เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 117 ถอยร่นรุดหน้าไปพร้อมกันไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง


             หมู่บ้านเขาหมีทั้งหมดสิบแปดครัวเรือน ครั้งนี้สกุลลู่ยกมาให้หนึ่งลัง ลังพืชผักสิบกว่าลังถูกวางอยู่ในเรือนกระจกสกุลกัว ถึงแม้จะไม่เต็ม แต่มองไปแล้วก็เห็นใบเขียวชอุ่มละลานตา

             พวกผู้หญิงสกุลกัวและเด็กๆ พากันคุกเข่าโขกศีรษะให้ทุกคนพลางร้องห่มร้องไห้ นายท่านเฝิงเข้าไปประคองพวกนางขึ้นมาด้วยตนเอง จากนั้นก็หันไปมองชาวหมู่บ้านเขาหมีทุกคนด้วยสายตาที่ไม่เรียบเฉยเช่นเดิม แต่กลับสดใสเป็นประกาย

             “จำไว้นะ พวกเราหมู่บ้านเขาหมีสิบแปดครอบครัว ถอยร่นรุดหน้าไปพร้อมกัน ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

             “เจ้าค่ะ/ขอรับ”

             ทุกคนพากันก้มหน้ารับคำ 

             เสี่ยวหมี่ก็เช่นกัน นางก้มหน้ารับคำ วินาทีนี้ถูกสลักลึกเข้าไปในจิตใจของนาง

             เงินทองนั้นยั่วยวนผู้คน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านางในวันนี้ล้ำค่าเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...

             เรื่องของสกุลกัวในวันนี้เป็นคำเตือนให้แก่ทุกคนว่า ความสมัครสมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนี้ จะสร้างพลังมหาศาลเพื่อต่อสู้กับสิ่งใดก็ได้ทั้งสิ้น

             เวรยามกะกลางคืนในหมู่บ้านคืนนี้ตั้งใจเดินตรวจตราเรือนกระจกของทุกครอบครัวอย่างถี่ถ้วน เกรงว่าจะเกิดเรื่องเศร้าซ้ำรอยเดิม

             เนื่องจากช่วงนี้ไม่มีพวกผู้ชายอยู่ บรรดาผู้หญิงจึงจัดเวรกันเอง แบ่งเป็นสองชุด ชุดละหกคน บวกกับผู้เฒ่าอีกสองท่านถือคบเพลิงเตรียมไล่สัตว์ร้าย และตรวจตราความเรียบร้อย มองจากไกลๆ ก็แลดูน่าครั่นคร้ามอยู่ไม่น้อย

             แต่เวรยามเฉพาะกิจของพวกเขารวมตัวกันได้ไม่กี่วัน พวกผู้ชายก็กลับลงมากันแล้ว

             บรรดาสตรีเล่าถึงความกล้าหาญของพวกนางให้เหล่าบุรุษฟัง แน่นอนว่าพวกเขาพากันชื่นชม

             ส่วนบุรุษสกุลกัวรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาเวียนไปขอบคุณทุกครอบครัวทีละบ้าน

             การขึ้นเขาในครั้งนี้อาจเป็นการล่าสัตว์ครั้งสุดท้ายของปี บรรดาบุรุษจึงทำกันอย่างเต็มที่ เมื่อนำสัตว์ที่ล่ามาได้เข้าเมืองไปก็เป็นที่แตกตื่นไม่น้อย

             ตั้งแต่ที่เสี่ยวหมี่ยกร้านค้าในเมืองให้เสี่ยวเตาดูแล นอกจากเก็บเงินและทำบัญชีแล้ว เรื่องอื่นนางล้วนไม่สนใจ การไม่มีที่พึ่งกลับเป็นเรื่องดีที่ทำให้เสี่ยวเตาก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว

             ยามนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับพวกพ่อค้าหนังสัตว์จากทางใต้ที่ใกล้จะกลับบ้านแล้วแต่ยังหาหนังสัตว์ได้ไม่เท่าไหร่ ถึงแม้เขาจะหวาดกลัวอยู่บ้างแต่ก็ไม่ยอมให้ตนเองต้องเสียเปรียบ ทั้งยังขายของป่าออกไปได้จำนวนไม่น้อยอีกด้วย สร้างกำไรให้แต่ละบ้านได้อีกหลายร้อยอีแปะ

             วันนี้พี่รองลู่ควบม้ากลับมา หิมะบนฟ้าตกลงมาแล้ว ทำเอาเขาบ่นอุบ

             “ข้าอุตส่าห์รีบเร่ง คิดว่าจะได้ขึ้นเขาไปล่าหมีดำเสียหน่อย สุดท้ายก็สายไปอยู่ดี”

             หมีดำตอนนี้คงจำศีลกันหมดแล้ว หากถูกก่อกวนจนตื่นเกรงว่าจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เสี่ยวหมี่กลัวว่าพี่รองคนบื้อของนางจะขึ้นเขาเอาชีวิตไปทิ้งจริงๆ จึงรีบพูดไว้แต่เนิ่นๆ ว่า “หิมะตกก็เป็นเรื่องดี อากาศเช่นนี้เหมาะแก่การกินหม้อไฟนัก พอดีพี่เสี่ยวเตาเพิ่งเอาเนื้อแพะมาให้ครึ่งตัว คืนนี้เรามาทำกินกันเถอะ”

             “เอาสิ” พี่รองลู่ตาใสทันที เอ่ยอย่างชอบใจว่า “เจ้าเด็กเกาเหรินนั่นไม่อยู่ ครั้งนี้ไม่มีใครแย่งข้าแล้ว”

             เสี่ยวหมี่สีหน้าสลดลงเล็กน้อย มุดศีรษะกลับเข้าไปในครัว ซูอีถลึงตาใส่พี่รองลู่ จากนั้นก็รีบตามเข้าไป

             ทิ้งให้พี่รองลู่เกาหลังศีรษะตัวเองอย่างงุนงง ไม่เข้าใจสักนิดว่าตนทำอะไรผิด

             ถึงแม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่โต๊ะอาหารที่แม้จะรวมเฉินเยว่เซียนเข้ามาด้วยก็ยังเงียบเหงาไปถนัดตา ความเงียบเหงานี้ทำให้ความอยากอาหารของแต่ละคนลดลง

             พี่รองลู่ที่เพิ่งรู้สึกตัววางตะเกียบลง บ่นว่า “มิน่าเล่า ซูอีถึงได้ถลึงตาใส่ข้า ไม่มีเกาเหรินคอยแย่งอาหาร มันกินไม่อร่อยจริงๆ”

             เสี่ยวหมี่ก้มหน้าลงเล่นเต้าหู้ในจานจนแหลกละเอียดแต่ไม่ยอมคีบใส่ปากสักคำเดียว

             เฉินเยว่เซียนเห็นเช่นนี้จึงรีบถาม “น้องหญิง น้องสามว่าอย่างไรบ้าง ข้าและพี่ใหญ่เจ้าควรจะออกเดินทางเมื่อใดถึงจะเหมาะสม?”

             เสี่ยวหมี่พยายามยิ้มออกมา “สหายของพี่สาม พี่ใหญ่เฉิงและพี่ใหญ่หลิวเดินทางกลับบ้านไปแล้วเจ้าค่ะ อีกสักสองวันพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ก็เตรียมตัวลงใต้เถอะ เรื่องที่บ้านพวกท่านไม่ต้องกังวล เรื่องกำลังคน พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้เชิญเลือกตามความพึงพอใจได้เลยเจ้าค่ะ อีกอย่างถ้าเป็นไปได้ควรจะหาพ่อบ้านมีฝีมือสักคนจากทางท่านลุงเฉิน พี่ใหญ่ข้าเป็นคนใจอ่อน ลงใต้ครั้งนี้คงต้องลำบากพี่สะใภ้ช่วยดูแลแล้วเจ้าค่ะ”

