กลางคืนในเมืองหลวง สายลมหนาวพัดผ่านตรอกซอกซอยแคบๆ ของพระราชวัง เสียงกริ่งประตูและก้อนหินที่ถูกโยนกระทบพื้นดังก้องอยู่ในความมืด หลิงจวินและฮวาเสียนยืนอยู่ในเงามืดใกล้ประตูหลังของหอสมุดลับ พวกเขามีหน้าที่ลับสุดยอดเข้าไปค้นหาความลับของ ‘คัมภีร์ลึกลับ’ก่อนที่ชินอ๋องและคนของเขาจะทันรู้ตัว
“เวลานี้คือ่เวลาสำคัญ”หลิงจวินกระซิบอย่างเยือกเย็น
“เราต้องรอบคอบระวังคนของชินอ๋อง”
ฮวาเสียนพยักหน้าเธอรู้ดีว่าหากพลาดแม้แต่ลมหายใจก็อาจเป็เหตุให้ถูกจับได้
ทั้งสองค่อยๆ เคลื่อนตัวอย่างระมัดระวังเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ ดังกระทบพื้นหินเย็นเฉียบทุกก้าวเท้าคือความตึงเครียดที่แทบจะตัดได้ด้วยมีด ประตูหอสมุดที่ปิดสนิทดูเหมือนไม่มีใครรักษาแต่ในความเป็จริงมันถูกป้องกันด้วยกับดักลับหลายชั้น
หลิงจวินหยิบดาบสั้นออกมาจากนั้นใช้ปลายดาบแตะไปยังแผ่นโลหะฝังอยู่ในประตูเสียงกลไกภายในดังขึ้นเบาๆ และประตูค่อย ๆ เปิดเผยช่องทางลับให้ทั้งสองก้าวเข้าไป
ภายในหอสมุดเงามืดปกคลุมไปทั่วห้องเต็มไปด้วยหนังสือเก่าแก่หลายร้อยเล่มกลิ่นของกระดาษโบราณและเทียนไขคลุ้งไปทั่วบรรยากาศชวนให้นึกถึงอดีตที่ถูกเก็บซ่อนไว้
“ตรงไปที่ห้องลับ”หลิงจวินพูดกระซิบ
“คัมภีร์ลึกลับต้องอยู่ที่นั่น”
ขณะที่พวกเขาก้าวผ่านแถวหนังสือไปคมดาบเงาวับแวบผ่านกลางความมืด
“ระวัง!” หลิงจวินส่งเสียงเตือนพร้อมดึงฮวาเสียนหลบไปข้างๆ
จากมุมมืดใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับดาบคู่ในมือท่าทางคมกริบและเร็วไวเกินคาด
“โจมตี!”เสียงกระซิบของชายชุดดำดังขึ้นขณะที่เขาพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
หลิงจวินรับมือทันทีดาบทั้งสองกระทบกันดังก้องกังวานเหล็กชนเหล็กเสียงปะทะคมดาบดังกึกก้องเหมือนสายฟ้าแลบในคืนมืด
ฮวาเสียนไม่ได้ยืนเฉยเธอใช้มีดเล็กที่พกติดตัวโจมตีจากด้านข้างทำให้ชายชุดดำหยุดชะงักไปชั่วครู่แต่ชายคนนั้นไม่ใช่ศัตรูธรรมดาร่างกายเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วเหมือนพายุดาบของเขาตัดอากาศด้วยความรุนแรงทว่าหลิงจวินก็แกร่งกล้าและสง่างามไม่แพ้กัน
“เ้าเป็ใคร ทำไมมาขัดขวางเรา” หลิงจวินถามด้วยน้ำเสียงเ็า
“ข้าคือ เหยียนหลิง ผู้พิทักษ์เงาของเ้าหญิงเงา”ชายชุดดำตอบ
“เ้าแม่ทัพอย่าคิดจะเข้าใกล้คัมภีร์ลึกลับ มิฉะนั้นเ้าอาจไม่ได้ออกไปจากที่นี่อีก”
การต่อสู้ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ดาบของทั้งสองพุ่งชนกันในจังหวะรวดเร็วบรรยากาศรอบตัวสั่นะเืด้วยพลังที่แผ่ออกมาหลิงจวินต้องใช้ทั้งกำลังและความคิดวางแผนต่อกรกับศัตรูที่แข็งแกร่งและรวดเร็วไม่แพ้กัน
ฮวาเสียนใช้ความว่องไวของนางเองโจมตีจุดอ่อนที่เห็นได้จากการปะทะระหว่างนั้นหลิงจวินเปิดโอกาสลอบโจมตีด้วยการฟาดดาบแรงจนทำให้เหยียนหลิงเสียหลัก
“เ้า”เหยียนหลิงะโด้วยความโกรธก่อนจะถอยหลังไปหลบในเงามืด
“ยังไม่จบ”เขากล่าวก่อนที่จะสลายตัวไปในความมืดราวกับเงาเดียวกับรัตติกาล
หลังจากการต่อสู้เงียบลงทั้งคู่ต่างเหนื่อยล้าแต่ไม่มีเวลาพักผ่อน
“เราต้องรีบหาคัมภีร์ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาอีก”หลิงจวินกล่าว
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในห้องลับสุดท้ายที่ซึ่งประตูถูกปิดด้วยรหัสลับโบราณหลิงจวินหยิบเศษกระดาษที่ได้จากเซียนหลงออกมาเปรียบเทียบกับรหัสบนประตู
