ระดับ 1】:ฟื้นฟูพลังปราณ 90 แต้ม ภายใน 10 วินาที จำกัดเลเวล: 1 ราคา 1 เหรียญทองแดง

    【ยารวบรวมลมปราณ ระดับ 2】:ฟื้นฟูพลังปราณ 180 แต้ม ภายใน 10 วินาที จำกัดเลเวล: 10 ราคา 5 เหรียญทองแดง

    【ยาบำรุงวิญญาณ ระดับ 1】:ฟื้นฟูมานา 150 แต้ม ภายใน 10 วินาที จำกัดเลเวล: 1 ราคา 1 เหรียญทองแดง

    【ยาบำรุงวิญญาณ ระดับ 2】:ฟื้นฟูมานา 300 แต้ม ภายใน 10 วินาที จำกัดเลเวล: 10 ราคา 5 เหรียญทองแดง

    ……

    หมู่บ้านเริ่มต้นนี้ขายเพียงยาที่ค่อยๆฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างช้า ๆเท่านั้น และแน่นอนว่าในเกมก็มียาที่ช่วยฟื้นฟูมานาและพลังชีวิตได้คราวละมากๆทันทีด้วยเช่นกัน แต่ว่าการจะทำอย่างนั้นได้ จำเป็นต้องให้ผู้เล่นในการปรุงยาด้วยตัวเอง ซึ่งการจะปรุงยาเองได้นั้น ผู้เล่นจะต้องผ่านหมู่บ้านเริ่มต้นนี้ให้ได้เสียก่อน…แต่ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนไป เรื่องเร่งด่วนในตอนนี้คือการหาซื้อยาฟื้นพลังเพื่ออัพเลเวลต่างหาก นั่นก็เพราะแท้จริงแล้วการมาในครั้งนี้อาจต้องปะทะกับบอส และหากโชคดีหน่อยก็คงได้พบกับบอสระดับเหล็กดำ ไปกันเถอะ ไปเอาชัยชนะกลับมากัน!! ไปจัดการบอสระดับเหล็กดำ!!

    ความปรารถนาที่งดงาม…คือการมีความฝันที่เป็นนิตย์อยู่เสมอ

    หลังจากซื้ออยาฟื้นฟูเลือดและยาบำรุงวิญญาณระดับ 2 มาแล้วจำนวนหนึ่ง จากนั้นผมได้พาทุกคนตะลุยออกจากหมู่บ้านเริ่มต้น มุ่งหน้าไปยังทิศเหนือเพื่อเริ่มต้นการเดินทางในโลกสกายโร้ดของพวกเรา

    ……

    ขณะที่กำลังฟาร์มเก็บเลเวลอยู่นั้น เมื่อผมเหลือบไปเห็นรายการการจัดอันดับเลเวลหมู่บ้านเริ่มต้นก็ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นั่นคือพวกเราโดนเขี่ยจนตกลงมาเป็นอันดับ 2 แล้ว ทั้งๆที่เพิ่งจะออฟไลน์ไปแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น นักจิตวิญญาณที่จู่ๆก็ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ก็คือ “ทิรามิสุ”คนนั้น! คือเธอคนนั้นเหรอ? ถ้าเป็นถังหยุนจริงๆ การที่เธออัพเลเวลได้เร็วขนาดนี้มันก็น่ากลัวอยู่เหมือนกันแฮะ

    ถังหยุนเป็นเพื่อนกับผมในวีแชทแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าเธอไม่รู้ว่าวีแชทที่ชื่อ “จินซีเหอซี” คือผมเอง ไม่อย่างนั้นล่ะก็เธอคงจะส่งข้อความมาหาผมแล้วล่ะ

    ในรายการการจัดอันดับพลังต่อสู้ ผมอยู่ในอันดับ 2 ด้วยกำลังสู้รบ 288 แต้ม ในขณะที่อันดับ 1 ถูกครอบครองโดยบัญชีที่ใช้ชื่อว่า ”เว่ยหนี่เปี้ยนไกว”…อีกครั้ง ด้วยกำลังสู้รบถึง 334 แต้ม ไม่ต้องคิดเลยว่าเขาจะต้องมีอุปกรณ์ทองแดงอย่างน้อยๆ 2-3 ชิ้นแน่ๆ ถึงได้ไต่ระดับขึ้นมาสูงถึงขนาดนี้ได้

    อันที่จริง เลเวลของเขาน้อยกว่าผม อย่างน้อยๆโบนัสพลังต่อสู้ของเขาก็น้อยกว่าของผมอยู่ประมาณ 20-30 แต้มเลยล่ะ ซึ่งนี่หมายความว่าหากเปรียบเทียบเฉพาะอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้แล้ว อาวุธของ ”เว่ยหนี่เปี้ยนไกว” ดีกว่าของผมเกือบร้อยแต้มเลยทีเดียว!

