และแล้วก็ถึงเวลาต่อสู้กัน เอริคเผชิญหน้ากับเกรกสันอีกครั้งในสนามประลอง เริ่มแรกทั้งสองต่อสู้กันปกติเหมือนมนุษย์ คือเตะต่อยธรรมดาทั่วไป แต่พอผ่านไปสักพักหนึ่ง ทั้งสองเริ่มเผยร่างอันแท้จริง ทำให้มนุษย์ที่อยู่ข้างสนามพากันใ บางคนถึงกับกรีดร้องเพราะไม่รู้มาก่อนว่าพระาาทรงเป็แวมไพร์
ดังนั้นจึงเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวาย เพราะมีมนุษย์บางคนพยายามลุกและวิ่งออกไปจากข้างสนามเพราะกลัวอันตรายจากแวมไพร์
ลูกน้องแวมไพร์ฝั่งแฟนทรัมพยายามจะเข้าไปทำร้ายมนุษย์ที่อยู่บริเวณนั้น แต่ถูกลูกน้องแวมไพร์ฝั่งวินเชสตันเข้าขัดขวางไว้ ทำให้มนุษย์สามารถหลบหนีออกนอกสนามได้
ในขณะที่โทนี่และเจนนี่ยังคงดูผลการต่อสู้ต่อไปไม่เคลื่อนไหวไปไหน
“พวกเธอไม่กลัวงั้นหรอ” เอมิรี่สงสัย
“พวกเราอยากรู้ผลมากกว่า ถ้าพระองค์ทรงพ่ายแพ้ พวกเราก็ไม่รอดอยู่ดี” เจนนี่กล่าว
“อื้อ งั้นฉันขอตัวไปช่วยแซมสันก่อนนะ แวมไพร์ฝั่งแฟนทรัมออกอาละวาดแล้ว” เอมิรี่กล่าว
“ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงพวกเรา ตอนนี้แวมไพร์ฝั่งวินเชสตันก็นั่งข้างพวกเราอยู่” โทนี่กล่าว
เอมิรี่จึงพยักหน้าให้กับเพื่อนแวมไพร์ที่นั่งข้างๆ เพราะรู้กันว่าเป็พวกเดียวกัน จากนั้นเธอก็รีบแว๊บหายตัวไป เพื่อไปช่วยต่อต้านฝั่งศัตรูไม่ให้ทำร้ายมนุษย์
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ในสนามประลองก็เหลือเพียงแค่แวมไพร์และมีมนุษย์เพียงสองคนเท่านั้นที่อยู่ที่นี่
การต่อสู้ดำเนินต่อไป ยังไม่มีใครเพรี่ยงพร้ำ แต่ทว่าอยู่ดีๆ เกรกสันก็แปลงกายเป็สัตว์ประหลาดดุร้ายขนาดตัวอย่างกับั์ ถือเป็ขั้นสุดของแวมไพร์และเขานั้นมีพลังเหนือกว่าเอริคหลายร้อยเท่า
หลังจากนั้นมาเอริคเริ่มสู้ไม่ได้ เขาทั้งโดนจับทุ่มแล้วทุ่มอีก และถูกซัดพลังใส่ จนาเ็สาหัสแทบลุกไม่ได้ เกรกสันหัวเราะอย่างสะใจ แล้วเหยียบไปที่หน้าอกของเอริคอย่างแรง จนเอริคไม่อาจขยับอะไรได้เลย
“แย่แล้ว พระองค์ทรงเพรี่ยงพร้ำแล้ว” เจนนี่กล่าว
“ทำยังไงดี มันต้องปลงชีวิตพระองค์แน่” โทนี่กังวล
“องครักษ์ก็ไปช่วยพระองค์ไม่ได้เสียด้วยเพราะต้องต่อสู้กับแวมไพร์ฝั่งแฟนทรัม” เจนนี่มองไปรอบสนาม