“นี่คือกุญแจ”เขาพูดเบา ๆ พลางหมุนแผ่นไม้ให้ตรงกัน
เสียงกลไกทำงานประตูค่อยๆ เปิดเผยทางเข้าสู่ห้องเก็บของลับข้างในมีโต๊ะหินวางอยู่กลางห้องพร้อมกับหนังสือเก่าแก่เล่มหนึ่งที่วางเด่นเป็สง่า
“คัมภีร์ลึกลับ”
ฮวาเสียนถอนหายใจด้วยความโล่งอกแต่จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที เสียงฝีเท้ารวดเร็วดังมาจากด้านนอกประตู
“พวกมันกลับมาแล้ว”หลิงจวินกระซิบด้วยสายตาเข้มข้น
เสียงประตูภายนอกถูกงัดเปิดอย่างรุนแรง
“หยุดพวกมัน!”เสียงกองกำลังของชินอ๋องดังขึ้นกลางทางเดิน
หลิงจวินรีบยกดาบขึ้นพร้อมกับฮวาเสียนที่ยืนข้างๆ เตรียมพร้อมปกป้องกันประตูถูกเปิดกว้างพร้อมกับทหารชุดดำจำนวนมากกรูกันเข้ามาในห้องพวกเขาพุ่งตรงเข้าหาหลิงจวินทันที
หลิงจวินดาบเปล่งประกายแสงเฉียบคมฟันฟาดศัตรูอย่างแม่นยำและรวดเร็วร่างกายเขาขยับเหมือนลมพายุท่ามกลางเสียงกรีดร้องและโลหะกระทบโลหะ
ฮวาเสียนที่แม้จะไม่ใช่นักรบมืออาชีพแต่ด้วยฝีมือที่ผ่านการฝึกฝนและความเฉลียวฉลาด นางสามารถหลบหลีกและโจมตีตอบโต้ศัตรูได้อย่างไม่ขาดสายกระทั่งอยู่ดีๆ ชายชุดดำอีกคนหนึ่งปรากฏตัวในเงามืดเขาถือกระบี่ยาวมันวาวและมีแววตาดุดัน
“อย่าให้ข้าต้องลงมือ”เสียงเขาดังขึ้นและพุ่งตัวเข้าหาฮวาเสียนทันที
ฮวาเสียนรีบหลบแต่ถูกกระบี่จรดคออย่างเฉียดฉิว หลิงจวินรีบพุ่งเข้าช่วยหัวใจเต้นแรงจนแทบะเิแต่ทุกอย่างต้องรวดเร็วและแม่นยำดาบกับกระบี่ปะทะกันะเิประกายประกายไฟและเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในห้องแคบ
ในจังหวะหนึ่ง หลิงจวินใช้พลังเต็มที่ ฟันดาบแรงจนกระบี่ของคู่ต่อสู้หลุดจากมือกระบี่ตกกระทบพื้นเสียงดังสนั่น
ชายชุดดำใรีบถอยออกไปพร้อมคำขู่
“นี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เราจะพบกันแม่ทัพหลิง”
ทันใดนั้นเองเสียงร้องแหลมของนางสนมคนหนึ่งดังขึ้นจากข้างนอก
“ท่านแม่ทัพเ้าหญิงเงามาถึงแล้ว”
ฮวาเสียนและหลิงจวินสบตากันก่อนจะรู้ว่าเกมที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มขึ้น
ในวังลึกใต้แสงจันทร์เ้าหญิงเงาผู้นั้นปรากฏตัวในชุดคลุมสีดำสนิทใบหน้าที่ซ่อนเร้นภายใต้หมวกกางเขนงามสายตาเ็าที่จับจ้องไปยังสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
“เกมหมากล้อมที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น” เธอกระซิบอย่างเ็า
แสงเทียนเล็ก ๆ สาดส่องในห้องลับทึบหน้าต่างบานเล็กที่ถูกปิดสนิทแทบไม่มีแสงสว่างลอดเข้ามาได้เ้าหญิงเงาผู้นั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสง่างามแม้จะสวมชุดคลุมดำที่ดูเรียบง่ายแต่ในสายตาของผู้ใดก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอคือตัวแทนแห่งอำนาจและความลับที่ยิ่งใหญ่
ใบหน้าของเ้าหญิงเงามีความงามเยือกเย็นรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากดวงตาสีดำสนิทส่องประกายดั่งดวงดาวในคืนมืด
“เหยียนหลิงเ้าทำงานได้ดีมาก” เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยอำนาจ
“แม่ทัพหลิงและสาวใช้เสียนเอ๋อร์ดูเหมือนเกมนี้จะสนุกมากขึ้น”
ชายชุดดำผู้เป็ผู้พิทักษ์เงาก้มหัวเคารพก่อนจะพูดด้วยความเคารพ
“เ้าหญิงข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขาค้นพบความลับอันสำคัญนี้ได้เด็ดขาด”