    ทั้ง ๆที่เป็นการแข่งขันในหมู่บ้านเริ่มต้นแท้ๆ ทว่าก็ยังไต่มาจนถึงระดับที่น่ากลัวขนาดนี้ได้ นับเป็นการแข่งขันที่น่ากลัวจริงๆ

    และเมื่อผมเหลือบมองเว็บบอร์ดของหมู่บ้านเริ่มต้นจึงได้เห็นใครบางคนที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาดีคนหนึ่งโพสต์ข้อความลงบนนั้น ……

    “หั่วเยี่ยนฉู่”

    【ประกาศสงคราม】ทีมเทียนเสวี่ยนกล้าเดิมพันหรือเปล่า?

    เนื้อหา :“จินซีเหอซี”, “ชิวฉุ่ยหาน” , “อี้เชียงเป้าโถว” , “เส้าหลินกังฟูห่าวเยว่” พวกแกทั้ง 4 คนฟังฉันให้ดี พวกแกกล้าลอบโจมตีฉัน ทีม “ปู้ฝู๋จิ้วก้าน!" และมาแย่งเฟิร์สคิลบอสระดับทองแดงไป พวกแกจะไม่ได้อยู่ดีแน่ ฉันจะจำเอาไว้และพวกแกก็จำไว้ให้ดี ฉันจะเอาคืนเป็นร้อยเท่า ไอ้พวกไม่รู้จักเจียมตัว ฟ้าดินจะสาปส่งพวกแก และฉัน “หั่วเยี่ยนฉู่” ขอประกาศไว้ เลยว่า…ฉันจะทำให้พวกแกเสียใจที่มาเกิดในหมู่บ้านเริ่มต้น!!!!

    เหล่าพี่น้อง“ปู้ฝู๋จิ้วก้าน" ทั้งหลาย ใครที่ต้องการร่วมศึกเผชิญหน้าทีมเทียนเสวี่ยนโปรดแสดงตัวด้วย ใครที่มันรังแกพี่น้องของฉัน ต่อให้ต้องไล่ล่าสุดขอบโลก ฉันก็จะไปลากตัวมันมาลงโทษให้ได้!

    ……

    ทันทีที่ประกาศออกไป คนที่มีจุดยืนเดียวกันกับหั่วเยี่ยนฉู่ก็มีการตอบกลับมามากกว่า 300 ข้อความ และไม่มีการประกาศซ้ำรอบสองอีก นี่แสดงให้เห็นว่า หั่วเยี่ยนฉู่มีอิทธิพลมากมายทีเดียว เขาสามารถออกคำสั่งกับผู้เล่นกว่า 300 คนได้ นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เรียกได้ว่าแทบจะเป็นผู้เล่นฝึกหัดที่แข็งแกร่งที่สุดเลยก็ว่าได้ มิน่าเขาถึงได้ทำเรื่องอุกอาจขนาดนี้ แต่ว่าการถูกเข้าใจความสามารถแบบผิดๆนี่ก็ดีเหมือนกัน เห็นได้ชัดว่าพวกมันเป็นคนลงมือสังหารจางเหว่ยก่อน พวกเราถึงได้ตอบโต้กลับไป แต่สุดท้ายกลับมาป่าวประกาศว่าพวกเราเป็นฝ่ายลงมือก่อน

    หลินเฉอโบกมือขึ้น จากนั้นจึงแชร์โพสต์ของหั่วเยี่ยนฉู่ให้ทุกคนได้ดูแล้วจึงพูดว่า “พี่ชายฉู่คนนี้ไร้ยางอายจริงๆ”

    จางเหว่ยเอาไม้พลิกตัวแบดเจอร์ จากนั้นจึงพูดต่อว่า “หน้าไม่อายจริงๆ นี่มันตั้งใจเบี่ยงเบนประเด็นให้คนเข้าใจเราผิดนิ ฉันมีแอคหลุมอยู่ เราสมัครแอคหลุมหลายๆบัญชีแล้วเล่นสงครามสาดน้ำลายกลับไปบ้างเป็นไงลูกพี่เฉิน”

