ตอนที่ 8
รุมรังแก 2
สิ้นคำท้าทายของเสวี่ยิ ใบหน้าของหย่งสือก็ร้อนลวกขึ้นด้วยความโกรธ มันไม่สนใจรั้งรอดูท่าทีอีกต่อไปใช้ออกด้วยเพลงหมัดสกุลหย่งที่ฝึกฝนมาั้แ่เด็กเข้าเปิดฉากการจู่โจมระลอกสองในทันที
... หมัดเดี่ยวทะลวงร่าง ท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดของวิชาเพลงหมัดสกุลหย่ง เป็กระบวนท่าที่เน้นท่าเท้าที่สืบเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างมั่นคง การวางเท้าที่มั่นคงเป็รากฐานของหมัดเดี่ยวทะลวงร่าง เมื่อวางเท้ามั่น แรงจะถูกส่งจากล่างส่งขึ้นสู่บน บวกกับการใช้กล้ามเนื้อบิดหมุนด้วยความว่องไว จนเกิดเป็หมัดที่หมุนควง แฝงพลังทำลายทะลุทะลวง หากพุ่งถูกเป้าหมายย่อมทำลายทั้งร่างกาย เืเนื้อ รวมถึงอวัยวะภายในให้แหลกเละในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
แต่ครานี้เสวี่ยิหาได้รับมืออย่างลนลานเช่นครั้งแรก เมื่อมีเวลาเตรียมตัวเสวี่ยิก็มีทางเลือกในการรับมือมากขึ้น ในเมื่อพลังของหย่งสือมีมากกว่า บวกกับเสวี่ยิเองก็รู้ตื่นลึกหนาบางของเพลงหมัดสกุลหย่งเป็อย่างดี การเข้าปะทะตรง ๆ กับท่าหมัดเดี่ยวทะลวงร่าง นับเป็เื่ที่ไม่ฉลาด
เสวี่ยิเองก็ฝึกฝนเพลงหมัลสกุลหย่งมาเช่นกัน ทำให้รู้ดีว่าหมัดเดี่ยวทะลวงร่าง การออกหมัดแม้รุนแรง แต่เน้นท่าเท้าเป็หลัก แม้ฐานมั่นคงแต่หากสังเกตการวางเท้า จะสามารถคาดเดาทิศทางการจู่โจมได้ง่าย บวกกับความสามารถที่มีจำกัดของหย่งสือ ทำให้เป็หมัดเดี่ยวทะลวงร่างหมัดนี้ ดูเป็การโจมตีที่ทื่อด้าน รวมทั้งหลังจากที่เสวี่ยิหายจากความพิการแล้ว ร่างกายก็เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา แม้พลังความแข็งแกร่งไม่อาจเทียบเท่ากับหย่งสือที่มีระดับฝึกตนสูงส่งกว่า แต่ในด้านความว่องไวของร่างกายเสวี่ยินั้นล้ำหน้ากว่าครึ่งก้าว ทำให้หมัดแกร่งที่ทุ่มจนสุดแรงของสือหย่งทำได้เพียงเฉียดผ่านร่างของเสวี่ยิไปเท่านั้น
แต่หย่งสือที่เข้าสู่สำนักัฟ้ามาร่วมหนึ่งปี ย่อมมีการพัฒนาการขึ้นมาบ้าง เมื่อท่าโจมตีเปิดฉากพลาดเป้า มันก็ไม่ตื่นเต้นลนลาน เมื่อเห็นว่าหมัดปิดบัญชีของตัวพุ่งเฉียดร่างของเสวี่ยิไปก็พลิกท่าเท้า จากมั่นคงเป็แ่พลิ้ว เปลี่ยนจากเพลงหมัดสกุลหย่ง เป็วิชาขั้นพื้นฐานของสำนักัฟ้า...ทักษะหมัดอสรพิษ...ในทันที
จงอางฉกเหยื่อ...ท่าจงอางฉกเหยื่อเป็กระบวนท่าหนึ่งของทักษะหมัดอสรพิษ เพลงหมัดขั้นต่ำสุดของวิชาทั้งหมดในสำนักัฟ้า ซึ่งเป็ที่นิยมสำหรับมือใหม่หลาย ๆ คนที่เพิ่งเข้าสู่สำนักัฟ้า เพราะสามารถฝึกสำเร็จขั้นต้นได้โดยง่าย ในเมื่อความสามารถของหย่งสือนั้นต่ำเตี้ย มันจึงเลือกฝึกทักษะหมัดอสรพิษที่ง่ายที่สุดในทันทีที่ได้เข้าสู่หอคัมภีร์ แทนการเลือกทักษะที่แข็งแกร่ง ซึ่งมันรู้ตัวดีว่าไม่อาจฝึกฝนได้สำเร็จ