สักพักเอมิรี่ก็ปรากฏตัวแล้วถามทันที “ผลการต่อสู้เป็ยังไงบ้าง”
“ดูนั่นสิเอมิรี่” เจนนี่ชี้ให้เอมิรี่ดู
เอมิรี่ใที่เห็นพระองค์กำลังจะพ่ายแพ้ และกำลังจะถูกกำจัด
“รีบไปช่วยพระองค์เร็วเข้า” เจนนี่บอกเพื่อน
“ฉันเนี่ยนะ ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันจะไปสู้เกรกสันได้ยังไง” เอมิรี่ชี้มาที่ตัวเอง
“แต่ถ้าไม่ช่วย พระองค์ไม่รอดแน่” โทนี่กล่าว
“ใช่ จริงด้วย แวมไพร์ที่ช่วยชีวิตเธอก็คือพระาา พระองค์ทรงถ่ายทอดพลังให้เธอครึ่งนึง เธอถึงรอดมาได้แบบนี้ ดังนั้นเธอจะต้องไปช่วยพระาาเดี๋ยวนี้” เจนนี่ยอมบอกความจริง
“อะ ก็ได้” แล้วเอมิรี่ก็แบมือขอกับโทนี่
“อะไรหรอครับ” โทนี่งง
“อาวุธค่ะ พลังฉันคงสู้มันไม่ได้หรอก” เอมีรี่กล่าว
โทนี่เลยหยิบะเิควันให้กับเอมิรี่
“นี่คุณพกมันมาด้วยหรอ” เจนนี่แปลกใจ
“ผมต้องรอบคอบครับ เพราะต้องมาอยู่ร่วมกับแวมไพร์” โทนี่กล่าว
“อย่าเพิ่งว่ากัน พวกเธอรีบกลับไปที่บ้านพ่อฉันก่อน แล้วไปเจอกันที่นั่น” เอมิรี่บอกแผน
“ระวังตัวด้วยนะ เอมิรี่” เจนนี่เป็ห่วง
เอมิรี่พยักหน้า แล้วแว๊บหายตัวไปทันที
**********************************
เกรกสันกำลังจะซัดพลังใส่เอริคเพื่อฆ่าเขา โชคดีที่เอมิรี่ปรากฏตัวทัน แล้วรีบถีบเกรกสันให้พ้นจากตัวเอริค ด้วยความรวดเร็วสุดชีวิต เธอรีบขว้างะเิควันใส่เกรกสัน แล้วพาเอริคหายตัวไปด้วยกัน
เมื่อควันจางหายไป เกรกสันไม่เห็นตัวเอริค ทำให้เขาโกรธแล้วกัดฟันแน่น แต่สักพักอยู่ดีๆ เขาก็ยิ้มและหัวเราะอย่างอำมหิต “นายไม่รอดหรอก าเ็หนักขนาดนั้น ฉันได้อำนาจมาแล้ว ฉันได้ประเทศนี้แล้ว 555”
เอมิรี่รีบประคองอดีตพระาากลับไปที่บ้าน
“พ่อคะ ช่วยด้วย” เอมิรี่เรียกพ่อ
ซานอสออกมาดู เห็นลูกสาวกำลังประคองเอริคอยู่ เขาจึงรีบออกมาช่วยแล้วพาเข้าบ้าน สักพักก็ได้ยินเสียงรถจอด
เจนนี่กับโทนี่รีบวิ่งเข้ามาดูอาการ
“พ่อ พอช่วยเขาได้มั้ยคะ” เอมิรี่รีบถาม
“เขาได้รับาเ็สาหัสมาก และที่นี่ก็ไม่ปลอดภัย เพราะพวกมันต้องจับกลิ่นตามมาได้อย่างแน่นอน” ซานอสคาดการณ์
“แล้วทำยังไงหรอคะ” เจนนี่สงสัย
“ไปที่ถ้ำวินเชสตันกัน สถานที่นั่นมีมนตราช่วยป้องกันพวกแฟนทรัมได้”
ดังนั้นเอมิรี่กับซานอสจึงช่วยกันประคองเอริคให้ไปขึ้นรถของโทนี่ ทั้งห้ารีบออกเดินทางไปที่ถ้ำนั้นทันที