เ้าหญิงเงาพลิกตัวหันหน้าไปยังหน้าต่างบานเล็กมองออกไปยังพระจันทร์เต็มดวงที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าคืนนี้เหมือนจะไม่ธรรมดาใจกลางของความมืดยังมีแสงเล็ก ๆ ที่รอคอยจะเปล่งประกาย
“เ้าหญิงขอถามสักคำ” เหยียนหลิงก้าวเข้ามาใกล้
“ท่านเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงต้องซ่อนตัว ทำไมต้องเ้าหญิงเงา”
เ้าหญิงเงาหัวเราะเบา ๆ ราวกับเสียงกระซิบจากสายลม
“ข้าคือเ้าหญิงแห่งราชวงศ์ซู่ลี่ที่ถูกลบชื่อจากประวัติศาสตร์ถูกเนรเทศเข้าสู่เงามืดเพราะความจริงที่ผู้คนไม่กล้ารับรู้”
เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าและความเ็ป
“ราชสำนักนี้ไม่ใช่แค่สนามรบของทหารและแม่ทัพแต่ยังเป็สนามรบของหัวใจและอำนาจที่ใครก็ตามที่ขวางทางย่อมต้องถูกลบล้าง”
เหยียนหลิงก้มศีรษะฟังด้วยความเคารพและเข้าใจ “แล้วคัมภีร์ลึกลับนั่นคืออะไร”
เ้าหญิงเงาตอบอย่างลึกลับ “คัมภีร์นั้นคือกุญแจที่สามารถพลิกผันชะตากรรมของราชวงศ์เป็พลังลับที่ถูกเก็บซ่อนมาช้านานใครก็เหมือนอำนาจที่ไม่มีใครเทียบได้”
ในวังหลังของพระราชวังหลิงจวินและฮวาเสียนกำลังวางแผนด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
“เ้าหญิงเงาเธอคือใครทำไมถึงสำคัญขนาดนี้” ฮวาเสียนถามพลางกำมือแน่น
หลิงจวินเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “สิ่งที่ข้ารู้มีเพียงว่าเธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงธรรมดาแต่เป็เงาที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของราชสำนัก”
“แล้วทำไมต้องปกป้องคัมภีร์ลึกลับนี้”ฮวาเสียนถามต่อ
“เพราะคัมภีร์นั้นมีพลังที่จะลบล้างอำนาจและสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแผ่นดิน”หลิงจวินพูด
“หากตกไปอยู่ในมือคนผิดแผ่นดินนี้อาจต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่”
ในค่ำคืนถัดมาเสียงฝนตกเบา ๆ กระทบหลังคากระเบื้องเก่า ๆ ภายในห้องหับเล็ก ๆของเ้าหญิงเงาเธอยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่สายตาจับจ้องไปยังภาพสะท้อนของตัวเอง
“ข้าไม่ใช่เ้าหญิงที่ใครรู้จัก” เธอกระซิบ “แต่ข้าคือเสียงสะท้อนแห่งความจริงที่ไม่มีใครกล้าฟัง”
มือบางยกขึ้นจับสร้อยหยกสีดำที่สวมอยู่รอบคอดวงตาเปล่งประกายด้วยความหวังและความเ็ปในเวลาเดียวกัน
“แม่ทัพหลิงเสียนเอ๋อร์หากพวกเขารู้ความจริงนี้ชะตากรรมของพวกเขาจะเปลี่ยนไปตลอดกาล”
รุ่งเช้าฮวาเสียนและหลิงจวินได้รับข่าวจากสายลับในวังว่าเ้าหญิงเงาไม่ได้เป็เพียงผู้หญิงธรรมดาแต่มีเครือข่ายลับคอยสนับสนุนและแผนการที่ซับซ้อนกว่าที่คิด
“เราไม่อาจไว้ใจใครได้อีกต่อไป” หลิงจวินกล่าว “เพราะทุกคนล้วนมีสิ่งที่้าปกปิด”
ฮวาเสียนพยักหน้าน้ำตาคลอเบ้า “ข้าจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเ้าหญิงหรือแม่ทัพหลิง”
ทั้งสองจับมือกันแน่นความรักและความหวังเป็เกราะป้องกันในโลกที่เต็มไปด้วยเงามืดนี้
เงามืดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในพระราชวังเ้าหญิงเงานั่งลงบนเตียงไม้แกะสลักเธอหยิบจดหมายเก่าขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันเป็จดหมายลับที่ถูกส่งถึงเธอจากใครบางคนที่เคยรักและหายสาบสูญ
“คำสัญญาและความลับทุกอย่างกำลังจะเปิดเผยในไม่ช้า” เธอกระซิบ “และชะตากรรมของเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”