    “ไม่ต้อง”

    ผมโบกดาบทองแดงในมือแสดงการปฏิเสธและกล่าวขึ้นว่า “จะไปเปลืองน้ำลายกับคนพวกนี้ทำไม ในเมื่อเราแก้ปัญหาด้วยกำลังได้ หั่วเยี่ยนฉู่ก็พูดแล้วนี่ ทีมของเขาท้าสู้กับพวกเราทีมเทียนเสวี่ยนในหมู่บ้านเริ่มต้น งั้นก็ดี! มาสู้กันสักตั้ง ฉันก็อยากเผชิญหน้ากับพวกมันในสนามรบเหมือนกัน พวกมันจะได้ไม่อวดดีแบบนี้อีก”

    จางเหว่ยหัวเราะร่า

    หลินเฉอขมวดคิ้วยุ่ง จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ครั้งที่แล้วสู้กับทีมของหั่วเยี่ยนฉู่ พวกเราได้เปรียบกว่าพวกมันในเรื่องของเลเวลกับอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้ แล้วก็พวกทักษะต่างๆ ครั้งนี้มันคงจะเรียนรู้ทักษะผู้เล่นฝึกหัดมาแล้วล่ะ พวกเราจะต้องระวังตัวให้ดีอย่าประมาทเป็นอันขาด อาวุธของพวกมันเป็นสายโจมตีระยะไกล แค่มันเห็นเราก็สามารถปิดจ็อบเราได้ทันที ไม่แน่ว่าอย่างพี่เฉินเองก็อาจจะโดนพวกมันสอยเอาได้เหมือนกัน”

    “เข้าใจแล้ว”

    ผมมองไปข้างหน้าแวบหนึ่งแล้วจึงพูดขึ้นว่า “ดังนั้นเราจะอยู่ในพื้นที่เก็บเลเวลนี้นานต่อไปไม่ได้ รอให้เลเวลอัพถึง 14 ก่อนพวกเราก็จะไปจัดการกับมอนสเตอร์เลเวลสูงๆ ยิ่งเลเวลของมอนสเตอร์สูงมากเท่าไหร่ พวกมันก็จะหาเราเจอได้ยากมากขึ้นเท่านั้น อย่างน้อยๆครั้งนี้จะให้พวกมันมาก่อกวนตอนที่เราต่อสู้อยู่ไม่ได้อีก แค่ครั้งที่แล้วนั้นก็อันตรายเกินไป”

    “ได้!”

    สองชั่วโมงหลังจากนั้นแสงสีทองก็ส่องสว่างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเลเวลของผมก็อัพเป็นเลเวล 14 แล้ว ผมได้ลงแต้มทั้งหมดไปกับความแข็งแกร่ง หลังจากนั้นพวกเราได้ผ่านอาณาเขตของแบตเจอร์หลังไฟ และมุ่งหน้าไปยังแผนที่ข้างหน้าต่อทันที

    เมื่อผ่านหุบเขาไป บรรยากาศข้างหน้ากลับอึมครึมขึ้นมาถนัดตา ขณะที่ป่าได้สูญเสียความเขียวขจีไป แม้แต่ผืนดินก็ยังเต็มไปด้วยสารพิษ มันว่างเปล่าและไร้ชีวิตชีวา อีกทั้งยังมีอีกาดำบินผ่านไปพร้อมกับเสียงกระพือปีกที่น่ารำคาญ บนแผนที่ขนาดเล็ก พื้นที่ข้างหน้าได้กลายเป็นพื้นที่สีแดงไปแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเรากำลังเข้าสู่เขตอันตรายตามระดับเลเวลที่สูงขึ้น

    รอบนอกเขตป่าที่เต็มไปด้วยสารพิษนั้น ปรากฎหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทว่าหมู่บ้านแห่งนี้ไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดๆและดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่ที่นี่มานานแล้ว ทว่าไกลออกไปกลับมีเสียงครวญคราญดังขึ้นเสียงหนึ่ง

    “เจ้าหนุ่ม!”