เมื่อมาถึง ซานอสกับโทนี่ช่วยกันประคองเอริคไปไว้ที่แท่นหินที่พอนอนได้ ซานอสใช้เวทมนตร์รักษาาแภายนอกให้ แต่ไม่อาจช่วยรักษาแผลภายในและไม่สามารถเพิ่มพลังให้เขาได้ ทำได้แต่คอยเฝ้าให้เขารักษาตัวเอง
เอมิรี่ไม่ได้สนใจอาการอดีตพระาามากนัก เธอสนใจสิ่งแวดล้อมภายในถ้ำวินเชสตันมากกว่า เจนนี่เองก็ไม่แพ้กัน เธอเริ่มสำรวจภายในถ้ำตามภาษานักสืบ
“พวกลูกห้ามเข้าไปในเขตหวงห้ามเด็ดขาด เข้าใจมั้ย” ซานอสรีบห้าม
“ค่ะพ่อ” เอมิรี่รับคำไปอย่างนั้นเอง
ส่วนเจนนี่ก็ตื่นเต้นกับคำว่าเขตหวงห้าม เธอเริ่มอยากรู้แล้วว่า ภายในเขตหวงห้ามมีอะไรกันแน่
ดังนั้นในระหว่างที่โทนี่และซานอสช่วยดูอาการให้เอริค เจนนี่ก็รีบจูงมือเอมิรี่ไปที่เขตหวงห้ามทันที
“แต่พ่อฉันสั่งห้ามแล้วนะ” เอมิรี่ยั้งมือไว้
“น่า ไปดูเฉยๆ ว่าเป็อะไร หากอันตรายพวกเราจะได้ไม่ต้องเข้าไปอีก หรือเธอ ไม่อยากรู้” เจนนี่มองแววตาก็รู้ทัน ว่าเพื่อนอยากรู้เหมือนกัน
“อะ ก็ได้” เอมิรี่คล้อยตาม
สองสาวเลยแอบย่องเข้าไปในเขตหวงห้าม ซึ่งในบริเวณนั้นก็เป็เพียงห้องว่างที่อยู่ภายในถ้ำเท่านั้น เจนนี่รีบเปิดไฟฉายจากในมือถือทันที เธอรู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นมากนัก แต่มีส่วนที่แปลกก็คือ มันมีกระจกบานใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ส่วนด้านซ้ายมือมีบ่อน้ำลึก ทั้งคู่รีบเดินเข้าไปสำรวจ เพราะมองเห็นแล้วว่ามันไม่ได้มีอันตรายใดๆ เลย
เอมิรี่มองลงไปในบ่อน้ำ ส่องไฟไป ก็เห็นรอยกระเพื่อมของน้ำ แสดงว่ามีน้ำจริงๆ ทางด้านเจนนี่เอง เธอเป็คนชอบส่องกระจกอยู่แล้ว ดังนั้นเธอก็เลยลองส่องสำรวจตัวเอง สักพักอยู่ดีๆ เงาตัวเองในกระจกก็ยื่นมือออกจากกระจกแล้วคว้าตัวเจนนี่เข้าไปในกระจกบานนั้น
“ช่วยด้วย เอมิรี่ ช่วยฉันด้วย” เจนนี่พยายามขืนตัว
เอมิรี่เงยหน้าขึ้นหันกลับไปมองเจนนี่ที่กำลังจะถูกดึงเข้าไปในกระจก เธอจึงรีบวิ่งไปช่วย แต่ทว่าเมื่อเงาของเอมิรี่อยู่ในกระจกด้วย เงาของเธอก็ยื่นมือมาคว้าตัวเอมิรี่ให้เข้าไปในกระจกด้วยเช่นกัน ในขณะนี้ทั้งสองถูกดึงด้วยแรงมหาศาล ทั้งคู่ไม่อาจต้านทานได้ และแล้วทั้งสองร่างก็หายไปในกระจกเรียบร้อย