หมัดจงอางฉกเหยื่อ เป็การเปลี่ยนแปลงพลังกล้ามเนื้อกะทันหัน ทำให้แรงโจมตีของผู้ใช้ลดทอนลงไป แต่ก็แลกมาด้วยความว่องไวและพลิกแพลงของกระบวนท่าที่ยากตั้งรับ ทำให้สามนิ้วที่รั้งรวมจนคล้ายศีรษะงูถูกตวัดพลิกกลับมาจู่โจมเสวี่ยิทางด้านข้าง พุ่งฉกเกี่ยวเข้าที่แขนขวาของเสวี่ยิ ซึ่งเพิ่งจะฉีกตัวหลบออกไปด้านข้าง จนเืเนื้อของเสวี่ยิปลิดปลิวออกไปตามแรงกระชากของกระบวนท่า
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เมื่อจู่โจมถูกจนเห็นเืเนื้อของเสวี่ยิปลิดปลิว หย่งสือก็หัวเราะร่าอย่างมีความสุขในทันที "ข้าไม่ใช่หย่งสือคนเก่าอีกต่อไปแล้ว ค่อยดูให้ดีละว่าเพลงหมัดอสรพิษของข้า จะหักแขน...หักขา...สวะอย่างแก ได้หมดภายในกี่กระบวนท่ากัน"
แม้ผู้คนส่วนใหญ่จะชมดูการปะทะกันด้วยความสนุกสนาน แต่มุมหนึ่งของคนดู มู่จินหลันแอบมองดูเสวี่ยิด้วยความกังวล นางอยากจะก้าวเท้าออกไปห้ามปรามหย่งสือ แต่รู้ตัวดีว่าด้วยฐานะคู่หมั้นของหลี่เปียว การกระทำเช่นนั้นย่อมเป็การหักหน้าของคู่หมั้นเธออย่างไม่ต้องสงสัย มู่จินหลันจึงได้แต่สวดภาวนาในใจให้เสวี่ยิปลอดภัย เพราะยังไงเสวี่ยิกับเธอ ก็เคยมี่เวลาดี ๆ ให้แก่กัน แม้ว่าในตอนนี้เื่ทุกอย่างมันจะกลายเป็อดีตไปแล้วก็ตาม
แต่แล้วเมื่อเห็นเืเนื้อที่กระเซ็นไหลของเสวี่ยิ มู่จินหลันจึงถลันตัวออกไปด้านหน้าอย่างไม่รู้ตัว
"คุณหนูมู่..."มือหยาบแข็งเตะเข้าที่ไหล่บ่าของเด็กสาว ทำให้เธอชะงักเท้าเอาไว้ หลังจากที่รู้ว่ามู่จินหลัน แอบกลับไปหาเสวี่ยิที่เฝ้าศพมารดาอยู่หลายครั้ง ผู้อาสุโสในตระกูลมู่จึงจำเป็ต้องวางตัวคนดูแลไว้ที่ข้างกายของเธอ แม้ออกปากว่าคนดูแล แต่แท้จริงก็คือคนควบคุมนั่นเอง เพราะอย่างไรเธอก็ยังเป็เด็กสาว หากกระทำการใดวู่วามขึ้นมา นั่นอาจจะส่งผลกระทบต่อตระกูลมู่ในอนาคตได้
"ข้าแค่กำลังจะเดินจากไป" หล่อนกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เพราะรู้ดีถึงเจตนาของผู้คนในตระกูล
"ดี...วันนี้ผู้คนมากันเยอะเกินไป ยังไงพวกเราค่อยกลับมาใหม่ในวันอื่น ก็ยังไม่สาย"
มู่จินหลันพยักหน้ารับด้วยความขมขื่น ก่อนที่จะเดินลิ่วออกไปจากบริเวณที่หย่งสือ และเสวี่ยิกำลังปะทะกันอยู่ ตรงไปยังรถม้าของตระกูลหลี่ที่จอดรอเอาไว้อยู่แล้ว
การปะทะยังคงเป็การบุกจู่โจมอยู่ฝ่ายเดียวของหย่งสือ เพลงหมัดอสรพิษ พลิกแพลงว่องไว ทำให้ในตอนต้นเสวี่ยิไม่สามารถหลบหลีกการจู่โจมได้ แต่ยิ่งต่อสู้ท่าร่างของเสวี่ยิก็ค่อย ๆ ปรับตัวว่องไวขึ้นยังเริ่มปรับตามตามกระบวนท่าของเพลงหมัดอสรพิษ แม้บนร่างของเสวี่ยิจะเต็มไปด้วยร่องรอยเืเนื้อที่ฉีกขาดหลายแห่ง แต่ก็เริ่มที่จะหลบรอดจากการโจมตีของหย่งสือได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