             บิดาลู่ก็เอ่ยขึ้นเช่นกันว่า “เสี่ยวหมี่พูดถูก เงินทองไม่สำคัญ สำคัญคือพวกเจ้าทั้งคู่ต้องปลอดภัย”

             “เจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านพ่อ” เฉินเยว่เซียนและพี่ใหญ่ลู่ยืนขึ้นคารวะบิดาลู่ ในใจรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

             เฉินเยว่เซียนเติบโตมาในตระกูลพ่อค้า ได้เห็นได้ยินอะไรมามาก แต่เพราะเป็นสตรีจึงถูกขังอยู่ในห้องหอมาโดยตลอด ยามนี้ได้แต่งออกมา ทั้งยังได้มีโอกาสได้ทำการค้าบ้าง ใจนางอยากจะติดปีกบินลงใต้ไปเสียประเดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ

             ส่วนพี่ใหญ่ลู่ด้วยลักษณะนิสัยเช่นนั้น แต่ไหนแต่ไรมาเขาจึงไม่เคยมีโอกาสได้ทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้มาก่อน จึงตื่นเต้นอยู่บ้าง

             ทางด้านเถ้าแก่เฉิน เมื่อได้ทราบข่าวจึงยกคนฝีมือดีและเป็นที่วางใจมากที่สุดของตนให้บุตรสาวไป

             เฉินเยว่เซียนกับพี่ใหญ่ลู่ไม่ได้กังวลเรื่องการเก็บข้าวของ แต่กำลังคิดหนักเรื่องคนที่จะพาไปด้วย

             พวกหนิวเซิ่งร้องงอแงจะตามไปให้ได้ แน่นอนว่าพี่ใหญ่ลู่ตกลง เฉินเยว่เซียนเองก็เห็นด้วย ถึงแม้พวกเขาจะยังเด็ก แต่ก็เข้าออกเมืองเป็นว่าเล่นเพราะต้องช่วยสกุลลู่ทำงาน ทั้งยังลงนามในสัญญาขายตัวไว้กับสกุลลู่ ในยามสำคัญคิดว่าคงพอช่วยอะไรได้บ้าง

             แต่จะอาศัยเด็กเล็กๆ ไม่กี่คนย่อมไม่ได้ 

             เสี่ยวหมี่คำนวณวันเวลา คิดว่าอีกไม่นานทางเฉินซิ่นก็น่าจะส่งข่าวมาแล้ว ถึงตอนนั้นก็คงต้องส่งคนไปปลูกพืชผักอีกจำนวนหนึ่ง นางจึงให้คนไปเชิญเหล่าผู้อาวุโสอย่างนายท่านเฝิงมาช่วยปรึกษาหารือและตัดสินใจว่าจะจัดแบ่งคนอย่างไร

             ยามนี้ทุกบ้านต่างเรียนรู้วิธีปลูกผักกันจนเป็นแล้ว แน่นอนว่ามีทั้งคนที่เก่งและไม่เก่ง แต่ถึงกระนั้นก็แย่กว่ากันไม่มาก ทางด้านเมืองหลวง พวกเขาตัดสินใจจะส่งสามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่งกับพรานหนุ่มอีกสองคนไป คิดว่าน่าจะเพียงพอแล้ว

             ส่วนโรงทำแป้งทางใต้นั้นน่าจะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำกว่า ทั้งยังเป็นการร่วมมือของสามตระกูล อาจเกิดปัญหาขึ้นมาได้ จึงควรนำคนลงไปมากหน่อย สุดท้ายพวกเขาตัดสินใจจะส่งสามีภรรยาหนุ่มสาวไปสามคู่ พรานหนุ่มอีกหกคน ยังมีเด็กๆ อย่างหนิวเซิ่งอีก