    ทันใดนั้นก็มีเสียงอันทรงพลังดังมาจากด้านข้างบนเนินเขา เมื่อหันไปดูก็พบว่าเป็น NPC ที่สวมชุดเกราะของกองทัพเผ่าเซี่ย หนึ่งในนั้นเป็นชายวัยกลางคนที่ถือดาบอยู่ในมือ เขามองตรงมาที่ผมจากที่ไกลๆ ขณะที่เหนือศีรษะก็ปรากฎตัวอักษรสีเขียวว่า “กัปตันหน่วยสอดแนมหลี่เหว่ย” ใบหน้าของเขามองมาที่พวกเราอย่างเคร่งขรึมจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “หมู่บ้านข้างหน้าเต็มไปด้วยโรคระบาดแห่งความตาย พวกเจ้าไม่สามารถเข้าไปที่นั่นได้ มิเช่นนั้นพวกเจ้าจะต้องตาย”

    ผมก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็นมิตร “ใต้เท้า หากไม่ลองเข้าไปดูจะรู้ได้อย่างไรว่าตายหรือไม่?”

    แม่ทัพอดที่จะยิ้มเยาะไม่ได้ “นักผจญภัยหนุ่มเช่นเจ้าช่างมั่นใจในตัวเองเสียจริง หากเจ้าอยากตายจริงๆ เช่นนั้นข้าก็สงเคราะห์ให้เจ้า ที่นี่มีประกาศจับฉบับหนึ่งที่ออกโดยองค์จักรพรรดิ เจ้าเข้าไปในหมู่บ้านข้างหน้า ตามหาราชาซอมบี้ทมิฬ สังหารมันแล้วเอาหัวใจของมันกลับมาให้ข้า แล้วข้าจะตกรางวัลให้เจ้าอย่างงาม”

    มีภารกิจแล้ว!

    ใจผมสั่นไหวเล็กน้อย จากนั้นจึงก้าวไปข้างหน้าและรับราชโองการมา บนประกาศจับการผมเห็นภาพวาดปีศาจในม้วนตำราสมัยราชวงศ์ชิงพร้อมกับด้านล่างที่มีตัวหนังสือตัวใหญ่ปรากฎขึ้นสองตัวว่า “รางวัล” จากนั้นเสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นในหูของผมทันที

    “ติ๊ง!”

    แจ้งเตือนจากระบบ : ทีมของคุณได้รับภารกิจ【สังหารราชาซอมบี้ทมิฬ】(ภารกิจระดับ E)แล้วซอมบี้ทมิฬตัวนี้ไม่มีความชั่วใดที่มันไม่ทำ มันสังหารนักล่าและฆ่าราษฎรไพร่ฟ้า จงฆ่าตัดหัวมันแล้วเอาหัวใจกลับมาให้กัปตันหน่วยสอดแนมหลี่เหวย จงจำไว้ว่าจะต้องระวังตัวให้ดี เมื่อคุณเข้าไปสู่ดินแดนที่ปนเปื้อนนี้ คุณจะได้รับความเสียหายต่อเนื่อง!”

    ……

    “ภารกิจล่าบอสงั้นเหรอ?”

    หลินเฉอยิ้มน้อย “ครั้งนี้พวกเราจะมีรายได้แล้ว”

    “ใช่ จะมีรายได้กันแล้ว ไปกันเถอะ!”

    ผมที่เดินอยู่หน้าสุดจึงพูดขึ้นว่า “เตรียมยาฟื้นฟูเลือดหรือยัง หลังจากเข้าไปในหมู่บ้านแล้วจะต้องได้รับความเสียหายอยู่ตลอดแน่ ถ้าเลือดลดเหลือน้อยกว่า 70% เมื่อไหร่ก็ซดยาฟื้นฟูเลือดเข้าไปทันที ห้ามลืมเด็ดขาด!”

    “รับทราบ”

    เมื่อผ่านเส้นทางที่ปกคลุมไปด้วยผืนหญ้าสีเขียวชอุ่มไปแล้ว พวกเราจึงเดินเข้ามาในหมู่บ้านที่เหลือเพียงซากปรักหักพังต่อทันทีและทันใดนั้นเองสายตาว่างเปล่าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเรา มอนสเตอร์รูปร่างแข็งทื่อที่มีขนสีดำปกคลุมไปทั่วร่างกาย มันคือซอมบี้ทมิฬในตำนาน ซึ่งเป็นมอนสเตอร์ระดับสูงชนิดหนึ่งนั่นเอง!