"เ้าหนุ่มนั่นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สามารถเรียนรู้และพัฒนาท่าร่างของตัวเองได้ในระหว่างการต่อสู้ จิตและสมาธิของมันถือว่าดีเยี่ยม" เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นจากบนเหลาสุรา ซึ่งอยู่ห่างออกไปราวหนึ่งลี้
"แต่ลูกว่าด้วยพลังฝีมือที่ห่างกันอยู่หนึ่งขั้น ไม่ช้าก็เร็วเ้าหนุ่มนั่นต้องพ่ายแพ้แน่" เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สวมใส่อาภรณ์หรูหราสีม่วงอ่อน เอ่ยวิจารณ์บ้าง
"ฮุยเอ๋อร์ เ้าจงจำเอาไว้ พลังที่มากกว่าไม่ใช่ตัวตัดสินเสียทุกสิ่ง แม้เ้าหนุ่มคนนั้นมีพลังลมปราณพื้นฐานเพียงขั้นที่สอง แต่ท่าร่างของมันกลับว่องไวกว่าศิษย์นอกของสำนักัฟ้าเสียอีก แถมยังสามารถต้านรับการจู่โจมที่รุนแรงของผู้ที่มีระดับการฝึกฝนสูงกว่าตัวเองได้หลายสิบกระบวนท่า โดยที่ไม่เพลี้ยงพล้ำ เช่นนั้นหากปล่อยเวลายืดออกไป ยังไม่แน่ว่าผู้ใดจะเป็ฝ่ายที่มีชัยในท้ายที่สุด"
"ขอบคุณท่านพ่อที่สั่งสอน ลูกจะจดจำเอาไว้ครับ" แม้ท่าทางจะไม่เห็นด้วยแต่จื่อฮุยก็ยินยอมที่จะน้อมรับคำสั่งสอนของผู้เป็บิดาด้วยความเคารพ
ผู้เป็พ่อพยักหน้ารับ "ผู้ฝึกยุทธ์นั้นแสวงหาความแข็งแกร่ง แต่ผู้ปกครองนั้นแตกต่าง และ้ามากกว่า เ้าจงจำเอาไว้การเมืองนั้นเน้นซึ่งหน้าเพียงสามส่วน อีกเจ็ดส่วนนั้นเป็วิธีการหลบเร้น หากเ้าอยากได้ผู้คนที่จริงใจ เพื่อเป็ฐานอำนาจในอนาคต จงเลือกเอาใจใส่ั้แ่ที่มันยังอ่อนแออยู่ ผู้ทรงอำนาจยินยอมเลี้ยงคนพันวันใช้งานเพียงครั้งก็ถือว่าคุ้มค่า" ผู้เป็ลูกพยักหน้ารับ "ข้าว่าเ้าหนุ่มที่ถูกระรานคนนี้ ดูน่าสนใจยิ่งนัก แม้ว่าในตอนนี้มันยังอ่อนแอนัก แต่ด้วยมุ่งมั่นกับจิตใจที่กล้าหาญเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าโดยไม่หวั่นเกรง หากมิอาจผูกมิตร ก็จงอย่าได้เป็ศัตรู" ผู้เป็พ่อมองดูบุตรชายคนเดียวของมันด้วยสายจริงจัง "หากว่าวันนี้เ้าหนุ่มนั่นมันรอดจากความพ่ายแพ้ไปได้ เ้าก็ควรจะให้น้ำหนักกับมันเอาไว้บ้าง"
"ลูกเข้าใจแล้วครับท่านพ่อ" จื่อฮุยฉีกยิ้มกว้างก่อนจะสาวเท้าตรงออกจากเหลาสุราในทันที
ผู้เป็พ่อมองดูเงาหลังของลูกชายที่เดินหายลับตาไป "ชิงเหอรับคำสั่ง" เสียงแม้เนิบเบาแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ และทันทีที่เสียงของจื่อเจิ้งเงียบลง ก็ปรากฏร่างของผู้ฝึกตนในชุดนักบู๊คนหนึ่ง คุกเข่าอยู่ที่เบื้องหน้าของจื้อเจิ้ง "เ้าจงตามติดนายน้อยไป และหากว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันจงออกหน้าเข้าช่วยเ้าหนุ่มคนนั้นซะ" สิ้นคำสั่งเงาร่างของชิงเหอก็เลือนหายไปในพริบตา