             หลายวันมานี้ ทุกคนที่ได้เห็นเสี่ยวเตาและพรานหนุ่มอีกสองคนทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลร้านค้าในเมืองต่างพากันรู้สึกอิจฉา โดยเฉพาะพรานหนุ่มคนอื่น ขอเพียงว่างเว้นจากงานที่นี่ เป็นอันต้องวิ่งไปเยี่ยมเยียน 

             ยามนี้เมื่อได้ยินว่าจะได้ลงใต้ไปเปิดโรงทำแป้ง เข้าเมืองหลวงไปปลูกผัก พวกเขาก็ฮึกเหิมกันไม่น้อย อยากจะเสนอตัวไปทั้งสิ้น

             พวกสะใภ้สาวๆ เองก็ดีใจจนแก้มเปล่งปลั่ง สตรีไม่เหมือนบุรุษ ถึงจะยากจนแต่ก็ยังมีขนบธรรมเนียมที่ต้องรักษา อย่าว่าแต่ออกจากบ้านไปไกลเลย บางคนทั้งปียังไม่ได้รับโอกาสให้เข้าเมืองไปด้วยซ้ำ ยามนี้เมื่อมีโอกาสได้ติดตามสกุลลู่ไปเห็นโลกกว้าง พวกนางล้วนตื่นเต้น

             นายท่านเฝิงและเหล่าผู้อาวุโสปรึกษาหารือกัน ทั้งยังขอความเห็นจากหัวหน้าตระกูลของแต่ละบ้าน สุดท้ายก็ได้ข้อสรุป สามีภรรยาที่ถูกส่งไปปลูกผักที่เมืองหลวงนั้น เลือกเป็นคนที่อุปนิสัยสุขุมและพึ่งพาได้ ส่วนพรานหนุ่มสองคนที่ส่งไปด้วย เลือกพวกที่เฉลียวฉลาดและว่องไว หากเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยเหลือกันและกันได้ไม่ยาก อีกทั้งยังมีเฉินซิ่นคอยดูแล ต้องไม่เป็นไรอย่างแน่นอน

             ส่วนสามีภรรยาที่ติดตามพี่ใหญ่ลู่ลงใต้นั้น เลือกคู่ที่ภรรยาดุร้าย สามีแรงเยอะ ส่วนพรานหนุ่มที่ส่งไปล้วนเป็นนักล่าฝีมือดี หากระหว่างทางเจออันตรายขึ้นมา อย่างน้อยจะได้ปกป้องสามีภรรยาสกุลลู่ให้ปลอดภัยได้ และยังเป็นการเตรียมการไว้ หากเกิดข้อพิพาทกับสกุลเฉิงและสกุลหลิวในอนาคตจะได้ปกป้องตัวเองได้

             เสี่ยวหมี่นั่งอยู่ข้างๆ คอยรินน้ำชาให้ นางไม่ได้เอ่ยแทรกอะไร ถึงแม้จะเป็นกิจการของสกุลลู่ แต่ยามนี้ทั้งสิบแปดครอบครัวในหมู่บ้านเขาหมีก็นับว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน เรื่องการจัดสรรกำลังคนนี้มอบให้เป็นหน้าที่ของพวกผู้ใหญ่เหมาะสมแล้ว

             ประการแรก ความน่าเกรงขามของผู้อาวุโสจะทำให้ทุกคนเชื่อฟัง ประการที่สอง คนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดคือสกุลลู่ หากจัดการได้ไม่ดีก็อาจเกิดความเข้าใจผิดขึ้นได้

             จนเมื่อรายชื่อถูกประกาศออกมาแล้ว เสี่ยวหมี่ถึงได้ยืนขึ้นเอ่ยว่า “ขอบคุณผู้อาวุโสและท่านลุงทุกท่านที่ช่วยกันคิดอย่างรอบคอบ การค้านี้พวกเราสกุลลู่เป็นคนริเริ่ม แต่โดยมากแล้วล้วนต้องได้รับความช่วยเหลือจากทุกท่าน ก่อนหน้านี้ข้าและท่านพ่อปรึกษากันแล้ว ทุกคนที่ถูกส่งออกไปจากหมู่บ้านในครั้งนี้ นอกจากเงินเดือนที่จะได้รับแล้ว เราจะปันกำไรหนึ่งส่วนออกมาเป็นรางวัลให้ทุกคนเมื่อถึงปลายปี”