    【ซอมบี้ทมิฬ】(มอนสเตอร์ระดับทองแดง)

    เลเวล:18

    พลังโจมตี :78-115

    พลังป้องกัน:60

    ค่า HP:2000

    สกิล:【พ่นหมอกพิษ】 【กรงเล็บทะลวง】

    แนะนำ:พวกคนตายจากทางเหนือเหล่านี้ไม่เคยล้มเลิกความคิดที่จะพิชิตราชวงศ์เซี่ยเลยแม้เพียงวินาทีเดียว พวกมันส่งความตายเหล่านี้ไปยังชนบทในจักรวรรดิได้อย่างไร้ยางอาย ทั้งยังทำให้ราษฎรกลายเป็นซอมบี้ที่คนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงอยู่อย่างนี้และกลายเป็นเครื่องมือในการแพร่ระบาดของโรคห่าร้ายแรง

    ……

    “ลุย!”

    ผมขึ้นนำ เปิดฉากด้วยคอมโบโจมตีใส่มันถึง 4 ครั้งติด โดยเริ่มจากการโจมตีท่าพื้นฐาน+เฮฟวี่แสลช+โจมตีพื้นฐาน+โบลวสไตรค์ ทั้งหมดนี้เสร็จสิ้นภายใน 2 วินาที หลังจากนั้นบนร่างซอมบี้ทมิฬปกคลุมไว้ด้วยออร่าสีแดง มันคำรามออกมาอย่างดุร้าย ขณะที่บริเวณหน้าอกก็เต็มไปด้วยบาดแผลและเพียงพริบตาเดียวเลือดของมันก็ลดลงไปครึ่งหนึ่ง ปากของมันขู่คำรามขณะที่กระโจนเข้ามา มันตระครุบแขนของผมและพ่นหมอกพิษออกมาพร้อมกับแทงกรงเล็บเข้าใส่

    ชั่วพริบตาที่มันลงมือ ผมได้ย่อตัวลง ยกโล่ตั้งไว้ด้านหน้า และกระแสลมได้รายล้อมร่างผมก่อเกิดเป็นโล่ขนาดเล็กลอยอยู่รอบกาย นั่นหมายความว่าผมได้เข้าสู่สภาวะป้องกันแล้ว ทันใดนั้นเสียง “ตึง ตึง” ดังขึ้นสองครั้ง มันเป็นเสียงการป้องกันการโจมตีพื้นฐานและเสียงกรงเล็บแทงเข้ากระทบโล่ ถึงอย่างนั้นผมไม่อาจหยุดหมอกพิษได้ หมอกพิษเป็นค่าความเสียหายเวท ทำให้เสียเลือดไปถึง 300 แต้ม ทว่ายังดีที่ความแข็งแกร่งของผมในเวลานี้สามารถสังหารมอนสเตอร์เลเวล 18 ได้อย่างสบาย !

    “แยกกันเก็บเลเวลเถอะ”

    หลินเฉอพูดขึ้น “พี่เหว่ย พี่กับผมช่วยกันจัดการมอนสเตอร์ 1 ตัว ต้าไห่ไปกับพี่เฉิน ประสิทธิภาพในการเก็บเลเวลจะได้ดียิ่งขึ้น แล้วก็แยกกันตามหาราชาซอมบี้ทมิฬด้วย”

    “อื้ม”

    เลเวลของซอมบี้ทมิฬสูงกว่าพวกเรา 4 เลเวล ถ้าหากแยกกันจัดการ ค่าประสบการณ์ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย อีกทั้งค่าประสบการณ์ก็จะเพิ่มขึ้นมากถึง 25% ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ด้วยความเร็วขนาดนี้ ภายใน 2 ชั่วโมงเลเวล 15 ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมถึงแล้วล่ะ!

    ในหมู่บ้านแห่งนี้ มีเสียงโจมตีของพวกเราเพียง 4 คนเท่านั้น จางเหว่ยก็เรียนรู้ทักษะการป้องกันไป ทว่าก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนัก เพราะเขาก็จะโดนมอนสเตอร์โจมตีเข้าใส่ทุกครั้ง น่าอึดอัดใจแทนจริงๆ ขณะที่อัตราการดรอปของซอมบี้ทมิฬนับว่าไม่เลวทีเดียว ไม่ถึงสิบนาทีก็ดรอปชุดระดับขาวแล้วถึง 3 ชุด ความเร็วขนาดนี้ ตอนที่พวกเรากลับไปยังหมู่บ้านเริ่มต้นจะต้องหาเงินได้มากเป็นแน่

    ************************

    โปรดติดตามตอนต่อไป........