             ทุกคนได้ยินก็พอใจ รางวัลจากกำไรหนึ่งส่วนเอาแค่จากโรงทำแป้งทางใต้เกรงว่าคงได้เป็นพันตำลึงกระมัง

             เมื่อแบ่งสันปันส่วนไปให้ทุกคน อย่างน้อยก็คงได้กันคนละยี่สิบสามสิบตำลึง พอให้พรานหนุ่มแต่งภรรยาแล้ว หรือไม่ก็พอจะเตรียมสินเดิมมากมายให้บุตรสาว

             ที่ทุกคนกลมเกลียวกันได้มาจนถึงวันนี้ นอกจากความผูกพันแต่เดิมที่มีมาก่อน ยังเป็นเพราะความใจกว้างมีคุณธรรมของสกุลลู่ด้วย ทำอะไรไม่เคยยอมให้คนอื่นในหมู่บ้านต้องขาดทุน

             การที่ทุกคนเติบโตและร่ำรวยไปพร้อมกัน นี่ต่างหากถึงจะเป็นแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง

             “ได้ ข้าจะเป็นตัวแทนทุกคนรับรางวัลส่วนนี้ไว้เอง ถึงตอนนั้นหากข้ายังไม่ตาย ข้าจะเป็นคนแบ่งเงินเอง ดูสิใครจะกล้าละโมบ หรือใครที่ขี้เกียจทำงานแล้วยังจะกล้ารับเงินรางวัล”

             ขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ด นายท่านเฝิงทำเช่นนี้นับว่าเป็นการตัดปัญหาให้สกุลลู่ในอนาคต

             เสี่ยวหมี่รู้สึกซาบซึ้งใจ รีบยิ้มเอ่ยว่า “นายท่านเฝิง พวกท่านผู้อาวุโสล้วนเป็นต้นสนอายุยืนของเราชาวหมู่บ้านเขาหมี มีเรื่องมากมายที่รอให้พวกท่านช่วยเราตัดสินใจนะเจ้าคะ ยมบาลเห็นพวกเราชาวหมู่บ้านเขาหมีเช่นนี้ย่อมไม่กล้ามาพาพวกท่านไปหรอกเจ้าค่ะ ท่านพ่อข้าบอกว่าเด็กๆ ในหมู่บ้านเราเฉลียวฉลาดมีพรสวรรค์ วันหน้าอาจได้เข้าไปศึกษาในสำนักศึกษา ได้สอบรับราชการ ไม่แน่ว่าจะได้เป็นจอหงวน ดังนั้น กำไรปลายปีข้าจะกันออกมาอีกหนึ่งส่วนให้เป็นทุนการศึกษาสนับสนุนการเล่าเรียนของเด็กๆ”

             “หา ยังจะเอาออกมาอีกหนึ่งส่วนหรือ?”

             ทุกคนได้ยินก็อดปวดใจแทนสกุลลู่ไม่ได้ รีบปฏิเสธทันที “ไม่ได้ๆ ตอนนี้พวกเราอยู่ดีกินดีกันมาก พอจะส่งลูกๆ เล่าเรียนแล้ว อีกอย่าง ภายหน้าหากจะออกไปเรียนในสำนักศึกษา ไปสอบจอหงวนเป็นขุนนางจริงๆ ค่อยยืมเอาก็ได้ ถึงตอนนั้นเงินทองในบ้านก็คงเพียงพออยู่แล้ว”

             “ใช่แล้ว บ้านเรามีเรือนกระจก ทุกปีสามารถขายผักได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ”

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730